ตอนที่คุณนายผู้เฒ่าฉินพุ่งเข้ามา ฉีเล่อเล่อหัวเราะหึ ๆ ก่อนปิดประตูห้องอาหารดังปังอย่างกะทันหัน หนีบมือของคุณนายผู้เฒ่าฉินเข้าอย่างจัง จากนั้นก็ลงกลอนประตูแล้วกลับไปกินอาหารต่อ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาของอีกฝ่าย
ต้องยอมรับว่าฝีมือทำอาหารของแม่หวงดีกว่าแม่ถังมาก ฉีเล่อเล่อกินอย่างมีความสุข พลางคิดว่าต่อไปอาจลองดึงแม่หวงมาเป็นคนของตัวเอง ให้คอยทำอาหารให้กินก็น่าสนใจดี ขู่เพียงนิดเดียวก็ยอมเชื่อฟังแล้ว แถมยังดูน่าสนุกอยู่บ้าง คนที่รู้จักดูสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่มีอะไรไม่ดี
คุณนายผู้เฒ่าฉินออกแรงถีบประตูด้วยความโมโห หายใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนใบหน้าที่เคยซีดอมเขียวกลับมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง
ฉีเล่อเล่อกินอาหารไปพลางฟังความเคลื่อนไหวด้านนอกไปพลาง หากคุณนายผู้เฒ่าโมโหจนเส้นเลือดในสมองแตกขึ้นมาตอนนี้ คงน่าเสียดายแย่
แม่หวงรีบเข้าไปห้ามคุณนายผู้เฒ่าฉิน
แม่หวงรู้แล้วว่านี่ต้องเป็นแม่ของคุณผู้ชายฉิน ก่อนหน้านี้คนกลุ่มนี้เคยมาเคาะประตู แต่คุณนายป๋ายไม่ยอมให้เข้าบ้าน ทั้งยังสั่งให้เธอไปหาพวกนักเลงอันธพาลมาข่มขู่คนเหล่านี้ หากขู่จนหนีไปได้ย่อมดีที่สุด แต่ถ้าไม่ยอมไป อย่างน้อยก็ทำให้กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ต่อไปจะได้ควบคุมง่ายขึ้น
ตอนที่พวกนักเลงไปถึง อดีตคุณนายใหญ่ก็ออกไปแล้ว พวกนั้นจึงดักรออยู่ด้านนอกโรงเตี๊ยมราคาถูก
ดูจากสภาพของคุณนายผู้เฒ่าฉินกับหญิงสาวคนนั้น เห็นได้ชัดว่าถูกพวกอันธพาลก่อกวนมาแล้ว คุณนายผู้เฒ่าฉินผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่ยังถือว่าไม่หนักหนาเท่าไร ส่วนเสื้อผ้าของหญิงสาวกลับถูกดึงรั้งจนเผยเนื้อหนัง น้ำตาไหลเป็นทางเต็มใบหน้า
แม่หวงรีบพูด “คุณนายผู้เฒ่า อย่าทุบเลยค่ะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณผู้ชาย เป็นคฤหาสน์ชั้นดีที่เช่าเขาอยู่ ถ้าทำเสียหาย คุณผู้ชายก็ต้องจ่ายค่าชดใช้ไม่ใช่หรือคะ?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินจึงได้สติขึ้นมาบ้าง เธอพาฉินเฟยเฟยกับเด็กสองคนไปนั่งพักบนโซฟา มือที่ถูกประตูหนีบเขียวช้ำจนต้องคอยนวดอยู่ตลอด
ตอนนี้เจ้านายไม่อยู่บ้าน ไม่มีใครออกคำสั่ง แม่หวงจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ได้แต่รินน้ำให้คนทั้งสี่ แล้วหาขนมที่ปกติเตรียมไว้ให้คุณชายน้อยมาให้เด็ก ๆ กิน
ห้องอาหารเชื่อมกับห้องครัว แต่ประตูถูกฉีเล่อเล่อลงกลอนไว้ ไม่มีใครเข้าไปได้
แม่หวงอดบ่นในใจไม่ได้ กว่าจะมีโอกาสได้กินอาหารดี ๆ เหมือนเจ้านายสักครั้ง ยังไม่ทันได้กินให้อิ่มเลย คุณนายผู้เฒ่าจะมาช้ากว่านี้หน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?
คุณนายผู้เฒ่าฉินถามเสียงขรึม “คุณผู้ชายกับคุณนายของพวกเธอไปไหน? ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับมา?”
แม่หวงกลัวฉีเล่อเล่อได้ยิน จึงไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมด เพียงตอบอย่างคลุมเครือ “คุณนายบาดเจ็บที่มือค่ะ คุณผู้ชายพาไปรักษา”
เมื่อนึกถึงท่าทีของป๋ายเหลียนในวันนี้ คุณนายผู้เฒ่าฉินก็พูดอย่างสมน้ำหน้า “ถึงได้ว่าคนจิตใจชั่วช้าย่อมต้องเจอเคราะห์ นี่ไง กรรมตามสนองแล้ว มีที่ไหนไล่คนแก่คนเฒ่าออกจากบ้าน?”
แม่หวงมองเธอด้วยสีหน้าพูดไม่ออก พลางคิดในใจ ศัตรูของศัตรู...ก็ยังเป็นศัตรูอยู่ดี
แต่คำพูดของคุณนายผู้เฒ่าฉินกลับทำให้เธออดคิดไม่ได้ หรือจะเป็นกรรมตามสนองจริง ๆ? คุณนายไม่เพียงไล่แม่สามีออกจากบ้าน ยังหาคนไปทำร้ายอีกฝ่ายด้วย แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ตอนนี้ข้อมือหักเสียเอง!
ศักดิ์สิทธิ์เกินไปแล้ว! แม่หวงตัวสั่นวาบ
ฉีเล่อเล่อกินจนอิ่มหนำสำราญ ในที่สุดก็เปิดประตูห้องอาหาร เธอคว้าคอเสื้อฉินเฟยเฟยแล้วเหวี่ยงลงกับพื้น ก่อนนั่งลงอย่างสบายอารมณ์
ฉินเฟยเฟยนอนอยู่บนพื้นเป็นเวลานานกว่าจะขยับตัวได้ ได้แต่ร้องโอดโอยไม่หยุด
คุณนายผู้เฒ่าฉินด่ากราดติดกันไม่หยุด ทั้งยังยื่นมือหมายจะข่วนฉีเล่อเล่อ
ฉีเล่อเล่อเผยรอยยิ้ม ก่อนถีบอีกฝ่ายล้มลงแล้วใช้เท้าเหยียบไว้ “ด่าต่อสิ อีกเดี๋ยวก็ไม่มีโอกาสแล้ว”
คุณนายผู้เฒ่าฉินร้องโอดครวญ “โอ๊ย นังสารเลว……”
ฉีเล่อเล่อใช้มือทั้งซ้ายขวาตบฉาด ๆ จนฟันของคุณนายผู้เฒ่าฉินหลุดไปหลายซี่
คราวนี้คุณนายผู้เฒ่าฉินไม่กล้าส่งเสียงอีก ได้แต่จ้องฉีเล่อเล่ออย่างเคียดแค้น
ฉีเล่อเล่อฉีกยิ้มเย็นยะเยือก “ถ้ายังจ้องอีก จะควักลูกตาออกมา”
คุณนายผู้เฒ่าฉินก้มตาลง สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ฉีเล่อเล่อปล่อยเธอ ก่อนเดินเอ้อระเหยเข้าไปในห้องรับรอง “อย่ารบกวนฉันนะ ไม่อย่างนั้นจะโดนตีเอา”
เมื่อเห็นท่าทางอันธพาลของเธอที่แตกต่างจากเมื่อไม่กี่วันก่อนราวกับเป็นคนละคน คุณนายผู้เฒ่าฉินกับฉินเฟยเฟยก็มองหน้ากัน แล้วตัวสั่นขึ้นมาพร้อมกัน
คุณนายผู้เฒ่าฉินกับฉินเฟยเฟยพาเด็ก ๆ เดินทางมาจนหิวแทบหมดแรง แต่ทำได้เพียงกินขนมรองท้อง ส่วนแม่หวงก็ไปปลอบคุณชายน้อย
กระทั่งท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท เสียงลูกกุญแจหมุนก็ดังขึ้น ฉินโซ่วประคองป๋ายเหลียนเดินเข้ามา
คุณนายผู้เฒ่าฉินมองป๋ายเหลียนที่ประคองข้อมือของตัวเองอยู่ ก่อนเบ้ปากพูด
“ลูกเอ๊ย ในที่สุดลูกก็กลับมา ลูกรู้ไหม วันนี้นังสารเลวนี่ไล่แม่ออกไปตั้งแต่กลางวัน ไม่ยอมให้แม่เข้าบ้าน ดูสิ กรรมตามสนองแล้วไม่ใช่หรือ?”
เดิมทีป๋ายเหลียนก็อารมณ์ย่ำแย่อยู่แล้ว พอถูกคุณนายผู้เฒ่าฉินพูดเช่นนี้ ความรู้สึกผิดจากเรื่องที่ตัวเองทำไว้ก็หายวับไปทันที เธอร้องไห้โฮ วิ่งกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ใช้เท้าถีบประตูปิด แล้วหงายหลังลงบนเตียงร้องไห้
ข้อมือทั้งสองข้างหัก แม้แต่ท่าประจำอย่างโผลงบนเตียงแล้วซุกหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ยังทำไม่ได้
คุณนายผู้เฒ่าฉินยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงเพียงใด ยังคงพร่ำตำหนิป๋ายเหลียนไม่หยุด
จิตใจของฉินโซ่ววุ่นวายไปหมด หากแม่ไม่พาฉีเล่อเล่อมาด้วย จะเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นได้อย่างไร?
เวลานี้เขาควรจะกำลังเต้นรำกับเพื่อนร่วมวงการสักสามสี่คน หรือไม่ก็นั่งดื่มกาแฟ พูดคุยเรื่องกระแสนิยมจากทั่วทุกสารทิศอย่างออกรสไม่ใช่หรือ?
เขาเริ่มรู้สึกขุ่นเคืองแม่ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อจัดการฉีเล่อเล่อไม่ได้ ก็ทำได้เพียงพาลใส่คนอื่น
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ป๋ายเหลียนบาดเจ็บเท่านั้น งานของเขาที่สำนักหนังสือพิมพ์ก็อาจรักษาไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
เมื่อคุณนายผู้เฒ่าฉินเห็นสีหน้าของลูกชายยิ่งดูย่ำแย่ ก็เริ่มตบต้นขาตัวเองพลางร้องไห้
“โธ่เอ๋ยยย....นายท่านของฉัน ทำไมถึงรีบตายจากกันไปเสียล่ะ! ดูสิ ตอนนี้แม้แต่ลูกชายยังรังเกียจยายแก่อย่างฉันแล้ว!”
เสียงหนึ่งดังรับขึ้นมาจากด้านข้าง “ใช่ ๆ ช่างเป็นลูกอกตัญญูจริง ๆ คุณนายผู้เฒ่า เอาไม้ไป ตีเขาเลย!”
คุณนายผู้เฒ่าฉินเช็ดน้ำตาไปพลาง รับไม้มาโดยไม่ทันคิด พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นฉีเล่อเล่อกำลังมองเธอด้วยสีหน้าให้กำลังใจเต็มที่
ฉีเล่อเล่อถึงกับเอ่ยเชียร์ “ฉันเอาใจช่วยนะ คุณนายผู้เฒ่า คุณทำได้ สู้ ๆ!”
คุณนายผู้เฒ่าฉินแทบกระอักเลือดออกมา
เธอกัดฟันกรอดใส่ฉีเล่อเล่อ “นังสารเลว เมื่อกี้แกยังตีฉันอยู่เลย ฉันจะตีแก ฉันจะตีแกให้ตาย! โซ่วเอ๋อร์ รีบตีฉีเล่อให้ตาย!”
พูดจบ คุณนายผู้เฒ่าฉินก็ยกไม้ที่ไม่รู้ว่าฉีเล่อเล่อไปเอามาจากไหน พุ่งเข้าไปตีเธอ
ฉีเล่อเล่อคว้าตัวฉินโซ่วมาขวางไว้ตรงหน้า คุณนายผู้เฒ่าฉินยั้งมือไม่ทัน ไม้จึงฟาดเข้าที่ไหล่ของฉินโซ่วอย่างจัง เกือบจะโดนศีรษะเสียด้วยซ้ำ
ฉินโซ่วเจ็บจนกำลังจะร้องออกมา……แต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียง ฉีเล่อเล่อก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แผดเสียงกรีดร้องขึ้นก่อน
“อ๊าก……” เสียงสูงลิ่วแทบทะลุขึ้นไปถึงฟ้า
คุณนายผู้เฒ่าฉินถึงกับชะงัก “ลูก เป็นอย่างไรบ้าง?”
ฉินโซ่วเจ็บจนหน้าซีด ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา พลางสูดปากและนวดไหล่ตัวเองอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
ฉีเล่อเล่อแค่นหัวเราะในใจ คุณนายผู้เฒ่าลงมือแรงเท่าไร ลูกชายของตัวเองก็เจ็บเท่านั้น สมควรแล้ว
คุณนายผู้เฒ่าฉินโมโหจนถือไม้ไล่ตีฉีเล่อเล่อต่อ ฉีเล่อเล่อวิ่งหนีไปพลาง คว้าใครได้ก็ลากคนนั้นมาบัง ฉินโซ่วกับฉินเฟยเฟยจึงถูกฟาดจนร้องโอดโอยกันระงม
ฉีเล่อเล่อหัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้
คุณนายผู้เฒ่าฉินยังคิดจะตีต่อ แต่ฉินโซ่วโมโหจนตะโกนใส่แม่เสียงดัง “พอได้แล้ว! เลิกก่อเรื่องเสียที!”