เมื่อรู้แล้วว่าทั้งสองคิดจะจัดการกับตนอย่างไร ฉีเล่อเล่อก็พอมีแผนในใจแล้ว ในเมื่อออกมาแล้ว นางจึงถือโอกาสเดินเที่ยวข้างนอกเสียเลย
เมืองหลวงในยุคโบราณเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองคึกคักและกลิ่นอายของชีวิตผู้คน นางเดินเข้าไปในร้านเครื่องเงิน ซื้อเครื่องประดับทำมือเนื้อเงินบริสุทธิ์อันประณีตมาหลายชิ้น จากนั้นก็เดินเที่ยวไปทั่ว เจอสิ่งใดถูกใจก็ซื้อมาไม่น้อย
ต่อมานางเดินเข้าไปในร้านผ้าแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นงานปักอันงดงามประณีต ดวงตาก็เป็นประกาย ไม่สนว่าจะเหมาะกับตนหรือไม่ ขอเพียงชอบก็ซื้อรวดเดียวหลายชุด สุดท้ายจึงแบกห่อใหญ่เดินออกจากร้าน
ฉีเล่อเล่อเดินไปยังย่านที่เจริญที่สุด ก่อนเข้าไปในหอสุราแห่งหนึ่งและขอห้องส่วนตัว นางสั่งอาหารขึ้นชื่อของหอสุรามาหลายอย่าง กำชับเสี่ยวเอ้อร์ให้ปิดประตูและห้ามผู้ใดเข้ามารบกวน จากนั้นก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเสียเต็มคราบ
เมื่อกลับถึงจวน นางทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของบ่าวไพร่ที่แอบจับจ้อง ตอนนี้คนตระกูลป๋ายทั้งหลายยากจนเสียจนแทบไม่มีอะไรเหลือ บ่าวไพร่จึงไม่ค่อยมีใครอยากวิ่งไปฟ้องเรื่องของนางอีก
ทว่าป๋ายอวี้จูยังคงเกลียดชังฉีเล่อเล่ออยู่ในใจ เมื่อเห็นว่านางออกไปข้างนอก จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องของบิดามารดา พอเข้าไปก็กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ นังแพศยานั่นออกจากจวนไป เพิ่งกลับมาเมื่อครู่นี้เอง ไม่รู้ว่าแอบออกไปพบชายชู้ที่ไหนมาหรือเปล่า”
ผู้เฒ่าป๋ายเอนกายพิงอยู่บนเตียง สีหน้ามืดครึ้มเย็นเยียบ ส่วนฉินซื่อมีแผ่นไม้ดามขาเอาไว้ จึงยังลงจากเตียงไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดของป๋ายอวี้จูก็ด่าทอเสียงดัง “นังจิ้งจอกแพศยา ใคร ๆ ก็เชยชมได้ ขอให้มันตายไม่ดี…”
นอกจากด่าทอระบายโทสะอย่างไร้หนทางแล้ว นางก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย
ผู้เฒ่าป๋ายยังพอรู้หนังสืออยู่บ้าง แต่ฉินซื่อกับป๋ายอวี้จูนั้นไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว ด้วยความรู้และประสบการณ์อันจำกัดของพวกนาง นอกจากกอบโกยเงินทอง ตบตีและด่าทอผู้อื่นแล้ว ก็คิดกลอุบายอย่างอื่นไม่ออก
ก่อนหน้านี้ที่พวกนางจัดการเจ้าของร่างเดิมได้ ก็เพราะเจ้าของร่างเดิมยึดถือหน้าที่ของสตรีอย่างเคร่งครัดเกินไป อีกทั้งไม่เคยระแวดระวังว่าพวกนางจะชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้ แต่ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉีเล่อเล่อ ผู้ที่คลุ้มคลั่งขึ้นมาได้ทุกเมื่อ พวกนางก็หมดหนทางโดยสิ้นเชิง
ผู้เฒ่าป๋ายมองภรรยาแก่กับบุตรสาวแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเจ้าอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้อีก อวี้ชวนย่อมจัดการนางเอง อย่าทำเรื่องไร้ประโยชน์จนหาเรื่องให้นางมาตบตีเอาอีก”
เอวของเขาก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาใช้การได้ดังเดิมหรือไม่ ตอนนี้เพียงอาศัยสิ่งของพยุงหลังจึงพอนั่งได้ และไม่กล้าออกแรงแม้แต่น้อย ข้อมือของป๋ายอวี้จูก็ยังพันผ้าเอาไว้ ต้องให้นางกำนัลใหญ่คอยป้อนข้าวให้ทั้งหมด หากไม่ใช่เพราะป๋ายอวี้ชวนหาเงินมาได้ ตอนนี้พวกเขาคงไม่มีปัญญาเลี้ยงบ่าวไพร่ไว้ด้วยซ้ำ!
ยามนี้ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างลดคุณภาพลงจากเดิมไม่รู้กี่ระดับ เทียบกับของที่เคยใช้เมื่อก่อนไม่ได้เลย แม้จะยังดีกว่าสิ่งของที่พวกเขาเคยใช้ตอนอยู่ชนบทมาก แต่จากยากจนไปสู่ความฟุ่มเฟือยนั้นง่าย จากความฟุ่มเฟือยกลับไปอยู่อย่างยากจนต่างหากที่ยากจะทน
ผู้เฒ่าป๋ายครุ่นคิดก่อนเอ่ยว่า “ข้ารู้สึกมาตลอดว่าของดี ๆ เหล่านั้นหายไปอย่างมีเงื่อนงำ เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับฉีหว่านแน่”
ฉินซื่อถามอย่างเคลือบแคลง “นางเป็นเพียงหญิงกำพร้าคนหนึ่ง จะมีความสามารถถึงเพียงนั้นได้อย่างไร”
ผู้เฒ่าป๋ายรู้สึกราวกับตนจับประเด็นสำคัญได้แล้ว “หรือหลังจากเข้าเมืองหลวง นางไปลอบคบหากับใครเข้า?”
ฉินซื่อกล่าวว่า “ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง? เมื่อก่อนนางแทบไม่เคยออกจากจวน”
ทว่าผู้เฒ่าป๋ายกลับกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ก็เจ้านั่นแหละ ยายแก่ เอาแต่เคี่ยวกรำนาง บังคับให้นางตามพวกหญิงรับใช้ไปซื้อผัก หากนางฉวยโอกาสอยู่ข้างนอกไปลอบคบหากับใครเข้า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
ป๋ายอวี้จูเบิกตากว้าง “นางยังมีความสามารถเช่นนี้ด้วยหรือ?”
ผู้เฒ่าป๋ายตวาดว่า “กลับไปเสีย! เป็นหญิงสาวในห้องหอ จะเข้ามายุ่งเรื่องพวกนี้ทำไม? ต่อไปพี่ชายของเจ้าจะต้องหาตระกูลใหญ่ให้เจ้าแต่งเข้าไป จงตั้งใจเรียนรู้กฎระเบียบให้ดี”
ป๋ายอวี้จูประคองมือที่บาดเจ็บ เดินจากไปอย่างขุ่นเคือง ปากยังพึมพำว่า “เห็น ๆ อยู่ว่าท่านเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนแท้ ๆ กลับมาโทษข้าเสียได้”
ฉีเล่อเล่อกลับถึงห้อง เมื่อเห็นป๋ายอวี้จูเข้าไปในห้องของผู้เฒ่าทั้งสอง ก็แผ่จิตสัมผัสตามเข้าไป จากบทสนทนาของทั้งสามก็มองออกได้ไม่ยากว่า ตระกูลนี้ช่างเป็นดังคำกล่าวที่ว่า คานบนไม่ตรง คานล่างย่อมเอียงจริง ๆ
ชั่วช้ากันทั้งครอบครัว
................................................
ยามค่ำ ป๋ายอวี้ชวนกลับถึงจวนด้วยสีหน้าเบิกบานเปี่ยมสุข เขาไปยังห้องของบิดามารดาก่อน หลังคารวะถามไถ่ทุกข์สุขแล้วจึงกล่าวกับทั้งสองว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ อีกสองวันข้าจะได้หยุดพัก แล้วจะลางานเพิ่มอีกสองวัน ข้าจะพาฉีหว่านกลับไปอำเภอหงถงเพื่อจัดการร้านค้าสองแห่งของนาง ตอนนี้ทางบ้านลำบากเกินไป จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ได้”
ฉินซื่อไม่พอใจขึ้นมาทันที “จะจัดการทำไม? มิใช่ว่ายกให้พี่ชายทั้งสองของเจ้าดูแลอยู่หรือ?”
ป๋ายอวี้ชวนไม่พอใจอยู่ในใจ นี่ท่านแม่ถือเอาของที่ควรเป็นของเขา กลายเป็นของพี่ชายอีกสองคนไปเองแล้วหรือ?