เสิ่นจิ้งอวี่นึกถึงเงาร่างที่เห็นหน้าร้านอาหารเมื่อคืนอีกครั้ง จะเป็นเธอได้ไหม? เป็นไปไม่ได้! อายุที่ดูมากกว่านั้นอาจเกิดจากการแต่งตัวปลอมแปลงได้ แต่เวลาไม่ตรงกัน เด็กสาวคนนั้นควรอยู่ที่มณฑลจีต่างหาก!
อีกอย่าง คุณลุงจากชั้นหนึ่งก็ยืนยันแล้วว่าโจรคนนั้นเป็นคนอ้วน รูปร่างก็ไม่ตรงกันเลย
เขาจึงรีบโทรศัพท์ไปยังพื้นที่ที่ฉีเล่อเล่อลงชนบท เพื่อสอบถามว่าเธออยู่ในหมู่บ้านที่ไปลงชนบทหรือไม่
ทางอำเภอสอบถามต่อไปยังตำบล จากนั้นทางตำบลก็ส่งคนไปสอบถามถึงหมู่บ้านอย่างเงียบ ๆ
พอถึงช่วงบ่าย เสิ่นจิ้งอวี่ก็ได้รับโทรศัพท์ตอบกลับว่า เธอกำลังถอนหญ้าอยู่ในแปลงตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว!
แถมยังเพราะถอนต้นข้าวสาลีหลุดไปหลายต้น ถูกชาวบ้านร้องเรียนจนโดนหักไปหนึ่งแต้มแรงงานอีกต่างหาก!
เสิ่นจิ้งอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนถอนหายใจอีกครั้ง เด็กสาวจอมตะกละคนนั้นจะโมโหจนร้องไห้หรือเปล่านะ?
…………
วันต่อมา ฉีเล่อเล่อก็ไปหาหัวหน้ากัวอีกครั้ง “ลุงหัวหน้า”
หัวหน้ากัวขมวดคิ้ว “จะเอาอะไรอีก?”
ฉีเล่อเล่อยิ้มกว้าง “ลุงหัวหน้า การถอนหญ้าของพวกเรานี่จำเป็นต้องอยู่ทำงานให้ครบเวลาทั้งวัน หรือว่าสามารถแบ่งงานเป็นปริมาณให้ชัดเจน ทำเสร็จแล้วก็กลับได้คะ? ถ้าฉันทำงานในปริมาณที่เท่ากับแต้มแรงงานเต็มวันให้เสร็จภายในครึ่งวัน แล้วอีกครึ่งวันไม่มาลงงาน ยังจะได้แต้มเต็มอยู่ไหม?”
หัวหน้ากัวแค่นหัวเราะ “ถ้าเธอทำงานตามมาตรฐานสูงสุดของแต้มแรงงานหนึ่งวันได้ครบ จะไม่มาลงงานเมื่อไรก็ได้ ฉันก็จะบันทึกแต้มเต็มให้เหมือนเดิม แต่ฉันต้องตรวจคุณภาพนะ คิดจะทำลวก ๆ หลอกฉันไม่ได้”
ฉีเล่อเล่อตอบอย่างมั่นใจ “ไม่มีปัญหา ฉันจะลองดู ทำงานทีละนิดแบบนี้ช้าเกินไป ฉันไม่ได้เสียดายแรงหรอก แค่ไม่มีความอดทน”
ถึงเธอจะไม่ได้สนใจแต้มแรงงานไม่กี่แต้มนี้นัก แต่เธอมีนิสัยอย่างหนึ่ง หากทำอะไรได้ไม่ดี เธอจะรู้สึกขัดใจอยู่ตลอด
หัวหน้ากัวอ้างอิงจากคนที่ถอนหญ้าได้เร็วที่สุดในช่วงไม่กี่วันนี้ แล้วแบ่งพื้นที่ให้เธอ “ทำเสร็จแล้วเรียกฉันมาตรวจ ถ้าทำไม่เสร็จก็เลิกคิดมากแล้วตามคนอื่นทำงานไปดี ๆ”
ฉีเล่อเล่อพยักหน้า ก้มลงแล้วใช้สัมผัสจิต ก่อนเริ่มถอนหญ้าอย่างรวดเร็ว
หัวหน้ากัวมองคนที่กำลังถอนหญ้าอย่างบ้าคลั่งจนฝุ่นฟุ้งกระจาย หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดเสียว อย่าถอนต้นข้าวสาลีของฉันออกมาด้วยนะ นี่มันถอนหญ้าที่ไหนกัน เหมือนจะขูดหน้าดินออกไปทั้งชั้นมากกว่า!
พอฝุ่นค่อย ๆ จางลง เขาก็รีบตามไปตรวจทันที แล้วต้องประหลาดใจ ต้นข้าวสาลียังอยู่ดีทุกต้น ไม่มีต้นไหนเสียหายแม้แต่น้อย ส่วนวัชพืชกลับถูกถอนจนสะอาดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว เขาใช้มือพลิกดูรากหญ้า ก็พบว่าไม่เหลืออยู่เลย ถูกถอนออกจนหมดจริง ๆ
หลังตรวจต่อเนื่องไปไกลพอสมควร เขาก็มองฉีเล่อเล่อที่ก้มตัวเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เด็กคนนี้มีฝีมือจริง ๆ ไม่ได้ถอนต้นข้าวสาลีออกมาเลยสักต้น
ระหว่างนั้นหัวหน้ากัวกลับมาตรวจอีกหลายครั้ง เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีจึงไปทำธุระของตัวเองด้วยความพอใจ และไม่ได้กลับมาอีก
ตอนที่ทุกคนเริ่มเลิกงาน หัวหน้ากัวก็ได้ยินเสียงร่าเริงคุ้นหูดังขึ้นอีกครั้ง “ลุงผู้ใหญ่บ้าน...”
หัวหน้ากัวรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา “เดี๋ยวก่อน ฉันขอดูหน่อย เฮ้ ทุกคนมาทางนี้หน่อย”
ชาวบ้านไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างทยอยเดินเข้ามากันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ “หัวหน้า มีอะไรเหรอ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว...”
หัวหน้ากัวส่งเสียงหึ ก่อนพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน “พวกเธอดู นี่คืองานที่ยุวปัญญาชนหวังทำเสร็จในช่วงเช้าคนเดียว ฉันตรวจแล้ว พวกเธอลองดูอีกที ปริมาณนี้เท่ากับงานหนึ่งวันของคนที่ทำงานเร็วที่สุด วันนี้เธอทำแค่ครึ่งวันก็พอ ตอนบ่ายไม่ต้องมาแล้ว บันทึกแต้มแรงงานเต็ม”
หญิงชราแซ่จางคนหนึ่งไม่ยอมทันที “เพราะอะไรล่ะ หัวหน้ากัว คุณจะเห็นคนนอกดีกว่าคนในไม่ได้ เข้าข้างคนนอกแบบนี้...”
หัวหน้ากัวรำคาญหญิงชราคนนี้ที่สุด วัน ๆ ทำงานก็ไม่เอาไหน เอาแต่ซุบซิบนินทา เรื่องที่ว่ากันว่าเขาเห็นคนนอกดีกว่าคนใน ก็เป็นนางนี่แหละที่พูด
หัวหน้ากัวจึงสวนกลับทันที “อะไรเรียกว่าเข้าข้างคนนอก? ไม่ว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านหรือยุวปัญญาชน ขอแค่อยู่ในพื้นที่ของเรา ก็เป็นสมาชิกของหมู่บ้านเดียวกันทั้งหมด เธอพูดแบบนี้เท่ากับทำลายความสงบและความสามัคคีของประเทศ ระวังจะถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์เอา!”
ประโยคนี้เขาเรียนมาจากลุงหลิว คนขับเกวียน ใช้สวนคนแล้วสะใจจริง ๆ ดูสิ ยายจางคนนั้นไม่กล้าพูดอะไรแล้วไม่ใช่หรือ?
ชาวบ้านต่างมองแปลงตรงหน้าที่ไม่มีวัชพืชเหลือแม้แต่ต้นเดียว ขณะที่ต้นข้าวสาลียังคงเขียวชอุ่มสดใส มองแล้วชวนให้ชื่นใจอย่างยิ่ง
ชาวบ้านแต่ละคนอ้าปากค้าง มีคนลองนับดู ก่อนร้องขึ้นอย่างตกใจ “แค่ช่วงเช้าก็ถอนหญ้าได้ตั้งหลายร่องขนาดนี้ เก่งเกินไปแล้วมั้ง?”
ไม่มีใครสงสัยว่าเรื่องนี้จริงหรือเท็จ เพราะทุกวันแปลงไหนมีสภาพอย่างไร พวกเขารู้กันดีอยู่แก่ใจ
หัวหน้ากัวพูดเสียงดังกับชาวบ้าน “ฉันอธิบายเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว อย่าให้ใครมาหาเรื่องอีก ถ้าพวกเธอทำได้แบบนี้ ถอนหญ้าได้สะอาดขนาดนี้ ฉันก็บันทึกแต้มแรงงานเต็มให้เหมือนกัน ถ้าทุกคนทำงานเก่งขนาดนี้ ไม่มัวอู้งาน พวกเราทำงานกันวันละครึ่งวัน แล้วอีกครึ่งวันไปเก็บเห็ด ขุดผักป่ากันไม่ดีกว่าหรือไง?”
ชาวบ้านเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขาก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ปัญหาคือทำไม่ได้ไม่ใช่หรือ?
เพียงชั่วพริบตา ฉีเล่อเล่อก็ไม่ใช่ยุวปัญญาชนมาใหม่ในสายตาพวกเขาอีกต่อไป นี่มันคนหมู่บ้านเดียวกับพวกเขาชัด ๆ! ทำงานเก่งขนาดนี้ บรรพบุรุษต้องเป็นคนชนบทแน่นอน
ฉีเล่อเล่อหัวเราะคิกคัก “อื้ม ๆ พี่สาวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาถูกอีก บรรพบุรุษของฉันเป็นคนชนบทจริง ๆ นั่นแหละ”
เมื่อกลับถึงบ้านพักยุวปัญญาชน เหล่ายุวปัญญาชนต่างมองฉีเล่อเล่อด้วยความอิจฉา
ป๋ายรั่วเกาะแขนฉีเล่อเล่อ “เล่อเล่อ ทำไมเธอเก่งขนาดนี้ แค่ครึ่งวันก็ทำงานที่คนอื่นต้องใช้เวลาทั้งวันเสร็จแล้ว”
หวงเสี่ยวอวี่กลอกตา เดิมทีเห็นฉีเล่อเล่อได้แต้มแรงงานเต็มเหมือนกันก็ไม่พอใจอยู่แล้ว ตอนนี้พอได้ยินคำพูดของป๋ายรั่ว ก็รู้สึกเหมือนกำลังเหน็บแนมตัวเอง แต่ฉีเล่อเล่อทำงานเสร็จภายในครึ่งวันจริง ๆ เธอจึงไม่มีอะไรให้เอามาพูดข่มได้ พอกลอกตาครุ่นคิดก็พูดขึ้น
“เอ๊ะ เล่อเล่อ ในเมื่อตอนบ่ายเธอไม่ต้องลงงานแล้ว ก็อยู่บ้านทำอาหารเย็นสิ ทุกคนออกไปทำงานกันเหนื่อยจะตาย ยังไงเธอก็ว่างอยู่แล้ว”
เติ้งอวี้ฉีรีบรับคำทันที “ใช่ ๆ หวังเล่อเล่อไม่ต้องลงงาน อยู่บ้านทำอาหารพอดี ต่อไปอาหารเย็นของพวกเราก็ไม่ต้องให้ทุกคนผลัดเวรกันทำแล้ว จะได้พักกันด้วย”
ป๋ายรั่วคัดค้านทันที “ทำแบบนั้นได้ยังไง เล่อเล่อไม่ต้องไปลงงานเพราะเธอทำงานส่วนของตัวเองเสร็จก่อน ส่วนเวรทำอาหาร พวกเราก็แบ่งเวรกันไว้เรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉีเล่อเล่อมองคนสมองกลวงสองคน ก่อนยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ถ้าสมองใช้การไม่ค่อยได้ก็หัดปิดปากเสียบ้าง จำเป็นต้องออกมาแสดงให้คนอื่นเห็นด้วยหรือไงว่าตัวเองปัญญาอ่อน?”
สีหน้าของหวงเสี่ยวอวี่กับเติ้งอวี้ฉีเปลี่ยนไปพร้อมกัน
เติ้งอวี้ฉีโกรธแทบตาย “เธอด่าใคร?”
ฉีเล่อเล่อฉีกยิ้มจนเห็นฟัน “ด่าพวกโง่บัดซบ”
ทันทีที่หวงเสี่ยวอวี่เห็นรอยยิ้มของเธอ ก็นึกถึงเรื่องบนรถไฟที่ฉีเล่อเล่อจัดการหญิงอ้วนกับหัวขโมยขึ้นมาได้ รีบก้มหน้าลงแล้วขยับตัวไปหลบหลังป๋ายรั่ว ไม่กล้าส่งเสียงอีก เด็กบ้านี่ไปหาเรื่องด้วยไม่ได้จริง ๆ ทำไมเธอถึงลืมอีกแล้วนะ
ฉีเล่อเล่อหันไปมองเหลียงเชา รอดูว่าเขาจะพูดอย่างไร
เหลียงเชาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว “เดิมตกลงกันไว้ว่ายังไง ก็ผลัดเวรกันเหมือนเดิม เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการที่เล่อเล่อทำงานเร็วด้วย?”
ฉีเล่อเล่อพยักหน้า “อื้ม ๆ จะให้ฉันทำอาหารก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ ขอแค่พวกเธอช่วยทำงานส่วนของฉันให้เสร็จทั้งหมด ฉันก็ไม่คัดค้านหรอก ยุวปัญญาชนเติ้ง ยุวปัญญาชนหวง พวกเธอว่าไง?”
เติ้งอวี้ฉีกลอกตา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดสนับสนุนเธอ ก็หันหลังเดินจากไป
ฉีเล่อเล่อจ้องแผ่นหลังของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา