ฉีเล่อเล่อคิดในใจว่า เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ!
บนโลกนี้จะมีความเกลียดชังที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุได้อย่างไร
หากจะบอกว่าภายหลังเจ้าของร่างเดิมถูกคนพวกนี้รังแกและล่วงละเมิดเพราะพวกเขาทำจนเคยตัว แล้วตอนเริ่มแรกล่ะ?
เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้จ้องเล่นงานเจ้าของร่างเดิมอย่างเอาเป็นเอาตายตั้งแต่แรก?
สีหน้าของเธอยังคงเย็นชา พลางแค่นเสียง “ก็ต้องดูก่อนว่าความลับของนายมีค่าพอหรือเปล่า”
หวังลี่จื้อกัดฟัน คิดในใจว่า ไม่มีอะไรสำคัญเท่าชีวิตตัวเองแล้ว!
เขาเดินเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อย ก่อนลดเสียงลง “มีคนจ่ายเงินจ้างพวกเราสี่คน ให้คอยจับตาดูและรังแกเธอ จนกว่าเธอจะลาออกจากโรงเรียน”
หัวใจของฉีเล่อเล่อเย็นวาบ “ใคร?”
หวังลี่จื้อตอบ “ผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ฉันได้ยินคนขับรถเรียกเขาว่าคุณหลี่”
ฉีเล่อเล่อพอจะเดาได้แล้ว เธอล้วงของอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบปากกาออกมาแล้ววาดรูปลงในสมุด
หวังลี่จื้อมองเธออย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร
ฉีเล่อเล่อมองภาพที่วาดเสร็จแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ ใช้ได้ เหมือนพอสมควร
เธอสืบข้อมูลของศัตรูทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่บุญธรรมและน้าของเจ้าของร่างเดิมมาแล้ว และจดจำรูปลักษณ์ของคนเหล่านั้นเอาไว้ในใจ
คนพวกนี้ไม่ได้ปกปิดตัวเองเลย อีกทั้งยังอยู่ละแวกใกล้เคียง เพียงสอบถามเล็กน้อยก็หาเจอได้
เธออาศัยทักษะการวาดภาพที่เคยเรียนไว้ยามว่างในโลกก่อน ๆ วาดภาพใบหน้าของคนคนหนึ่งออกมา
หวังลี่จื้อมองภาพที่ยื่นมาตรงหน้าแล้วสูดลมหายใจเฮือก เขามองฉีเล่อเล่ออย่างหวาดผวา มิน่าคนคนนั้นถึงไม่อยากให้ฉีเสี่ยวเล่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คนที่เก่งขนาดนี้ หากวันหนึ่งเติบโตขึ้นมาจะน่ากลัวแค่ไหน?
เขาควรอยู่ให้ห่างจากอันตราย รักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน!
หวังลี่จื้อรีบพยักหน้ารัว ๆ “ใช่ ๆ ๆ คนนี้แหละ ตอนนั้นมีรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน คนขับรถลงมาจากรถ มอบหมายงานให้พวกเราแล้วยังจ่ายเงินมัดจำก้อนหนึ่งด้วย แต่ตอนเขาลงจากรถ กระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับลดลงพอดี คนในรถกำลังสั่งอะไรบางอย่างกับคนขับ ตอนนั้นคนขับเรียกเขาว่าคุณหลี่”
ฉีเล่อเล่อเหลือบมองหวังลี่จื้อ “นายอ่านริมฝีปากเป็น?”
หวังลี่จื้อตกใจ “ฉันพออ่านได้หน่อยหนึ่ง เธอรู้ได้ยังไง?”
ฉีเล่อเล่อพูดเพียงคำเดียว “โง่จริง ไปได้แล้ว ถ้าต่อไปฉันรู้ว่านายไปรังแกคนอื่นอีก...”
หวังลี่จื้อรีบรับปาก “ไม่แล้ว ไม่กล้าแล้วแน่นอน ต่อไปฉันจะไม่มาแถวนี้อีก”
พูดไปพลาง เขาก็รีบวิ่งหนีไปพลาง
ฉีเล่อเล่อหัวเราะเย็นชาอยู่ในใจ คนคนนั้นคิดว่าตัวเองไม่ออกหน้าก็จะไม่ถูกเปิดโปงหรือ? น่าเสียดายที่ดวงไม่ดี ดันมาเจอคนที่อ่านริมฝีปากเป็นนิดหน่อย
หลี่เซวียนฮ่าวขับรถชนสามีของน้าตาย ทำให้น้าบาดเจ็บที่ขา แต่กลับไม่ยอมให้การรักษาทันท่วงทีและไม่ยอมชดใช้ ตอนนี้ถึงตาผู้ใหญ่ในตระกูลลงมือแล้วหรือ? กลัวว่าเจ้าของร่างเดิมซึ่งเรียนเก่งจะเติบโตขึ้นมาแล้วกลับมาแก้แค้นในอนาคต?
จึงคิดจะทำลายเด็กสาวคนหนึ่ง หักปีกของเธอเสียตั้งแต่ตอนนี้?
ส่วนหวังลี่จื้อ เธอจะรออีกสักสองปีแล้วค่อยจัดการ
......
เมื่อยังอยู่ไกล ฉีเล่อเล่อก็ยิ้มกว้างแล้วร้องบอก “ยาย น้า ฉันกลับมาแล้ว”
น้ารับของในมือเธอไป ก่อนเดินเข้าครัว “รอเดี๋ยวนะ น้าจะทำหมูทอดกรอบให้กิน”
ยายตำหนิอย่างไม่จริงจัง “ซื้อเนื้อกลับมาอีกแล้ว เก็บเงินไว้ใช้เองเถอะ! ยังมีเงินเหลือไหม ยายจะเอาให้เพิ่มอีกหน่อย!”
ฉีเล่อเล่อหัวเราะคิกคักแล้วกอดแขนยาย “เงินพอใช้อยู่แล้ว ถ้าฉันไม่ซื้อของดี ๆ กลับมา ยายก็ไม่ยอมทำของอร่อย บ้านเราไม่ได้ขาดเงินแล้ว ยายอย่าประหยัดขนาดนั้นเลย”
ยายรับคำ “อืม ๆ” แต่ฉีเล่อเล่อรู้ดีว่าในวันที่เธอไม่อยู่บ้าน ยายกับน้าก็ยังคงประหยัดเหมือนเดิม
พวกเธอเป็นคนดีถึงเพียงนี้ แม้แต่เด็กที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันก็ยังไม่เคยรังเกียจ ชีวิตยากลำบากแบบนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่พวกเธอต้องเผชิญ
ความทุกข์ยากต่างหากที่ทำให้พวกเธอสูญเสียความรู้สึกมั่นคง ต่อให้ภายหลังฉีเล่อเล่อนำเงินกลับบ้านมาให้บ่อย ๆ พวกเธอก็ยังไม่ยอมซื้อเนื้อมากินอยู่ดี พวกเธอยังคงทำอาหารดี ๆ ปรับปรุงมื้ออาหารเฉพาะวันที่ฉีเล่อเล่อกลับบ้าน ส่วนวันปกติก็ประหยัดเท่าที่จะประหยัดได้
ฉีเล่อเล่อกินข้าวด้วยรอยยิ้ม แม้มองเห็นผมหงอกของน้าแล้วจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ แต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่ขาของน้าเป็นอาการบาดเจ็บเก่าซึ่งไม่ได้รับการรักษาจนกระดูกเชื่อมผิดรูป ยาจากพลังเหนือธรรมชาติของเธอใช้ไม่ได้ผล รอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก่อน ค่อยลองดูว่าจะหักกระดูกแล้วต่อใหม่ได้หรือไม่
การแก้แค้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนชั่วขณะเดียว เธอมีความสามารถจะจัดการศัตรูให้จบสิ้นได้ทันที แต่ถึงเธอจะเป็นคนมีแค้นต้องชำระ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรโดยไม่คิด
ในสังคมที่มีกฎหมายแบบนี้ เธอไม่อาจทำลายชีวิตของตัวเองได้ เพราะยังต้องดูแลยายกับน้าไปจนแก่เฒ่า!
สำหรับเธอ ไม่รู้ว่าจะยังทะลุมิติไปได้อีกกี่โลก แต่ในทุกชีวิต เธอจะใช้ชีวิตนั้นให้ดี ศัตรูมีอยู่ไม่น้อย และแต่ละคนก็ล้วนก่อความผิดร้ายแรงจนไม่สมควรได้รับการให้อภัย
เธออาศัยพลังความเร็วและความสามารถล่องหน ลอบสืบข่าวของครอบครัวหลี่เซวียนฮ่าวมาได้ไม่น้อย
โครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ซึ่งตระกูลหลี่พัฒนาใกล้ก่อสร้างเสร็จแล้ว และกำลังจะเปิดขาย
แต่โครงการนี้กลับเป็นงานก่อสร้างคุณภาพต่ำที่เต็มไปด้วยการลดต้นทุนอย่างมักง่าย
ถ้าอย่างนั้น การแก้แค้นก็เริ่มจากตรงนี้ก็แล้วกัน
โครงการนั้นตั้งอยู่บนทำเลทองที่สุดในตัวอำเภอ มีชื่อว่าโครงการหรงฮวาซ่างผิ่น โฆษณาว่าจะกลายเป็นย่านที่พักอาศัยระดับสูงที่สุดของเมือง ราคาตั้งไว้สูงกว่าอาคารที่พักทั่วไปมาก ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยแย่งกันสนใจซื้อ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่เปิดเสรีมาหลายปีกำลังคึกคักอย่างมากในตอนนี้
ฉีเล่อเล่อค่อย ๆ ลงจากเตียง ภายในหอพักมีนักเรียนทั้งหมดแปดคน โจวเสี่ยวหมิ่นที่นอนอยู่เตียงชั้นบนพึมพำเบา ๆ “เสี่ยวเล่อ จะไปไหน?”
ฉีเล่อเล่อตอบเสียงเบา “ไปห้องน้ำ เธอจะไปไหม?”
โจวเสี่ยวหมิ่นพลิกตัว แล้วไม่นานก็ส่งเสียงกรนหลับต่อ
ฉีเล่อเล่อค่อย ๆ เปิดประตูแล้วปิดกลับอย่างเบามือ
เมื่อเข้าไปในห้องน้ำ เธอก็ใช้พลังล่องหน ปีนออกทางหน้าต่าง ข้ามกำแพง แล้วมุ่งหน้าไปยังโครงการหรงฮวาซ่างผิ่นอย่างรวดเร็ว
เธอแผ่จิตสัมผัสออกไป พลางหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ในเมือง
ไม่นานก็มาถึงบริเวณนอกโครงการ จากระยะไกลเธอก็ “มองเห็น” กล้องวงจรปิดหลายตัวนั้นแล้ว
เธอหลบอยู่ตรงมุมอับ ก่อนนำปืนพลังผลึกออกมา เล็งไปยังตำแหน่งที่คำนวณไว้แล้ว ยิงติดต่อกันหลายครั้งดังพรึ่บ ๆ ๆ
เจ้าหน้าที่ควบคุมงานทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในอาคารตัวอย่าง ฉีเล่อเล่อจึงไม่แตะต้องอาคารนั้น เธอต้องการแก้แค้นครอบครัวหลี่เซวียนฮ่าวเท่านั้น ไม่คิดลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อได้ยินเสียงอาคารถล่มดังสนั่นสะเทือน เธอก็รีบกลับโรงเรียนด้วยความเร็วสูงสุด ใช้พลังล่องหนเข้าไปยังห้องน้ำที่เคยเข้าไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นถอดหน้ากาก ถอดเสื้อผ้าสีดำด้านนอกโยนเก็บเข้าไปในมิติ แล้วเดินกลับหอพักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนหลี่เซวียนฮ่าวและคนในตระกูลหลี่ ผู้นำตระกูลไม่ได้พักอยู่ที่บ้านในคืนนั้น เพื่อเตรียมพิธีเปิดขายในวันรุ่งขึ้น เขาอยู่เป็นเพื่อนบุคคลสำคัญหลายคนจนดึก ทั้งยังจัดบริการพิเศษไว้รับรองพวกเขา จึงตัดสินใจพักค้างคืนที่สถานบันเทิงแห่งนั้นเสียเลย
เมื่อได้รับข่าวว่าอาคารพังถล่ม เขาถึงกับตกตะลึงจนสมองว่างเปล่า แม้วัสดุบางอย่างที่ใช้ก่อสร้างจะไม่ได้คุณภาพจริง แต่ตามปกติต่อให้เกิดปัญหา ก็น่าจะเป็นเรื่องหลังจากผ่านไปสิบปีแล้ว ตอนนั้นครอบครัวของเขาคงย้ายไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อย ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจคุณภาพแม้แต่น้อย คิดเพียงว่าจะเพิ่มผลกำไรให้มากที่สุด
แต่ทำไมถึงมาเกิดเรื่องในตอนนี้? โครงการยังไม่ทันเปิดขายเลย เงินที่ทุ่มลงไปก็เป็นทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขา! เขาหวังพึ่งโครงการนี้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ตัวเองก้าวขึ้นเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้? หากชื่อเสียงในวงการนี้พังลง ใครยังจะยอมรับบริษัทของเขาอีก?
เขารีบร้อนเดินทางไปยังโครงการหรงฮวาซ่างผิ่น เมื่อมองเห็นอาคารหลายหลังที่พังถล่มลงเป็นบริเวณกว้าง ก็พ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ก่อนล้มทรุดลงกับพื้น...