เฝิงฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ตกใจกลัวแทบแย่
นับตั้งแต่วันที่พ่อแม่เสียชีวิต เขาก็หวาดกลัวมาตลอด
เขารู้ดีว่าพ่อแม่ของตัวเองวางแผนอะไรไว้
เห็น ๆ กันอยู่ว่าพวกเขาคิดจะเผาฉีเสี่ยวเล่อให้ตาย แล้วทำไมสุดท้ายถึงกลายเป็นเผาตัวเองตายเสียได้?
แล้วทำไมฉีเสี่ยวเล่อถึงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ?
เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก แต่สัญชาตญาณกลับบอกเขาว่า อันตราย อย่าไปพิสูจน์ให้รู้ความจริง
เมื่อได้รับโทรศัพท์จากเหล่าเฉิงจื่อ เขาจึงปฏิเสธทันที “ไม่เอา ฉันกับฉีเสี่ยวเล่อจะเป็นพี่น้องแท้ ๆ กันหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ? จะมายุ่งเรื่องของฉันทำไม? ไป ๆๆ อย่ามาหาฉันอีก”
【ถ้าคุณไม่มายุ่ง ฉันก็ยังเป็นลูกชายแท้ ๆ ของพ่อแม่อยู่】
เหล่าเฉิงจื่อถึงกับพูดไม่ออก
เฝิงฮ่าวไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฉีเสี่ยวเล่ออีกเด็ดขาด สัญชาตญาณบอกเขาว่า หากทำเรื่องนี้ขึ้นมา ชีวิตน้อย ๆ ของเขาอาจถูกเล่นงานจนไม่เหลือก็ได้
เขาจ่ายเงินให้หมอเป็นสองเท่าเพื่อให้ช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ ในที่สุดก็รอจนได้ไตสำหรับปลูกถ่าย
หลังร่างกายฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาล เขาก็ไปหาบ้านหลังเล็ก ๆ ต่างถิ่นแล้วอาศัยอยู่ที่นั่น
ตอนนี้เองเขาถึงมีเวลาติดต่อเกาอี้ ตอนแรกเกาอี้บอกว่าจะบีบบังคับให้ฉีเสี่ยวเล่อบริจาคไตให้เขา เขาไม่ได้คัดค้านและไม่ได้ตอบตกลง อย่างไรเสียตัวเองก็ไม่เสียประโยชน์
แต่หมายเลขโทรศัพท์ของเกาอี้ถูกระงับบริการไปแล้ว
หลายปีต่อมา เฝิงฮ่าวรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ต้องใช้แรงมาก พอหาเลี้ยงตัวเองไปวัน ๆ ประกอบกับยังเหลือเงินประกันของพ่ออยู่อีกเล็กน้อย เขาจึงกระเสือกกระสนมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกยี่สิบกว่าปีอย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนหนี้น่ะหรือ?
หึ ๆ พ่อแม่ก็ตายไปหมดแล้ว ตัวเขาเองก็หายตัวออกจากพื้นที่นั้นไปแล้ว จะให้เขาใช้หนี้อะไรอีก?
ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้น เขาทำงานหนักไม่ได้ เรียนก็ไม่ดี กระทั่งแต่งภรรยาก็ยังไม่ได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าการฝืนมีชีวิตต่อมาอีกยี่สิบปีแบบนี้มีไว้เพื่ออะไรกันแน่
สิบปีต่อมา ฉีเล่อเล่อสร้างผลงานประดิษฐ์คิดค้นหลายอย่างจนกลายเป็นบุคคลระดับแนวหน้าของวงการแล้ว แต่ชื่อเสียงของเธอกลับไม่เป็นที่รู้จักในโลกภายนอก
ทางการคุ้มครองเธออย่างเข้มงวด แม้เธอจะเป็นคนรักอิสระ แต่ชีวิตนี้เธอไม่ได้เอาแต่ใจ เพราะกลัวว่าหากอิทธิพลจากต่างประเทศทำอะไรเธอไม่ได้ พวกนั้นอาจหันไปเล่นงานยายกับน้าแทน
ชีวิตนี้เธอยังคงไม่ได้แต่งงาน ไม่ว่ายายกับน้าจะเร่งเร้าอย่างไร เธอก็เพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบรับว่า
“อืม ๆๆ”
โชคดีที่ขาข้างที่เคยบาดเจ็บของน้าได้รับการหักกระดูกแล้วจัดใหม่จนหายดี สามารถเดินได้ตามปกติ รอยยิ้มบนใบหน้าของน้าจึงยิ่งสดใสขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งหลายปีต่อมา หลังจากยายกับน้าเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว ชื่อเสียงของฉีเล่อเล่อจึงเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คน
ด้วยคุณูปการของฉีเล่อเล่อ เทคโนโลยีวัสดุพลังงานของประเทศฮวาจึงก้าวล้ำประเทศอื่นไปกว่าร้อยปี
ในที่สุดอิทธิพลจากต่างประเทศจำนวนมากก็สืบพบตัวผู้มีความสามารถคนนี้ของประเทศฮวา ในเมื่อชักจูงให้แปรพักตร์ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ลอบสังหารเสียเลย
การลอบสังหารเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่บรรดามือสังหารต่างกลับไปมือเปล่า...ไม่สิ ไม่มีใครได้กลับไปเลย ไม่มีใครที่ลงมือต่อฉีเล่อเล่อแล้วจะสามารถถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศใดส่งมือสังหารมา ประเทศนั้นก็จะถูกตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง ไม่เพียงองค์กรนักฆ่าจะถูกกวาดล้างจนย่อยยับ ฐานอุตสาหกรรมทางทหารสำคัญยังถูกทำลาย กระทั่งยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้ายที่สุดแต่ละประเทศถูกตอบโต้จนหมดปัญญา และยอมล้มเลิกการลอบสังหารไปเอง
ทางการสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของฉีเล่อเล่อมานานแล้ว แต่เพียงแสร้งทำเป็นไม่รู้ และมอบอิสระให้เธอมากขึ้น บุคคลมหัศจรรย์ลงมาจุติ ช่วยเสริมแสนยานุภาพของประเทศ นี่เป็นมหาโชคของชาติ จะไม่รักษาความสัมพันธ์กับเธอให้ดีได้อย่างไร?
อีกอย่าง เธอไม่ได้ทำลายผลประโยชน์ของประเทศ และไม่เคยเข้าไปข้องเกี่ยวกับการแก่งแย่งผลประโยชน์ใด ๆ เพียงเป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะสร้างความเดือดร้อน ก็สร้างความเดือดร้อนให้ประเทศอื่นเท่านั้น แค่ก ๆ ใครใช้ให้พวกนั้นเล่นวิธีลอบสังหารก่อนล่ะ สมควรแล้ว!
...............................................................
เกาอี้ที่มือทั้งสองข้างพิการก้มหน้าก้มตาตักข้าวยัดใส่ปากจนหกเลอะเทอะ ไม่สนใจว่าพ่อเลี้ยงจะด่าทออย่างไร
สามีคนใหม่ของสวี่รั่วอวิ๋นโมโหจนด่าลั่น “กินเสร็จแล้วก็รีบไสหัวไป ๆๆ อายุยังน้อย คิดจะให้ฉันเลี้ยงแกไปตลอดหรือไง!”
สวี่รั่วอวิ๋นพลอยถูกผู้ชายคนนั้นด่าไปด้วย ได้แต่ร้องไห้กระซิก ๆ ทว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยกลับส่งเสียงร้องไห้แบบนี้ออกมา ฟังแล้วชวนให้คนสงสารไม่ลงจริง ๆ
แล้วเธอจะทำอย่างไรได้? ลูกชายเกาะอยู่ที่นี่ไม่ยอมไป ต่อให้ตีหรือด่าก็ไม่ยอมออกไป ทำให้เธอต้องพลอยรองรับอารมณ์ของผู้ชายคนนี้ไปด้วย
เกาอี้ที่กำลังถูกด่ามีสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ความงดงามหล่อเหลาจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงในอดีตหายไปนานแล้ว บนโทรทัศน์กำลังนำเสนอเรื่องราวและผลงานของฉีเสี่ยวเล่อ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งประเทศฮวา
เกาอี้จ้องคนบนหน้าจอโทรทัศน์ ตะเกียบในมือร่วงลงดังแกร๊ก น้ำตาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม พ่อเลี้ยงเห็นแล้วก็รู้สึกขยะแขยง จึงแค่นหัวเราะเย็นชา
“มองอะไร น้ำลายหกก็เช็ดเสีย ฉันรู้นะว่าเธอเป็นลูกสาวของพ่อแท้ ๆ แก! ตอนนี้โทรทัศน์ออกเรื่องของเธอทุกวัน เยาวชนทั่วประเทศต่างยกย่องเธอเป็นแบบอย่าง แม้แต่หลานชายฉันที่เรียนมัธยมต้นยังชื่นชมเธอ แกดูเสียบ้าง เป็นลูกเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมแกถึงไม่ได้เรื่องขนาดนี้!”
ฉีเล่อเล่อในวัยชราวางมือจากงานทั้งหมด และหันมาใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อฝึกฝนทั้งกายและใจ
ความสามารถในการควบคุมสายลมของเธอยิ่งเชี่ยวชาญและละเอียดลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า หรือวิชาตัวเบาในยุทธภพที่ว่ากันนั้น แท้จริงแล้วจะเป็นพลังพิเศษควบคุมลมกันนะ?
ฉีเล่อเล่อมองสิ่งของที่กองสูงเป็นภูเขาอยู่ในมิติของตัวเอง ทั้งเครื่องบิน เรือ ปืน กระสุน อาวุธ เครื่องมือแพทย์นานาชนิด เครื่องจักรทั่วไป เครื่องจักรความแม่นยำสูง ทองคำ เงิน เสบียงอาหาร และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ให้ตายเถอะ เยอะเกินไปแล้ว มองเสียจนปวดตา...
เธอหลับตาลงอย่างพึงพอใจ
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น 【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ภารกิจที่สี่สำเร็จแล้ว หักหนี้หนึ่งแต้ม พลังงานคงเหลือ 5% ร่างกายและพลังจิตของโฮสต์เพิ่มขึ้น 5% รัศมีการแผ่จิตสัมผัสของโฮสต์เพิ่มเป็น 5 กิโลเมตร สามารถล่องหนได้นาน 3 นาที จำกัดวันละ 6 ครั้ง เพิ่มความสามารถของโฮสต์ในการสัมผัสและควบคุมธาตุตามธรรมชาติ โปรดเตรียมตัวเข้าสู่โลกถัดไป และพยายามทำภารกิจต่อไปให้สำเร็จ】
แรงดึงดูดจากโลกเดิมรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่พลังของระบบพยายามต้านทานมันเอาไว้
ฉีเล่อเล่อยื่นมือออกไปบีบคอซอมบี้ ทันใดนั้นแรงดูดจากโลกเดิมก็อ่อนลง ฉีเล่อเล่อลืมตาขึ้นในโลกใบใหม่ทันที มือของเธอกลับว่างเปล่า
【ยังดี ๆ ไม่ได้ลากซอมบี้ติดมาด้วย】
ทันใดนั้น สัญชาตญาณพลันร้องเตือนว่ามีอันตราย! ไม้กวาดด้ามใหญ่ฟาดตรงเข้าหาใบหน้าของเธอ ฉีเล่อเล่อโมโหจนตวาดด่าลั่น “ไอ้สารเลวตัวไหนกล้าตีย่าคนนี้!”