บทที่ 35: จัดการพร้อมกัน
“เสี่ยวเม่ย เธอคอยดูฟู่เป่าเอาไว้นะ”
เจียงเยว่หรูอุ้มเด็กน้อยเดินเข้าไปในห้องฝั่งตะวันออก ส่งตัวหลานสาวให้ซูเสี่ยวเม่ยคอยดูแล
“แม่คะ ฉันจะออกไปกับแม่ด้วย ฉันจะไปฉีกปากป้าสะใภ้ใหญ่ ดูสิว่าผู้หญิงคนนั้นยังจะกล้าพูดจาเหลวไหลอยู่อีกไหม”
ใบหน้าเล็กของซูเสี่ยวเม่ยแดงก่ำด้วยความโกรธ เด็กสาวรับตัวฟู่เป่ามากอดเอาไว้ด้วยความโมโห เตรียมตัวจะเดินตามผู้เป็นแม่ออกไปข้างนอก
หยางลี่จวนรู้สึกสงสารเจียงเยว่หรูมาก ผู้หญิงคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน คนข้างนอกนั่นเป็นแค่ผู้หญิงปากร้ายที่พ่นแต่คำหยาบคาย ครอบครัวที่แสนดีเช่นนี้ไม่สมควรต้องมาถูกรังแกเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะสถานะของตัวเองในตอนนี้ เธอเองก็อยากจะพุ่งออกไปตบปากผู้หญิงปากร้ายคนนั้นสักฉาดใหญ่ หญิงวัยกลางคนเดินเข้าไปจับมือเจียงเยว่หรูเพื่อปลอบโยน
“น้องสาว คนทำดีย่อมไม่กลัวผีสาง คนเลวทรามแบบนี้เราจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด”
“ฉันรู้ค่ะ เพื่อลูกๆ และเพื่อฟู่เป่า วันนี้ฉันจะสู้กับผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
เจียงเยว่หรูใช้มือลูบเส้นผมให้เข้าที่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คล้ายกับคนที่พร้อมจะออกไปสู้รบในสนามรบ หญิงวัยกลางคนหันไปขวางซูเสี่ยวเม่ยที่กำลังจะเดินตามออกไป
“เสี่ยวเม่ย เธอคอยดูฟู่เป่าอยู่ในนี้ ข้างนอกมีพี่ใหญ่กับพี่รองของเธออยู่ ไม่ว่าใครจะมาก็ห้ามเปิดประตูให้เข้ามาเด็ดขาด”
“พี่สาว เสี่ยวเยว่ พวกคุณสองคนอย่าส่งเสียงอะไรออกมานะคะ”
หลังจากสั่งเสียลูกสาวเสร็จ เจียงเยว่หรูก็หันไปกำชับหยางลี่จวนและฉินเยว่อีกครั้ง
หยางลี่จวนและฉินเยว่รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่เจียงเยว่หรูต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูอย่างหนักหน่วง แต่เธอกลับนึกถึงความปลอดภัยของพวกเธอสองแม่ลูกเป็นอันดับแรก ผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดีงามมากเหลือเกิน
“พี่ใหญ่ ปล่อยผม วันนี้ผมจะตีผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ให้ตายเลย”
บริเวณลานบ้านด้านนอกวุ่นวายจนกลายเป็นข้าวต้มเละเทะ ซูอ้ายกั๋วถือจอบในมือเตรียมจะฟาดไช่ต้าฮวาให้ตายคาที่ ซูอ้ายหมินกอดเอวน้องชายเอาไว้แน่น ซูอ้ายกั๋วในเวลานี้เปรียบเสมือนเสือร้ายที่พุ่งลงมาจากภูเขา ลำพังเขาเพียงคนเดียวไม่อาจรั้งแรงของน้องชายเอาไว้ได้
ไช่ต้าฮวากลัวจนหัวหด เธอคิดว่าต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ซูอ้ายกั๋วคงไม่กล้าทำอะไรเธอ แต่เธอคิดผิด ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำ รังสีความอาฆาตที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ หญิงวัยกลางคนไม่กล้าพ่นคำหยาบคายออกมาอีก เธอรีบกวาดสายตามองหาสามีและลูกชาย แต่ก็พบว่าพวกเขาวิ่งหนีหายไปนานแล้ว ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความตายอยู่เพียงลำพัง
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพากันยืนกอดอกดูเรื่องสนุก ไม่มีใครคิดจะเข้าไปห้ามซูอ้ายกั๋วเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อเห็นว่าซูอ้ายหมินเริ่มจะรั้งน้องชายเอาไว้ไม่อยู่ ไช่ต้าฮวาก็รีบกลิ้งตัวลงจากผ้าห่ม เธอคลานไปตามพื้นดินพร้อมกับแหกปากร้องขอความช่วยเหลือราวกับหมูที่กำลังจะถูกเชือด
“คนฆ่ากัน ช่วยด้วย”
“อ้ายกั๋ว วางจอบลงเดี๋ยวนี้”
หม่าเต๋อขุยเดินเข้าไปแย่งจอบมาจากมือชายหนุ่ม เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้ซูอ้ายกั๋วทุบตีไช่ต้าฮวา เพียงแต่ไม่ให้ใช้จอบก็เท่านั้น ไช่ต้าฮวายิ่งหวาดผวาหนักกว่าเดิม ขนาดหัวหน้าทีมผลิตยังไม่สนใจ แล้วใครจะไปหยุดชายหนุ่มคนนี้ได้ หญิงวัยกลางคนตะเบ็งเสียงร้องตะโกนเข้าไปในลานบ้าน
“เจียงเยว่หรู เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ ลูกชายของเธอจะฆ่าฉันตายอยู่แล้ว”
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องมาขวางผม วันนี้ผมจะต้องสั่งสอนผู้หญิงสารเลวคนนี้ให้ได้ พ่อจากไปแล้ว คนนอกยังไม่รังแกครอบครัวเราเท่าผู้หญิงคนนี้เลย เมื่อก่อนผมจับไม่ได้ว่าเธอเป็นคนสาดน้ำสกปรกใส่แม่ แต่วันนี้ผมจับได้คาหนังคาเขา จะให้ปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง”
“ได้ ถ้าจะคิดบัญชีก็ต้องคิดรวบยอดให้หมด หลายปีมานี้ซูโหย่วไฉกับซูเจี้ยนเซ่อก็รังแกครอบครัวเรามาไม่น้อย จัดการไปพร้อมกันเลย”
เมื่อซูอ้ายหมินเห็นว่าน้องชายยอมวางจอบลง เขาก็เลิกขวางทาง ชายหนุ่มถกแขนเสื้อขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองหาลุงใหญ่และลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนในฝูงชน ชายสามคนนั้นหลบหน้าไปแล้วก็จริง แต่ก็ไม่ได้หนีไปไหนไกล พวกเขายังคงแอบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และชะเง้อคอมองมาทางนี้ เมื่อได้ยินสิ่งที่ซูอ้ายหมินพูดและเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทั้งสามคนก็ตกใจกลัวจนปัสสาวะราด รีบหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง
“ดี ตีพวกมันพร้อมกันเลย ถ้าพวกมันตาย เราสองพี่น้องก็ติดคุกไปด้วยกัน จะได้มีเพื่อน”
หลังจากได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูด ความห้าวหาญของซูอ้ายกั๋วก็พุ่งสูงขึ้น ชายหนุ่มถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนล่ำสันที่มีเส้นเลือดปูดโปน เขาก้มลงมองไช่ต้าฮวาที่กองอยู่บนพื้นด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหา
“หัวหน้าทีมผลิต ช่วยฉันด้วย ฉันจะไม่พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว รีบดึงเขาไว้เร็วเข้า ไม่อย่างนั้นได้มีคนตายแน่”
ไช่ต้าฮวาบาดเจ็บที่เอวทำให้คลานหนีได้ไม่เร็วนัก เมื่อได้ยินสิ่งที่สองพี่น้องคู่นี้คุยกัน เธอก็ตกใจกลัวจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง หญิงวัยกลางคนรีบพุ่งเข้าไปกอดขาหม่าเต๋อขุยเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง
[จบบท]