บทที่ 8: บีบคั้นจนคนใบ้ต้องเอ่ยปาก
“พี่ใหญ่ พวกเราไปกันเถอะค่ะ”
ซูเสี่ยวเม่ยตวัดสายตามองไช่ต้าฮวาซึ่งกำลังแสดงท่าทีสะใจ หญิงสาวไม่อยากสนใจผู้หญิงที่ชอบซ้ำเติมคนอื่นผู้นี้ เธอจึงดึงแขนซูอ้ายหมินผู้เป็นพี่ชายให้เดินจากไป
“นี่ เด็กคนนี้ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย แม่ของเธอสอนมายังไง เจอผู้ใหญ่ทำไมไม่ทักทาย เธอเป็นใบ้ไปอีกคนแล้วหรือ ถึงได้บอกไงว่าแม่ของเธอเป็นตัวซวย เลี้ยงลูกเป็นใบ้มาคนหนึ่งแล้ว นี่ยังมีเพิ่มมาอีกคน บ้านไหนจะกล้าให้ลูกสาวแต่งเข้าบ้านเธอ ไม่กลัวว่าจะคลอดเด็กใบ้ออกมาอีกหรือไง”
ไช่ต้าฮวาไม่อยากปล่อยทั้งสองคนไปง่ายๆ จึงก้าวเท้าไปขวางหน้าสองพี่น้องพร้อมโวยวายเสียงดังเพื่อหาเรื่อง
เธอต่อว่าเจียงเยว่หรู ทำลายชื่อเสียงของซูเสี่ยวเม่ย และเอาแต่เรียกคนใบ้เพื่อยั่วยุซูอ้ายหมิน ยิ่งด่าเธอก็ยิ่งได้ใจ น้ำลายกระเด็นไปทั่ว หวังให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยิน
เวลานี้เป็นเวลาออกไปทำงาน การจะไปที่ทำการหมู่บ้านต้องผ่านเส้นทางนี้ เสียงด่าทอทำให้ชาวบ้านพากันมามุงดูเรื่องสนุก ทุกคนคุ้นชินกับภาพเหล่านี้แล้ว พวกเขามองดูไช่ต้าฮวากระโดดโลดเต้นด่าทอราวกับกำลังดูละครลิง
ซูอ้ายหมินเป็นคนอารมณ์ดีมาตลอด เขาอดทนได้หากตัวเองถูกด่า ทนไม่ได้เมื่อแม่และน้องสาวถูกต่อว่า ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำ จ้องมองไช่ต้าฮวาเขม็ง กำจอบในมือแน่น
“โอ๊ะโอ อยากจะตีฉันเหรอ เข้ามาสิ ทุบหัวฉันเลย”
ไช่ต้าฮวาไม่เกรงกลัวสิ่งใด รอบด้านมีคนอยู่ตั้งมากมาย เธอไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าลงไม้ลงมือ จึงเท้าเอวตะโกนท้าทายซูอ้ายหมิน
“พี่ใหญ่คะ”
ซูเสี่ยวเม่ยเห็นว่าดวงตาของพี่ชายแดงก่ำ เธอเกรงว่าเขาจะพลั้งมือตีไช่ต้าฮวาจนตาย จึงรีบดึงแขนเขาไว้แน่นพร้อมเอ่ยเตือนเสียงเบา
“พวกเราอย่าไปสนใจคนพาลเลย นึกถึงฟู่เป่าเข้าไว้ เด็กคนนั้นขาดพ่อไม่ได้นะคะ”
ไช่ต้าฮวาเห็นซูเสี่ยวเม่ยดึงตัวซูอ้ายหมินไว้ก็ยิ่งได้ใจ ชี้หน้าด่าซูเสี่ยวเม่ยเสียงดัง
“ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม นังเด็กนี่ไม่เห็นผู้ใหญ่อยู่ในสายตา ขนาดป้าแท้ๆ ยังกล้าด่า พวกคุณอย่าได้เอาเธอไปเป็นลูกสะใภ้เชียว ไม่อย่างนั้นทั้งครอบครัวจะต้องถูกเธอขี่คอแน่”
เจียงเยว่หรู ไม่ใช่แค่ลูกชายของเธอที่หาเมียไม่ได้ ลูกสาวก็อย่าหวังว่าจะได้แต่งงานออกไปเลย
“คุณ”
ซูเสี่ยวเม่ยร้องไห้ออกมาด้วยความโมโหความไร้ยางอายของไช่ต้าฮวา ในหมู่บ้านชนบทชื่อเสียงของหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ความอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และขยันขันแข็งคือคุณสมบัติของลูกสะใภ้ที่ผู้ใหญ่ชื่นชอบ เธอถูกป้าแท้ๆ ทำลายชื่อเสียงถึงเพียงนี้ ใครจะกล้ามาสู่ขออีก
นี่ใช่ญาติที่ไหนกัน ศัตรูยังไม่ทำกันถึงขนาดนี้เลย
“ฉันจะสับป้าทิ้ง”
ซูอ้ายหมินโมโหจนตาแดงก่ำ ความโกรธเกรี้ยวทำให้เขาเผลอตะโกนออกมาเสียงดัง
เขาไม่รู้ตัวเลย ชายหนุ่มยกจอบขึ้นแล้ววิ่งไล่ตีไช่ต้าฮวา
ผู้คนรอบข้างรวมถึงซูเสี่ยวเม่ยต่างตกตะลึง พวกเขาไม่ได้ตกใจที่ซูอ้ายหมินวิ่งไล่ตีไช่ต้าฮวา พวกเขาตกใจเพราะได้ยินซูอ้ายหมินพูดออกมา
แบบนี้เรียกว่าบีบคั้นจนคนใบ้ต้องเอ่ยปากหรือเปล่า
ทุกคนมัวแต่ตกตะลึง จึงไม่มีใครเข้าไปห้ามซูอ้ายหมิน
ไช่ต้าฮวามองเห็นแววตาอาฆาตของซูอ้ายหมินที่กำลังเงื้อจอบขึ้นมาทุบตนเอง มองซ้ายมองขวาก็ไม่มีใครเข้ามาห้าม เธอจึงไม่กล้าด่าทออีก หญิงวัยกลางคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวแล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด
“โอ๊ย มีคนฆ่ากัน”
“อ้ายหมิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
หม่าเต๋อขุย หัวหน้าทีมผลิตเดินทางมาถึงทันเวลา เขาเข้ามาขวางซูอ้ายหมินที่กำลังโกรธจัดเอาไว้ หม่าเต๋อขุยเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในหมู่บ้าน ซูอ้ายหมินจึงต้องยอมฟังคำสั่ง ชายหนุ่มหยุดมือลงพร้อมจ้องมองไช่ต้าฮวาด้วยความโกรธ
“สะใภ้ใหญ่ มีใครเขาเป็นป้าแบบเธอบ้าง การด่าทอเด็กมันน่าภูมิใจตรงไหน ลองให้คนอื่นมาด่าลูกสาวเธอเอาไหม ทำทุกคนเสียเวลาทำงาน ฉันจะหักคะแนนงานเธอครึ่งปี”
หลังจากห้ามซูอ้ายหมินแล้ว หม่าเต๋อขุยก็หันไปสั่งสอนไช่ต้าฮวาด้วยใบหน้าดำทะมึน เขาเกลียดผู้หญิงที่ชอบด่าทอชาวบ้านกลางถนนเป็นที่สุด โดยเฉพาะไช่ต้าฮวาคนนี้ที่ไม่เอาไหน คอยรังแกแม่ม่ายและเด็กกำพร้าอยู่เสมอ
ไช่ต้าฮวาถูกด่าจนหน้าซีดสลับเขียว เธอรู้สึกไม่ยอมรับอยู่ในใจ จึงบ่นอุบอิบเสียงเบา
“ทำไมถึงว่าแต่ฉันล่ะ ซูอ้ายหมินจะเอาจอบทุบฉัน ทำไมคุณถึงไม่ว่าเขาบ้าง”
หม่าเต๋อขุยเห็นว่าไช่ต้าฮวายังไม่ยอมรับผิด เขาจึงถลึงตาใส่พร้อมชี้หน้าตวาดเสียงดัง
“เธอลองพูดอีกคำสิ อ้ายหมินไม่ได้ถูกเธอบีบคั้นหรือยังไง เด็กที่ซื่อสัตย์ขนาดนั้นยังถูกเธอบีบจนต้องเอ่ยปากพูดออกมาเลยเห็นไหม”
[จบบท]