บทที่ 104: ความจริงปรากฏ
เรื่องราวของเหลียนเซียง อาสะใภ้รองของซ่งอวี้หน่วนนั้น เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้
เธอเป็นคนหมู่บ้านเหอโข่วซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ชีวิตในวัยเด็กของเหลียนเซียงลำบากไม่น้อย หลังจากแม่แท้ๆ เสียชีวิต พ่อของเธอก็แต่งงานใหม่ โชคยังดีที่ปู่กับย่ายังคงเอ็นดูเธอ และโชคชะตาก็ได้นำพาให้เธอมาพบกับซ่งเหอ
การแต่งงานเข้าสู่ครอบครัวซ่งและมีลูกชายหญิงอย่างละคนจึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่
ซ่งอวี้หน่วนไม่เคยได้รับข่าวคราวของอาสะใภ้รองและลูกพี่ลูกน้องทั้งสองอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง เธอจึงเข้าใจมาตลอดว่าเหลียนเซียงคงพาลูกๆ หนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่านั้นมาก พวกเขายังอยู่ที่นี่ ที่หมู่บ้านแห่งนี้
ในตอนที่ซ่งเหอเดินทางไปทวงถามความยุติธรรมจากหลินฉิง เหลียนเซียงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังกับลูก 3 คน คือเสี่ยวกัง เสี่ยวหรู และหมิงเซิ่งที่เธอดูแลแทนพี่ชาย เธอเชื่อว่าหมู่บ้านคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่เธอกลับคิดผิดถนัด
ความงดงามของเหลียนเซียงแม้จะมีลูกแล้วก็ตาม ได้ไปต้องตาของติงเหล่าต้า อันธพาลประจำหมู่บ้านซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงานกับฉู่เสี่ยวเฉ่า เขาจึงเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา
ในค่ำคืนอันเงียบสงัดคืนหนึ่ง ติงเหล่าต้าได้บุกเข้าไปในบ้านของซ่งเหอ โชคไม่ดีที่วันนั้นหมิงเซิ่งถูกฉินซือฉีหลอกให้ออกไปข้างนอกพอดี
เมื่อเสี่ยวกังและเสี่ยวหรูตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ จึงกรีดร้องและพากันกระโจนเข้าขัดขวางเพื่อปกป้องแม่ เหลียนเซียงในตอนนั้นใจแทบสลาย เธอตะโกนบอกให้ลูกทั้งสองรีบวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือ แต่ก็สายไปเสียแล้ว
สุดท้ายเด็กทั้งสองก็ถูกติงเหล่าต้าที่กำลังคลุ้มคลั่งทำร้ายจนเสียชีวิตพร้อมกับผู้เป็นแม่
เพื่ออำพรางความผิด ติงเหล่าต้าได้นำร่างไร้วิญญาณของทั้งสามคนไปโยนทิ้งที่แม่น้ำ ก่อนจะปล่อยข่าวลือว่าครอบครัวซ่งเป็นคนบาปหนา เหลียนเซียงกลัวจะเดือดร้อนจึงหนีตามผู้ชายคนอื่นไป ประกอบกับช่วงนั้นคนจากบ้านตระกูลหวังถูกทางการจับตัวไปหลายคน แม้กระทั่งย่าหวังเองก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้คนในหมู่บ้านต่างก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องของตัวเองจนไม่มีใครสนใจความเป็นไปของครอบครัวซ่งอีก
ความลับนี้ถูกเก็บงำไว้จนกระทั่งฉู่เสี่ยวเฉ่าแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของติงเหล่าต้า เธอทนใช้ชีวิตอย่างขมขื่นจนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป กระทั่งคืนหนึ่งเธอได้ยินสามีละเมอความจริงทั้งหมดออกมาตอนเมามาย เธอจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าไปแจ้งความกับตำรวจ
ติงเหล่าต้ายอมรับสารภาพหลังจากเจ้าหน้าที่งมร่างของทั้งสามคนขึ้นมาได้ และสุดท้ายเขาก็ถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนฉู่เสี่ยวเฉ่าได้หนีกลับไปอยู่บ้านแม่ แต่ย่าของติงเหล่าต้าก็ตามไปอาละวาดอย่างหนักจนหลิวต้านิวผู้เป็นแม่ของฉู่เสี่ยวเฉ่าไม่กล้าจับเธอแต่งงานใหม่และไล่ออกจากบ้านไปในที่สุด
ท้ายที่สุดฉู่เสี่ยวเฉ่าก็เสียสติและหนาวตายอย่างน่าเวทนาอยู่ข้างกองหิมะในคืนหนึ่งของฤดูหนาว
เรื่องราวในอดีตจบลง แต่ความขัดแย้งในปัจจุบันเพิ่งจะเริ่มต้น ซ่งอวี้หน่วนเดินออกจากลานบ้านด้วยท่าทีสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ ผิดกับคนอื่นๆ ที่กำลังเดือดดาล
ในสายตาของย่าซุนที่มองมาจากบ้านข้างๆ เธอคงคิดว่าหลานสาวคนนี้คงจะตกใจจนพูดไม่ออกไปแล้ว
ย่าซุนทนไม่ไหวจึงวิ่งเข้าไปสมทบพร้อมกับกระชากผมของหลิวต้านิวแล้วแผดเสียงด่า “อีคนปากสกปรก! กล้าดียังไงมาอาละวาดถึงหมู่บ้านฉัน คิดว่าตัวเองแน่มากนักหรือไง มีพี่ชายนิสัยเสียหลายคนแล้วจะมาสาดโคลนใส่ใครก็ได้งั้นเหรอ”
หลิวต้านิวเจ็บจนร้องลั่น ฉู่จื่อโจวที่เพิ่งเคยเห็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของชาวบ้านเป็นครั้งแรกถึงกับตกตะลึง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วตะคอกเสียงดัง “หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่หยุดผมจะจับทุกคนส่งสถานีตำรวจอำเภอให้หมด”
คำขู่ของเขาได้ผลชะงัด ทุกคนหยุดชะงักทันที ย่าซ่งและเซี่ยกุ้ยหลานต่างปล่อยมือ ส่วนซ่งเหนียนก็รีบเข้าไปขวางฉู่โหย่วฟู่ที่ทำท่าจะเข้าไปช่วยหลิวต้านิวไว้ได้ทันท่วงที
ฉู่จื่อโจวหันไปตวาดใส่ติงซาน ลูกชายคนโตของบ้านติงที่กำลังเงื้อก้อนหินขึ้น “แกคิดจะเอาก้อนหินนั่นไปทุบใคร วางมันลงเดี๋ยวนี้!”
ท่าทีและสำเนียงของคนจากปักกิ่งเต็มไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม ติงซานซึ่งกำลังสับสนอยู่แล้วจึงรีบโยนก้อนหินทิ้งทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่จื่อโจวต้องมารับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาทำได้เพียงขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียก่อนจะสั่งให้ทุกคนไปที่ที่ทำการกองพลน้อย
ขณะที่เหลียนเซียงกำลังเดินตามทุกคนไป เธอกลับได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหัว 【ที่แท้อาสะใภ้รองถูกติงเหล่าต้าตีตายแล้วโยนลงแม่น้ำ พร้อมกับเสี่ยวกังและเสี่ยวหรู เฮ้อ น่าสงสารจริงๆ!】
เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีที่มาทำให้คนในครอบครัวซ่งซึ่งไม่ได้ยิน ‘เสียงในใจ’ มานานถึงกับเหงื่อตกเย็นเยียบไปทั้งแผ่นหลัง
แต่ครั้งนี้...เหลียนเซียงก็ได้ยินมันเช่นกัน
เธอถึงกับขนหัวลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว สอดส่ายสายตามองไปทั่วอย่างลนลาน แต่ก็ถูกซุนจินหรงที่ยืนอยู่ข้างๆ คว้าแขนไว้แน่น ซุนจินหรงรู้ความลับนี้มาสักพักแล้ว เธอจึงเพียงแค่ขยิบตาให้เหลียนเซียงอย่างภาคภูมิใจ ที่เธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่รู้ความจริง
เหลียนเซียงตกใจจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เดินเหมือนคนไม่มีสติ
ย่าซ่งรีบกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วและพบว่ามีเพียงคนในครอบครัวของตนเท่านั้นที่ได้ยินเสียงนี้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขัดจังหวะความคิดของหลานสาวเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น จึงทำได้เพียงส่งสัญญาณให้เซี่ยกุ้ยหลาน แล้วทั้งสองก็ขยับเข้าไปยืนขนาบข้างซ่งอวี้หน่วนเพื่อปกป้องเธอเงียบๆ
ทว่าซ่งอวี้หน่วนกลับไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติใดๆ เธอยังคงจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง
【...ดูเหมือนว่าในครั้งนี้ติงเหล่าต้าจะไม่กล้ายุ่งกับอาสะใภ้รองอีก แต่ความผิดที่เขาเคยก่อไว้ไม่ได้มีแค่การฆ่าคน 3 คนในครอบครัวอาสะใภ้รองเท่านั้น ความจริงแล้ว...ภรรยาคนก่อนของเขาก็ถูกเขาใช้เชือกรัดคอจนตาย แต่กลับปั้นเรื่องว่าเป็นเพราะป่วยตาย ซึ่งแม่ของเขาก็รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ด้วย...】
【เราต้องหาทางช่วยฉู่เสี่ยวเฉ่าให้ได้ ไม่ว่าเธอจะทำไปด้วยเหตุผลอะไร แต่เธอก็เป็นคนทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวอาสะใภ้รอง ส่วนแม่ของเธอคนนั้นก็สติไม่สมประกอบ ความจริงแล้วลูกสาวบุญธรรมที่เลี้ยงดูอยู่คือลูกที่ฉู่โหย่วฟู่ สามีของเธอ ไปมีกับผู้หญิงอื่นในหมู่บ้าน ส่วนฉู่เสี่ยวเฉ่าถูกแม่แท้ๆ ขายทอดตลาดไป ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแก๊งลักเด็กตายไปเสียก่อน ความลับนี้ก็คงแดงออกมานานแล้ว...เฮ้อ เรื่องมันซับซ้อนจริงๆ…】
ข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาทำให้สมองของเหลียนเซียงขาวโพลนไปหมด เธอทำได้เพียงหันไปมองแม่สามีด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ ย่าซ่งเองก็เคยสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าเหตุใดลูกสะใภ้รองถึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เคยคิดไปในแง่ร้ายว่าเธออาจจะเห็นครอบครัวซ่งกำลังจะล่มจมเลยชิงหนีไปกับคนอื่น แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าความจริงจะน่าสะเทือนใจถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังนึกถึงคำพูดของชาวบ้านที่เคยซุบซิบกันว่าการตายของภรรยาติงเหล่าต้านั้นดูไม่ชอบมาพากล
ย่าซ่งส่ายหน้าเบาๆ ให้กับเหลียนเซียง ก่อนจะพูดปลอบใจเป็นนัยๆ “ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเรื่องจบแล้วเรากลับบ้านไปกินเนื้ออร่อยๆ กัน”
ณ ที่ทำการกองพลน้อย ซ่งอวี้หน่วนยืนขมวดคิ้วอยู่กลางลาน เธอกำลังคิดว่าการจะเอาผิดติงเหล่าต้าในตอนนี้เป็นเรื่องยากมาก เหตุการณ์มันผ่านมาหลายปีจนไม่มีหลักฐานใดๆ เหลืออยู่แล้ว
เธอหันกลับไปมองฉู่เสี่ยวเฉ่าและเด็กสาวอีกคนที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ด้านหลัง คาดว่านั่นคงจะเป็นฉู่เจียวเจียว ลูกสาวบุญธรรมของหลิวต้านิว ซึ่งชื่อ ‘เจียวเจียว’ นี้ แท้จริงแล้วเคยเป็นของฉู่เสี่ยวเฉ่ามาก่อน
ฉู่จื่อโจวเห็นซ่งอวี้หน่วนหน้าซีดเผือดก็คิดว่าเธอคงจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเอ่ยขึ้น “เธอตามมาถึงนี่ทำไม กลับบ้านไปเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว”
“ฉันขอคุยกับพวกเขาสักสองสามคำก่อนค่ะ” ซ่งอวี้หน่วนตอบ
ฉู่จื่อโจวพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในอาคารเพื่อเริ่มสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด
ภายในห้อง หลิวต้านิวกำลังลูบแก้มที่โดนตบของตัวเองพลางจ้องเซี่ยกุ้ยหลานตาเขม็ง “แกกล้าตบฉันเหรอ นังสารเลว! รอหมายศาลได้เลย ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันมีพี่ชาย 5 คนกับหลานชายอีกเป็นสิบ พวกเขาไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
เซี่ยกุ้ยหลานที่เพิ่งล่วงรู้ความจริงทั้งหมดมาหมาดๆ สวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “แกมันโง่เง่าปากเน่าสมองกลวง! ทารุณลูกในไส้ตัวเอง แต่กลับไปเลี้ยงลูกที่ผัวแกไปไข่ทิ้งไว้เป็นอย่างดี ประเสริฐตายล่ะ! แล้วยังไง บ้านแกมีพี่น้องเยอะแล้วจะยังไง จะยกพวกมาฆ่าคนหรือจุดไฟเผาบ้านรึไง”
“ถึงเจียวเจียวจะไม่ใช่ลูกฉัน แต่ฉันก็รักเหมือนลูกแท้ๆ” หลิวต้านิวเถียงกลับอย่างภาคภูมิใจ “ฉันเลี้ยงเธอมาอย่างดี ต่อไปเธอก็จะดูแลฉันตอนแก่ ฉันไม่สนเรื่องสายเลือดบ้าบออะไรนั่นหรอก!”
เซี่ยกุ้ยหลานแค่นหัวเราะ ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย “เหรอ...ปีที่แล้วตอนคนหมู่บ้านฉันไปช่วยพวกแกขุดคลองที่หมู่บ้านลิ่วเซี่ยถุน ฉันได้ยินคนแถวนั้นเขานั่งคุยกันใต้ต้นหลิวใหญ่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านนะ ว่าเจียวเจียวลูกสาวแกน่ะ หน้าตาเหมือนแม่ม่ายเฉียนอย่างกับแกะ แล้วก็ยังได้ยินอีกว่า...ผัวแกกับแม่ม่ายเฉียนน่ะเคยเป็นคู่รักกันมาก่อน แต่โดนแกแย่งมาไม่ใช่เหรอ…”
[จบบท]