บทที่ 211: มีสิทธิ์ที่จะหยิ่งผยองเหรอ
อาจารย์ใหญ่ชุยทั้งสงสัยและรู้สึกว่าการกระทำของซ่งอวี้หน่วนมักจะเชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ เสมอ แม้จะดูเหมือนไร้ระเบียบ แต่แท้จริงแล้วกลับมีความเป็นระเบียบซ่อนอยู่ในความวุ่นวายนั้น
ดังนั้นเมื่อเธอเอ่ยขึ้นมาว่าจะขอใช้รูปถ่ายเป็นการชั่วคราว เขาก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะส่งผลเช่นไร แต่ในใจของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังอย่างน่าประหลาด
***
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งปักกิ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแม้แต่น้อย ทันทีที่เซี่ยโป๋เหวินยื่นรายงานขึ้นไป การประชุมเพื่อหารือก็ถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน
เรื่องนี้ไปถึงหูของผู้เฒ่ากงในเวลาไม่นาน ท่านจึงเดินทางไปยังบ้านตระกูลเซี่ยเพื่อพูดคุยกับเซี่ยโป๋เหวินเป็นการส่วนตัว และในท้ายที่สุด ก็ได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดตั้งทีมสืบสวนสอบสวนเพื่อเดินทางไปยังอำเภอหนานซานในอีก 3 วันข้างหน้า
การเดินทางในครั้งนี้ประกอบด้วยบุคลากรจำนวนไม่น้อย ทีมสืบสวนสอบสวนเฉพาะกิจมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 7 คน ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรจากกรมอนามัย อีกทั้งยังมีผู้เฒ่ากงและผู้เฒ่าหลิวร่วมเดินทางไปด้วย หนึ่งในนั้นคือกู้จิน อารองของกู้หวยอัน ซึ่งทำงานอยู่ที่ศูนย์ควบคุมโรค
เมื่อไล่สายตาดูรายชื่อในมือ แม้เซี่ยโป๋เหวินจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเรื่องราวคงไม่จบลงโดยง่าย แต่ความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ยังทำให้เขารู้สึกตกตะลึงอยู่ดี
ฉลาดหลักแหลมจนน่ากลัว! ไม่ว่าจะเป็นลูกชายของเขา หรือหลานสาวของเขา ต่างก็เป็นคนประเภทเดียวกันทั้งสิน!
ช่วงนี้เซี่ยโป๋เหวินยุ่งจนหัวหมุน การบริหารบริษัทร่วมทุนขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับหมื่นคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกย่างก้าวของเขาล้วนอยู่ในสายตาของคนนับไม่ถ้วน เขาจึงไม่อาจปล่อยปละละเลยได้แม้แต่วินาทีเดียว
ครั้งนี้เซี่ยโป๋เหวินเดินทางไปยังโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่อ่อนล้า เขาระงับความโกรธเกรี้ยวในใจ ก่อนจะถ่ายทอดคำพูดของซ่งอวี้หน่วนให้ซ่างกวนอวิ๋นฉีฟังจนครบถ้วน ซ่างกวนอวิ๋นฉีจ้องเขม็งไปยังเซี่ยโป๋เหวิน ขณะที่เขาก็จ้องมองเธอกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
หลายอึดใจผ่านไป เซี่ยโป๋เหวินจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กล้าทำก็ต้องกล้ารับ คุณคิดว่าเซี่ยซินตงจะปล่อยคุณไปง่ายๆ หรือ”
ซ่างกวนอวิ๋นฉีกัดริมฝีปากแน่น เซี่ยโป๋เหวินหัวเราะเยาะหยันให้กับตัวเอง “อวิ๋นฉี เราใช้ชีวิตคู่กันมาเกือบทั้งชีวิต ผมเคยคิดว่าคุณจริงใจกับผมมาตลอด แต่ความจริงแล้ว กลับมีเรื่องราวมากมายเหลือเกินที่ผมไม่เคยล่วงรู้ คุณคิดจริงๆ หรือว่าเซี่ยซินตงจะเห็นแก่หน้าผมแล้วยอมปล่อยคุณไป อ้อ จริงสิ ลูกสาวกับลูกชายของคุณเดินทางไปที่อำเภอหนานซาน แถมยังพาคนไปด้วยอีก 3 คน แต่สุดท้ายกลับถูกควบคุมตัวไว้ที่นั่นทั้งหมด เรื่องนี้คุณรู้หรือยัง”
ซ่างกวนอวิ๋นฉีถึงกับสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเบิกตากว้างและตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล “ใครกล้าควบคุมตัวพวกเขาไว้ที่นั่น นี่มันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายนะ”
“เหอะๆ” เซี่ยโป๋เหวินแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
“เพิ่งจะมารู้สึกตัวตอนนี้ว่ามันผิดกฎหมายหรือ แล้วตอนที่คุณทำเรื่องนั้นเมื่อหลายปีก่อน คุณเคยคิดถึงผมบ้างไหม”
ซ่างกวนอวิ๋นฉีกัดฟันกรอด ไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา หากอยู่ต่อหน้าลูกๆ เธอย่อมกล่าวอ้างได้ว่าทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อพวกเขา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยโป๋เหวิน เธอจะพูดได้อย่างไรว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขา
เซี่ยโป๋เหวินถอนหายใจยาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงให้นุ่มนวลลง “คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เราอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ผมก็ไม่มีวันทอดทิ้งคุณ รออีกสักสองสามปีให้เซี่ยหมิงรับช่วงธุรกิจต่อได้ ผมก็จะเกษียณพอดี ถึงตอนนั้นเราสองคนไปหาสถานที่สวยๆ อากาศดีๆ ปลูกผักปลูกดอกไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายในชนบทกันนะ”
หากเป็นเมื่อก่อน ซ่างกวนอวิ๋นฉีคงแสร้งทำเป็นยินดีปรีดากับคำพูดอ่อนโยนของเขา แต่ในวันนี้ เธอกลับสวนกลับไปในทันที “คนบ้านนอกก็ยังเป็นคนบ้านนอกอยู่วันยังค่ำ แก่แล้วก็ยังไม่ลืมที่จะกลับไปทำนาทำไร่ ใครจะไปใช้ชีวิตบ้านนอกกับคุณ ฝันไปเถอะ!”
จะให้เธอกลับไปทำนาทำไร่กับเขาน่ะหรือ ไม่มีทาง!
เมื่อถึงวันที่พวกเขาเกษียณ เธอจะเดินทางไปฮ่องกง หรือไม่ก็ไปต่างประเทศ!
เธอมีทั้งเงินทองและเส้นสายพร้อมสรรพ พี่ชายของเธอซื้อวิลล่าหลังใหญ่ในฮ่องกงไว้ในชื่อของเธอ และยังมีคฤหาสน์อีกหลังในต่างประเทศ
เรื่องพวกนี้เซี่ยโป๋เหวินไม่เคยรู้มาก่อนเลย เธอตั้งใจว่าจะรอจนเกษียณแล้วค่อยบอก เพื่อให้เขาประหลาดใจ ต่อให้ไปต่างประเทศไม่ได้ อย่างน้อยฮ่องกงก็ยังไปได้แน่นอน
แม้พี่ชายจะอ้างว่าเป็นคนออกเงินให้ทั้งหมด แต่หลังจากเรื่องราวแดงขึ้นมา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาซ่างกวนอวิ๋นฉีก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวได้ว่า เงินก้อนนี้น่าจะมาจากการนำผลงานวิจัยของเซี่ยซินตงไปต่อยอดทางธุรกิจ
แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพี่ชายได้ขาดสะบั้นลงแล้ว ต่อให้บ้านทั้งสองหลังเป็นชื่อของเธอ แต่โฉนดก็ยังอยู่ในมือของเขา เธอจึงอาจไม่มีวันได้ครอบครองมัน เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความแค้นก็จุกแน่นขึ้นมาในอกจนต้องกัดฟันกรอด จะโทษใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่เพราะนังซ่งอวี้หน่วนที่สมควรตาย
หวังว่าคราวนี้เหล่าฉีจะขยี้อีเด็กสารเลวนั่นให้ตายคามือ
แววตาของซ่างกวนอวิ๋นฉีวูบไหวขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหล่าฉี ความสามารถของเขาไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาประมาทได้ ป่านนี้เขาคงกำลังจับตาดูซ่งอวี้หน่วนอยู่เป็นแน่
ต้องยอมรับว่าหากเหล่าฉีหมายหัวใครแล้ว คนผู้นั้นก็จะถูกตามติดประหนึ่งเงาตามตัว น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง และที่สำคัญ เขาไม่เคยทำงานพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เขาคือเด็กกำพร้าที่พี่ชายของเธอเคยช่วยชีวิตไว้ ส่วนเธอก็เป็นคนช่วยเหลือให้เขามีครอบครัวที่อบอุ่นและหน้าที่การงานที่มั่นคง ดังนั้นการเดินทางไปของเขาในครั้งนี้ ย่อมหมายความว่าซ่งอวี้หน่วนจะไม่มีวันได้พบกับจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อความคิดวนกลับมาที่เรื่องคฤหาสน์และวิลล่าหลังงาม หัวใจของเธอก็พลันเจ็บปวดรวดเร้าวจนแทบหายใจไม่ออก
ซ่างกวนอวิ๋นฉีกำมือแน่น ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้เธอจนปัญญาไปหมด แม้ซ่างกวนเหิงจะเป็นพี่ชายแท้ๆ แต่หากเขายึดทรัพย์สินของเธอไป เธอก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด ทรัพย์สินเหล่านั้นคือสิ่งที่เธอตั้งใจจะมอบให้กับลูกๆ ทั้ง 4 คนนะ
ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอคงต้องหาทางกลับไปคืนดีกับพี่ชายให้ได้ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงจัดการได้ยาก
ขณะนั้นเอง เซี่ยโป๋เหวินที่นิ่งเงียบมาตลอดก็จับจ้องมาที่เธอ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าภรรยาตรงหน้าช่างดูแปลกหน้าเหลือเกิน ราวกับว่าเธอไม่ใช่ซ่างกวนอวิ๋นฉีคนเดิมที่เขารู้จัก
เซี่ยโป๋เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อีก 3 วันเราจะออกเดินทางกัน ร่างกายของคุณไม่ค่อยดี ผมจะยื่นเรื่องขอแพทย์ให้เดินทางไปด้วย แต่ถ้าคุณยังดึงดันที่จะไม่ไป ก็คงต้องให้ทางนั้นเดินทางมาที่ปักกิ่งแทน”
เมื่อกล่าวจบ เซี่ยโป๋เหวินที่กลับมาสงบนิ่งได้อีกครั้งก็ก้าวฉับๆ เดินจากไปทันที สถานการณ์บีบคั้นถึงขนาดนี้ แม้แต่จะตายก็ยังตายไม่ได้
ภายในห้องพักผู้ป่วย ซ่างกวนอวิ๋นฉีบันดาลโทสะขว้างปาข้าวของจนกระจัดกระจาย เมื่อเซี่ยหมิงและเซี่ยเฉิงเดินทางมาถึง พวกเขาก็ต้องพบกับสภาพห้องที่เละเทะราวกับผ่านสมรภูมิรบ แต่เซี่ยหมิงไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องนั้น เขารีบปรี่เข้าไปถามมารดาด้วยความร้อนใจ
“แม่ครับ เสี่ยวจื้อกับลี่อิ๋งไปอำเภอหนานซาน แม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหมครับ”
ซ่างกวนอวิ๋นฉีเมินหน้าหนี ส่ายศีรษะปฏิเสธด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ ทว่าเซี่ยหมิงกลับไม่เชื่อแม้แต่น้อย เขาขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย
“เจ้าสองคนนั่นจะไปสร้างเรื่องวุ่นวายอะไรตอนนี้ คงไม่ได้พาฉินว่างกับทังโส่วกุยไปด้วยใช่ไหม!”
“แม่ครับ ที่ว่าถูกควบคุมตัวแล้วกลับมาไม่ได้มันหมายความว่ายังไงกันแน่”
“ทำไมพ่อถึงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถาม”
“แล้วแม่ล่ะครับ แม่กล้าแจ้งตำรวจไหม กล้าบอกพวกเขาไหมว่าลูกชายลูกสาวของแม่ถูกคนในอำเภอหนานซานกักตัวไว้”
คำถามที่พรั่งพรูออกมาเป็นชุดของเซี่ยหมิงทำให้ซ่างกวนอวิ๋นฉีถึงกับพูดไม่ออก เซี่ยหมิงทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
“ทำไมถึงไม่ยอมฟังพ่อกันบ้างนะ ปล่อยให้ท่านจัดการเรื่องนี้ไปตามลำพัง แล้วพวกเราก็ใช้ชีวิตกันไปอย่างสงบสุขไม่ดีกว่าหรือ”
เซี่ยเฉิงกำหมัดแน่นพลางขมวดคิ้ว “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พวกพี่กับแม่มีความลับอะไรปิดบังผมอยู่ใช่ไหมครับ”
เซี่ยหมิงไม่มีเวลามาอธิบายให้เขาฟัง เขาทำเพียงเงยหน้าขึ้นสบตามารดา “แม่ครับ ผมรู้ว่าทุกอย่างที่แม่ทำก็เพื่อพวกเรา แต่ก่อนจะลงมือทำอะไร ช่วยปรึกษาผมก่อนได้ไหมครับ ถึงผมจะไม่เอาไหน แต่ผมก็ยังมีสมอง ผมเป็นลูกของแม่ ผมก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้”
“ขามันก็อยู่กับตัวพวกเขาเอง แม่จะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะไปที่ไหนกัน”
“แม่ครับ เลิกหยิ่งผยองเสียทีเถอะครับ ช่วยก้มศีรษะอันสูงส่งของแม่ลงมามองสถานการณ์ในตอนนี้อย่างจริงจังเสียบ้าง แล้วดูสิว่าแม่ยังมีสิทธิ์ที่จะหยิ่งผยองอยู่อีกไหม”
ถ้อยคำของเซี่ยหมิงนั้นช่างหนักหน่วงและเชือดเฉือน ใบหน้าของซ่างกวนอวิ๋นฉีพลันซีดเผือดในทันใด หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้น
“แม่แก่แล้ว กลายเป็นหนามยอกอกพวกแกสินะ ถ้าแม่กินยานอนหลับตายไป พวกแกก็จะได้เป็นอิสระ จะได้ไม่เป็นภาระให้แกกับพ่ออีก”
เซี่ยหมิงรู้สึกใจอ่อนวูบ ไม่อยากจะกล่าววาจาที่ทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับบีบคั้นให้เขาต้องใจแข็ง
“แม่ครับ ถ้าแม่ตายในตอนนี้ มันจะกลายเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดนะครับ”
***
คณะเดินทางของซ่งอวี้หน่วนมาถึงเทศมณฑลโดยสวัสดิภาพ เนื่องจากได้โทรศัพท์แจ้งล่วงหน้าไว้แล้ว ผู้เฒ่าหลินจึงส่งคนมารอต้อนรับ อีกทั้งยังช่วยจัดการเรื่องที่พักให้ที่บ้านพักรับรองของคณะกรรมการการศึกษา
หลังจากจัดแจงข้าวของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ซ่งเหลียงก็เอ่ยกับบุตรสาว “พ่อว่าจะไปเดินดูของที่ห้างสรรพสินค้าสักหน่อย”
“พ่อคะ งั้นพ่อพาหมิงเซิ่งไปด้วยกันนะ ส่วนหนูจะแวะไปหาผู้เฒ่าหลินสักหน่อย”
หมิงเซิ่งช้อนสายตาขึ้นมองพี่สาวอย่างออดอ้อน “พี่คร้าบ ผมอยากไปกับพี่” เพราะการได้อยู่กับพี่สาวนั้นสนุกที่สุดในโลกแล้ว!
[จบบท]