บทที่ 271: ลูกรักของสวรรค์
ด้วยเหตุนี้ นายอำเภอโค่วกับซ่งเหลียงจึงพูดคุยกันอย่างออกรส ขณะที่เซี่ยซินตงก็กำลังคุยบางอย่างอยู่กับผู้เฒ่าจี้ ส่วนผู้เฒ่าหูก็กำลังสนทนาอยู่กับผู้เฒ่าหลิน
เซี่ยกุ้ยหลานผู้เป็นแม่กับเซี่ยซินซานน้าชายคนโตที่ยืนอยู่ข้างซ่งเหลียงกลับไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่ต้องรอฟังผลตอนบ่าย ป่านนี้สองพี่น้องคงกลับถึงหมู่บ้านไปแล้ว
ภาพที่เห็นทำให้เซี่ยกุ้ยหลานอดทึ่งในตัวลูกสาวไม่ได้ ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้นะ คงเป็นเพราะเติบโตในบ้านพักข้าราชการที่เทศมณฑลจริงๆ สินะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว ต่อไปตระกูลฉินจะมาอ้างสิทธิ์ทวงบุญคุณหรือเปล่า
เซี่ยกุ้ยหลานหันไปมองหาลูกสาว ‘เอ๊ะ หายไปไหนแล้ว แค่เผลอแป๊บเดียวเอง’
เธอรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นลูกสาวกำลังเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ ที่นั่นมีชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่ายืนอยู่
กู้หวยอันนี่… ส่วนเด็กสองคนที่วิ่งเล่นกระโดดไปมาอยู่ข้างๆ ก็คือลูกชายคนเล็กของเธอกับจี้อิ๋งอิ๋ง
วันนี้ลูกสาวเธอใส่ชุดเดรสฝีมือของเธอเอง เป็นผ้าไหมสีเขียวอ่อนที่ซื้อมาจากเทศมณฑล แต่งขอบด้วยลายดอกไม้สีขาวนวล คอเสื้อเป็นทรงกลม มีสายคาดเอวสำหรับผูกเป็นโบ ไม่ต้องพูดเลยว่าชุดนี้พออยู่บนตัวลูกสาวแล้วดูดีมากขนาดไหน
ยิ่งลูกสาวของเธอหน้าตาสวยราวดอกไม้อยู่แล้วด้วย
พอเห็นทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกัน เธอก็ไม่รู้จะบรรยายภาพนั้นว่าอย่างไร และก็ไม่อยากจะบรรยายด้วย เลยแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วหันไปทางอื่น
เธอไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากนัก อย่างน้อยก็ยังมีเด็กๆ อยู่ด้วยตั้งสองคน
เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้ากู้หวยอัน ซ่งอวี้หน่วนก็เอ่ยถามขึ้นตรงๆ “อยากจะไปเดินเล่นที่ไหนไหมคะ”
กู้หวยอันตอบกลับอย่างนุ่มนวล “เดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็ได้ครับ”
จากนั้น ผู้ใหญ่สองคนกับเด็กอีกสองคนก็พากันเดินทอดน่องไปตามถนน ในตัวอำเภอมีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักรับรอง พวกเขาเลยมุ่งหน้าไปทางนั้น
กู้หวยอันไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ต้องพูดกับซ่งอวี้หน่วนเป็นพิเศษ และก็ไม่ได้คิดจะมาเพื่อฟังเสียงในใจของเธอ เขาแค่อยากจะเดินเล่นกับเสี่ยวหน่วนไปเรื่อยๆ เท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรเลย เพราะเขาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจแบบนี้มานานแล้ว
แต่คนอย่างซ่งอวี้หน่วนน่ะหรือจะยอมให้บรรยากาศเงียบ เธอถามเขาว่า “คุณจะอยู่ที่นี่กี่วันคะ”
กู้หวยอันตอบ “...คงต้องรอให้เรื่องโรงงานยาเรียบร้อยก่อนครับ”
ซ่งอวี้หน่วนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เรื่องโรงงานยาดูไม่น่าจะเกี่ยวกับงานสองอย่างที่คุณทำเลยนี่คะ”
กู้หวยอันมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะตอบตามตรง “อืม ไม่เกี่ยวหรอกครับ แต่ถ้าผมอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมก็ทำได้”
ซ่งอวี้หน่วนหัวเราะออกมาเบาๆ “แหม คุณนี่ช่างมีอิทธิพลกว้างขวางจริงๆ เลยนะคะ”
กู้หวยอันก็ยิ้มออกมาเหมือนกัน
ก็ถ้าไม่หาเรื่องยุ่งให้ตัวเอง แล้วจะเอาข้ออ้างอะไรมาอยู่ใกล้ๆ เธอกันล่ะ
ซ่งอวี้หน่วนตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “แล้วรอบนี้คุณมาในฐานะอะไรคะ ไม่ใช่คนของฐานทัพหลงหังหรือศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งแน่ๆ”
กู้หวยอันปรายตามองเธอก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผู้ตรวจการจากสำนักงานควบคุมยา ตำแหน่งนี้พอไหวไหมครับ”
ซ่งอวี้หน่วนมองหน้าเขาแล้วก็พูดอวดบ้างอย่างน่าเอ็นดู “ฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชั้นเรียนเด็กอัจฉริยะที่วิทยาลัยเจ้าหน้าที่และพนักงานมณฑลเป่ยฉวนนะ แถมยังเป็นเจ้าหน้าที่จัดเก็บเอกสารพิเศษของพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลด้วย คุณปู่รองบอกว่าตอนนี้ฉันได้เป็นพนักงานของพิพิธภัณฑ์ปักกิ่งแล้วด้วยนะ ถ้าท่านกลับปักกิ่งเมื่อไหร่จะทำบัตรพนักงานให้ฉันเลย”
ดวงตาของกู้หวยอันฉายแววขบขัน “คุณนี่เก่งจริงๆ ครับ อันที่จริงคุณยังเป็นที่ปรึกษาทั่วไปของโรงงานเสื้อผ้าจือหลานด้วยนะ มากกว่าผมตั้งตำแหน่งหนึ่งแน่ะ!”
ซ่งอวี้หน่วนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
หมิงเซิ่งตัวน้อยเงยหน้ามองพี่สาวด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความชื่นชม พี่สาวยังไม่ทันสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มีงานทำซะแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้เงินเดือนด้วยหรือเปล่านะ
กู้หวยอันหยุดเดิน เขารู้สึกตัวว่าการเดินเคียงข้างเสี่ยวหน่วนนั้นเป็นจุดสนใจไม่น้อยเลย
เขาจึงหันมาบอกว่า “ป่านนี้หัวหน้าทีมเต๋อน่าจะได้รับคำสั่งเรียบร้อยแล้ว พวกเรากลับกันเถอะครับ”
บรรยากาศระหว่างพวกเขานั้นเรียบง่ายสบายๆ ก้าวเดินก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า ระหว่างทางมีร้านขายไอศกรีมแท่ง กู้หวยอันเลยซื้อให้เด็กๆ และซ่งอวี้หน่วนคนละแท่ง แล้วทั้งหมดก็ค่อยๆ เดินกลับ
แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าเปียของจี้อิ๋งอิ๋งเริ่มคลายออก ซ่งอวี้หน่วนร้องบอกให้รอเดี๋ยวอย่างร่าเริง ก่อนจะจูงมืออิ๋งอิ๋งไปยืนใต้ต้นไม้ริมทางเพื่อลงมือถักเปียให้ใหม่
ตอนนั้นเองที่ใบไม้ใบหนึ่งปลิวร่วงลงบนเรือนผมของซ่งอวี้หน่วน กู้หวยอันก็เอื้อมมือไปหยิบมันออกให้อย่างเป็นธรรมชาติ
เฉียนเฟินที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องประชุมแล้วที่เธอรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ เธอรู้ดีว่ากู้หวยอันคือใคร และรู้ด้วยว่าเขามีตำแหน่งใหญ่โตควบอยู่มากมาย
อย่างเช่นตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมยาที่เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศก็เพื่อมาจัดการเรื่องยารักษาโรคระบาดหมายเลข 06 (โรคเรื้อน) โดยเฉพาะ ได้ยินมาว่ายังไม่ได้กลับเข้าบ้านเลยด้วยซ้ำ
อีกทั้งกู้หวยอันกับฉู่จื่อโจวก็เป็นเพื่อนสนิทกัน โตมาในย่านบ้านพักทหารเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน การมาด้วยกันและนั่งด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่สิ่งที่ทำให้เธอเอะใจคือ เขานั่งอยู่ข้างซ่อนอวี้หน่วน
ท่าทีของทั้งสองคนในตอนนั้นดูไม่เหมือนคนที่ไม่รู้จักกันเลย
แล้วภาพที่เห็นในตอนนี้…
เฉียนเฟินซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน พลางจับจ้องไปยังภาพตรงหน้า ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนที่กู้หวยอันส่งให้ซ่งอวี้หน่วนนั้นทำให้เธอตกตะลึง
น้อยครั้งมากที่เธอจะมีโอกาสได้เจอกู้หวยอัน วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาใกล้ขนาดนี้ แต่เธอรู้มาตลอดว่าพ่อของเธอถูกใจกู้หวยอันมาก
ท่านเคยส่งสัญญาณบอกใบ้กับผู้เฒ่ากู้ไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผู้เฒ่ากู้ก็เอาแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ถึงกระนั้นท่านก็ไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธ
เหตุผลก็เพราะเฉียนอันน่า หลานสาวของเธอที่มาจากบ้านพี่ชายรองนั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ปัจจุบันเธอกำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยการต่างประเทศ ซึ่งเธอสอบเข้าไปได้ด้วยความสามารถของตัวเองล้วนๆ ขนาดฉินซู่อวิ๋น แม่ของกู้หวยอัน ยังอดชื่นชมหลานสาวคนนี้ของเธอไม่ได้
เพราะอันน่าไม่ได้มีดีแค่หน้าตาสวยงาม แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเล่นเปียโน เล่นไวโอลิน หรือแม้แต่กู่เจิงก็มีชื่อเสียงไม่น้อย แถมยังเชี่ยวชาญถึง 4 ภาษา
เรียกได้ว่าต่อให้เทียบกับคนทั้งประเทศ เธอก็ยังคงโดดเด่นสมกับคำว่า ‘ลูกรักของสวรรค์’ อย่างแท้จริง ไหนจะนิสัยที่อ่อนโยนและกิริยาที่สง่างามอีก
เฉียนเฟินหรี่ตามองภาพตรงหน้า ในความคิดของหลายๆ คน มีเพียงอันน่าเท่านั้นที่เหมาะสมกับกู้หวยอัน แม้ทางตระกูลกู้จะยังนิ่งเฉย แต่จากท่าทีของฉินซู่อวิ๋นก็พอจะเดาอะไรได้บ้าง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้เฒ่ากู้ก็คงจะขัดใจแม่แท้ๆ ของกู้หวยอันไม่ได้หรอก
ติดอยู่เพียงเรื่องเดียว คืออันน่ากับหวยอันแทบไม่ได้เจอกันเลย ในหนึ่งปีจะหาโอกาสพบหน้าเขาสักครั้งยังยาก
ตอนนี้เขาอยู่ที่อำเภอหนานซาน ไม่รู้ว่าจะอยู่นานแค่ไหน หรือเธอควรจะหาทางพาอันน่ามาที่นี่ดี
สายตาของเฉียนเฟินจับจ้องไปยังกู้หวยอันและซ่งอวี้หน่วนอีกครั้ง อีกคนกำลังตั้งใจถักเปียให้เด็กน้อย ส่วนอีกคนก็ยืนมองอย่างสงบนิ่ง ในมือถือกิ๊บดอกไม้รอไว้อย่างรู้หน้าที่ พอเธอถักเสร็จ เขาก็ยื่นมันส่งให้
แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าของพวกเขาชัดๆ แต่การปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติเช่นนี้ก็บ่งบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งไม่ธรรมดา
คำถามคือ…ทางบ้านตระกูลกู้รู้เรื่องนี้หรือยัง
เฉียนเฟินตัดสินใจได้ดังนั้นก็หันหลังเดินตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์ทันที
เธอต้องโทรศัพท์แจ้งข่าว
ส่วนซ่งอวี้หน่วนในตอนนั้นก็ได้จัดการถักเปียให้จี้อิ๋งอิ๋งเสร็จพอดี เปียสี่เส้นที่ถักอย่างประณีตถูกประดับด้วยกิ๊บปอมปอมสีแดง ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด
กู้หวยอันทอดสายตามองซ่งอวี้หน่วนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอย่างสุขุม
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามือของเธอก็ช่างมีศิลปะขนาดนี้ สามารถถักเปียธรรมดาๆ ให้ดูราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานได้
ซ่งอวี้หน่วนคิดในใจว่าเด็กผู้หญิงนี่ดีจังเลย จับมาถักเปียเล่นได้ด้วย ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปขยี้ผมของหมิงเซิ่งน้อยอย่างนึกเสียดาย
หมิงเซิ่งตัวน้อยสะดุ้งโหยง รีบร้องบอก “พี่ครับ! ผมยอมพี่ทุกอย่างเลย แต่เรื่องไว้ผมยาวถักเปียเนี่ย ห้ามเด็ดขาดเลยนะ!”
ซ่งอวี้หน่วนอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มเขาเบาๆ “นายคิดไปไกลเกินไปแล้ว”
เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้น ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างโล่งใจจนดวงตาหยีเป็นสระอิ
แปลกที่ตอนเดินออกมาไม่มีใครสนใจ แต่ตอนที่เดินกลับเข้าไป ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่พวกเขาราวกับนัดหมาย
ทุกคนต่างก็คิดเป็นเสียงเดียวกันในใจ ‘เดี๋ยวนะ…กู้หวยอันกับซ่งอวี้หน่วน? นี่มันเรื่องอะไรกัน ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย!’
แต่ถึงจะไม่อยากเชื่อแค่ไหน ก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นผู้หญิงอยู่เคียงข้างกู้หวยอัน แถมยังเป็นการยืนด้วยกันอย่างเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้
ความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะระเบิด
กู้หวยอันเองก็กำลังมองซ่งอวี้หน่วนอยู่เช่นกัน
แต่คนอย่างซ่งอวี้หน่วนไหนเลยจะใส่ใจสายตาของคนรอบข้าง เมื่อเห็นน้าตงของเธอกับผู้เฒ่าจี้เดินออกมาด้วยกัน เธอก็วิ่งดุ๊กๆ เข้าไปหาด้วยความดีใจทันที
[จบบท]