บทที่ 283: ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม
ประธานกรรมการจงสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะภรรยาหลวง เนื่องจากพ่อตาของเขาเป็นคนให้ทั้งเงินทุนและเส้นสายในการทำธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่ม
เมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากภรรยาหลวงเสียชีวิตไปได้เพียงเดือนเดียว เขาก็แต่งตั้งชู้รักขึ้นมาเป็นภรรยาคนใหม่ทันที
อันที่จริงแล้ว เขากับภรรยาใหม่มีลูกชายด้วยกันมาก่อนแล้ว เรื่องนี้เองที่ทำให้สถานะของจงเส้าชิงเปลี่ยนจากคุณชายใหญ่ไปเป็นนายน้อยรองในทันที มิหนำซ้ำ ต่อมาเขายังถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซูเปอร์เมล์ และยังมีคดีฆ่าคนติดตัวอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกคนในครอบครัวนำตัวไปขังไว้
แต่เงื่อนไขสำคัญในพินัยกรรมที่ภรรยาหลวงทิ้งไว้ระบุว่า จงเส้าชิงจะมีสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดก็ต่อเมื่อเขามีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์เท่านั้น
และหากเขาไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ ทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องถูกนำไปบริจาค
ประธานกรรมการจงจึงเอ่ยถามลูกชายคนโตว่า “ทีนี้จะเอายังไงกันต่อดีล่ะ?”
ลูกชายคนนี้คือคนที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ และยังเป็นความภาคภูมิใจของเขา ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับลูกชายสติไม่ดีคนนั้น
แต่ความปรารถนาของลูกชายคนนั้นคือการได้แต่งงานกับซ่างกวนหว่าน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เขาสมหวัง ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม จะต้องประคับประคองให้เขามีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและมีความสุขจนกว่าจะอายุครบ 25 ปีให้ได้
“เรื่องนี้จัดการไม่ยากเลยครับพ่อ อีกไม่นานก็จะมีการจัดค่ายฤดูร้อนร่วมกับประเทศ X แล้ว เราก็แค่หาตำแหน่งให้น้องสักตำแหน่งหนึ่ง อืม...ตำแหน่งอะไรดีนะ อ้อ! ให้เขาเป็นผู้สนับสนุนสิครับ แบบนี้เขาก็จะมีเหตุผลให้เดินทางไปหาซ่างกวนหว่านที่ปักกิ่งได้อย่างสบายๆ เราต้องใช้ผู้หญิงมัดใจเขาไว้ ไม่อย่างนั้นอีก 3 ปีที่เหลือคงผ่านไปได้ยาก ที่พวกเราทนเลี้ยงดูเขามาหลายปีก็จะสูญเปล่า”
ประธานกรรมการจงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ยังไงลูกชายของพ่อก็ฉลาดที่สุด ยัยเด็กซ่างกวนนั่นก็แค่หาข้ออ้างไปวันๆ ในเมื่อลูกรองชอบซ่างกวนหว่าน พ่อก็จะทำให้ยัยเด็กนั่นแต่งเข้ามาในบ้านเราให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องทำให้เขาสมหวัง รอให้เขาตื่นเมื่อไหร่ ลูกก็ไปคุยกับเขาซะ แล้วก็จัดหาคนติดตามไปกับเขาสัก 2-3 คนด้วย อย่าให้ไปก่อเรื่องเดือดร้อนที่ไหนอีกล่ะ”
คุณชายใหญ่รีบรับคำในทันที
***
เมื่อกู้จินกลับมาถึงปักกิ่ง เขาก็ทำตัวเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขารู้ดีว่ากู้หวยอันได้โทรศัพท์กลับมาที่บ้านแล้ว
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนพี่สะใภ้ของเขาจะไม่ค่อยมีความสุขนัก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพราะเรื่องของกู้หวยอัน แต่ครั้งนี้คุณปู่กลับนิ่งเฉยผิดปกติ ท่านเพียงแค่เหลือบมองเขาหลายครั้งด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย
ส่วนพี่ชายของเขาก็เพิ่งกลับมาถึงบ้าน จึงน่าจะยังไม่มีโอกาสได้ถามไถ่เรื่องของกู้หวยอัน
ถ้าจะให้พูดตรงๆ การที่ซ่งอวี้หน่วนอยากจะแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ของบ้านตระกูลกู้นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่ในเมื่อตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ คนที่มีหน้ามีตาในสังคมย่อมไม่เป็นฝ่ายเปิดโปงเรื่องนี้ก่อนอยู่แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่พี่สะใภ้ของเขากำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมงานค่ายฤดูร้อน
***
ในขณะเดียวกันที่บ้านตระกูลเฉียน เฉียนอันน่าที่รอคอยการกลับมาของคุณปู่ ในที่สุดก็ได้เล่าเรื่องราวของตนให้ผู้เฒ่าเฉียนฟัง เธอตัดสินใจเล่าทุกอย่างตามความจริงโดยไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย
เธอเล่าถึงตอนที่ตนเองกับเสิ่นย่าหรูตั้งใจจะไปหากู้หวยอัน แต่กลับถูกเขาไล่ตะเพิดออกมา เธอยังเล่าอีกว่าผู้หญิงที่ชื่อซ่งอวี้หน่วนคนนั้นสามารถนำรถของกู้หวยอันไปขับได้อย่างตามใจชอบ
และยังได้ถ่ายทอดคำพูดอันเย็นชาไร้เยื่อใยของกู้หวยอันให้ผู้เฒ่าเฉียนฟัง
เฉียนอันน่ากล่าวทั้งน้ำตา “คุณปู่คะ ต่อไปนี้อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยนะคะ กู้หวยอันมีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว เธอชื่อซ่งอวี้หน่วน ถึงแม้จะเป็นสาวบ้านนอก แต่ก็หน้าตาสวยมาก การที่กู้หวยอันยอมทิ้งบ้านไปหาเธอถึงอำเภอหนานซานได้ขนาดนั้น ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน พวกเราอย่าไปหาเรื่องเจ็บตัวอีกเลยค่ะ”
ผู้เฒ่าเฉียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ต่อให้กู้หวยอันจะเก่งกาจแค่ไหน เขาก็ยังเป็นผู้ชาย การที่ได้เจอผู้หญิงสวยๆ แล้วอยากจะเล่นสนุกด้วยมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ขอแค่ภรรยาคนสุดท้ายของเขาเป็นหลานก็พอแล้ว”
หัวใจของเฉียนอันน่ากระตุกวูบ แต่แล้วเธอก็ถามออกไปอย่างไม่มั่นใจว่า “คุณปู่คะ หนูจะได้แต่งงานกับกู้หวยอันจริงๆ เหรอคะ?”
ผู้เฒ่าเฉียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ได้แน่นอน”
“คุณปู่คะ ทำไมท่านถึงได้มั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ?”
“ไม่ใช่ว่าปู่มั่นใจหรอก แต่เป็นเพราะปู่มีไพ่ตายอยู่ในกำมือของปู่ต่างหาก ปู่จะไม่ใช้มันเพื่อเรื่องอื่น แต่ถ้าจะใช้เพื่อทำให้ความปรารถนาของหลานสาวปู่เป็นจริงล่ะก็...มันง่ายมาก”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็เหลือบมองใบหน้าที่เปี่ยมสุขของหลานสาว ก่อนจะแกล้งหยอก “เว้นเสียแต่ว่าหลานสาวของปู่จะไม่ชอบกู้หวยอันแล้ว และไม่อยากแต่งงานกับเขาอีกต่อไป!”
เฉียนอันน่าหน้าแดงก่ำ รีบเอ่ยขึ้นทันที “คุณปู่คะ หนู...หนูชอบพี่หวยอันค่ะ หนูอยากแต่งงานกับเขา!”
ผู้เฒ่าเฉียนหัวเราะเสียงดังลั่น “ก็แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอ แล้วหลานจะกังวลอะไรอีกล่ะ อ้อ...ส่วนเสิ่นย่าหรูน่ะไม่มีทางเป็นไปได้หรอก หลานไม่ต้องไปใส่ใจให้รกสมอง”
เฉียนอันน่าพยักหน้ารับ แต่เมื่อนึกถึงซ่งอวี้หน่วนขึ้นมา ความกังวลก็ฉายชัดขึ้นในแววตา “คุณปู่คะ แต่ซ่งอวี้หน่วนคนนั้นดูไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลยนะคะ ได้ยินมาว่าขนาดคุณลุงเซี่ยโป๋เหวินยังไม่กล้ามีเรื่องกับเธอเลย ถ้าเธอถูกทิ้งขึ้นมาจริงๆ เธอจะยอมรามือไปง่ายๆ เหรอคะ?”
เธออาจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกเหมือนอย่างที่หูเสี่ยวเหม่ยเคยทำก็ได้
ถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ คงน่าขยะแขยงน่าดู
ผู้เฒ่าเฉียนเอ่ย “ที่เซี่ยโป๋เหวินไม่กล้ามีเรื่องกับเธอน่ะ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรู้สึกผิดในใจต่างหาก อีกอย่างเซี่ยซินตงก็เปรียบเสมือนบ่อเงินบ่อทองของเขา”
“ตอนนี้ตาเฒ่าเซี่ยก็อายุ 60 แล้ว จะทำงานได้อีกสักกี่ปี โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องคราวนั้น อนาคตของเขาก็ยิ่งไม่แน่นอนเข้าไปใหญ่ ต่อหน้าธารกำนัล เขายังจะกล้าทำตัวกร่างอยู่อีกเหรอ?”
เฉียนอันน่าส่ายหน้า “ไม่กล้าแน่นอนค่ะ”
“ถูกต้อง ก็เพราะเหตุผลนี้แหละ ถึงแม้ในใจเขาจะไม่คิดว่าตัวเองทำผิด แต่ก็ยังต้องเสแสร้งทำเป็นสำนึกผิดให้คนอื่นได้เห็น”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “แต่ช่วงนี้ปู่ก็ได้ยินชื่อของซ่งอวี้หน่วนจากปากคนอื่นอยู่บ่อยๆ มีทั้งคำชมและคำตำหนิ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การที่เธอสามารถใช้วิธีนี้แทรกตัวเข้ามาอยู่ในสังคมชั้นสูงในบ้านพักข้าราชการได้ ก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง”
ช่างเป็นเด็กสาวที่เจ้าแผนการและคิดการณ์ไกล
“แล้วทีนี้หนูควรจะทำยังไงดีคะ?” เฉียนอันน่าร้อนใจ
“คุณปู่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น ซ่งอวี้หน่วนไล่พี่หวยอันลงจากรถ แต่เขากลับไม่โกรธเลยสักนิด แถมยังหันมาพูดจาเย็นชากับพวกเราอีก จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าซ่งอวี้หน่วนเป็นคนพิเศษสำหรับเขา ไม่เหมือนคนอื่นๆ”
“เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ก็แค่หาทางจับเธอแต่งงานออกไปก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่รึไง?”
“เอ๊ะ? แต่งงานกับใครคะ?”
แววตาของผู้เฒ่าเฉียนทอประกายวูบหนึ่ง “ซ่างกวนเหิงโทรมาขอความช่วยเหลือจากปู่ เขาเล่าว่านายน้อยรองจงถูกพ่อกับพี่ชายส่งตัวให้เข้าร่วมค่ายฤดูร้อนสานสัมพันธ์มิตรภาพระหว่างประเทศ X และประเทศจีน โดยจะเดินทางมาที่ปักกิ่งในฐานะผู้สนับสนุน”
“แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการมาหาซ่างกวนหว่านเพื่อทำตามสัญญาแต่งงาน”
“ซ่างกวนเหิงรักลูกสาวคนนี้มาก เขาจึงวิ่งเต้นไปขอความช่วยเหลือจากคนใหญ่คนโตหลายคน ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้นายน้อยรองจงได้พบหน้าลูกสาวของเขา”
“เขายังบอกปู่อีกว่า เดิมทีเขาคิดจะให้ซ่งอวี้หน่วนแต่งงานกับนายน้อยรองจง แต่คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายแผนการจะล่ม”
เฉียนอันน่าถึงกับนิ่งอึ้งไป เธอมองหน้าคุณปู่อย่างไม่อยากจะเชื่อ ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
“คุณปู่คะ ค่ายฤดูร้อนที่ว่านี้หนูรู้จักค่ะ ตอนนี้การเตรียมงานก็เกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังรอให้อีกฝ่ายเดินทางมา หรือว่าพวกเขาจะเลือกจัดค่ายกันที่อำเภอหนานซานคะ?”
“ไม่ใช่ สถานที่จัดงานคือเขตป่าเป่ยซาน สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือหาทางส่งตัวซ่งอวี้หน่วนเข้าไปในค่ายนี้ให้ได้ ซึ่งก็ประจวบเหมาะพอดี เพราะคุณสมบัติของเธอก็ตรงตามเงื่อนไขทุกอย่าง เพียงแต่เราต้องคิดหาวิธีการที่รอบคอบและรัดกุมหน่อย”
ดวงตาของเฉียนอันน่าเป็นประกายวาววับ ค่ายฤดูร้อนในครั้งนี้ไม่ใช่ว่าใครนึกอยากจะเข้าก็เข้าได้ง่ายๆ
ถ้าหากได้เข้าร่วม นั่นจะกลายเป็นความภาคภูมิใจไปตลอดชีวิต
เธอเอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจในทันที “หนูรู้แล้วค่ะ เราต้องทำให้บ้านตระกูลกู้หรือบ้านตระกูลเซี่ยเป็นฝ่ายเสนอชื่อเธอขึ้นมาเอง”
นี่มันช่างเป็นแผนการที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียจริง
ในโลกนี้มีหลายเรื่องที่ไม่ใช่แค่รู้จักกู้หวยอันแล้วจะสามารถแก้ไขได้ทุกอย่าง
เฉียนอันน่าคิดในใจ ‘ซ่งอวี้หน่วน เธอยังอ่อนหัดเกินไป’
และซ่งอวี้หน่วนผู้ ‘อ่อนหัดเกินไป’ คนนั้น…กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้านเพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่ ณ ที่ทำการกองพลน้อยหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ
วาระหลักของการประชุมในวันนี้คือการถ่ายทอดสาระสำคัญจากการประชุมระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ‘อูเจี่ยงซื่อเหม่ยซานเร่ออ้าย’ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวฤดูร้อน รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ในการคัดเลือกครัวเรือนอารยธรรมตัวอย่างของหมู่บ้าน ซึ่งมีเรื่องที่ต้องชี้แจงมากมาย ฉู่จื่อโจวจึงใช้เวลาพูดไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม
หลังจากนั้น เลขาธิการพรรคก่วนก็ได้กล่าวเสริมอีก 2-3 ประโยค ตามด้วยสมุห์บัญชีหลี่ที่ขึ้นมาประกาศแผนการจัดสรรปันส่วนธัญพืช ซึ่งจะเริ่มดำเนินการทันทีที่ธัญพืชมาถึงในวันพรุ่งนี้
ฉู่จื่อโจวมองไปรอบๆ ก่อนจะยกแก้วชาขึ้นจิบ และในจังหวะที่เขากำลังจะประกาศเลิกประชุมนั่นเอง เขาก็คาดไม่ถึงว่าซ่งอวี้หน่วนที่นั่งอยู่ในกลุ่มชาวบ้านจะลุกขึ้นยืน พร้อมกับส่งยิ้มมาให้เขาแล้วเอ่ยถาม
“ผู้ใหญ่บ้านคะ ฉันขอพูดอะไรสัก 2-3 คำได้ไหมคะ?”
ฉู่จื่อโจวที่กำลังยกแก้วชาขึ้นดื่มถึงกับพ่นน้ำพรวดออกมา
เขาเบิกตากว้างจ้องมองซ่งอวี้หน่วนอย่างตกตะลึง ‘เดี๋ยวนะ ยัยเด็กนี่ เธอจะพูดอะไร!’
[จบบท]
*อูเจี่ยงซื่อเหม่ยซานเร่ออ้าย [五讲四美三热爱]: 5 สิ่งที่ต้องใส่ใจ 4 ความงดงาม 3 ความรัก (นโยบายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในประเทศจีน)