บทที่ 347: ไม่กลัวว่าจะแตกหักกันไปข้างหนึ่งหรือ
เทปวิดีโอวางอยู่ในกล่องกระดาษ ที่คอของซ่างกวนเหิงมีพลาสเตอร์แปะอยู่ ส่วนที่มือก็พันด้วยผ้าก๊อซ สภาพของเขาดูน่าสมเพชไม่น้อย
ทว่าภาพนั้นในสายตาของเซี่ยโป๋เหวินกลับทำให้เขาสะใจเป็นที่สุด เขารู้สึกว่าตนไม่ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการได้เอาคืนเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว
ซ่างกวนเหิงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มพูดว่า “เรื่องเมื่อวานนี้ ถือว่าความแค้นระหว่างเราหายกันแล้วได้หรือยัง”
ซ่งอวี้หน่วนยังคงนิ่งเงียบ เพราะการตัดสินใจว่าจะยุติเรื่องนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับน้าเล็กของเธอเพียงคนเดียว
เซี่ยซินตงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ซ่างกวนเหิง แล้วคุณล่ะคิดว่ายังไง”
สีหน้าของซ่างกวนเหิงแปรเปลี่ยนไปทันควัน เขากัดฟันกรอด “ทำอะไรก็ควรเหลือทางให้กันไว้บ้าง วันหน้าจะได้มองหน้ากันติด นี่คุณคิดจะบีบคั้นกันให้ถึงที่สุดเลยหรือไง ไม่กลัวว่าจะต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่งหรือ”
น้ำเสียงของเซี่ยซินตงราบเรียบไร้ความรู้สึก ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้แววปรานี “ผมเคยบอกคุณแล้ว ถ้าวันนั้นคุณไม่ฆ่าผม คุณจะต้องมานั่งเสียใจในวันนี้”
คำพูดนั้นทำให้ซ่างกวนเหิงชะงักงัน เขาย้อนนึกไปถึงบทสนทนาเมื่อ 10 ปีก่อน
ในตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเซี่ยซินตงเลยแม้แต่น้อย เพราะเวลาผ่านไปนานหลายปี เซี่ยโป๋เหวินก็ยังไม่ระแคะระคายเรื่องนี้ และไม่มีใครมาทวงถามถึงตัวเซี่ยซินตงกับเขาด้วยซ้ำ เขาจึงมั่นใจว่าความลับนี้จะถูกฝังไปพร้อมกับตัวเขา ตระกูลอื่นๆ ที่เหลือก็คงไม่สอดมือเข้ามายุ่ง เพียงแค่มีผลประโยชน์ค้ำคอไว้ เซี่ยซินตงก็จะต้องถูกขังลืมไปจนตาย
ซ่างกวนเหิงมองคนทั้งสามตรงหน้าอย่างระแวดระวังภัย “พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่”
เวลานี้พวกเขาอยู่ในห้องประชุมเล็กของโรงแรมที่ซ่างกวนเหิงเปิดพักไว้ แม้เมื่อวานเขาจะหนีไป แต่ก็ยังไม่ได้ทำเรื่องคืนห้องพัก
กว่าจะเดินเรื่องขอเอกสารรับรองชั่วคราวและหลักฐานอื่นๆ ได้ ซ่างกวนเหิงก็ต้องควักเงินไปเกือบหมื่นหยวน ทั้งยังต้องดึงเส้นสายและอำนาจที่ไม่เคยคิดจะใช้มาก่อน หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เขารู้สึกว่าต่อให้ไม่ถูกล้างแค้น ก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน
“พวกแกก็แค่มีซ่งอวี้หน่วนคอยหนุนหลังไม่ใช่หรือไง” ซ่างกวนเหิงเผลอหลุดปากออกมา แล้วจึงได้สติว่าตนพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
และก็เป็นอย่างที่คิด ซ่งอวี้หน่วนหัวเราะร่า เธอก้าวถอยหลังเล็กน้อยพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้หนูไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยนะคะ”
พูดจบร่างบางก็หันไปมองน้าเล็กของตน ทว่าน้าเล็กคนนี้...กลับไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว วินาทีที่เขาเอ่ยประโยค ‘ถ้าคุณไม่ฆ่าผม คุณจะต้องเสียใจ’ ตัวตนของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งโดยสิ้นเชิง
เซี่ยซินตงปราดเข้าไปประชิดตัวซ่างกวนเหิงอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งจับตัวเขาไว้แน่น อีกมือก็บีบปากของเขาให้เปิดออกก่อนจะยัดยาเม็ดหนึ่งเข้าไป
การเคลื่อนไหวของเซี่ยซินตงรวดเร็วจนซ่งอวี้หน่วนเองก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้ ทั้งพละกำลังที่ใช้บีบมือของซ่างกวนเหิงก็แตกต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัด
แล้วน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป “ไอ้แก่...รู้หรือยังว่าฉันคือใคร”
ซ่งอวี้หน่วนจับจ้องไปที่น้าเล็กของเธอแล้วหรี่ตาลง...ที่แท้การสลับเปลี่ยนบุคลิกมันเป็นแบบนี้นี่เอง
แววตาของซ่างกวนเหิงฉายความตื่นตระหนกสุดขีด เขารู้ดีว่านี่คือบุคลิกที่โหดเหี้ยมที่สุดของเซี่ยซินตง ทั้งยังมีพละกำลังมหาศาล ในช่วงหลังเพื่อควบคุมไม่ให้บุคลิกนี้ปรากฏตัวออกมา พวกเขาไม่เพียงแค่เพิ่มกำลังคนคุ้มกัน แต่ยังต้องล่ามเขาไว้ด้วยโซ่ตรวนที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ
แต่ตอนนี้ซ่างกวนเหิงไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนั้น เขาพยายามล้วงคอเพื่อขย้อนสิ่งที่ถูกป้อนเข้าไปออกมา
บ้าที่สุด! มันให้เขากินอะไรเข้าไป หรือว่าจะเป็นยาพิษ
บุคลิกที่ปรากฏออกมาคือฮั่นเฉิน น้ำเสียงของเขาไม่ได้เย็นชา แต่กลับชวนให้ขนลุกซู่ “ยานี่ฉันเตรียมไว้ให้แกโดยเฉพาะเลยนะ มันละลายทันทีที่เข้าปาก แกคายมันออกมาไม่ได้หรอก”
“ไม่ต้องห่วง มันไม่ติดต่อ แค่จะทำให้คันยุบยิบทั่วตัวราวกับมีมดเป็นหมื่นๆ ตัวกำลังไต่วูบวาบไปมาก็เท่านั้น จนป่านนี้เซี่ยซินตงก็ยังคิดค้นยารักษาไม่ได้เลย แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอก มันไม่ถึงตาย แค่จะรู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อยเท่านั้น”
“แกเป็นคนจิตใจเข้มแข็งอยู่แล้ว ฉันเชื่อว่าแกต้องทนได้แน่ อ้อ...จะเตือนด้วยความหวังดีอีกอย่าง ยาตัวนี้จะทำปฏิกิริยากับอาหารบางชนิด แต่จะเป็นอะไรบ้างนั้น คงต้องให้แกไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเองแล้วล่ะ เกมสนุกๆ แบบนี้ ฉันว่าแกต้องชอบมันมากแน่ๆ”
ซ่างกวนเหิงพยายามล้วงคออยู่เนิ่นนานจนน้ำมูกน้ำตาไหลอาบหน้า แต่สุดท้ายก็ไร้ผล ทำได้เพียงทรุดกายนั่งลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ยาเม็ดนั้นละลายในปากไปแล้วจริงๆ
เขาไม่ควรมาปรากฏตัวต่อหน้าคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
แต่จะไม่ให้เขามาได้อย่างไร ในเมื่อเขายังต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับห้องฉายหนังและโต๊ะบิลเลียดที่ถูกทำลายไป ชั่วชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสูและจนตรอกเท่านี้มาก่อน
แววตาของซ่างกวนเหิงวูบไหวไปด้วยจิตสังหาร แต่ก็รีบซ่อนมันไว้ในเสี้ยววินาที แม้ในใจจะมีร้อยพันวิธีที่จะกำจัดคนเหล่านี้ แต่ไม่ใช่ที่นี่...ไม่ใช่ตอนนี้
แค่ซ่งอวี้หน่วนคนเดียว เขาก็ไม่มีทางทำสำเร็จ พลังอันลึกลับของเธอนั้นยากเกินจะหยั่งถึง ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและยังหาวิธีรับมือไม่ได้ เขาก็ไม่อาจลงมืออย่างผลีผลามได้ ขอเพียงยังมีชีวิตรอด เขาย่อมมีโอกาสพลิกกระดานกลับมาชนะได้เสมอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซ่างกวนเหิงจึงแสร้งทำเป็นยอมจำนน ก้มศีรษะลงต่ำแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด “ฉันขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันมันไม่ใช่คน...โป๋เหวิน ที่จริงแล้วฉันเสียใจกับเรื่องที่ทำลงไปตั้งนานแล้ว แต่ทุกอย่างมันก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้งไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีก ในตอนนั้นฉันไม่มีทางให้ถอยกลับแล้วจริงๆ”
“ฉันมันโง่ที่ยังแอบหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้ไปชั่วชีวิต จนกระทั่งทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า…”
“ซินตง ฉันขอโทษจริงๆ เธอจะล้างแค้นฉันอย่างไรก็ได้ ฉันจะไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันสมควรได้รับ และเป็นหนี้ที่ต้องชำระ”
“ฉันรู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะอธิบายอะไรพวกเธอก็คงไม่เชื่อ แต่ในตอนนั้นมันไม่ใช่ความผิดของฉันทั้งหมด ที่ฉันกล้าทำลงไปโดยไม่ยั้งคิด ส่วนหนึ่งก็เพราะเซี่ยโป๋เหวินไม่ได้ใส่ใจพวกเธอสามพี่น้องเลย....”
“แน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจไยดีพวกเธอ ฉันก็ไม่ควรทำกับเธอแบบนั้นอยู่ดี…”
“ฉันขอโทษ มันเป็นความผิดของฉันเอง คุณจะจัดการกับฉันอย่างไร ฉันก็ยอมรับทั้งนั้น”
“ทั้งเทปวิดีโอและเงินสดกองนี้ ฉันขอมอบให้เธอ รับรองได้ว่าจะไม่มีต้นฉบับหลงเหลืออยู่แน่นอน เรื่องนี้วางใจได้เลย ส่วนคนที่มีความสามารถอย่างเสี่ยวหน่วน แค่ปล่อยให้เธออาละวาดต่อไปแบบนี้ โดยที่พวกเธอไม่ต้องลงมือเอง ตระกูลซ่างกวนก็คงล่มสลายในไม่ช้า ต่อจากนี้ถ้ามีอะไรให้ฉันรับใช้ก็โทรมาได้ทุกเมื่อ ฉันจะพยายามชดใช้ให้เธออย่างสุดความสามารถ”
ฮั่นเฉินก้าวเข้าไปข้างหน้า ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนหน้าอกของซ่างกวนเหิงอย่างแรง
ทว่าซ่างกวนเหิงกลับไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย นอนนิ่งยอมให้จัดการแต่โดยดี
ฮั่นเฉินหันไปถามซ่งอวี้หน่วน “เสี่ยวหน่วน เธอเชื่อคำพูดของมันไหม”
ซ่งอวี้หน่วนยิ้มหวาน “หนูไม่ได้ตั้งใจฟังที่เขาพูดเลยสักนิด เรื่องจะเชื่อหรือไม่เชื่อจึงไม่สำคัญเลยค่ะ ส่วนเรื่องเทปวิดีโอ...ถ้าเขามีเก็บสำรองไว้ เราก็แค่เก็บของเราไว้เหมือนกัน แต่ถ้าเขาไม่มี เราก็ไม่มีเหมือนกัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะเก็บมาใส่ใจทำไมกันคะ…”
“เอ่อ...น้าเล็กอีกคนคะ ช่วยยกเท้าออกหน่อยเถอะค่ะ ถ้าเขาตายขึ้นมาจริงๆ เรื่องมันก็ไม่สนุกน่ะสิ”
ร่างกายของฮั่นเฉินสั่นสะท้านเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด คำว่า ‘น้าเล็กอีกคน’ ถึงได้ทำให้เขาอยากจะร้องไห้ออกมานัก
เขาชักเท้ากลับมา ในใจคิดว่าจะเร้นกายหายไปเลยดีหรือไม่ แต่แล้วซ่งอวี้หน่วนก็เอ่ยขึ้นก่อน “น้าเล็กอีกคนคะ อย่าเพิ่งรีบไปสิ หนูมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
ฮั่นเฉินรีบตัดสินใจเร้นกายหายไปในทันที อย่าได้คิดริเริ่มบทสนทนากับเสี่ยวหน่วนเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกเธอปั่นหัวจนลืมไปว่าตัวเองเป็นใคร
หลังจากที่เซี่ยซินตงมีอาการสับสนอยู่ชั่วครู่ สติสัมปชัญญะของเขาก็กลับคืนมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง ทว่าสีหน้ากลับเรียบเฉยจนไม่มีใครอ่านความรู้สึกออก
เซี่ยโป๋เหวินที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ รู้ดีว่าคำพูดของซ่างกวนเหิงเมื่อครู่มีเจตนาที่จะยุแยงให้พวกเขาแตกแยกกัน เขารู้ด้วยว่าตนเองมีประโยชน์ต่อซ่งอวี้หน่วนอย่างไร
อันที่จริงแล้วเขาอดทึ่งในวุฒิภาวะและความใจกว้างของหลานสาวคนนี้ไม่ได้ เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อทำเรื่องใหญ่โดยแท้
แต่คำพูดของซ่างกวนเหิง ก็ยังทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกตบหน้าเช่นกัน เพราะอย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ซ่างกวนเหิงพูดก็เป็นความจริง...
หากเพียงแต่เขาใส่ใจลูกๆ ทั้งสามคนมากกว่านี้สักนิด ซ่างกวนเหิงก็คงไม่กล้าลงมือทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้
[จบบท]