บทที่ 367: หลินเสวี่ยจู ฉันจะข่วนแกให้ตาย!
ซ่งถิงโกรธจนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบจะพูดไม่เป็นคำ เธอตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าไปหาหลินเสวี่ยจูอีกรอบด้วยความโมโหสุดขีด
ฉู่จื่อโจวรีบกางแขนออกขวางเธอไว้แน่น ขณะที่หัวหน้ากู่เองก็หมดความอดทน ตวาดเสียงดังลั่น “หลินเสวี่ยจู! ซ่งถิงเป็นเพื่อนร่วมงานนะ ไม่ใช่ศัตรู! เธอไปฟังเรื่องบ้าๆ บอๆ พวกนี้มาจากไหนกันหา! แล้วช่วยอธิบายมาให้ชัดๆ เดี๋ยวนี้เลยว่าซ่งถิงรับของขวัญอะไรจากหลิ่วหยวน!”
พูดจบเขาก็ตะโกนก้อง “หลิ่วหยวน! เข้ามานี่เดี๋ยวนี้!”
หัวหน้ากู่รู้ดีว่าหลิ่วหยวนยังวนเวียนอยู่แถวนี้ จึงตะโกนเรียกโดยไม่ลังเล
ท่าทีของหลินเสวี่ยจูชัดเจนว่าต้องการจะหักสะบั้นความสัมพันธ์กับซ่งถิงให้สิ้นซาก เธอจึงไม่แยแสต่อสิ่งใดอีกต่อไป
ซ่งถิงปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความโกรธ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าหลินเสวี่ยจูอย่างเอาเรื่อง “หลินเสวี่ยจู! วันนั้นฉันเห็นเธอยืนซุบซิบกับย่าหลี่อยู่หน้าประตู ที่แท้ก็คิดไม่ซื่อมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วสินะ! แล้วเรื่องของฉันมันไปหนักหัวอะไรเธอไม่ทราบ!”
หลินเสวี่ยจูหาได้ใส่ใจกับคำกล่าวหาของซ่งถิงไม่
“ก็ย่าหลี่มาเกาะแขนฉันร้องห่มร้องไห้ซะน่าสงสารขนาดนั้น ฉันจะผลักไสท่านลงได้ยังไง ที่พูดไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับเธอแท้ๆ แต่เธอกลับไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี พอเห็นฉันคุยกับย่าหลี่หน่อยก็ปรี่เข้ามาด่ากราด เรื่องนั้นฉันจะไม่เอาความก็ได้ แต่เรื่องที่เธอมายุ่งกับฉันและหลิ่วหยวนนี่มันเกินไปหน่อยไหม คนอย่างเธอน่ะเหรอจะเป็นดาวเด่นของคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมได้ ฝันไปเถอะ! ถ้าไม่ใช่เพราะมีเส้นสายดีก็อย่าหวังเลย!”
ความอดทนของซ่งถิงขาดผึง เธอเถียงสู้ไม่ได้ แต่เรื่องใช้กำลังล่ะ จะสู้ไม่ได้เชียวหรือ ต่อให้มีคนคอยช่วยแล้วยังไง อย่างมากก็แค่แลกกันไปข้างหนึ่ง!
ฉู่จื่อโจวขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งขรึม สองมือกำเข้าหากันจนข้อขึ้นขาว แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะขวางซ่งถิงไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายอีกฝ่าย เพราะเขารู้ดีว่าถ้ามีการลงไม้ลงมือจนบาดเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่ เรื่องราวทั้งหมดจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
เขาอยากจะตอกหน้าผู้หญิงปากตลาดคนนี้กลับไปใจจะขาด แต่เมื่อเห็นว่าเป็นการทะเลาะกันของผู้หญิงสองคน แถมยังเป็นเรื่องแย่งผู้ชาย หากเขาโดดเข้าไปร่วมวงด้วย มีหวังผู้หญิงปากร้ายคนนี้คงได้แต่งเรื่องเสริมสีตีไข่ไปอีกไกลแน่
แล้วเรื่องที่ย่าหลี่มาหาซ่งถิงถึงที่คณะนี่อีก ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินคนในครอบครัวซ่งพูดถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าพวกเขารู้เข้า ไม่มีทางนิ่งเฉยแบบนี้แน่ โดยเฉพาะแม่ของซ่งถิง คงไม่มีวันปล่อยย่าหลี่คนนั้นไว้เฉยๆ แน่นอน แสดงว่าซ่งถิงปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง อาจจะเพราะไม่อยากให้ทางบ้านต้องเป็นกังวล
จังหวะนั้นเอง หลิ่วหยวนก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง
หัวหน้ากู่ที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงหันไปซักฟอกทันที “หลิ่วหยวน! ฉันขอถามหน่อยเถอะ ไหนว่านายกับหลินเสวี่ยจูกำลังจะตกลงปลงใจเรื่องแต่งงานกันแล้วไม่ใช่รึไง แล้วทำไมหลินเสวี่ยจูถึงต้องไปหาเรื่องซ่งถิง แถมยังโวยวายเรื่องของขวัญอะไรนั่นอีก ตกลงมันยังไงกันแน่!”
ซ่งถิงที่โกรธจนเสียงแหบพร่ารีบชี้แจง “หัวหน้ากู่คะ ฉันไม่เคยรับของขวัญอะไรจากเขาทั้งนั้นค่ะ! ก็แค่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเอาหนังสือมาให้เล่มหนึ่ง ซึ่งฉันก็จ่ายเงินให้เขาไปเรียบร้อยแล้ว แบบนี้จะเรียกว่าของขวัญได้ยังไงคะ!”
หลิ่วหยวนรีบเสริม “ครับ ผมแค่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับดนตรีจากในเทศมณฑลมาฝากสหายซ่งถิง ราคา 3 หยวนกับ 5 เจี่ยว ซึ่งเธอก็จ่ายเงินให้ผมทันทีเลยครับ”
หัวหน้ากู่จึงหันไปมองหลินเสวี่ยจูอีกครั้ง
หญิงสาวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “พูดปากเปล่าใครจะเชื่อล่ะ หลักฐานมีไหมล่ะ หลักฐานอยู่ไหน ถ้าเอามายืนยันได้ฉันถึงจะยอมเชื่อ แต่ถ้าไม่มี เธอก็คือมือที่สามที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคนนั่นแหละ นังซ่งถิง!”
หลินเสวี่ยจูพูดรัวเป็นชุด พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มราวกับเจ็บปวดใจจนแทบขาดใจ
“หลิ่วหยวนยอมรับกับฉันตรงๆ ว่าเขาชอบซ่งถิง แต่ซ่งถิงกลับบอกฉันว่าเธอไม่ได้ชอบเขา ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นฉันก็หลงเชื่อคำพูดของเธอสนิทใจ เลยยอมคบหากับหลิ่วหยวนอย่างเปิดเผย”
“แต่ใครจะคิดว่าเธอจะเสแสร้ง ปากอย่างใจอย่าง ลับหลังก็แอบไปพลอดรักกันอยู่เรื่อย ถึงฉันจะไม่มีหลักฐานคาหนังคาเขา แต่ฉันก็ดูออกหรอกนะว่าพวกเธอแอบทำอะไรกันลับหลัง ทุกครั้งที่หลิ่วหยวนมาที่นี่ เขาก็จะพยายามหาโอกาสคุยกับซ่งถิงอยู่ตลอด!”
“นี่มันหมายความว่ายังไง! คิดจะเอาฉันมาเป็นข้ออ้างเหรอ! ฉันไปทำอะไรให้พวกเธอหนักหนาหรือไงหา! ถ้าพวกเธอรักกันดีก็เปิดตัวคบกันไปเลยสิ แต่ถ้าไม่ได้มีใจให้กัน ก็หัดรักษาระยะห่างซะบ้าง!”
“หลิ่วหยวนไปทำงานที่เทศมณฑล ไม่เคยคิดจะซื้อของอะไรมาฝากฉันสักชิ้น แต่กลับมีน้ำใจซื้อหนังสือมาให้ซ่งถิง!”
“แล้วสองคนก็ประสานเสียงกันบอกว่าจ่ายเงินแล้ว ใครเขาจะไปเชื่อ! มีพยานไหมล่ะ! พยานสักคนก็ไม่มี นี่มันตั้งใจโกหกกันซึ่งๆ หน้าชัดๆ! พอฉันรู้เรื่องก็อุตส่าห์ไปถามดีๆ แต่ซ่งถิงกลับปฏิเสธเสียงแข็ง ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่หนังสือเล่มนั้นก็วางอยู่บนโต๊ะในหอพักของเธอแท้ๆ”
“พอฉันจะขอดู เธอกลับไม่ยอมให้ดู แล้วเป็นไง สุดท้ายก็เอาหนังสือไปเผาทิ้ง! นี่ถ้าไม่ได้ร้อนตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร! ในคณะมีคนตั้งมากมาย ทำไมหลิ่วหยวนต้องเจาะจงซื้อให้เธอคนเดียวด้วย”
“ซ่งถิง! ถ้าพวกเธอสองคนไม่มีซัมติงอะไรกัน ทำไมเขาต้องทำดีกับเธอเป็นพิเศษด้วย! ขนาดฉันที่เป็นคู่หมั้นของเขา เขายังไม่เคยแยแสเลย!”
“ถึงฉันหลินเสวี่ยจูจะต้อยต่ำ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีของฉันนะ! ไม่ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องเกาะผู้ชายอย่างหลิ่วหยวนกิน!”
“แต่การกระทำของพวกเธอมันน่ารังเกียจเกินไป ฉันจะทนให้หยามกันแบบนี้ได้ยังไง!”
“ต่อให้วันนี้หัวหน้ากู่จะไล่ฉันออก หรือทุกคนจะตราหน้าว่าฉันเป็นนางมารร้ายขี้อิจฉา ฉันก็ต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้มันรู้เรื่องกันไปข้างหนึ่ง! ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าทุกคนเห็นฉันเป็นอีโง่คนหนึ่งน่ะสิ แล้วฉันจะทนกล้ำกลืนฝืนทนต่อไปได้ยังไง!”
ซ่งถิงโกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง “หนังสือเล่มนี้ฉันเป็นคนจ่ายเงินซื้อมา มันก็คือของฉัน! เธอเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ฉันต้องให้ดูหา! หลินเสวี่ยจู! วันนี้ฉันจะข่วนหน้าเธอให้ยับเลย!”
ซ่งถิงรู้ดีว่าถ้าต้องมาต่อปากต่อคำ เธอไม่มีทางสู้ฝีปากของหลินเสวี่ยจูได้แน่ แต่ก่อนที่จะโดนไล่ออก เธอก็ขอระบายความแค้นในใจด้วยการสั่งสอนผู้หญิงคนนี้สักตั้ง! ต่อให้สุดท้ายจะชวดโอกาสในการเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์จูม่านไปก็ช่างมัน! ถือซะว่าเธอไม่มีวาสนาก็แล้วกัน กลับไปทำไร่ทำนาที่บ้านนอกก็คงไม่เลวร้ายเท่าไหร่
หลิ่วหยวนยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องแค่นี้จะบานปลายจนน่าอับอายขายหน้าได้ขนาดนี้ เขามองไปยังหลินเสวี่ยจูด้วยสายตาขุ่นเคือง นี่เธอตั้งใจจะให้มันจบกันไปเลยใช่ไหม
เขาได้แต่โทษตัวเองที่ใจอ่อนยอมทำตามคำขอร้องของแม่เมื่อตอนนั้น ทั้งที่เขาเองก็ตัดสินใจจะตัดใจจากซ่งถิงแล้ว เพราะรู้ดีว่าเธอไม่ได้มีใจให้ และอีกไม่นานเธอก็ต้องจากอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ไปไล่ตามความฝันของตัวเอง การรอคอยของเขาก็คงลงเอยด้วยความว่างเปล่า เขาจึงหันไปคบหากับหลินเสวี่ยจูที่ตามตื๊อเขามาตลอด จนกระทั่งครอบครัวทั้งสองฝ่ายตกลงให้แต่งงานกันในวันขึ้นปีใหม่
ตอนที่เขาไปทำงานที่เทศมณฑลแล้วบังเอิญเจอหนังสือเกี่ยวกับดนตรี ก็แค่อยากจะซื้อมาฝากซ่งถิงไว้เป็นที่ระลึก เพื่อที่ตัวเองจะได้ตัดใจจากเธอได้อย่างเด็ดขาดเสียที แต่ใครจะไปคาดคิดว่าหนังสือเล่มนั้นจะกลายเป็นชนวนเหตุแห่งปัญหาใหญ่โตขนาดนี้
ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามอธิบายอย่างไร ก็คงไม่มีใครเชื่อ ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ
หลินเสวี่ยจูเห็นท่าทีร้อนรนของหลิ่วหยวน และสายตาชิงชังที่เขามองมา มันเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของเธอ
ทำไมฉันต้องน่าสมเพชตัวเองขนาดนี้ด้วยนะ! ทำไมต้องเป็นเขาคนเดียวที่ไม่เคยเห็นค่าของฉันเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นฝ่ายวิ่งตามฉันแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นฉันที่ต้องวิ่งไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ
แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อในสายตาของเธอไม่มีผู้ชายคนไหนอีกแล้วนอกจากหลิ่วหยวน
หลินเสวี่ยจูเกลียดตัวเองที่อ่อนแอและควบคุมหัวใจไม่ได้ เธออุตส่าห์ยอมถอยให้เขาตั้งมากมาย ยอมลืมเรื่องราวในอดีต แต่หลิ่วหยวนกับซ่งถิงกลับมาร่วมมือกันหยามหน้าเธอแบบนี้!
วันนี้เขายังอุตส่าห์มาหาที่นี่ แต่กลับตรงไปคุยกับซ่งถิงก่อน! แล้วแบบนี้จะให้เธอทนได้อย่างไร ขืนทนต่อไป เธอก็คงได้กลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งคณะหัวเราะเยาะกันพอดี!
[จบบท]