บทที่ 388: เริ่มขุดหลุม
ซ่งอวี้หน่วนเล่าต่อไม่หยุด “หนูได้ยินเพื่อนที่โรงเรียนเล่าให้ฟังน่ะค่ะ เขาบอกว่าญาติของเขาอยู่หมู่บ้านเดียวกับหลัวจือซ่าน เห็นว่าตอนนี้หลัวจือซ่านกำลังรีบหาเมียใหม่ใหญ่เลยนะคะ แถมยังใช้กำไลเงินหนึ่งคู่เป็นของหมั้น บอกว่าสินสอดให้ตั้ง 100 หยวนแน่ะ ได้ยินว่ามีคนสนใจกันให้เพียบเลย”
จูเฟิ่งชะงักไปเล็กน้อย เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่าท่าทีของเสี่ยวหน่วนในวันนี้มันดูแปลกๆ
หญิงชราหันขวับไปมองที่ประตู ซึ่งก่อนหน้านี้ปิดสนิทดีแล้ว แต่เสี่ยวหน่วนกลับแกล้งดึงให้มันแง้มออกนิดหน่อย ตอนนั้นเธอไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่รู้ว่าหลานสาวคิดจะทำอะไร แต่ตอนนี้กลับเห็นวังเสี่ยวหม่านกำลังยืนทำลับๆ ล่อๆ แอบฟังอยู่ตรงนั้น
พอได้ยินเรื่องที่หลานสาวเล่า จูเฟิ่งก็ฉุนกึก “กำไลเงินคู่นั้นมันของยายเองนะ! ตอนแต่งเข้าบ้านมา ยายก็ยกให้เธอไป ตอนกลับมารอบสองรอบนี่ไม่เห็นจะเคยใส่ พอถามว่าเอาไปไว้ไหน ก็บอกว่าทำหาย”
จูเฟิ่งไม่เคยเชื่อคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย ของที่ตกถึงมือคนอย่างวังเสี่ยวหม่านแล้ว ไม่มีทางยอมให้หลุดมือง่ายๆ แน่
ตอนนี้เรื่องมันชัดแล้ว ถ้ากำไลไม่ได้อยู่กับวังเสี่ยวหม่าน ก็ต้องอยู่กับหลัวจือซ่านนั่นแหละ
ความคิดนั้นทำให้จูเฟิ่งโกรธจนต้องทุบโต๊ะระบายอารมณ์
ซ่งอวี้หน่วนรีบใส่ไฟต่อทันที “กำไลเงินของหลัวจือซ่านคู่นั้น ต้องเป็นของวังเสี่ยวหม่านแน่ๆ เลยค่ะ แต่ก็น่าแปลกนะคะ ทำไมตอนหย่ากันถึงไม่เอากลับมาด้วย”
“อ๋อ! หนูรู้แล้ว ต้องเป็นเพราะหลัวจือซ่านไม่ยอมคืนให้แน่ๆ เลยโกหกว่าทำหายไปแล้ว ที่จริงน่ะเก็บไว้ขอเมียคนที่สามอยู่ต่างหาก หนูได้ยินมาว่าตอนที่เขาแต่งกับวังเสี่ยวหม่านน่ะ เขาไม่ได้ให้อะไรเลยสักอย่าง เหมือนไปแต่ตัวด้วยซ้ำ แต่รอบนี้กลับทุ่มสุดตัวเลยนะคะ”
“แม่ของหลัวจือซ่านเที่ยวไปป่าวประกาศกับชาวบ้านว่า ถ้าลูกสะใภ้คนนี้แต่งเข้ามาเมื่อไหร่ จะดูแลให้ดีเหมือนลูกสาวแท้ๆ เลย แล้วเด็กสองคนที่มีอยู่ก็ไม่ต้องให้เมียใหม่เลี้ยงดูด้วยนะ พวกเขาแค่เลี้ยงลูกของตัวเองก็พอ ส่วนหลานสองคนนั้น แม่ของหลัวจือซ่านจะเป็นคนเลี้ยงเอง…”
จูเฟิ่งรู้ทันทีว่าหลานสาวจงใจพูดแบบนี้ เธอเองก็เดาได้ว่าเสี่ยวหน่วนตั้งใจจะยั่วโมโหให้วังเสี่ยวหม่านได้ยิน
“คนเราทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้นแหละนะ บางคนพยายามสร้างเรื่องวุ่นวายมาตั้งนาน สุดท้ายกลับเป็นคนอื่นที่ได้ประโยชน์ไป คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง สุดท้ายก็ต้องยอมรับสภาพ สมน้ำหน้า!”
ซ่งอวี้หน่วนลุกจากคัง จัดการกินมันฝรั่งที่เหลือจนเกลี้ยงจาน ก่อนจะเช็ดมือแล้วหันไปบอกยาย “ยายคะ หนูต้องกลับก่อนนะ อีกเดี๋ยวน้าเล็กจะตรวจการบ้านแล้ว”
พอเดินออกมาที่ห้องโถงกลางบ้าน ก็เห็นวังเสี่ยวหม่านยืนทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่ตรงนั้นจริงๆ
เมื่อซ่งอวี้หน่วนจากไป จูเฟิ่งก็เดินเข้าไปซักไซ้เรื่องกำไลเงินกับวังเสี่ยวหม่านทันที แต่คราวนี้วังเสี่ยวหม่านกลับไม่ยอมตอบดีๆ แต่สวนกลับแม่สามีด้วยสีหน้าถมึงทึงไปสองสามประโยค ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดกลับเข้าห้องของสี่เชว่ไป
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้กลับไปที่บ้านตระกูลซ่ง แต่ตรงไปหาฉู่จื่อโจวเพื่อบอกว่าจะไปที่คอมมูน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เขากำลังจะไปที่นั่นพอดี
ระหว่างทาง ซ่งอวี้หน่วนจึงอธิบายแผนการทั้งหมดให้ฉู่จื่อโจวฟัง พร้อมกับนัดแนะบทสนทนาที่ต้องให้เขาช่วยพูดในอีกไม่ช้า
ฉู่จื่อโจวหัวเราะเบาๆ ขณะมองเด็กสาว เขารู้อยู่แล้วว่าเธอต้องมีแผนเด็ดๆ ในใจแน่ แต่ก็อดถามไม่ได้ “แล้ววิธีนี้จะได้ผลจริงๆ เหรอ”
“ถ้าพวกเขายังเป็นคนแบบที่เราเห็น รับรองว่าได้ผลแน่นอนค่ะ”
ฉู่จื่อโจวลองนึกถึงพฤติกรรมของวังเสี่ยวหม่านดูแล้วก็เห็นด้วยว่าแผนนี้น่าจะสำเร็จ
เมื่อทั้งสองมาถึงคอมมูน ซ่งอวี้หน่วนก็พาเขาไปยังโกดังแห่งหนึ่งซึ่งมีคนงานกลุ่มใหญ่กำลังทำงานกันอยู่ ผู้ดูแลฝ่ายพลาธิการที่คุมงานอยู่ตรงนั้นรู้จักฉู่จื่อโจว เพราะมีคำสั่งแต่งตั้งให้เขามาประจำที่นี่แล้ว เขาจึงรีบเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มทันที
หลังจากที่ทั้งสองคุยกันได้ไม่กี่คำ ซ่งอวี้หน่วนก็แกล้งทำเป็นร้อนใจขึ้นมา “ผู้ใหญ่บ้านคะ พอจะรู้ไหมว่าสถานีตำรวจของคอมมูนเราอยู่ตรงไหน”
ฉู่จื่อโจวรอจังหวะนี้มาสักพักแล้ว ในที่สุดบทละครก็เริ่มขึ้น
“แล้วจะไปสถานีตำรวจทำไมล่ะนั่น”
“ไปแจ้งความสิคะ”
“แจ้งความเรื่องอะไร” ฉู่จื่อโจวแสร้งทำเป็นเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดแล้วถามกลับไป
ซ่งอวี้หน่วนประกาศก้อง “ฉันจะแจ้งจับวังเสี่ยวหม่านค่ะ! คือยายของฉันมีกำไลเงินที่เป็นของสืบทอดตระกูลอยู่คู่หนึ่ง ตอนที่วังเสี่ยวหม่านแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ ยายก็เป็นคนสวมให้เธอด้วยตัวเองเลยนะคะ”
“แต่พอตอนที่หย่ากับน้าซาน เธอกลับทำตัวหน้าไม่อาย หอบกำไลเงินคู่นั้นไปด้วย ยายฉันเห็นว่าเป็นแม่แท้ๆของสี่เชว่ก็เลยไม่อยากทวงคืน แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอคะ กลับมามือเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของกำไล แถมยังหน้าด้านมาโกหกยายว่าทำหายไปแล้ว”
“ฉันว่านี่เป็นการหย่าปลอมๆ ชัดๆ เลยค่ะ เป้าหมายก็คือให้วังเสี่ยวหม่านกลับมาหลอกเอาเงินที่บ้านยาย เพราะตอนนี้ฐานะทางบ้านยายดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะแล้ว”
การแจ้งความเรื่องกำไลเงินที่หายไปหนึ่งคู่ย่อมทำได้อยู่แล้ว
น้ำเสียงของซ่งอวี้หน่วนนั้นใสกังวานและดังพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในโกดังได้ยินเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจน
ณ ที่แห่งนั้นไม่มีหลัวจือซ่านอยู่ก็จริง แต่พี่ชายแท้ๆ ของเขาทำงานอยู่ที่นี่
แววตาของชายผู้นั้นวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด เขามองผู้ใหญ่บ้านฉู่ที่อีกไม่นานจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าคอมมูน กำลังพาเด็กสาวคนหนึ่งมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของสถานีตำรวจ
เขาจึงรีบไปขอลาจากผู้ดูแลฝ่ายพลาธิการ อ้างว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีเรื่องด่วน ต้องขอกลับก่อนเวลา ผู้ดูแลก็ไม่ได้ติดใจอะไร ปล่อยให้เขากลับไปแต่โดยดี
ซ่งอวี้หน่วนไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความจริงๆ
ทันทีที่หัวหน้าคอมมูนหวงทราบข่าวว่าซ่งอวี้หน่วนกับฉู่จื่อโจวมาถึง เขาก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาต้อนรับด้วยตัวเอง เขาไม่มีวันปฏิบัติต่อเด็กสาวคนนี้อย่างเย็นชาได้เลย เพราะความสำเร็จที่เขามีในทุกวันนี้ สิบส่วนต้องยกความดีความชอบให้ซ่งอวี้หน่วนไปแล้วหกส่วน อีกสองส่วนเป็นของฉู่จื่อโจว สองส่วนที่เหลือเป็นความพยายามของเขาเอง
หัวหน้าคอมมูนหวงเป็นคนขยันขันแข็งและถ่อมตน การเลื่อนตำแหน่งของเขาจึงไม่มีใครคัดค้าน
พอรู้ว่าซ่งอวี้หน่วนมาเพื่อแจ้งความ สีหน้ายิ้มแย้มของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังใน พร้อมรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เรื่องราววุ่นวายของบ้านตระกูลเซี่ยนั้นมีหรือที่เขาจะไม่รู้ แต่เขาก็สั่งห้ามไม่ให้คนในคอมมูนนำเรื่องพวกนี้มานินทาว่าร้ายกัน แต่เมื่อมีการแจ้งความเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ก็ต้องสืบสวนให้ถึงที่สุด
ซ่งอวี้หน่วนจึงสรุปเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างรวบรัด ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ยายของฉันยังไม่รู้เลยนะคะว่าฉันมาแจ้งความ”
ฉู่จื่อโจวรีบเสริมทัพ “ยายของเธอคงอาย ไม่กล้ามาเอง”
“เรื่องแบบนี้มีอะไรน่าอายกันคะ” ซ่งอวี้หน่วนสวนกลับอย่างมีเหตุผล
“ถ้ากำไลเงินนั่นอยู่ที่หลัวจือซ่านจริงๆ ก็ต้องทวงคืนมาให้ได้ แม่ของฉันก็เป็นลูกสาวของยายเหมือนกัน ทำไมยายจะให้แม่ไม่ได้ล่ะคะ หรือจะเก็บไว้ให้น้าสะใภ้เล็กในอนาคตตอนที่น้าเล็กแต่งงานก็ได้”
เหตุผลของเธอฟังขึ้น ถ้ากำไลเงินในมือของหลัวจือซ่านเป็นของจูเฟิ่งจริง การทวงคืนก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนั่นคือของดูต่างหน้าที่พ่อแม่ของยายจูเฟิ่งมอบให้
ในที่สุด สถานีตำรวจก็รับแจ้งความคดีนี้ และบอกว่าจะรีบดำเนินการสืบสวน ให้ซ่งอวี้หน่วนกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านได้เลย
ในเวลาเดียวกันนั้น ที่หมู่บ้านเสี่ยวซานถุน พี่ชายของหลัวจือซ่านก็บุกไปถึงบ้านน้องชายด้วยความขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง
น้องชายเขามันคิดอะไรของมันอยู่กันแน่ แต่งงานมาแล้วตั้งสองครั้งสองครา ยังจะหน้าด้านให้พ่อแม่หาเงินมาสู่ขอเมียใหม่อีกหรือ เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด! วังเสี่ยวหม่านอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงดีเด่อะไร แต่ก็ยังพออยู่กันไปได้ อย่างน้อยเธอก็รักน้องชายเขาจริงๆ ซึ่งมันก็ยังดีกว่าสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้
พี่ชายจึงเปิดฉากด้วยการยกเรื่องแม่ขึ้นมาอ้าง ก่อนจะซักเรื่องกำไลเงินที่ตอนนี้ข่าวลือกระฉ่อนไปทั่วทั้งคอมมูนแล้ว แถมยังบอกอีกว่าบ้านตระกูลเซี่ยส่งคนมาแจ้งความถึงที่ และคนที่พามาก็คือผู้ใหญ่บ้านฉู่ด้วยตัวเอง
เพียงแค่นั้น สีหน้าของหลัวจือซ่านก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขายอมรับว่าหลอกเอากำไลเงินมาจากวังเสี่ยวหม่านและเก็บไว้กับตัวเองจริง แต่ที่น่าแปลกคือเมื่อวันก่อน เขาพูดแค่เรื่องสินสอด ไม่ได้เอ่ยถึงกำไลเงินเลยแม้แต่คำเดียว แล้วพวกตระกูลเซี่ยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ เขาถูกพี่ชายตัวเองหักหลัง “พี่เป็นคนเอาเรื่องนี้ไปบอกใช่ไหม!”
[จบบท]