บทที่ 40: พี่ชายใจร้าย!
ซ่งอวี้หน่วนใจหายวาบ ตายจริง!
ทั้งรอยยิ้มและน้ำเสียงของเขา ช่างเป็นพายุเสน่ห์ที่มนุษย์หน้าไหนก็ต้านทานไม่ไหว
ซ่งอวี้หน่วนรีบส่ายหน้าอย่างแรง
แน่นอนว่าพ่อไม่รู้เรื่อง ถ้าพ่อรู้ พ่อไม่มีทางยอมแน่ๆ
“จริงๆ แล้วตอนแรกหัวหน้าสถานีเหอไม่ยอมให้ฉันไปด้วยหรอกนะคะ” ซ่งอวี้หน่วนกลัวว่าหัวหน้าสถานีเหอจะโดนตำหนิ เลยรีบออกตัว “แต่ฉันเป็นคนยืนกรานจะไปเองค่ะ แล้วพี่สาวคนนั้นก็เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่เก่งมากๆ ด้วย คุณอย่าไปว่าเขาเลยนะคะ”
กู้หวยอันพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความนัยลึกซึ้ง “หัวหน้าสถานีเหอทำถูกแล้ว คุณเป็นพลเมืองของประเทศ ถึงแม้จะยังไม่ได้รับสิทธิบางอย่างในฐานะพลเมืองเต็มตัว แต่คุณก็ยังมีสิทธิ์ที่จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อสู้กับอาชญากร!”
ซ่งอวี้หน่วน “...”
【พี่ชายใจร้าย!】
【ก็พูดมาตรงๆ เลยสิว่าฉันมันวู่วามไม่ใช้สมอง!】
กู้หวยอัน…
ก็ยังดีที่รู้ตัวว่าตัวเองผิดตรงไหน
ซ่งอวี้หน่วนกะพริบตาปริบๆ “คุณกับหัวหน้าสถานีเหอสนิทกันมากเลยสินะคะ”
กู้หวยอันถาม “คุณรู้ได้ยังไง”
ซ่งอวี้หน่วนยิ้มหวาน “ฉันเห็นเขายืนส่งรถคุณอยู่ที่ริมถนนจนลับสายตา ถ้าไม่รู้จักกัน ป่านนี้เขาคงพุ่งเข้ามาแล้วล่ะค่ะ”
กู้หวยอันถอนหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน พลางมองไปยังเสี่ยวเทียนที่นั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าเหมือนรูปปั้น แล้วรู้สึกว่าตัวเองกำลังยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ
เด็กสาวคนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง มันจะไปเกี่ยวอะไรกับเขากัน
“ลงรถได้แล้ว!” เสียงของเขาฟังดูเนือยๆ เหมือนหมดความสนใจ
ซ่งอวี้หน่วนรีบเปิดประตูรถ ก่อนจะปิดประตู เธอก็แอบคิดในใจ
【พี่ชายคนนี้หล่อจริงๆ ไม่รู้จะได้เจออีกทีเมื่อไหร่ ขอมองเก็บไว้เยอะๆ หน่อยดีกว่า คิกคิก】
กู้หวยอันหันหน้าหนีทันควัน
ซ่งอวี้หน่วน: “...”
ใครเขาจะไปอยากดูท้ายทอยคุณกันยะ เชอะ!
“ขอบคุณนะคะ ลาก่อนค่ะ!” ซ่งอวี้หน่วนกล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง
รถค่อยๆ แล่นออกไปจนลับสายตาของซ่งอวี้หน่วน
เธอเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปยังบ้านของผู้เฒ่าจี้
แต่กลับพบว่าประตูหน้าบ้านถูกล็อกไว้ บนประตูมีกระดาษแผ่นหนึ่งแปะอยู่ ซึ่งผู้เฒ่าจี้เขียนทิ้งไว้ให้เธอโดยเฉพาะ เนื้อความบอกว่าเขาพาหมิงเซิ่งกับอิ๋งอิ๋งไปที่บ้านพักรับรองแล้ว แถมยังหน้าไม่อายบอกให้เธอไปเอากุญแจที่ป้าข้างบ้าน แล้วเปิดประตูเข้าไปเตรียมอาหารกลางวันให้ด้วย
ซ่งอวี้หน่วนเปิดประตูเข้าไปในบ้านของผู้เฒ่าจี้
เธอเดินสำรวจไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ของเก่าเก็บรกๆ หายไปหมดแล้ว ลานบ้านก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยม
ส่วนในตัวบ้าน…
นอกจากหนังสือที่เต็มไปหมดทั้งห้องแล้ว ก็ยังมีหุ่นจำลองมนุษย์ทองแดงขนาดเล็กที่ระบุตำแหน่งจุดฝังเข็มตั้งอยู่อีกด้วย
ผู้เฒ่าจี้นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
แต่ว่า… เธอทำอาหารเป็นด้วยเหรอ
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นบะหมี่แห้ง ไข่ไก่ และน้ำมันหมูหนึ่งถ้วยวางอยู่บนตู้กับข้าว นอกจากนี้ยังมีต้นหอม ขิง และกระเทียมอยู่ด้วย
อืม อย่างน้อยบะหมี่น้ำก็ยังพอทำได้น่า
ซ่งอวี้หน่วนครุ่นคิด กู้หวยอันมาส่งเธอถึงบ้านผู้เฒ่าจี้เลย แสดงว่าเขารู้แล้วสินะว่าผู้เฒ่าจี้เจอลูกสาวแล้ว
ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการการบินหลงหังควบตำแหน่งศาสตราจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์คนนี้ ช่างเป็นคนที่จัดการเรื่องชาวบ้านเก่งจริงๆ
คนที่ซ่งอวี้หน่วนกำลังนินทาในใจว่าชอบจัดการเรื่องชาวบ้านอย่างกู้หวยอัน ได้ขับรถย้อนกลับไปยังสถานีตำรวจเขตตะวันออก
หัวหน้าสถานีเหอกำลังพูดคุยอยู่กับซ่งเหลียงอยู่
แต่เขาก็ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมด เพราะยังไม่รู้ว่าทำไมกู้หวยอันถึงเข้ามาแทรกแซง และไม่รู้ว่ากู้หวยอันต้องการจะทำอะไรต่อไป
เขาทำได้เพียงบอกซ่งเหลียงว่าไม่ต้องเป็นห่วง มีคนที่ไว้ใจได้มากคนหนึ่งพาลูกสาวของเขาไปแล้ว หากอยู่กับกู้หวยอันแล้วยังเกิดเรื่องขึ้นได้ บนโลกนี้ก็คงไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นซ่งเหลียงก็ยังคงวางใจไม่ได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ยังคงทำให้เขาทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้นไม่หาย หากเสี่ยวหน่วนเป็นอะไรไปจริงๆ เขาจะบดขยี้ตระกูลซุนให้เป็นผุยผงเลยคอยดู
เมื่อลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ในชั่ววูบหนึ่ง ซ่งเหลียงถึงกับเข้าใจความโกรธแค้นของหลินฉิงขึ้นมา
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความคิดชั่ววูบ การฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต การติดหนี้ต้องชดใช้ด้วยเงิน เขาไม่มีทางทำเหมือนหลินฉิงได้อย่างแน่นอน
การกระทำของหลินฉิงไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการใช้อำนาจรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า
หัวหน้าสถานีเหอบอกกับซ่งเหลียงว่า “พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ อย่าเพิ่งเอะอะโวยวายไป และที่สำคัญ อย่าได้พูดคุยกับสะใภ้บ้านตระกูลซุนเด็ดขาด ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้แม้แต่คำเดียวนะครับ”
“ได้ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
หัวหน้าสถานีเหอคงไม่สามารถพบกับทุกคนในตระกูลซ่งได้ เพราะตอนนี้ทุกคนต่างก็รออยู่ด้านนอกที่ลานสถานี
ซ่งเหลียงจึงเป็นตัวแทนของครอบครัว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “น้องสะใภ้ของผม ซุนจินหรง น่าจะถูกยายซุนลักพาตัวมา ในบรรดาของที่ยึดได้จากบ้านตระกูลซุน พอจะมีของจำพวกกำไลข้อมือเด็กหรือจี้รูปกุญแจอายุยืนบ้างไหมครับ”
หัวหน้าสถานีเหอพยักหน้ารับรู้
หากมีของเหล่านั้นอยู่จริง และยืนยันได้ว่าเป็นของซุนจินหรง เขาก็จะนำส่งคืนให้เธอทันที
คดีนี้เป็นคดีที่ใหญ่มาก ใหญ่เกินกว่าที่อำเภอหนานซานจะรับมือไหว อีกไม่นานจะมีเจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงของมณฑลลงมารับช่วงต่อ
สำหรับรายละเอียดอื่นๆนั้น ให้กลับไปรอฟังข่าวที่บ้าน
หัวหน้าสถานีเหอดูร้อนรนเป็นอย่างมาก จากการตรวจค้นโพรงใต้คังในบ้านตระกูลซุน พวกเขาพบทองคำและเครื่องประดับจำนวนมหาศาล รวมถึงเอกสารลับจากยุคก่อนๆ ที่ถูกห่อด้วยกระดาษไขเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
ที่น่าตกใจคือ ยังมีหนังสือแต่งตั้งฉบับหนึ่งที่ออกให้แก่หลิวจินชุ่ย
ในตำแหน่งผู้แทนพิเศษแห่งซานเจียง มณฑลตะวันออก!
เหอะ ซ่อนตัวได้ลึกจริงๆ
หัวหน้าสถานีเหอปลอบใจซ่งเหลียงอยู่สองสามประโยค พอหันหลังกำลังจะเดินจากไป ก็เห็นรถของกู้หวยอันจอดอยู่ที่หน้าประตู
กู้หวยอันเดินเข้ามาในลานสถานี หัวหน้าสถานีเหอรีบเดินเข้าไปต้อนรับ เมื่อทั้งสองสบตากัน หัวหน้าสถานีเหอก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เด็กหนุ่มรูปงามในวันวาน บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาและสง่างามแล้ว
รัศมีที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขา ทำให้หัวหน้าสถานีเหออดที่จะยืดหลังตรงไม่ได้
สมแล้วจริงๆ ที่เป็นผู้สืบทอดที่ผู้นำเฒ่าได้เลือกไว้
กู้หวยอันกระซิบถาม “ในลานนั่นคือคนตระกูลซ่งหรือเปล่าครับ”
“ใช่ พวกเขาเอง”
“คุณอาเหอครับ ไปบอกคนตระกูลซ่งทีว่าซ่งอวี้หน่วนอยู่ที่บ้านผู้เฒ่าจี้” เขาไม่ยอมเอ่ยคำพูดเกินความจำเป็นแม้แต่คำเดียว
ผู้เฒ่าจี้?
อำเภอหนานซานมีผู้เฒ่าจี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
หัวหน้าสถานีเหอไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขารู้ดีว่ากู้หวยอันเป็นคนทำงานรอบคอบ เมื่อเขาพูดแบบนี้ เรื่องก็ควรจะดำเนินไปตามนั้น
หัวหน้าสถานีเหอเดินออกไปรั้งซ่งเหลียงที่กำลังจะกลับ “ลูกสาวคุณอยู่ที่บ้านผู้เฒ่าจี้ครับ”
เมื่อพูดจบ หัวหน้าสถานีเหอก็เห็นซ่งเหลียงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาก็เข้าใจได้ในทันที
เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ซ่งเหลียงเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้ แล้วบอกให้เขารีบพาครอบครัวไปหาซ่งอวี้หน่วน
ครอบครัวซ่งเดินทางมาด้วยรถม้า
รถม้าจอดอยู่ริมถนนใหญ่ฝั่งตรงข้าม ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก เหลียนเซียงกับลูกๆ อีก 2 คนก็อยู่บนรถด้วย วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เด็กๆ หยุดเรียน พอได้ข่าวว่าจะออกตามหาคน ก็เลยพากันออกมาหมด ตอนนี้เธอยังรู้สึกเหมือนฝันไป ไม่คิดว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นความจริง
แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของแม่สามี เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไร
รอจนกระทั่งพี่ชายสามีเดินเข้าไปกระซิบกระซาบกับแม่สามีอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เห็นแม่สามีร้องไห้ออกมา แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ดังนั้น ทั้งหมดจึงขึ้นรถม้าแล้วมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนก่อน ซ่งหมิงโปจะกลับบ้านทุกๆ ครึ่งเดือน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดกลับ
เขากำลังอยู่ที่โรงเรียน พอเห็นคนในครอบครัวแห่กันมาเป็นขบวนก็ตกใจจนพูดไม่ออก
ย่าซ่งทุบหลานชายคนโตไปหนึ่งที ก่อนจะกระซิบดุว่า “ไอ้วิชาของแกน่ะ ไม่ใช่ว่าฝึกฝนอยู่ทุกวันหรอกเหรอ แล้วทำไมไม่ลองคำนวณดวงของเสี่ยวหน่วนน้องสาวแกดูบ้างล่ะ”
ซ่งหมิงโปใจหายวาบ แล้วเสี่ยวหน่วนกับหมิงเซิ่งล่ะ
“คือ ย่าครับ ผมไม่เคยกล้าทำนายดวงของคนในครอบครัวเลยครับ แล้วนี่ เสี่ยวหน่วนล่ะครับ หมิงเซิ่งด้วย พวกย่ามาทำอะไรกันที่นี่เหรอครับ”
เมื่อรู้ว่าน้องสาวและน้องชายอยู่ที่บ้านของผู้เฒ่าจี้ ซ่งหมิงโปก็รีบนำขบวนทุกคนมุ่งหน้าไปยังตรอกซงซู่ที่ผู้เฒ่าจี้อาศัยอยู่ทันที
เมื่อไปถึง ก็เห็นประตูบ้านแง้มอยู่จริงๆ พอเคาะไปได้ไม่กี่ครั้ง ซ่งอวี้หน่วนก็ออกมาเปิดประตู
ทันทีที่เปิดประตู ซ่งอวี้หน่วนก็ตกใจตาค้าง
“โอ้โห ทุกคนมากันหมดเลยเหรอคะ ที่บ้านเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” ซ่งอวี้หน่วนเปิดประตูให้ทุกคนเข้ามาข้างใน
หลังจากนั้นก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น
ย่าซ่งทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ เธอตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้วจริงๆ
สิ่งแรกที่ทำคือตรวจดูว่าเสี่ยวหน่วนปลอดภัยดีหรือไม่ จากนั้นก็เริ่มซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องตัวตนที่แท้จริงของยายซุน
[จบบท]