บทที่ 401: เตรียมฉลองปีใหม่
ช่วงเวลาที่นายน้อยรองจงเดินทางมาถึงหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ก็คือวันที่ 28 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติพอดี เขาแจ้งเรื่องการมาเยือนให้เบื้องบนรับทราบล่วงหน้า ทั้งยังติดต่อฉู่จื่อโจวไว้ก่อนแล้ว ฉู่จื่อโจวจึงจัดแจงที่พักในหอพักของกองพลน้อยไว้ให้เรียบร้อย
แน่นอนว่าที่พักแห่งนี้มีค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้นยังคงเป็นหน้าที่ของผู้เฒ่าซุนเช่นเคย
ในเมื่อมีแขกมาเยือนถึงที่ ก็ย่อมต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ย่าซ่งกับจูเฟิ่งปรึกษากันว่ามื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าจะมาล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ส่วนตอนดึกค่อยแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันเพื่อเฝ้ารอรับปีใหม่ ความสัมพันธ์ของหญิงชราทั้งสองในตอนนี้เรียกได้ว่าแน่นแฟ้นขึ้นมาก
โบราณว่าไว้ ‘สามีภรรยาจนร้อยเรื่องราวน่าเศร้า’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์ฉันญาติก็ไม่ต่างกัน
มีคำกล่าวที่ว่า ‘ยามจนอย่าเพิ่งไปมาหาสู่ ยามมั่งมีอย่าเพิ่งกลับถิ่นฐานเดิม’
ยามขัดสน หากไปเยี่ยมเยือนบ้านใครแล้วเผอิญเจอพวกเขากำลังตั้งสำรับอาหาร ก็อาจถูกมองว่าจงใจมาเพื่อขอข้าวกินฟรี การไปมาหาสู่ระหว่างญาติมิตรก็ละเอียดอ่อนเช่นนี้
แต่บัดนี้หญิงชราทั้งสองต่างมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง ลูกหลานก็กตัญญูดูแลอย่างดี เรื่องในบ้านก็ราบรื่นไร้กังวล แถมยังกลายเป็นที่อิจฉาของเหล่าคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านอีกด้วย
ไม่ว่าจะมองในแง่ของจิตใจหรือวัตถุ ทั้งสองท่านก็จัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีความสุขและมั่งคั่ง เวลาคบหากันจึงปราศจากเรื่องคิดเล็กคิดน้อยให้ขุ่นข้องหมองใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ย่าซ่งเองก็ไม่กล้าทำตัวจู้จี้จุกจิก เพราะรู้ดีว่าหลานสาวคนโตไม่ชอบคนนิสัยเช่นนั้น ดังนั้นในฐานะผู้เป็นย่า ท่านจึงต้องทำตัวให้ใจกว้างเข้าไว้
โชคดีที่จูเฟิ่งก็เป็นคนจิตใจดีอยู่แล้ว ทั้งคู่จึงเข้ากันได้อย่างราบรื่น ความกังวลใจหยุมหยิมจึงพลอยเลือนหายไปด้วย การฉลองปีใหม่ร่วมกันจึงมีแต่ความชื่นมื่น มีของอร่อยอะไรก็นำออกมาแบ่งปันกัน ไม่มีใครคิดจะเก็บงำของดีไว้เพียงลำพัง
ทางด้านโรงงานเสื้อผ้าก็จ่ายเงินโบนัสให้พนักงานเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาจึงเลือกหยุดงานตั้งแต่วันที่ 26 เดือน 12 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าโรงงานในตัวเมืองที่ยังคงทำงานกันอยู่
ผู้คนมักกล่าวว่าเทศกาลปีใหม่ในชนบททางภาคเหนือนั้นมีชีวิตชีวายิ่งนัก เหตุเพราะฤดูหนาวไม่เอื้อต่อการทำไร่ไถนา ชาวบ้านจึงมีเวลาว่างอยู่กับบ้านและทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวข้ามปี บรรยากาศการเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่จึงคึกคักเป็นพิเศษ
ทั้งปัดกวาดเช็ดถูบ้านช่องให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ติดกระดาษหนังสือพิมพ์ใหม่บนผนัง ซักเสื้อผ้าและผ้าห่มนวมผืนหนา รวมถึงตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เด็กๆ บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองจึงอบอวลไปทั่ว
หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอและคอมมูนขุยฮวาในปีนี้แตกต่างจากปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด อย่างแรกคือชาวบ้านไม่ต้องปล่อยเวลาในฤดูหนาวให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป เพราะมีการจัดตั้งโรงงานหัตถกรรมขึ้น โดยใช้ห้องทำงานห้องหนึ่งในที่ทำการคอมมูนเป็นที่ตั้ง และทางอำเภอยังส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลอีกหนึ่งคน
ปู่ซ่งได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของโรงงาน ทุกวันนี้ท่านช่วยดูแลงานบ้านต่างๆ และยังต้องคอยรับส่งเสี่ยวหน่วนในวันอาทิตย์อีกด้วย หน้าที่ที่ปรึกษาของท่านจึงไม่ต้องเข้าทำงานเป็นเวลา แค่คิดค้นชิ้นงานรูปแบบใหม่ๆ ในยามว่างแล้วนำไปส่งให้บริษัทก็พอ ซึ่งท่านได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนเดือนละ 20 หยวน
แม้ว่าธุรกิจต่างๆ จะกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกลับยังคงที่ เช่นเดียวกับอัตราเงินเดือน พุทราเคลือบน้ำตาลยังคงขายในราคาไม้ละหนึ่งเหมา ลูกอมรสส้มในสหกรณ์การค้าและการตลาดก็ยังซื้อได้กำมือหนึ่งในราคาหนึ่งเหมาเช่นเคย แม้แต่เกี๊ยวนึ่งยักษ์เจ้าประจำก็ยังคงราคาลูกละสี่เฟินไม่เปลี่ยนแปลง
ซ่งอวี้หน่วนชอบใจกับค่าครองชีพในยุคนี้มาก เพราะพอได้ลองเทียบดูแล้ว เธอก็รู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเป็นเศรษฐีนีเงินล้านในไม่ช้า
เรื่องราวชีวิตอันน่าสงสารของจงเส้าชิงทำให้ย่าซ่งและจูเฟิ่งต่างพากันเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทำอาหารเมนูพิเศษอะไร ก็จะต้องเรียกให้เขามาลิ้มลองด้วยเสมอ ทั้งสองท่านต่างชื่นชมในความสุภาพอ่อนโยนของชายหนุ่มคนนี้
เซี่ยซินตงรู้ดีแต่ก็ไม่ได้คิดจะเปิดโปงอะไร เพราะเห็นว่านายน้อยรองให้ความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองจากใจจริง ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว
ช่วงนี้ซ่งหมิงโปกำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสืออย่างหนัก ในแต่ละวันเขาแทบไม่ได้นอน มีเพียงซ่งอวี้หน่วนและเซี่ยซินตงที่สลับกันมาช่วยติวหนังสือให้ การสอบปลายภาคที่ผ่านมา ซ่งอวี้หน่วนยังคงคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้อย่างไร้ข้อกังขา ส่วนซ่งหมิงโปเองก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนน่าพอใจ
เขาสอบได้หนึ่งใน 20 อันดับแรกของระดับชั้น ซึ่งนับเป็นคะแนนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำได้ แต่เมื่อนำไปเทียบกับน้องสาวฝาแฝดแล้วก็ยังห่างไกลนัก จนมีคนแอบนินทาว่าเหตุใดพี่น้องคู่แฝดจึงมีคนหนึ่งฉลาดหลักแหลม ในขณะที่อีกคนกลับธรรมดาสามัญ
เขารู้ดีว่าคงไม่อาจไล่ตามน้องสาวได้ทัน แต่ก็ตั้งใจว่าจะพยายามไม่ให้ถูกทิ้งห่างไปมากกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยผลการเรียนในปัจจุบัน การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปักกิ่งดูจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก เขาจึงต้องทุ่มเทความพยายามให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงแทบไม่เห็นหน้าค่าตาของซ่งหมิงโปเลย กลับกันกับจงเส้าชิงที่มักจะเดินทอดน่องไปทั่วหมู่บ้านทุกวี่ทุกวัน การมาเยือนครั้งนี้เขาหอบหิ้วของขวัญมามากมาย เรียกได้ว่าคิดเผื่อสำหรับทุกคนในบ้านเลยทีเดียว
เขาหลงรักหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เข้าอย่างจัง โดยเฉพาะยามที่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้ง ซึ่งจะเปลี่ยนให้ทั่วทั้งหมู่บ้านกลายเป็นดินแดนงดงามราวกับในเทพนิยาย
ชาวบ้านต่างคุ้นชินกับภาพเหล่านี้แล้ว โดยภาพบ้านของผู้เฒ่าซ่งที่มักจะมีแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นนิจ
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่เดินทางมาอวยพรถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการจวงจากโรงพยาบาล อาจารย์ใหญ่ชุยจากวิทยาลัยเจ้าหน้าที่ หรือผู้อำนวยการเจิ้งจากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
แม้แต่พี่จ้าวและเหล่าหนิวก็ยังไม่พลาดที่จะแวะมาคารวะผู้สูงวัย ไหนจะนายอำเภอโค่วที่เดินทางมาพร้อมกับรองหัวหน้าอำเภอจ้าวอีก
ของขวัญที่แต่ละคนนำมานั้นถูกจัดเตรียมไว้อย่างละสองชุดเสมอ ชุดหนึ่งสำหรับตระกูลซ่ง และอีกชุดสำหรับจูเฟิ่ง เรียกได้ว่าเมื่อลูกหลานประสบความสำเร็จ ผู้เป็นพ่อแม่ก็ย่อมมีหน้ามีตาตามไปด้วย
การมาของเซี่ยซินตงยังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัย หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอได้จัดตั้งจุดรักษาความสงบขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจอำเภอและสถานีตำรวจคอมมูนผลัดเปลี่ยนเวรกันมาดูแล
ฉู่จื่อโจวยังริเริ่มให้มีการจัดตั้งร้านขายของชำขึ้นในหมู่บ้าน โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านมาเช่าเพื่อดำเนินกิจการได้ ตอนแรกย่าซ่งก็สนใจอยากจะทำ แต่เนื่องจากท่านมีภารกิจล้นมือจึงไม่อาจปลีกตัวมาดูแลได้ สุดท้ายร้านจึงตกเป็นของยายซุนและลูกสะใภ้
ร้านค้าเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับที่ทำการกองพลน้อยซึ่งเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ภายในมีสินค้าครบครัน ตั้งแต่บุหรี่ เหล้า ลูกอม ชา ไปจนถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี
ร้านเพิ่งเปิดกิจการเมื่อต้นเดือน 12 ที่ผ่านมา ยายซุนเล่าให้ย่าซ่งฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างไม่ปิดบังว่า เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ทำกำไรไปได้กว่า 10 หยวนแล้ว
กล่าวได้ว่าหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอไม่เคยเฉลิมฉลองปีใหม่ที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้มาก่อน และแน่นอนว่าฤดูหนาวของพวกเขาก็ไม่เคยคึกคักและวุ่นวายเท่านี้เช่นกัน แต่ความวุ่นวายนี้กลับนำมาซึ่งรายได้ ซึ่งดีกว่าการนั่งผลาญเวลาไปกับการเล่นไพ่บนคังเป็นไหนๆ
เมื่อทุกคนต่างมีงานทำ แม้แต่ปัญหาทะเลาะเบาะแว้งในครัวเรือน ทั้งเรื่องเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยา หรือแม่ผัวลูกสะใภ้ก็ลดน้อยลงไปถนัดตา
ด้วยเหตุนี้ หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านอารยธรรมตัวอย่างของอำเภอหนานซาน บรรยากาศในหมู่บ้านแม้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ยังคงสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ฉู่จื่อโจวก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ครัวเรือนใดที่ได้รับเลือกเป็นครัวเรือนอารยธรรมตัวอย่างในแต่ละเดือนก็จะได้รับรางวัลตอบแทน
ชาวบ้านรู้ดีว่าชีวิตที่ดีขึ้นเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะฉู่จื่อโจวเพียงคนเดียว แต่ยังเป็นเพราะซ่งอวี้หน่วนด้วย หลายคนแอบพูดกันลับหลังว่า ซ่งอวี้หน่วนคือดาวนำโชคดวงน้อยของหมู่บ้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่เธอกลับมา ทุกคนไม่เพียงได้กินเนื้อสัตว์บ่อยขึ้น แต่ยังได้ลิ้มรสข้าวสวยหอมกรุ่น
ที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านจำนวนมากได้กลายเป็นคนงานในโรงงาน มีอาชีพที่มั่นคง
เมื่อถึงสิ้นปี โรงงานเสื้อผ้าจือหลานก็ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่พนักงานทุกคน ประกอบด้วยแป้งสาลี 5 ชั่ง ไข่ไก่ 1 ชั่ง เนื้อหมู 3 ชั่ง และขนมไข่อีก 1 ชั่ง ส่วนเรื่องเงินเดือนก็จ่ายตรงเวลาไม่เคยขาด และยังประกาศให้เริ่มงานอีกครั้งในวันที่หกของปีใหม่ ซึ่งหมายความว่าคนงานจะได้หยุดยาวกว่าโรงงานในเมืองหลายวัน
นอกจากนี้ หากใครอาสามาทำงานล่วงช่วงวันหยุด ก็จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า เมื่อมีข้อเสนอดีๆ เช่นนี้ คนงานกว่าครึ่งจึงพากันมาทำงานล่วงเวลา ทำให้คำสั่งซื้อล็อตที่สองเสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนจะถึงวันปีใหม่
ท่ามกลางบรรยากาศอันน่ายินดีนั้นเอง ซ่งอวี้หน่วนก็ได้รับโทรศัพท์จากเจมค์
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "ผมโทรมาเพื่อขอบคุณคุณโดยเฉพาะครับ พ่อของผมไม่ได้ไปที่นั่น ทำให้ท่านรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นมาได้"
เขารับรองกับซ่งอวี้หน่วนอย่างหนักแน่นว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจตามมา ก่อนจะแจ้งข่าวดีว่า "ตามปฏิทินของประเทศจีน ผมจะเดินทางไปถึงปักกิ่งในวันที่สิบของปีใหม่นี้ครับ ทางเราเตรียมสินค้าไว้พร้อมแล้ว ทันทีที่เซ็นสัญญาเรียบร้อย ก็จะดำเนินการจัดส่งได้เลย"
"ทางนี้ก็พร้อมเช่นกันค่ะ" ซ่งอวี้หน่วนตอบกลับ "เรามีสินค้าในคลังจำนวนมาก สามารถจัดส่งได้ทุกเมื่อ"
หลังพูดคุยรายละเอียดอีกเล็กน้อย ทั้งสองจึงวางสายไป
ณ อีกฟากหนึ่งของโลก ฮานส์กำลังถูมือไปมาด้วยความรู้สึกท่วมท้น เขาเอ่ยกับเจมค์ "พ่ออยากจะขอบคุณเธอด้วยตัวเองจริงๆ นะ แล้วก็ยังมีเพื่อนสนิทของพ่ออีกหลายคน พ่อบอกพวกเขาไปว่าพ่อสังหรณ์ใจไม่ดี เลยไม่อยากไปที่เวสต์แคนยอน ปรากฏว่าพวกเขาก็เชื่อพ่อ พอไปถึงแค่ตีนเขาก็พากันกลับออกมา”
“ตอนนี้ทุกคนซาบซึ้งใจพ่อมาก ยกให้พ่อเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้... พ่อไม่ได้บอกความจริงหรอกนะ แต่บุญคุณครั้งนี้ พ่อจะจดจำไว้ในชื่อของซ่งอวี้หน่วน และจะหาทางตอบแทนเธอในอนาคต"
[จบบท]