บทที่ 411: เป้าหมายคือซ่งอวี้หน่วน
กู้หวยอันอ่านความคิดของผู้เป็นปู่ออกจนทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็ปล่อยให้ท่านทำตามใจไม่ได้เด็ดขาด เพราะในเวลานี้ เขายังไม่ดีพอที่จะพาเสี่ยวหน่วนมาพบท่านอย่างเป็นทางการ
ภารกิจเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือการเปลี่ยนใจท่านให้ได้ ทว่า...คุณปู่ของเขาเป็นคนหัวรั้น ถ้าได้ตัดสินใจเรื่องแลกชีวิตกันแล้ว ต่อให้ความจริงปรากฏ ท่านก็จะยังคงรับผิดชอบในส่วนของท่านอยู่ดี ด้วยในใจลึกๆ ของท่านนั้นมีความเด็ดเดี่ยวเยี่ยงวีรบุรุษอยู่เสมอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้หวยอันจึงมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลเฉียนทันที
การมาเยือนของเขาถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะสำหรับเฉียนอันน่าที่ตื่นเต้นจนแก้มขึ้นสีระเรื่อ
พอชวีลี่เหมย ภรรยาของผู้เฒ่าเฉียนเห็นหน้ากู้หวยอัน อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันตา เธอรีบลุกไปจัดการนำชาและของว่างมาต้อนรับด้วยตัวเอง
จมูกของกู้หวยอันขยับเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกต กลิ่นหอมประหลาดเจือด้วยส่วนผสมคล้ายตัวยาบางอย่างลอยมาแตะจมูกแผ่วเบา
ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เฉียนอันน่าเอ่ยขึ้นอย่างเอียงอาย “คุณปู่อยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะ เดี๋ยวท่านก็คงมา”
กู้หวยอันเพียงพยักหน้ารับอย่างสุภาพ
ไม่นานนักผู้เฒ่าเฉียนก็เดินเข้ามา กู้หวยอันจึงแจ้งความประสงค์ว่าต้องการสนทนาด้วยเป็นการส่วนตัว ทั้งสองจึงปลีกตัวเข้าไปในห้องหนังสือ
ชวีลี่เหมยลอบมองหลานสาวที่ใบหน้ายังคงแดงปลั่ง แต่ในใจกลับไม่คิดว่าเรื่องจะลงเอยด้วยดี เธอสังเกตเห็นชัดเจนว่าแววตาที่กู้หวยอันมองอันน่านั้นเย็นชาไม่ต่างจากมองคนแปลกหน้า เป็นสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งที่เฉียนอันน่าในวันนี้ดูสวยเป็นพิเศษ เธอยู่ในเสื้อไหมพรมคอเต่าสีชมพูอ่อน ขับให้ผิวขาวผ่องและใบหน้าสะสวยดูโดดเด่นรับกับผมยาวสลวยสีดำขลับ ดวงตากลมโตของเธอดูราวกับจะสื่อความนัยบางอย่างได้ ทว่าความงามทั้งหมดนี้กลับไร้ความหมายในสายตาของกู้หวยอัน
เฉียนอันน่าพยายามส่งสายตาให้ย่าของตนเป็นนัย แต่ชวีลี่เหมยรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บทสนทนาในห้องหนังสือคงหนีไม่พ้นเรื่องของมู่หรงเฟิงอีกตามเคย และตอนนี้เธอเองก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปใส่ใจเรื่องอื่น เพราะเธอกำลังมีความลับดำมืดที่บอกใครไม่ได้ท่วมท้นอยู่ในใจ
ภาพเหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาทำให้เธอทั้งชิงชังทั้งหวาดกลัว
ซ่างกวนอวิ๋นฉีไม่ได้มาหาเธอเพื่อสืบเรื่องคู่หมายของเซี่ยลี่อิ๋ง นั่นเป็นเพียงข้ออ้าง เมื่อเธอไปถึงที่อยู่ที่นัดหมาย มันกลับกลายเป็นเรือนสี่ประสานหลังหนึ่ง ที่นั่นเธอได้พบกับซ่างกวนหว่าน หลานสาวของซ่างกวนอวิ๋นฉี และหญิงชราอีกคนหนึ่ง
ซ่างกวนหว่านบอกว่าต้องการ ‘ขอร้อง’ ให้เธอช่วยปรุงกำยานสูตรพิเศษ... ‘กำยานลุ่มหลง’ ที่เธอเคยเรียนรู้มาจากภรรยาเอกของผู้เฒ่าเฉียน
มันไม่ใช่การร้องขอ แต่เป็นการข่มขู่ โดยมีหลักฐานคือสัญญาที่เธอเคยเขียนขึ้นด้วยลายมือของตัวเองเมื่อ 30 ปีก่อน พร้อมทั้งลายเซ็นและรอยนิ้วมือครบถ้วน... ช่างเป็นความผิดพลาดของวัยเยาว์โดยแท้
หลายวันที่ผ่านมา เธอพยายามสืบหาความจริงว่าเหตุใดซ่างกวนอวิ๋นฉีจึงต้องติดคุก และก็ได้คำตอบที่น่าตกใจ...ซ่งอวี้หน่วน เด็กสาวที่สามีของเธอเคยเอ่ยชื่อให้ฟังอยู่หลายครั้ง
ครั้งนี้ซ่างกวนหว่านไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย เธอยิ้มพลางบอกอย่างเลือดเย็นว่ากำยานลุ่มหลงนั้นมีไว้เพื่อจัดการกับซ่งอวี้หน่วนโดยเฉพาะ
“ซ่งอวี้หน่วนคนนี้เกะกะขวางทางเกินไปแล้ว หากไม่กำจัดทิ้ง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้อยู่อย่างสงบสุข... ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลเฉียน”
“ในสายตาของกู้หวยอันมีแค่ซ่งอวี้หน่วน เขาไม่เคยชายตามองเฉียนอันน่าที่เหมาะสมกับเขาราวกิ่งทองใบหยกเลยสักนิด ตราบใดที่ตระกูลกู้ยังมีกู้หวยอันอยู่ ตระกูลนั้นก็จะไม่มีวันล่มสลาย”
“แต่เรื่องนั้นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องในค่ายฤดูร้อนครั้งก่อน... อย่าลืมสิว่าทั้งคุณปู่และคุณพ่อของคุณต่างก็วางแผนเล่นงานซ่งอวี้หน่วน ตอนนี้เธอยังไม่รู้ความจริง ตระกูลเฉียนจึงยังลอยตัวอยู่ได้ แต่ถ้าวันใดที่เธอรู้เข้าล่ะก็ เธอไม่มีทางปล่อยพวกคุณไว้แน่”
“ไม่ว่าจะมองมุมไหน ในการต่อกรกับซ่งอวี้หน่วน ตระกูลเฉียนและตระกูลซ่างกวนก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
ซ่างกวนหว่านสมแล้วที่เติบโตในฮ่องกง การวิเคราะห์ผลได้ผลเสียของเธอนั้นหลักแหลมและเป็นระบบยิ่งนัก
เมื่อกลับถึงบ้าน ชวีลี่เหมยจึงนำเรื่องที่ได้ยินมาไปเล่าให้ผู้เฒ่าเฉียนฟัง แน่นอนว่าเรื่องสัญญาฉบับนั้น เธอไม่กล้าปริปากบอกแม้แต่คำเดียว
“แค่เด็กผู้หญิงคนเดียว ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกน่า จัดการง่ายจะตายไป” ผู้เฒ่าเฉียนกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
ชวีลี่เหมยฟังแล้วก็เห็นคล้อยตาม
แต่ถึงอย่างนั้น กำยานลุ่มหลงก็ยังต้องปรุงขึ้นมาให้สำเร็จ... น่าแปลกที่วัตถุดิบหายากเหล่านั้น ซ่างกวนหว่านกลับหามาได้ทั้งหมด และอีกไม่นาน กำยานก็จะเสร็จสมบูรณ์ สิ่งเดียวที่เธอยังไม่รู้คือซ่างกวนหว่านจะใช้วิธีใดเพื่อเล่นงานซ่งอวี้หน่วน
“หลานย่า...อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลยนะ” ชวีลี่เหมยกลอกตาครุ่นคิด ก่อนจะหันไปกระซิบกับเฉียนอันน่าที่เดินตามมาติดๆ “รอให้เรื่องของคุณปู่กู้คลี่คลายลงก่อนเถอะ ย่ารับประกันเลยว่ากู้หวยอันจะต้องแต่งงานกับหลาน”
แววตาที่เคยหม่นหมองของเฉียนอันน่าพลันสว่างวาบขึ้นมาทันใด เธอรีบคว้าแขนผู้เป็นย่าไว้แล้วถามเสียงสั่น “จริงหรือคะคุณย่า?”
ชวีลี่เหมยพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ
ในเมื่อได้หวนกลับมาจับงานเก่าอีกครั้ง ทั้งยังมีวัตถุดิบหายากล้ำค่าอยู่ในมือ การจะปรุงยาเสน่ห์ดีๆ สักตัวก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย พูดกันตามตรง การแต่งงานมันจะไปยากอะไร เรื่องความรักเอาไว้ทีหลังก็ได้ ขอแค่ได้ตัวคนมา เรื่องหัวใจค่อยว่ากันทีหลังก็ยังไม่สาย
ภายในห้องหนังสือ กู้หวยอันกำลังรายงานผลการสืบสวนให้ผู้เฒ่าเฉียนฟัง
เขาลอบสังเกตสีหน้าของชายชรา ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณปู่เฉียนครับ ในตอนนั้น ท่านยืนอยู่ตำแหน่งไหนเมื่อเทียบกับคุณปู่ของผม ขอตำแหน่งที่ชัดเจนด้วยครับ”
ผู้เฒ่าเฉียนขมวดคิ้วมุ่น มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างขัดใจ “เรื่องแบบนั้นมันสำคัญด้วยหรือ?”
“สำคัญมากครับ ผมสงสัยว่ามีคนต้องการลอบฆ่าท่าน เหตุการณ์ในตอนนั้น แท้จริงแล้วมู่หรงเฟิงอาจกำลังจะช่วยท่านก็ได้ เพียงแต่มุมที่ยืนอยู่ทำให้คุณปู่ของผมเข้าใจผิดไป”
“ที่ผมต้องรื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมา ก็เพราะภัยคุกคามนั้นอาจจะยังอยู่ แค่ยังไม่สบโอกาสลงมือเท่านั้น หากเราไม่สืบให้กระจ่าง เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นหนามยอกอกอยู่ร่ำไป”
“แน่นอนว่าคุณปู่เฉียนจะไม่เชื่อผมก็ได้ ท่านอาจจะเชื่อว่าซูเมี่ยวหลานหรือเฉียนเฉิงต้องการจะฆ่าคุณปู่ของผม ข้อสันนิษฐานเหล่านั้นก็มีเหตุผลสนับสนุนอยู่เช่นกัน...”
ผู้เฒ่าเฉียนหรี่ตามอง ไอ้เด็กหนุ่มคนนี้กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเฉียนเฉิง ตอนนั้นปู่ยืนอยู่ด้านหลังปู่ของเธอพอดี ทิศทางที่ปู่หันหน้าไปคือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนจุดที่มู่หรงเฟิงล้มลงคือทิศใต้พอดิบพอดี”
นี่คือสิ่งที่กู้หวยอันต้องการรู้
เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ เขาก็เตรียมจะลุกขึ้น แต่ก่อนจะก้าวออกจากห้อง เขาก็หันกลับมาเอ่ยขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้ “คุณปู่เฉียนครับ สนใจจะไปเยี่ยมซูเมี่ยวเหลียนกับผมไหมครับ”
“อ้อ หมายถึงอดีตภรรยาเอกของท่านน่ะครับ ตอนนี้สภาพจิตใจเธอไม่ปกติ มือไม้ก็พิการ พูดก็ไม่ได้ ทั้งที่ได้ยินมาว่าตอนสาวๆ เธอเชี่ยวชาญการปรุงกำยานเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่คุณย่าเฉียนก็ยังเคยเป็นลูกศิษย์ของเธอ แต่ดูตอนนี้สิครับ ถูกขังไว้ในบ้านไม่ต่างอะไรกับคนที่ไร้ประโยชน์”
ผู้เฒ่าเฉียนนิ่งไปเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีไว้ได้ เขาเพียงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เหมือนไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อชะตากรรมของอดีตภรรยาแม้แต่น้อย
“ฉันไม่ไป เธออยากไปก็ไปเถอะ แต่หล่อนอยู่ในสภาพนั้นแล้ว เธอคิดว่าจะสืบหาอะไรได้อีก?”
กู้หวยอันเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ตอบอะไร
พอคล้อยหลังกู้หวยอัน ท่าทีสบายๆ ของผู้เฒ่าเฉียนก็มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะ “ไอ้เด็กสารเลว! ถ้าไม่ลากตระกูลเฉียนของฉันเข้าไปพัวพันด้วย มันคงไม่ยอมรามือสินะ!”
แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น ในใจก็ยังอดหวาดหวั่นไม่ได้ หรือว่าจะเป็นอย่างที่กู้หวยอันพูดจริงๆ ว่ายังมีคนคิดจะเอาชีวิตเขาอยู่? แค่คิดก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความกังวล
ต้องสืบ! ต้องสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด!
กู้หวยอันไม่ได้กลับบ้าน แต่ขับรถตรงไปยังย่านบ้านพักชั้นเดียวนอกเมือง ที่นั่น เขาได้พบกับซูเมี่ยวเหลียนในที่สุด
สภาพของเธอตรงตามข้อมูลทุกประการ เป็นใบ้และมือทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง คนที่คอยดูแลคือนางสาวหลูลี่ชุน ลูกสาวที่เกิดกับสามีที่ชื่อหลูจื้อกั๋ว ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่บ้านข้างๆ กับภรรยาใหม่
กู้หวยอันไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของซูเมี่ยวเหลียนแล้วเอ่ยขึ้นทีละคำอย่างชัดเจน “ผมสามารถแก้แค้นให้ท่านได้ ถ้าท่านเชื่อใจผม ก็ไปกับผม ผมจะดูแลชีวิตที่เหลือของท่านและลูกสาวของท่านเอง!”
[จบบท]