บทที่ 458: เขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์?
ลูกสาวเขาอย่างเสี่ยวหว่านเพิ่งกลับจากที่นั่นได้ไม่กี่วัน ก็มาบอกว่าตัวเองโดนมหาวิทยาลัยเกษตรไล่ออก
ใครจะไปสนใจมหาวิทยาลัยเกษตรกระจอกๆ นั่น แต่ประเด็นคือไล่ออกด้วยเหตุผลอะไร ทำไมถึงไม่แหกตาดูสักนิดว่าเสี่ยวหว่านเป็นใครมาจากไหน
แต่ถึงอย่างนั้น ซ่างกวนเหิงก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้นักหรอก เพราะภรรยาของเซี่ยโป๋เหวินคือน้องสาวแท้ๆ ของเขา ที่ผ่านมาเขาดูแลทั้งน้องสาวและหลานๆ อย่างดีไม่เคยขาดตกบกพร่อง จะมีก็แต่เซี่ยซินตง ไอ้เด็กเหลือขอนั่นแหละที่เป็นปัญหา
แต่จะว่าไปแล้ว เซี่ยซินตงก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับน้องสาวของเขาสักนิด ส่วนเซี่ยโป๋เหวินเองก็เป็นฝ่ายทอดทิ้งลูกไปตั้งแต่แรก ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นพ่อผู้แสนดีเสียอย่างนั้น การไประบายอารมณ์ที่หนานเฉิงก็น่าจะเพียงพอแล้ว นี่กะจะเล่นไม่เลิกเลยหรือไงกัน
ทีแรกนึกว่าเรื่องราวจะเริ่มซาลงบ้าง แต่ที่ไหนได้ กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก นี่คงเห็นว่าเขาใจดีเกินไปสินะ
“เซี่ยโป๋เหวิน คุณต้องคิดให้ดีนะ ระหว่างเรายังมีซ่างกวนอวิ๋นฉี ยังมีหลานของผมอีกสี่คน พวกเราต่างหากคือครอบครัวที่แท้จริง”
“ที่สำคัญ ชีวิตนี้คุณกับเซี่ยซินตงไม่มีทางกลับมามองหน้ากันติดหรอก ต่อให้คุณยอมตายแทนเขาได้ เขาก็ไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ ถ้าจะมาพูดเรื่องความเสียใจ ผมเองก็เสียใจเหมือนกัน แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว”
“ตามหลักเหตุผลแล้ว เราควรจะยืนอยู่ข้างเดียวกัน ช่วยกันจัดการซ่งอวี้หน่วนกับเซี่ยซินตง ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าจุดจบของตัวเองจะสวยงามนักหรือ”
“ซ่งอวี้หน่วน เด็กนั่นก็ร้ายกาจใช่ย่อย ส่วนเซี่ยซินตงยิ่งแล้วใหญ่ แทบจะไม่มีความรู้สึกของมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว คนหนึ่งทำเป็นยิ้มแย้ม อีกคนก็ดูอ่อนโยน ท่าทางเหมือนไม่มีพิษสงอะไร แต่ในใจกลับซ่อนแผนการชั่วร้ายเอาไว้”
“อย่าให้ท่าทีภายนอกของพวกนั้นหลอกคุณได้ ที่พวกเขาทำดีกับคุณอยู่ตอนนี้ ก็แค่เก็บคุณไว้เป็นเครื่องมือจัดการผมเท่านั้นแหละ พอผมหมดประโยชน์แล้ว คนต่อไปก็คือคุณ”
“ซ่งอวี้หน่วนเคยพูดเองว่าเธอแค้นผมเข้ากระดูกดำ คุณลองคิดดูสิ ว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไรจากคนพวกนี้”
เซี่ยโป๋เหวินเงียบไป
เห็นได้ชัดว่าเขาถูกโน้มน้าว หรืออาจจะพูดแทงใจดำเข้าพอดี เขาไม่ได้โต้เถียงหรือหาคำอธิบายใดๆ เพียงแค่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เหมือนคนหัวเสีย “ตกลงคุณมีธุระอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีผมจะวางสายแล้วนะ ทางนี้ผมยุ่งมาก”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซ่างกวนเหิง เขาสัมผัสได้ถึงความโกรธที่เจือปนความอับอายจากปลายสาย
ซ่างกวนเหิงจึงรีบตอกย้ำความคิดนั้นทันที “บอกตามตรง ผมจะลืมพวกคุณไปได้ยังไงกัน ที่จริงผมวางแผนทุกอย่างไว้ดิบดีแล้ว น่าเสียดายที่ฟ้าไม่เป็นใจ ดันมีซ่งอวี้หน่วนโผล่มาทำลายแผนของเราจนพังไม่เป็นท่า แถมเรายังทำอะไรเธอไม่ได้อีก เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณมาหาผมที่บ้านหน่อยสิ แต่มีข้อแม้ว่า...ห้ามพาซ่งอวี้หน่วนมาเด็ดขาด เรามีเรื่องลับๆ ที่ต้องคุยกัน”
เซี่ยโป๋เหวินถามกลับอย่างสงสัย “ทำไมต้องทำตัวลึกลับขนาดนั้น คุณคิดจะทำอะไรกันแน่”
“คุณมาถึงก็จะรู้เอง รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องดีใจจนเนื้อเต้น ไม่แน่ว่างานนี้อาจจะทำให้คุณสร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่เรื่องแบบนี้มันคุยในโทรศัพท์ไม่สะดวก ตอนเย็นผมจะไปรับคุณด้วยตัวเอง”
“ยังไงคุณก็เป็นน้องเขยแท้ๆ ของผม มาถึงฮ่องกงทั้งทีแต่ไม่แวะมาที่บ้าน ถ้าอวิ๋นฉีออกมาจากคุกแล้วรู้เรื่องเข้า เธอต้องด่าผมเปิงแน่ เราเลิกบาดหมางกันได้แล้ว ควรจะกลับมาคืนดีกัน เรื่องที่แล้วๆ มาก็ให้มันจบไป อย่าทำให้คนในครอบครัวต้องเจ็บปวด เพื่อให้ศัตรูได้สมหวังเลยนะ เอาล่ะ รอผมนะ ผมจะไปรับคุณเอง”
เซี่ยโป๋เหวินวางสายโทรศัพท์ลง
คำพูดของซ่างกวนเหิงมันดูมีเหตุผลบ้างไหม?
แน่นอนว่ามันมีเหตุผลทุกคำพูด
ชาตินี้ทั้งชาติ เขากับเซี่ยซินตงคงไม่มีวันยอมรับซึ่งกันและกันได้ ตอนนี้อาจจะยังดูไม่ออก เพราะเขายังอยู่ในช่วงปรับตัว และมีเรื่องวุ่นวายมากมายให้จัดการ ความเกลียดชังที่ลูกชายมีต่อเขาจึงยังไม่แสดงออกมาเด่นชัดนัก
ทว่าแววตาที่สบกันเป็นครั้งคราว มันช่างเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งคนได้ ทำให้เขาสะท้านไปทั้งตัว
แล้วยังซ่งอวี้หน่วนอีกคน
เด็กสาวคนนั้นใช้ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยเป็นเหยื่อล่อ ทำให้ตอนนี้เซี่ยจื้อฮึกเหิมอย่างเต็มที่ คิดว่าตัวเองกำลังทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ โดยไม่ระแคะระคายเลยว่าอาจจะถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์แล้ว
เมื่อคิดถึงด้านดีของเรื่องราว ก็ย่อมต้องคิดถึงด้านที่เลวร้ายที่สุดควบคู่กันไป
แต่แท้จริงแล้ว...สิ่งที่เสี่ยวหน่วนอยากจะทำนั้นง่ายแสนง่าย แค่หาเรื่องกวนประสาทซ่างกวนอวิ๋นฉีเล่นเท่านั้นเอง
เธอไม่ได้มีแผนการซับซ้อนอะไรนักหรอก ลำพังแค่เซี่ยจื้อคนเดียว ยังไม่สำคัญพอให้เธอต้องเปลืองแรงลงมือด้วยซ้ำไป
แต่เขาจะทำอะไรได้? ในเมื่อเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาเอง ก็ต้องยอมรับผลของการกระทำนั้น
จะให้เขาต่อต้านงั้นหรือ? ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเสี่ยวหน่วน? หรือจะทำตามที่ซ่างกวนเหิงแนะนำ ด้วยการหนีไปอยู่ต่างประเทศ?
เพื่อที่จะให้เสี่ยวหน่วนตามไล่ล่าไปจนสุดขอบโลกน่ะเหรอ?
เซี่ยโป๋เหวินไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าชีวิตแบบนั้นมันจะเลวร้ายแค่ไหน
อีกอย่าง ต่อให้เสี่ยวหน่วนไม่คิดจะยุ่งกับเขาอีก แล้วเขาจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขได้จริงๆ หรือ? เขายังมีเพื่อน มีเพื่อนร่วมงาน มีสหายที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แถมยังนัดแนะกันไว้แล้วว่าพอเกษียณจะไปทำสวนปลูกผักด้วยกัน
ทางเลือกเหล่านั้นจึงถูกตัดทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
แต่ถึงอย่างไร คืนนี้เขาก็ต้องไปบ้านของซ่างกวนเหิงให้ได้ และเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องบอกให้ทางฝั่งของเสี่ยวหน่วนรับรู้ด้วยเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของตระกูลจง
คฤหาสน์หรูหราโอ่อ่าทั้งภายนอกและภายในแห่งนี้ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอโทสะของจงต้าเฉียว ใบหน้าของเขายังคงบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล
ไอ้ลูกทรพี! ถึงกับกล้าแช่งให้พ่อตัวเองไปตาย ช่างน่าโมโหจนอยากจะบีบคอมันให้ตายคามือเสียจริง
ข้างกายของเขามีเซวียเหม่ยโหรว ภรรยาคนปัจจุบันนั่งอยู่ สตรีผู้นี้ได้รับการบำรุงดูแลเป็นอย่างดีจนดูอ่อนกว่าวัย เงินทองมหาศาลที่ทุ่มลงไปช่วยลบเลือนร่องรอยแห่งกาลเวลาได้อย่างน่าอัศจรรย์
เธออยู่ในชุดกี่เพ้าผ้าไหมน้ำแข็งสีเขียวมรกต ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่อง พร้อมเครื่องประดับระยิบระยับเต็มตัว แม้ภายนอกอากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่ภายในห้องกลับเย็นสบาย
เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล “เส้าชิงก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่คะ ไม่ใช่เพิ่งจะเป็นสักหน่อย ฉันไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมาก เดี๋ยวคนอื่นจะครหาได้ว่าแม่เลี้ยงอย่างฉันใจคอคับแคบ ฟ้าดินเป็นพยานเถอะค่ะว่าฉันหวังดีกับเขามากแค่ไหน อยากให้เขาเป็นเด็กดี จะได้สืบทอดมรดกของแม่เขาในวันข้างหน้าได้ยังไงล่ะคะ”
“ในฐานะแม่เลี้ยง ฉันก็ต้องเจียมตัวอยู่ห่างๆ เอาไว้ พี่ชายของเขาก็เป็นเหมือนก้างขวางคอสำหรับเขา แต่คุณเป็นพ่อนะคะ คุณเลี้ยงเขามาด้วยความยากลำบากขนาดไหน ต่อให้เขาจะสติไม่สมประกอบคุณก็ไม่เคยทอดทิ้ง แม้แต่ตอนที่เขาก่อคดีฆ่าคนคุณก็ยังช่วยปิดเรื่องให้ แถมยังอุตส่าห์ไปหมั้นหมายเสี่ยวหว่านแห่งตระกูลซ่างกวนให้อีก”
“เขาควรจะสำนึกในบุญคุณของคุณ ไม่ใช่มาพูดจาแช่งชักหักกระดูกแบบนี้ มันน่าเสียใจจริงๆ ค่ะ”
พูดจบ ขอบตาของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมา
คำพูดเหล่านั้นยิ่งสุมไฟโทสะของจงต้าเฉียวให้โหมกระพือ เขาลุกพรวดขึ้น เตรียมจะไปลากคอจงเส้าชิงที่โรงแรมให้รู้เรื่อง
“ไอ้ลูกสารเลว!” เขาตวาดลั่น “คิดว่าไปหัวซุกหัวซุนอยู่ในโรงแรมแล้วจะไม่มีใครทำอะไรได้หรือไง มีบ้านช่องไม่ยอมกลับ ไปมั่วสุมอยู่ข้างนอก ทำขายขี้หน้าตระกูลจงจนป่นปี้หมดแล้ว!”
เซวียเหม่ยโหรวแอบยิ้มในใจ ไอ้เด็กเหลือขอนั่นไม่กลับมาเลยยิ่งดี! บ้านหลังนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน แม้กระทั่งสมบัติที่อีสารเลวไห่หมิงจูทิ้งไว้ ทั้งหมดควรจะเป็นของลูกชายเธอ...ของเทียนซื่อแต่เพียงผู้เดียว ไอ้เด็กนั่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่ปลายเล็บ
ความคิดของเธอย้อนกลับไปในอดีต ความเคียดแค้นชิงชังผุดขึ้นมาเป็นริ้วๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอีสารเลวไห่หมิงจูนั่น เธอกับลูกจะมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนหนูในเงามืดมานานหลายปีได้อย่างไร
ทั้งที่เธอกับต้าเฉียวรักกันมาก่อน พวกเขากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว เธอก็ตั้งท้องเทียนซื่อแล้วแท้ๆ แต่คุณหนูใหญ่ตระกูลไห่กลับใช้เส้นสายบังคับให้จงต้าเฉียวแต่งงานด้วย ทำให้เธอต้องกลายเป็นเมียเก็บในทันที
ใครกันแน่คือมือที่สาม? อีไห่หมิงจู่นั่นต่างหาก!
แต่เพื่อผลประโยชน์มหาศาลจากตระกูลไห่ เธอจึงจำต้องกัดฟันอดทน โชคดีที่สวรรค์ยังมีตา นังนั่นตายไปแล้ว แถมครอบครัวของมันก็สิ้นเนื้อประดาตัวกันหมด ตอนนี้ไม่มีใครจำชื่อตระกูลไห่ได้อีก เธอกลายเป็นคุณนายจงผู้สูงศักดิ์ในสังคม และเธอจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายชีวิตที่สุขสบายนี้เด็ดขาด
“ที่รักคะ จริงๆ แล้วเส้าชิงของเราเป็นเด็กที่เชื่อฟังมาตลอดนะคะ แต่พอไปเจอนังเป่ยกูที่ชื่อซ่งอวี้หน่วนนั่นเข้า ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน นี่มันเข้าตำราได้เมียลืมแม่ชัดๆ เลยค่ะ” เธอกล่าวเสริม
“แต่พอได้ฟังคุณเล่าเรื่องซ่งอวี้หน่วนคนนั้น ฉันก็รู้สึกว่าเธอไม่ใช่คนดีเลยค่ะ เธอต้องเห็นแก่สมบัติของเส้าชิงแน่ๆ ถึงได้เป่าหูไม่ให้เขากลับบ้าน หวังจะควบคุมเขาไว้ในกำมือ ต้าเฉียวคะ คุณจะปล่อยให้เธอทำสำเร็จไม่ได้นะคะ”
พูดถึงตรงนี้ แววตาของเซวียเหม่ยโหรวก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง “เอาอย่างนี้ดีไหมคะ คืนพรุ่งนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงขึ้น คุณไปแจ้งข่าวให้เส้าชิงทราบ แล้วก็เชิญนังเด็กซ่งอวี้หน่วนนั่นมาด้วย พวกผู้ชายอาจจะคุยกันไม่สะดวก ส่วนเรื่องผู้หญิงด้วยกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันจัดการเองค่ะ”
แค่เด็กสาวบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง จะเคยมางานเลี้ยงหรูหราแบบนี้หรือ จะเคยพบปะกับเหล่าคุณหญิงคุณนายในสังคมชั้นสูงหรือไรกัน
นึกถึงเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกหลอกเอาไปแล้ว เธอก็ยังเจ็บใจไม่หาย เงินนั่นมันควรจะเป็นของเทียนซื่อลูกชายของเธอ! การกระทำของนังเด็กนั่น มันไม่ต่างอะไรกับการควักหัวใจของเธอทั้งเป็น!
[จบบท]