บทที่ 471: อยากอยู่หรืออยากตาย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนบนทางเดินถึงกับตัวแข็งทื่อไปตามๆ กัน
กว่าสือเค่อจะได้สติ ก็สายไปเสียแล้ว เพราะประตูห้องพักสุดหรูถูกซ่งอวี้หน่วนกระแทกปิดใส่หน้าดังปัง พร้อมกับเสียงลงกลอนที่ดังตามมาทันควัน
ภายในห้อง ซ่งอวี้หน่วนไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอออกแรงกระชากเส้นผมของอ้ายหนี่แล้วลากตรงดิ่งไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านใน
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของอ้ายหนี่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราดไปทั่วหนังศีรษะจนเหมือนกับว่ามันกำลังจะฉีกขาดหลุดออกมา
พอถึงขอบสระ ซ่งอวี้หน่วนก็เหวี่ยงร่างของอ้ายหนี่ลงไปในสระว่ายน้ำอย่างไม่ปรานี ก่อนจะจับหัวกดขึ้นลงซ้ำๆ ไม่ต่างอะไรกับการจับผักกาดขาวมาล้างน้ำ
“เห็นรองเท้าเธอเปื้อนฝุ่น เลยช่วยล้างให้ไง จะได้สะอาดๆ”
ซ่งอวี้หน่วนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ “จุ๊ๆๆ คุณหนูใหญ่ตระกูลอ้ายแท้ๆ ปล่อยให้รองเท้ามีฝุ่นได้ยังไง น่าขายหน้าชะมัด อ้ายหนี่ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามามีเรื่องกับฉัน รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร”
เธอดึงหัวของอ้ายหนี่ขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้ง “เป็นไงล่ะคุณหนูอ้าย คราวนี้รองเท้าสะอาดพอหรือยัง อ้าว ทำไมเงียบไปล่ะ หรือว่าดีใจจนพูดอะไรไม่ออก”
“รองเท้าคงสะอาดแล้ว แต่ปากเธอนี่สิยังสกปรกอยู่เลย จะทำยังไงดีนะ”
พูดจบซ่งอวี้หน่วนก็ไม่รอช้า จับหัวของอ้ายหนี่กดลงไปในน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้ขึ้นมาหายใจได้เพียงชั่วครู่แล้วก็กดกลับลงไปอีก
“คุณหนูเอาแต่ใจที่ชอบวางอำนาจฉันเคยเจอมาก็เยอะนะ แต่บอกตามตรงว่าเพิ่งเคยเจอคนที่จิตใจร้ายกาจแบบเธอเป็นครั้งแรก เราไม่ได้มีเรื่องแค้นเคืองอะไรกันเลยด้วยซ้ำ เวลาเดินเจอกันก็แค่คนเดินสวนกันธรรมดา ฉันเองก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจนักหนา ถ้าฉันไม่มีปัญญาป้องกันตัวบ้าง ป่านนี้คงโดนเธอหาเรื่องจนตายไปแล้วมั้ง”
“คนหน้าไม่อาย ปากดีเรียกคนอื่นว่านังแพศยาอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันว่าเธอต่างหากที่เป็นนังแพศยาตัวจริง ของไร้ค่าที่ไม่มีความเป็นคน ถ้าไม่มีเปลือกนอกที่ชื่อว่าตระกูลอ้ายหุ้มอยู่ เธอก็ไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่เศษขยะด้วยซ้ำ”
“ไหนล่ะที่บอกว่าจะทำให้ฉันตายอย่างน่าอนาถ ลองพูดให้ฉันฟังอีกสักรอบสิ” ซ่งอวี้หน่วนกระชากผมของอ้ายหนี่ขึ้นมาจากน้ำ แล้วจ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยแววตาเย็นเยียบ
ในหัวของอ้ายหนี่ขาวโพลนไปหมด มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่สติของเธอเลื่อนลอยไป ภาพตรงหน้าพร่าเบลอราวกับอยู่ในความฝัน แต่ความจริงคือเธอกำลังแช่อยู่ในสระน้ำเย็นเฉียบ ความเจ็บแปลบที่หนังศีรษะและการสำลักน้ำไปหลายอึกทำให้เธอยิ่งรู้สึกสังเวชตัวเองที่เปียกปอนไปทั้งตัว
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้ลิ้มรสความรู้สึกทุกข์ทรมานแสนสาหัสเช่นนี้
อ้ายหนี่ตั้งสติกลับมาได้ในเวลาไม่นาน ความโกรธแค้นก็เดือดพล่านขึ้นมาจนแทบครองสติไม่อยู่ ตั้งแต่เกิดจนโต เธอไม่เคยต้องมาเจอเรื่องน่าอัปยศอดสูแบบนี้มาก่อน มีแต่เธอเท่านั้นที่หยามเหยียดคนอื่น ไม่เคยมีใครกล้าทำกับเธอแบบนี้มาก่อน
เธอเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอ้าย เป็นเจ้าหญิงน้อยที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมบนกองเงินกองทอง แต่ตอนนี้กลับถูกซ่งอวี้หน่วนย่ำยีศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี
เธอจะต้องฆ่ามันให้ได้!
อ้ายหนี่ที่อยู่ในสภาพเปียกโชกราวกับลูกหมาตกน้ำถูกซ่งอวี้หน่วนดึงผมขึ้นมา เธอพยายามกางเล็บยาวๆ ของตัวเองหมายจะข่วนใบหน้าของศัตรู แต่ซ่งอวี้หน่วนไวกว่า เธอจับหัวของอ้ายหนี่กดลงไปในน้ำอีกครั้ง รอจนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายนั้นเริ่มจะหมดแรงขัดขืนเพราะขาดอากาศหายใจ จึงค่อยดึงกลับขึ้นมา
“เป็นยังไงบ้างล่ะคุณหนูอ้าย รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”
“ซ่งอวี้หน่วน ฉัน ฉันจะฆ่าแก แค่กๆๆ แค่กๆๆ”
อ้ายหนี่สำลักน้ำออกมาอย่างหนัก ดวงตาที่พร่าเลือนของเธอมองเห็นเพียงแววตาอันว่างเปล่าและเย็นชาของซ่งอวี้หน่วนที่จ้องมองมา ความเย็นยะเยือกของน้ำในสระดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกดำ
เธอพยายามดิ้นรนเพื่อหนีออกจากสระน้ำมรณะแห่งนี้ แต่เรี่ยวแรงมหาศาลที่กดศีรษะเธอไว้นั้นทำให้ขยับไปไหนไม่ได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในหัว ทำให้อ้ายหนี่เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของเธอ ซ่งอวี้หน่วนกระตุกผมในมือเบาๆ แล้วเอ่ยถาม
“เมื่อกี้ว่าอยากให้ใครตายไม่ดีนะ พูดให้ฉันฟังอีกทีสิ”
“เชื่อไหมว่าฉันกดเธอจมน้ำตายในสระนี้ได้สบายๆ เลย”
“ปากแข็งไปก็เท่านั้นแหละ ถ้าเกิดจมน้ำตายขึ้นมาจริงๆ เธอก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะ”
“ถ้า...ถ้าฉันตายไปจริงๆ เธอก็จบไม่สวยเหมือนกัน!” อ้ายหนี่เค้นเสียงพูดออกมาอย่างสั่นเทา
ซ่งอวี้หน่วนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ “อย่างนั้นเหรอ แน่ใจได้ยังไงว่าถ้าเธอตายไปแล้วฉันจะจบไม่สวย”
อ้ายหนี่จ้องมองซ่งอวี้หน่วนเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความเกลียดชังที่คุกรุ่น
“หรือเราจะมาลองพิสูจน์กันดูดีไหม ว่าถ้าเธอตายไปแล้วฉันจะเป็นยังไง”
เพียงแค่ได้สบตากับดวงตาคู่นั้น อ้ายหนี่ก็รู้สึกราวกับมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ซ่งอวี้หน่วนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แต่ความอยากรู้ของเธอมันคงไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ เพราะถ้าเธอตายไปแล้ว ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือตาย เธอก็ไม่มีทางรับรู้อะไรได้อีก”
คำพูดนั้นทำให้อ้ายหนี่ตื่นจากภวังค์
ความกลัวสุดขีดเข้าเกาะกุมหัวใจของเธอจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
นั่นสินะ ถ้าเธอถูกจับกดน้ำจนตายอยู่ตรงนี้จริงๆ ต่อให้หลังจากนั้นซ่งอวี้หน่วนจะโดนลงโทษสถานหนักแค่ไหนแล้วจะทำไม ในเมื่อเธอกลายเป็นศพไปแล้ว ก็คงไม่รับรู้อะไรได้อีกต่อไป
ความตายหมายถึงการสิ้นสุดของทุกสิ่ง
ในที่สุดอ้ายหนี่ก็ยอมรับว่าตัวเองกลัวจนขี้ขึ้นสมอง เธอต้องเก็บความแค้นนี้ไว้ในใจให้ลึกที่สุด คิดเสียว่าการแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย
ตราบใดที่เธอยังมีลมหายใจ ก็มีวิธีนับหมื่นนับแสนที่จะเอาคืนผู้หญิงคนนี้
และเมื่อถึงเวลานั้น เธอจะทำให้ซ่งอวี้หน่วนได้รู้ซึ้งถึงคำว่าตายทั้งเป็น
“ฉัน...ฉัน...ฉันผิดไปแล้ว ได้โปรดให้อภัยฉันด้วย” อ้ายหนี่ร้องไห้ออกมาอย่างหมดท่า เธอไม่กล้าแข็งขืนอีกต่อไปแล้ว
เธอมั่นใจว่าถ้าตัวเองยังดื้อดึง ซ่งอวี้หน่วนจะต้องฆ่าเธอทิ้งในสระน้ำนี้อย่างแน่นอน
แปลกเหลือเกิน ทั้งที่เป็นช่วงกลางฤดูร้อน แต่อ้ายหนี่กลับรู้สึกว่าน้ำในสระนี้เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งจนแทงลึกเข้าไปถึงกระดูก ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ฟันกระทบกันดังกึกๆ
ซ่งอวี้หน่วนเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล “ตกลงตอนนี้เธออยากตายหรืออยากอยู่”
“อยากอยู่ ฉันอยากมีชีวิตอยู่”
“ฉันขอถามหน่อย ซ่งอวี้หน่วนคนนี้เคยไปล่วงเกินอะไรเธอหรือเปล่า”
“ไม่...ไม่เคย”
“แล้วคนในครอบครัวของฉันล่ะ เคยไปทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจไหม”
“ไม่เคย ไม่เคยเลยค่ะ!”
“แล้วทำไมถึงต้องเจาะจงมาที่ฉัน”
“ฉัน...ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรทำแบบนั้นกับเธอ ได้โปรดยกโทษให้ฉันเถอะนะคะ อย่าถือสาคนโง่ๆ อย่างฉันเลย”
ซ่งอวี้หน่วนแย้มรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยถามช้าๆ ชัดๆ “คุณหนูอ้าย ที่ฉันจับเธอโยนลงสระในวันนี้ เป็นเพราะฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตายอย่างนั้นเหรอ”
อ้ายหนี่นิ่งไปครู่หนึ่ง พอคิดอะไรบางอย่างได้ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ ไม่ใช่เลยค่ะ!”
“แล้วเราสองคนทำอะไรกันอยู่ในห้องนี้” ซ่งอวี้หน่วนถามต่อ
อ้ายหนี่เคยได้ยินคนพูดเสมอว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ แต่ในวันนี้เธอได้ตระหนักแล้วว่า ถ้าเทียบกับซ่งอวี้หน่วน เธอก็เป็นได้แค่เด็กอมมือเท่านั้น
เธอตอบด้วยเสียงที่ยังสั่นไม่หาย “เราสองคนกำลังคุยกันอยู่ค่ะ”
“อ้อเหรอ แล้วทำไมเธอถึงตัวเปียกปอนแบบนี้ล่ะ”
“คือ...คือฉันรู้สึกร้อนค่ะ ก็เลยลงมาว่ายน้ำเล่น”
ซ่งอวี้หน่วนยื่นมือออกไปตบที่แก้มของอ้ายหนี่เบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ “เห็นไหมล่ะ พูดจารู้เรื่องแบบนี้ก็เป็นนี่ ไม่เห็นจะอวดดีตรงไหน ดูท่าว่าคนเรานี่ก็ต้องคอยอบรมสั่งสอนกันอยู่เรื่อยๆ สินะ”
ความอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่อ้ายหนี่จนแทบจะมุดดินหนี แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ทำได้เพียงปล่อยให้ซ่งอวี้หน่วนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอต่อไป
ซ่งอวี้หน่วนยิ้มกริ่มแล้วปล่อยมือ ร่างของอ้ายหนี่จึงร่วงกลับลงไปในสระน้ำอีกครั้ง
เธอรีบตะเกียกตะกายเข้าหาขอบสระ พอสองมือคว้าที่จับไว้ได้มั่น ซ่งอวี้หน่วนก็ใช้ปลายเท้าเหยียบลงไปบนหลังมือของเธออย่างนิ่มนวล อ้ายหนี่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนต้องปล่อยมือ ก่อนจะเงยหน้ามองซ่งอวี้หน่วนด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา
“ไหนเมื่อกี้เธอบอกว่าร้อนเลยลงมาว่ายน้ำ นี่ยังไม่ทันจะผ่านไปเท่าไหร่ก็จะรีบขึ้นไปแล้วเหรอ ไม่ได้เด็ดขาดนะ เธอต้องว่ายน้ำให้ครบ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เอ้า เริ่มได้แล้ว”
น้ำตาของอ้ายหนี่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย เธอรู้สึกแสบร้อนบริเวณแก้มที่ถูกตบเมื่อครู่ แต่ก็ไม่กล้าปริปากบ่นออกมาแม้แต่คำเดียว ถ้าเกิดไปขัดใจนางปีศาจร้ายคนนี้เข้าแล้วถูกจับกดน้ำจนตายจะทำอย่างไร
อีกอย่าง ทำไมถึงไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอเลยนะ
ข้างนอกนั่นมีคนของเธออยู่เต็มไปหมด แต่ซ่งอวี้หน่วนมาที่นี่เพียงคนเดียวแท้ๆ
เธออยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือใจจะขาด แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป
อ้ายหนี่จำต้องอดกลั้นความอัปยศเอาไว้ แล้วเริ่มว่ายน้ำไปมาในสระอย่างเชื่อฟัง ขณะที่ในใจได้สับร่างของซ่งอวี้หน่วนเป็นหมื่นๆ ชิ้นไปแล้ว
[จบบท]