บทที่ 477: จุดพลิกผันอันน่าตื่นตะลึง
แขกอีกคนหนึ่งเป็นคนเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว เขาจึงรู้สึกว่านี่อาจเป็นการสำแดงอิทธิฤทธิ์ของดวงวิญญาณคุณหนูใหญ่ไห่ผู้ล่วงลับ จึงอยากจะถือโอกาสนี้พูดจาดีๆ เอาไว้ก่อน
"เป็นอย่างที่คุณท่านว่าจริงๆ ครับ ผมยืนอยู่ไม่ไกล เห็นเหตุการณ์พอดีเป๊ะเลย ตอนนี้หัวใจผมยังเต้นระรัวไม่หาย ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงที่ยอดเยี่ยมนะครับ แต่ผมว่าหลังจากนี้ควรจะตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งจะดีกว่า”
“แล้วก็นายน้อยรองของท่านนี่ ไม่ใช่แค่เป็นเด็กดี แต่ยังเก่งกาจขนาดนี้ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ!"
ครู่ต่อมา กลุ่มสุภาพสตรีวัยกลางคนก็พากันเข้ามาขอตัวลาเซวียเหม่ยโหรว พวกเธอยังมีสีหน้าตื่นตกใจไม่หาย
"คุณนายจง วันนี้คุณโชคดีจริงๆ นะคะ เหมือนได้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ต้องขอบคุณลูกเลี้ยงของคุณแท้ๆ"
"ปกติได้ยินแต่คนพูดถึงเขาเสียๆ หายๆ แต่พอถึงเวลาคับขันจริงๆ ถึงได้เห็นว่าเนื้อแท้ของคนเป็นยังไง"
"ต่อไปก็เอ็นดูเขาให้มากๆ เถอะค่ะ ฉันเองก็คาดไม่ถึงเลยจริงๆ"
"ต้องขอโทษด้วยนะคะ พวกเราขอตัวก่อน"
เซวียเหม่ยโหรวหน้าซีดเผือด...ที่ไหนกันเล่าที่ผลักล้ม เด็กนอกคอกนั่นถีบเข้าที่ท้องของเธอเต็มๆ ต่างหาก จนป่านนี้ยังรู้สึกจุกไม่หายเลย
แต่เธอไม่สามารถพูดความจริงออกไปได้ จึงทำได้เพียงฝืนยิ้มรับหน้า
เมื่อแขกเหรื่อที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ทยอยกลับไปจนหมด เซวียเหม่ยโหรวได้แต่มองห้องโถงที่ว่างเปล่า พลางนึกถึงคำพูดเหล่านั้นที่ได้ยินมา บางคนอาจจะพูดเพื่อปลอบใจ แต่บางคนก็ชัดเจนว่าแค่มาดูเรื่องสนุก
นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านตระกูลจง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์น่าอัปยศเช่นนี้
สายตาเดือดดาลจับจ้องไปยังจงเส้าชิงและซ่งอวี้หน่วน ทั้งหมดเป็นเพราะสองคนนี้แท้ๆ พวกเขาคือตัวซวยที่นำพาหายนะมาให้
ไม่อย่างนั้นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นอย่างราบรื่นมาตลอดจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไร
แต่จงเส้าชิงเองก็กำลังเกรี้ยวกราดใส่จงต้าเฉียวอยู่เช่นกัน เขาตวาดลั่น "วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะผม พ่อก็คงโดนทับแบนเป็นเนื้อบะช่อไปแล้ว! รวมทั้งผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นด้วย! ใครให้ความกล้าพวกคุณมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาแบบนั้น คิดว่าผมยังบ้าไม่พอหรือยังไง พวกคนเนรคุณ!”
“ไม่ต้องมาพูดอะไรกับผมทั้งนั้น ตอนนี้พาผมไปดูตู้เซฟเดี๋ยวนี้! ถ้ายังคิดจะตุกติกอยู่ล่ะก็ มามี้ของผมไม่ปล่อยพวกคุณไว้แน่!"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งเซวียเหม่ยโหรวและจงต้าเฉียวหน้าซีดไปตามๆ กัน แต่หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทั้งคู่กลับหันไปมองซ่งอวี้หน่วนด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
ซ่งอวี้หน่วนเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ "มองฉันทำไมกันเหรอคะ"
ทั้งสองคนสงสัยในตัวซ่งอวี้หน่วนอย่างยิ่ง แต่ก็ไร้ซึ่งหลักฐานใดๆ มายืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังเกตเห็นว่าแม้กระทั่งคุณหนูอ้ายหนี่ยังดูมีท่าทีเกรงกลัวเธอ และที่น่าแปลกใจที่สุดคือท่าทีของภรรยาซ่างกวนเหิงในวันนี้ที่ดูสงบเสงี่ยมผิดกับเมื่อวานราวกับคนละคน
วันนี้เธอดูหงอเหมือนลูกนกเลยทีเดียว
จงต้าเฉียวพยายามเค้นรอยยิ้มออกมา เขาเริ่มจากการกล่าวขอบคุณซ่งอวี้หน่วนที่ให้เกียรติมาร่วมงาน ทำให้ที่นี่ดูมีเกียรติขึ้นมาถนัดตา แล้วจึงขอบคุณที่ช่วยดูแลจงเส้าชิงเป็นอย่างดี ทั้งยังขอบคุณผู้เฒ่าจี้ที่กรุณายื่นมือเข้าช่วยเหลือ
พอเขาพูดจบ จงเส้าชิงก็สวนขึ้นมาทันที "ตู้เซฟอยู่ที่ไหน"
จงต้าเฉียวชะงักไปเล็กน้อย "...อย่าเพิ่งใจร้อนสิลูก เดี๋ยวพ่อจะพาไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ทว่าเซวียเหม่ยโหรวกลับจ้องมองซ่งอวี้หน่วนด้วยสายตาเย็นเยียบ ความอัดอั้นตันใจที่สุมอยู่ในอกทำให้เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป วันนี้เธอตั้งใจจะให้ซ่งอวี้หน่วน ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลใหญ่ แต่ใครจะคิดว่าตอนจบของงานเลี้ยงจะกลายเป็นแบบนี้ เธอต้องมาขายหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"แขกที่ฉันเชิญมาทั้งหมดล้วนเป็นเพื่อนเก่าแก่ มีแต่เธอนี่แหละ ซ่งอวี้หน่วน ที่เป็นคนหน้าใหม่ แต่ก็น่าแปลกนะที่พอเธอมาก็เกิดเรื่องขึ้นมาเลย" เซวียเหม่ยโหรวกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน
"แล้วยังจะเรื่องที่คุณหนูใหญ่ไห่สำแดงฤทธิ์อะไรนั่นอีก ช่างน่าขันสิ้นดี"
"ถ้าวิญญาณของคุณหนูใหญ่จะมาปรากฏตัวได้จริง ป่านนี้คงมาตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอมาจนถึงป่านนี้หรอก"
"อย่าลืมสิว่าหลายปีที่ผ่านมาตอนที่นายน้อยรองอาการหนักปางตายแทบเอาชีวิตไม่รอด เธอก็ไม่เห็นจะมาช่วยอะไร"
"ฉันว่านะ ที่วันนี้โคมไฟระย้ามันตกลงมาน่ะ บางทีอาจจะเป็นเพราะคุณหนูใหญ่ไห่โกรธขึ้นมาจริงๆ ก็ได้"
"แต่...เธอจะโกรธทำไมกันล่ะ"
"เส้าชิงลูกรัก ลองคิดดูดีๆ สิ ว่าทั้งหมดนี่เป็นเพราะลูกพาซ่งอวี้หน่วนกลับมาด้วยหรือเปล่า... หรือว่าจริงๆ แล้ว... มามี้ของลูกไม่พอใจซ่งอวี้หน่วนคนนี้อย่างแรง ก็เลยมาปรากฏกายเพื่อเตือนสติลูกยังไงล่ะ"
จงต้าเฉียวซึ่งเดิมทีก็ร้อนตัวเหมือนคนมีความผิดซ่อนอยู่ พอได้ฟังคำอธิบายของเซวียเหม่ยโหรวก็ถึงกับตาเบิกโพลง
จริงด้วยสิ! ที่ภรรยาพูดมามันก็มีเหตุผล นี่น่าจะเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุดแล้ว!
เมื่อครู่เขายังนึกกลัวจนตัวสั่นว่าดวงวิญญาณของไห่หมิงจูจะมาเอาชีวิตเขาจริงๆเสียอีก
ที่แท้ไม่ได้ไม่พอใจเขา แต่ไม่พอใจซ่งอวี้หน่วนต่างหาก!
ก็ถูกของเธอ... ผู้หญิงคนนั้นรักเขาจะตายไป คงไม่มีทางมาหลอกหลอนให้เขาตกใจกลัวแน่ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อขู่ซ่งอวี้หน่วน ให้เธอรู้ตัวแล้วรีบไสหัวไปจากชีวิตของจงเส้าชิงเสีย
แววตาของจงต้าเฉียวฉายประกายวูบหนึ่ง
ไอ้ลูกตัวปัญหานี่ ถ้าไม่มีซ่งอวี้หน่วนคอยหนุนหลังอยู่ จริงๆ แล้วก็จัดการได้ไม่ยากเลย บางทีอาจจะใช้เรื่องดวงวิญญาณของไห่หมิงจูเป็นข้ออ้างเพื่อขับไล่ซ่งอวี้หน่วนออกไปได้สำเร็จ
จงเส้าชิงรู้ดีว่าเซวียเหม่ยโหรวเป็นคนไร้ยางอาย แต่ไม่คิดว่าเธอจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ เขากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่กลับถูกซ่งอวี้หน่วนรั้งตัวไปไว้ด้านหลังเสียก่อน
ซ่งอวี้หน่วนคว้าข้อมือของเซวียเหม่ยโหรวไว้ พลางเอ่ยด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม "คุณนายจงคะ เราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่าค่ะ พอดีฉันมีเรื่องลับๆ อยากจะกระซิบกับคุณเป็นการส่วนตัว"
เซวียเหม่ยโหรวถึงกับชะงักไป เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่กลับต้องตกใจเมื่อพบว่านิ้วเรียวขาวของซ่งอวี้หน่วนนั้นบีบรัดแน่นและทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เธอถูกลากไปยังมุมห้องที่ปลอดคนอย่างไม่อาจขัดขืนได้เลย
จงต้าเฉียวที่มองอยู่ห่างๆ ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าซ่งอวี้หน่วนจะลากภรรยาเขาไปคุยอะไรกันสองต่อสองในที่ลับตาคน
ณ มุมหนึ่งของห้องโถง เซวียเหม่ยโหรวมองซ่งอวี้หน่วนด้วยแววตาฉุนเฉียว
อีเด็กนี่... ก็แค่เกาะคนรวยได้แล้วทำเป็นอวดดี ที่พวกผู้ชายยกย่องว่าเก่งนักเก่งหนาก็คงเพราะเห็นว่าสวยเท่านั้นแหละ แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมคุณหนูอ้ายหนี่ถึงมีท่าทีแบบนั้นกับเด็กนี่กัน หรือว่าเด็กนี่จะลากเธอมาตรงนี้เพื่อขู่ว่าจะไปฟ้องคุณหนูอ้ายหนี่งั้นเหรอ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอก็มีเรื่องให้พูดเหมือนกัน เพราะซ่งอวี้หน่วนไม่คู่ควรกับคนฮ่องกงอย่างพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว
อีกอย่าง คนฮ่องกงอย่างพวกเธอก็ไม่ได้ให้ค่าคนจากแผ่นดินใหญ่สักเท่าไหร่ ในเรื่องนี้ เธอมั่นใจว่าเธอกับคุณหนูอ้ายหนี่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันอย่างแน่นอน
คิดได้ดังนั้น เธอก็เชิดหน้าขึ้น "คุณหนูซ่งค่ะ ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้มันก็มีเหตุผลของมันนะ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เธอก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นสะใภ้ของคุณหนูใหญ่ไห่ได้เลย ดวงวิญญาณของท่านถึงได้โกรธแค้น ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ยังไงคนก็ตายไปแล้ว เธอไม่ต้องไปใส่ใจหรอก"
ซ่งอวี้หน่วนจ้องมองเซวียเหม่ยโหรวเขม็ง นี่เป็นผู้หญิงที่จิตใจแข็งแกร่งและควบคุมอารมณ์ได้ดีเยี่ยมจริงๆ
น่าเสียดายเหลือเกิน ที่เผลอไปปลดล็อกฉากเด็ดเข้าให้แล้วสิ ถึงจะเป็นแค่ฉากเดียว... แต่รับรองว่าสะเทือนใจสุดๆ แน่
"คุณนายจงพูดผิดแล้วค่ะ จริงๆ แล้วฉันใส่ใจความคิดของดวงวิญญาณคุณหนูใหญ่ไห่มากทีเดียว"
"ก็เพราะใส่ใจนี่แหละ ตอนอยู่ที่ค่ายฤดูร้อนเป่ยซาน ฉันถึงได้พานายน้อยรองจงที่น่าสงสาร ซึ่งถูกพ่อแท้ๆ ของตัวเองวางยาจนกลายเป็นคนบ้าอาการร่อแร่ใกล้ตาย ตกอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก ไปรักษาที่ปักกิ่ง และยังให้ปู่รองของฉันลงมือรักษาด้วยตัวเอง"
ใบหน้าที่เรียบเฉยของเซวียเหม่ยโหรวเปลี่ยนสี เธอไม่คาดคิดว่าซ่งอวี้หน่วนจะกล้าพูดจาเชือดเฉือนได้ถึงเพียงนี้ ไม่เหลือช่องว่างให้ใครได้แก้ตัวเลย
เซวียเหม่ยโหรวกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ซ่งอวี้หน่วนกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ "เรื่องไร้สาระไม่ต้องพูดหรอกค่ะ ฉันจะบอกข่าวสะเทือนฟ้าสะเทือนดินให้คุณฟังเรื่องหนึ่ง"
"ลูกชายคนโตที่คุณจงต้าเฉียวภาคภูมิใจนักหนาอย่างจงเทียนซื่อน่ะ... จริงๆ แล้วไม่ใช่สายเลือดของเขา แต่เป็นลูกที่คุณมีกับผู้ชายที่ชื่อ... เฉินโหย่วไฉ"
เซวียเหม่ยโหรวที่ยืนอยู่ตรงข้ามซ่งอวี้หน่วนนิ่งแข็งราวกับถูกอสนีบาตฟาดลงกลางร่าง ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างกายราวกับเลือดทั้งตัวกำลังไหลย้อนกลับ
[จบบท]