บทที่ 480: ครั้งนี้จะไว้ชีวิตให้
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเพียงกำชับให้เขาตั้งใจดูการแสดงให้จบ จากนั้นก็เลิกไปขลุกอยู่กับเฮียเหลียงได้แล้ว ให้รีบไปตามหาคนให้เจอ
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังยื่นจี้หยกชิ้นหนึ่งส่งให้เขา
“ชิ้นนี้เนื้อดีมาก ฉันรู้ว่านายอยากได้ของขวัญวันเกิดให้ย่า เพราะนายแอบเอาจี้หยกของท่านไปขาย กว่าจะมารู้ทีหลังว่านั่นเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่ปู่ทิ้งไว้ให้ก็สายไปแล้ว”
“รับไปสิ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดท่านแล้ว ฝากอวยพรท่านแทนฉันด้วยนะ ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ อายุยืนยาว!”
เฮยอวี๋ไจ่เติบโตมากับย่า ความผูกพันระหว่างพวกเขาสองคนจึงแน่นแฟ้นกว่าใคร
ดวงตาของเฮยอวี๋ไจ่แดงก่ำ เขานึกอยากจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนั้น ชายหนุ่มจ้องมองซ่งอวี้หน่วนพลางคิดในใจ คงจะดีไม่น้อยถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกพี่ของเขา เพราะบารมีความเป็นผู้นำของเธอช่างน่าประทับใจจริงๆ
การแสดงประสบความสำเร็จอย่างงดงามและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาด ทางโรงละครจึงหวังว่าจะสามารถขยายเวลาการแสดงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งหลังจากปรึกษากันแล้ว ทั้งเซี่ยโป๋เหวินและหัวหน้าคณะหนิวก็เห็นด้วย
จากนั้นผู้เฒ่ากู้ก็แจ้งข่าวว่ากู้หวยอันกำลังจะนำทีมมาจัดงานแถลงข่าวที่นี่ โดยได้ติดต่อประสานงานเรียบร้อยแล้ว และจะเดินทางมาถึงในอีก 3 วันข้างหน้า
ซ่งอวี้หน่วนกะพริบตาปริบๆ
ตายจริง พี่ชายคนนั้นคือใครกันนะ ชื่ออะไรแล้วเนี่ย เหมือนจะลืมไปแล้วนะ
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดการของคณะนักแสดง และไม่ได้เล่าเรื่องที่ให้เฮยอวี๋ไจ่ไปตามหาคนให้ผู้เฒ่ากู้ฟัง ตอนนี้เรื่องที่เธอให้ความสนใจมีเพียงเรื่องของประธานหวังเท่านั้น
แต่ที่น่าโมโหคือประธานหวังเอาแต่บอกว่าติดต่อไม่ได้ อ้างว่าส่งคนไปยังประเทศ X แล้ว และขอร้องให้เซี่ยซินตงอดทนรออีกหน่อย
ซ่งอวี้หน่วนขึ้นไปยังห้องสวีทสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรม ก็เห็นอ้ายหนี่กำลังเก็บข้าวของเตรียมจะย้ายออกไป
คุณนายสามอ้ายเห็นซ่งอวี้หน่วนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณนายอ้ายคะ ฉันมีเรื่องส่วนตัวอยากจะคุยกับอ้ายหนี่สักหน่อยค่ะ”
เมื่อได้ยิน คุณนายสามอ้ายจึงจำต้องเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง
อ้ายหนี่มองมาด้วยสีหน้าถมึงทึง “จะมาไม้ไหนอีก”
ซ่งอวี้หน่วนมีสีหน้าเย็นชายิ่งกว่า “ฉันจำได้ว่าเคยเตือนแล้วนี่ ว่าหลินเฉินกับเพื่อนอีกสองคนเป็นคนของฉัน”
หัวใจของอ้ายหนี่หล่นวูบ เธอเบิกตากว้าง “ฉัน…ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“อืม ก็แค่ไปขู่พวกเขาที่ห้องพักคนรับใช้ ไม่ให้พูดจาเหลวไหลต่อหน้าฉัน แล้วยังบอกอีกว่าอย่าให้หลินเฉินกับหวงหมิงเชี่ยนดีใจไปหน่อยเลย รอให้ฉันซ่งอวี้หน่วนไสหัวออกจากฮ่องกงเมื่อไหร่ วันดีๆ ของพวกเขาก็จะจบสิ้น ตอนนั้นเธอดูยิ่งใหญ่มากเลยนะ ทุบประตูห้องพักคนรับใช้เสียงดังปังๆ เลยนี่”
อ้ายหนี่หน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก หนังตากระตุกไม่หยุด “เธอ…เธอรู้ได้ยังไง”
เธอเพิ่งจะไปทำเรื่องพวกนั้นมาเมื่อครู่นี้เอง ตอนที่ซ่งอวี้หน่วนยังอยู่ที่โรงละคร กำลังถ่ายรูปเล่นหัวเราะต่อกระซิกกับพวกอาหญิงและนักแสดงคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน เธอจึงรีบกลับโรงแรม โดยมีบอดี้การ์ดคอยดูต้นทางให้ ส่วนตัวเองก็ย่องไปเคาะประตูห้องพักคนรับใช้อย่างกับพวกโจรขโมย
คิดว่าแอบทำแบบนั้นแล้วจะไม่มีใครรู้หรือยังไง แล้วเรื่องที่เธอพูด ซ่งอวี้หน่วนไปรู้มาจากไหนกัน
อ้อ ต้องเป็นนังแพศยาหวงหมิงเชี่ยนที่คาบข่าวไปฟ้องแน่ๆ
“อย่าเดาสุ่มเลย ไม่ใช่ใครบอกฉันทั้งนั้นแหละ ตอนนั้นฉันยืนอยู่ข้างหลังเธอเอง” ซ่งอวี้หน่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เป็นไปไม่ได้!” อ้ายหนี่ร้องลั่น
ซ่งอวี้หน่วนบรรยายเวลาที่อ้ายหนี่ยืนอยู่หน้าประตู เสื้อผ้าที่สวมใส่ ท่าทาง และคำพูดได้อย่างแม่นยำทุกกระเบียดนิ้ว
อ้ายหนี่เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว จ้องมองซ่งอวี้หน่วนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา นี่มันใช่คนแน่เหรอ
ตอนนี้พวกเธอสองคนอยู่ในห้องนอน โดยมีซ่งอวี้หน่วนยืนขวางประตูทางออกอยู่
อ้ายหนี่รู้สึกอยากจะวิ่งหนีสุดชีวิต แต่พอสบตากับแววตาเย็นเยียบของอีกฝ่าย เธอก็ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว
“เธอ…ทำไมเธอไม่ปรากฏตัวออกมาล่ะ”
ซ่งอวี้หน่วนมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “เธอก็เป็นโรคหัวใจไม่ใช่เหรอ ฉันกลัวว่าถ้าโผล่ออกไปกะทันหัน เธอจะตกใจจนหัวใจวายตายไปซะก่อน ก็เลยทำได้แค่ยืนดูเธออาละวาดอยู่ในมุมเงียบๆ น่ะสิ”
ซ่งอวี้หน่วนเอื้อมมือไปกดล็อกประตูห้องอย่างใจเย็น ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปหาอ้ายหนี่ช้าๆ ทีละก้าว
อ้ายหนี่หวาดกลัวจนต้องถอยหลังกรูด แต่เมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเตียง เธอก็เสียหลักล้มลงไปนั่งบนนั้น
ซ่งอวี้หน่วนเดินตามมาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว มือเรียวเอื้อมไปบีบคางของอ้ายหนี่ให้เชิดขึ้น ก่อนจะพินิจมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างละเอียด “คนเรานี่ตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่นับเรื่องเลวๆ ที่เธอทำลงไปนะ หน้าตาของเธอก็ถือว่าสวยมากคนหนึ่งเลย”
“แต่ทำไมจิตใจของเธอถึงได้น่ารังเกียจขนาดนี้ ถ้าหลินเฉินเป็นเหมือนจงต้าเฉียว เรื่องที่เธอทำก็อาจจะพอมีเหตุผลให้เข้าใจได้ แต่นี่หลินเฉินถอนหมั้นกับหวงหมิงเชี่ยนไปแล้ว พวกเขาเป็นแค่เพื่อนบ้านกัน เจอหน้ากันตามทางแล้วทักทายกันไม่กี่คำมันผิดตรงไหน ถึงกับต้องทำลายครอบครัวของเขาจนย่อยยับเลยเหรอ”
อ้ายหนี่เค้นเสียงตะคอกกลับไปทั้งน้ำตา “เธอจะไปรู้อะไร! ฉันรักหลินเฉินมากขนาดนั้น แต่เขากลับไม่เคยรักฉันเลย ในใจของเขามีแต่นังสารเลวนั่น! ฉันดูแลเขาไม่ดีตรงไหน ฉันซื้อบ้าน ซื้อรถให้เขา อุตส่าห์ไปขอร้องคุณปู่ให้เขามีตำแหน่งในบริษัทของตระกูล แต่ดูสิ่งที่เขาทำกับฉันสิ!”
น้ำตาของอ้ายหนี่ไหลอาบแก้ม แต่แววตากลับฉายชัดถึงความเคียดแค้นชิงชัง
“เขาถามฉันว่าจะให้ทำยังไงถึงจะยอมปล่อยเขาไป ฉันก็เลยพูดเล่นๆ ไปว่าฉันชอบหน้าตาหล่อๆ ของเขา ถ้าเขากล้าทำลายมันทิ้ง ฉันก็จะปล่อยพวกเขาสองคนไป ฉันพูดเล่นจริงๆ นะ! แต่ใครจะไปคิดว่าวันต่อมาเขาจะกลับมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเพราะถูกมีดกรีด...”
“แต่เธอก็ยังไม่ปล่อยเขาไปอยู่ดี” ซ่งอวี้หน่วนสวนกลับทันควัน
“นี่ก็เหมือนกัน แค่ไปได้ยินพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคุยกันว่าห้องสวีทของตระกูลหลิ่วมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยสดใสจากแผ่นดินใหญ่มาพัก เธอก็เกิดความอิจฉาริษยาขึ้นมาทันที เลยบุกมาที่นี่เพื่อบีบให้ฉันย้ายออกไป แถมยังใช้คำพูดต่ำๆ มาดูถูกฉันอีก”
“น่าเสียดายที่คนที่เธอเจอคือฉัน เธอเลยเตะถูกตอเข้าให้ พอทำอะไรฉันไม่ได้ เธอก็เลยหันกลับไปนึกถึงหลินเฉินกับหวงหมิงเชี่ยน คิดจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งเหยียบย่ำสองคนนั้นให้จมดินและระบายความโกรธที่ทำอะไรฉันไม่ได้ไปพร้อมกัน”
พูดจบซ่งอวี้หน่วนก็กระชากร่างของอ้ายหนี่ขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงกลับลงไปบนเตียงอย่างไม่ไยดี
“อ้ายหนี่ หลินเฉินกับหวงหมิงเชี่ยนใจดีเกินไปต่างหาก ถ้าเธอมาทำแบบนี้กับฉันล่ะก็... ฉันซ่งอวี้หน่วนขอสาบานเลยว่า ถ้าไม่ทำให้ตระกูลอ้ายของเธอหายไปจากโลกนี้ ฉันก็จะไม่ขอชื่อซ่งอวี้หน่วนอีกต่อไป!”
อ้ายหนี่นอนกองอยู่บนเตียงในสภาพน่าสมเพช
เธอมองซ่งอวี้หน่วนที่แสนเยือกเย็นด้วยความหวาดผวา เธออยากจะเถียงกลับไปเหลือเกินว่าตระกูลอ้ายทั้งร่ำรวยและมีอำนาจล้นฟ้า ต่อให้ซ่งอวี้หน่วนจะมีปีกมีหางก็คงทำได้แค่ขี้โม้ไปวันๆ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไป
เพราะลึกๆ แล้ว เธอรู้สึกว่าซ่งอวี้หน่วนสามารถทำได้อย่างที่พูดจริงๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นไกล แค่การที่อีกฝ่ายจะฆ่าเธอทิ้งตรงนี้ก็ดูง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
“แล้ว…ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอไม่ใช่เหรอ ที่เธอสั่งมาฉันก็ทำตามทุกอย่างแล้วนี่” เธอพูดเสียงสั่น
ซ่งอวี้หน่วนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เหนือกว่า แล้วเอ่ยช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ “เป็นแบบนั้น...จริงๆ เหรอ”
อ้ายหนี่ฉุกคิดขึ้นมาได้ในทันที
“ฉันสัญญาค่ะ! ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไปยุ่งกับพวกเขาอีก ฉันขอสาบาน!”
ซ่งอวี้หน่วนพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า “เธอรู้ไหมว่าทำไมบนโลกนี้คนดีๆ ถึงถูกรังแกอยู่เสมอ”
อ้ายหนี่ไม่กล้าปริปาก
“ก็เพราะว่าคนดีซื่อสัตย์เกินไป ไม่กล้าทำร้ายใครยังไงล่ะ...”
อ้ายหนี่ยังคงเงียบกริบ เธอไม่เข้าใจว่าซ่งอวี้หน่วนต้องการจะสื่ออะไรกันแน่
ซ่งอวี้หน่วนกลับส่งยิ้มอย่างมีความหมายให้เธอ “อ้ายหนี่... มีความสุขกับชีวิตตอนนี้ให้มากๆ นะ!”
ต่อจากนี้ไป ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้จะเริ่มนับถอยหลังแล้ว
อย่าคิดว่าอ้ายหนี่จะยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ที่เห็นอยู่นี่เป็นเพราะเธอยังไม่มีโอกาสต่างหาก หากวันใดที่เธอหาทางเล่นงานซ่งอวี้หน่วนได้ เธอจะต้องใช้วิธีที่เลวร้ายที่สุดเพื่อแก้แค้นอย่างแน่นอน อ้ายหนี่คือคนชั่วโดยสันดานอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คุณนายสามอ้ายก็กำลังหาทางจัดการกับเธออยู่
“อ้ายหนี่... ฉันขอเตือนเธอไว้อย่าง อย่าคิดไปหาคนสวะๆ ที่ไหนมาจัดการฉัน กลับบ้านไปเงียบๆ อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสีย บางทีถ้าฉันอารมณ์ดี อาจจะยอมปล่อยเธอไปสักครั้งก็ได้”
พูดจบ ซ่งอวี้หน่วนก็ปลดล็อกประตูแล้วเดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
[จบบท]