บทที่ 498: อาศัยบารมี
ซ่างกวนหว่านเก็บความขุ่นข้องหมองใจเอาไว้เงียบๆ
พอเห็นบรรดาลูกสาวตระกูลซ่างกวนคนอื่นๆ ก็อยากได้หน้าทำหน้าที่ต้อนรับแขกคนสำคัญ เธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีความนัย ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ซ่างกวนซินซินซึ่งกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน
สีหน้าราวกับจะสื่อว่าใครจะได้รับหน้าที่นี้ไปก็สุดแล้วแต่
ซ่างกวนซินซินส่งยิ้มประจบประแจงมาให้เธอตามความเคยชิน
ซ่างกวนหว่านเพียงเหลือบมองด้วยหางตาอย่างดูแคลน
เรื่องราวในอดีตย้อนกลับเข้ามาในหัว ภาพของคุณนายรองที่ไม่ชอบหน้าแม่ของเธอ กีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เข้าบ้านกระทั่งขู่ว่าจะฆ่าตัวตายยังคงแจ่มชัด
ตอนนั้นเธอยังเด็กและไม่เข้าใจอะไรเลย แม่แค่กระซิบบอกว่าในเมื่ออีกฝ่ายอยากตายก็สมควรจะสนองให้ จากนั้นเธอก็เป็นคนยกแก้วน้ำไปให้คุณนายรองด้วยมือของตัวเอง
ความจริงคือเธอไม่เข้าใจความหมายของมันเลยในตอนนั้น และเรื่องราวเหล่านั้นก็เลือนหายไปจากความทรงจำนานแล้ว ไม่คิดเลยว่าซ่งอวี้หน่วนจะขุดมันขึ้นมาพูดอีกครั้ง
นั่นทำให้เธอต้องหวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันวานทีละฉาก และในที่สุดก็เข้าใจได้ว่าในแก้วน้ำใบนั้นมันมีอะไรผสมอยู่ แต่เธอกลับจำรายละเอียดของเหตุการณ์ไม่ได้แล้ว และมันทำให้เธอฝันร้ายติดต่อกันหลายคืน
ช่วงแรกที่กลับมา เธอยังไม่กล้าสู้หน้าซ่างกวนซินซินด้วยซ้ำ แต่ใครจะไปคิดว่าซ่างกวนซินซินจะยังคงทำตัวประจบสอพลอเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
แม้แต่ซ่างกวนเหวินจื้อผู้เป็นพี่ชายที่ดูไม่ได้เรื่องได้ราวก็ยังทำตัวเหมือนปกติ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเลิกกังวลไป
แต่ให้ไปต้อนรับยัยตัวซวยนั่นน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!
เธอยังจำไม่ลืมว่านังเด็กสารเลวนั่นทำอะไรกับเธอไว้บ้าง น่าเจ็บใจที่ตอนนี้เธอยังไม่มีปัญญาไปเอาคืน แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ เธอสาบานว่าจะไม่ปล่อยยัยนั่นไปง่ายๆ แน่
หลังสบถด่าในใจจนพอใจแล้ว ดวงตาของซ่างกวนหว่านก็พลันสว่างวาบขึ้นมา ที่จริงแล้ววันนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีเหมือนกัน นังเด็กสารเลวนั่นช่างหน้าด้านกล้ามาเหยียบบ้านเธอในฐานะแขก พ่อกำชับนักหนาว่าต้องต้อนรับขับสู้อย่างดี ให้มาอย่างมีความสุขแล้วกลับไปอย่างอิ่มเอมใจ
เธอจะไม่เผชิญหน้าสร้างเรื่องกับซ่งอวี้หน่วน และจะไม่ยอมให้ยัยนั่นเห็นหน้าเธอด้วยซ้ำ แต่เธอไปที่ห้องครัวได้นี่นา จะวางยาพิษในอาหารดีไหมนะ ไม่สิ แค่ถ่มน้ำลายลงไปในอาหารและขนมทุกจานที่จะยกไปเสิร์ฟก็น่าจะสะใจพอแล้ว
ความคิดนี้ทำให้ความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ในใจมลายหายไป เธอรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกจนเผลอหัวเราะคิกคักออกมา
ในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แววตาของซ่างกวนซินซินที่ดูอ่อนโยนอยู่เสมอฉายแววเคียดแค้นชิงชังออกมาวูบหนึ่ง มือทั้งสองข้างของเธอกำเข้าหากันแน่น
ทางด้านกู้หวยอันก็กำลังเตรียมตัวกลับพร้อมกับซ่งอวี้หน่วน พอรู้ว่าจะต้องไปบ้านของซ่างกวนเหิง เขาก็สั่งให้เลขานุการเสี่ยวอู๋จัดคนติดตามไปด้วยสองสามคน ส่วนเรื่องกำชับก็คงไม่จำเป็น เขาแค่บอกเธอว่าอย่ากินข้าวที่บ้านนั้น จัดการธุระเสร็จแล้วให้รีบกลับมา เดี๋ยวเขาจะพาไปกินของอร่อยๆ เอง
ซ่งอวี้หน่วนและเซี่ยโป๋เหวินเดินทางมาถึงบ้านของซ่างกวนเหิงด้วยรถยนต์ คฤหาสน์หลังใหญ่ยังคงดูหรูหราโอ่อ่าเหมือนเดิม กระจกทุกบานถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่เรียบร้อยแล้ว
ซ่างกวนเหิงและภรรยาจินฮุ่ยหนิง ยืนฝืนยิ้มต้อนรับอยู่หน้าประตูใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังซ่งอวี้หน่วนและเซี่ยโป๋เหวินที่ก้าวลงจากรถ
เซี่ยโป๋เหวินรู้สึกหลากหลายอารมณ์ปนเปกันไปหมด
เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของบรรยากาศอย่างชัดเจน ระหว่างตอนที่เขามาคนเดียวกับตอนที่มาพร้อมเสี่ยวหน่วน
ตอนที่เขามา ซ่างกวนเหิงก็ยิ้มแย้มต้อนรับดีอยู่หรอก อย่างไรเสียตอนนี้เขากับซ่างกวนอวิ๋นฉียังเป็นสามีภรรยากันอยู่ ดังนั้นในทางนิตินัยแล้วเขากับซ่างกวนเหิงก็ยังนับว่าเป็นญาติกัน
แต่นั่นมันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น เพราะแววตาดูแคลนที่ซ่างกวนเหิงมีให้เขาไม่อาจปิดบังได้มิด ไหนจะภรรยาของเขาอีก เขาไม่เคยพบหน้าหรือติดต่อกับผู้หญิงคนนี้มาก่อนจึงไม่คุ้นเคย แต่สายตาที่เย่อหยิ่งและท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองมาราวกับว่าเขาเป็นญาติจนๆ ที่จะมาขอความช่วยเหลือนั้นมันชัดเจนเหลือเกิน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้แล้วว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่มักมีอคติ แม้ว่าคุณจะมีตำแหน่งใหญ่โตมาจากแผ่นดินใหญ่ พวกเขาก็ยังมองด้วยความดูแคลน คิดว่าเป็นแค่พวกคนจนๆ แต่งตัวมอซอเท่านั้น
ทำราวกับว่าเขาเป็นคนบ้านนอกคอกนาที่มาจากถิ่นทุรกันดาร ไม่เคยเห็นโลกภายนอก เห็นอะไรก็ตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด
แม้ว่าบุคลิกของเขาจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่สายตาที่มองสำรวจอย่างไม่เป็นมิตรและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนพวกนั้นก็ยังคงอยู่
โดยเฉพาะซ่างกวนเหิงที่ปากบอกว่าจะมารับด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายกลับอ้างว่าติดธุระด่วนแล้วส่งแค่คนขับรถมารับ เขาก็ได้แต่กัดฟันยอมรับ เพราะการมาครั้งนี้เขามีจุดประสงค์บางอย่าง
พอมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ก็ยังถูกกักให้รออยู่นานสองนาน ต้องให้บอดี้การ์ดไปแจ้งพ่อบ้าน แล้วพ่อบ้านก็บอกว่าจะไปเรียนเจ้านายอีกทอดหนึ่ง นี่มันจงใจแสดงอำนาจข่มขวัญและแก้แค้นเขาชัดๆ แม้จะรู้ทั้งรู้แต่เขาก็ต้องยอมเดินเข้าไป
ตอนนั้นเขาเลือกที่จะเปิดฉากพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ซ่างกวนเหิงหยิบยื่นมาให้จะเป็นเพียงภาพเขียนพู่กันจีนม้วนหนึ่ง ถึงแม้จะมีมูลค่าในแง่ของสะสม แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ไอ้สารเลวนั่นยังทำใจกว้างบอกอีกว่าเห็นแก่หน้าเสี่ยวหน่วน ของชิ้นนี้จึงมอบให้เป็นของขวัญ เพราะตอนนี้เขาคงไม่มีเงิน และคงไม่อยากให้เขาต้องมานั่งเขียนใบยืนยันหนี้สิน ในเมื่อเป็นญาติกันแล้ว เขาทำเรื่องแบบนั้นไม่ลงหรอก
แต่วันนี้เขาได้เห็นกับตาแล้วว่า ‘หน้า’ ของเสี่ยวหน่วนมันใหญ่คับฟ้าและทรงอิทธิพลมากขนาดไหน!
ถ้อยคำเหล่านั้นมันก็แค่ลมปาก บารมีของเด็กสาวคนนี้แผ่ออกมาอย่างเต็มเปี่ยมจนเขารู้สึกเหมือนเป็นแค่ผู้ติดตามของเธอ
ณ ขณะนี้ ที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลซ่างกวน ทั้งซ่างกวนเหิงและคุณนายสามของเขาต่างประดับรอยยิ้มไว้เต็มใบหน้า ท่าทีหยิ่งยโส ความรู้สึกดูถูกดูแคลนที่เคยมีหายไปสิ้น
ข้างกายของพวกเขามีเด็กสาวหน้าตาอ่อนโยนยืนอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นลูกสาวของซ่างกวนเหิง เธอดูมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่เสี่ยวหน่วนไม่วางตา เห็นได้ชัดว่าเธอถูกส่งมาให้ทำหน้าที่ต้อนรับและคอยดูแลเสี่ยวหน่วนโดยเฉพาะ
ในที่สุดเซี่ยโป๋เหวินก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการ ‘อาศัยบารมี’ เป็นอย่างไร
“เสี่ยวหน่วน!” ซ่างกวนเหิงทักทายอย่างกระตือรือร้น “ไม่คิดเลยว่าเธอจะให้เกียรติมาด้วยตัวเอง การมาของเธอทำให้บ้านเราสว่างไสวขึ้นมาทันที ทั้งครอบครัวดีใจกันมาก เชิญเข้าข้างในก่อนเลยครับ!”
ท่าทีกระตือรือร้นขนาดนี้ หากเป็นเด็กสาวทั่วไปคงจะรับมือไม่ถูก และตลอดการสนทนา เขาทำราวกับว่าเซี่ยโป๋เหวินเป็นอากาศธาตุ ไร้ตัวตน
แต่ซ่งอวี้หน่วนไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาทั่วไป
เธอไม่ได้ขยับตัว เธอมองซ่างกวนเหิงด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เหมือนยิ้มแล้วสวนกลับไปว่า “ประธานซ่างกวน เลิกเล่นละครยกยอปอปั้นคนหนึ่งเพื่อเหยียบย่ำอีกคนหนึ่งได้แล้วค่ะ และอย่าพยายามที่จะยุยงให้ความสัมพันธ์ของฉันกับคุณตาต้องแตกแยกกัน”
“สถานะและบ้านที่หรูหราของคุณในวันนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ตาของฉันหามาให้ทั้งนั้น โบราณว่าดื่มน้ำอย่าลืมคนขุดบ่อ ได้รับน้ำหนึ่งหยดควรตอบแทนดั่งมหาสมุทร แต่ดูคุณสิ ไม่ต่างอะไรกับคนอกตัญญูเลย ยังจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นคุณตา ตั้งใจจะหักหน้าท่าน แล้วยังคิดจะเสี้ยมให้เราผิดใจกันอีก การกระทำของคุณนี่มันใช่เรื่องที่คนเขาทำกันเหรอคะ”
คำพูดของเธอทำให้ใบหน้าของซ่างกวนเหิงเปลี่ยนสีสลับไปมาระหว่างเขียวกับขาว ดูไม่จืดเลยทีเดียว
ส่วนเซี่ยโป๋เหวินกลับบอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกอย่างไร มันทั้งเปรี้ยวฝาดระคนกันไป แต่ก็ยังมีความอบอุ่นแทรกซึมเข้ามา เป็นความรู้สึกที่หลากหลายจนยากจะสงบลงได้
ซ่างกวนซินซินที่ยืนอยู่ด้านข้างลอบสังเกตสีหน้าของพ่อและจินฮุ่ยหนิงแล้วก็ต้องตกใจ เรื่องราวเป็นไปตามที่เธอสืบเสาะมาอย่างยากลำบากไม่มีผิด ไม่ใช่แค่ซ่างกวนเหิง แม้แต่ผู้หญิงอย่างจินฮุ่ยหนิงก็ยังกลัวซ่งอวี้หน่วน
ความกลัวนี้ไม่ได้แสดงออกแค่เพียงภายนอก แต่มันฝังรากลึกลงไปในจิตใจ แล้วซ่างกวนหว่านที่ปกติชอบออกหน้าออกตามาตลอดหายไปไหน
ถ้าเป็นสถานการณ์แบบนี้ในอดีต จะมีโอกาสมาถึงเธอได้อย่างไรกัน คนที่ได้ออกหน้าต้องเป็นซ่างกวนหว่านเสมอ แม้เธอจะได้รับอนุญาตให้ออกมาด้วย ก็ต้องแต่งตัวให้เรียบง่ายที่สุดเพื่อไม่ให้โดดเด่นเกินหน้าเกินตา ไม่ต่างอะไรกับสาวใช้ในบ้าน
เด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเธอตั้งเยอะทำได้อย่างไรกันนะ? ซ่างกวนเหิงกับจินฮุ่ยหนิงมีความลับอะไรอยู่ในกำมือของเด็กคนนี้กันแน่ เธอคิดว่ามันไม่น่าจะใช่แค่เรื่องของเซี่ยซินตงเพียงเรื่องเดียว
[จบบท]