บทที่ 500: แท่นฝนหมึกเก้ามังกรที่ฝากท่านไว้
แต่ซ่างกวนซินซินก็ได้แต่เก็บงำความคิดนั้นไว้ในใจ ไม่กล้าเอ่ยออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
เธอทำได้เพียงคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “หลายวันนี้เสี่ยวหว่านไม่อยู่บ้านเลยค่ะ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณหนูซ่งจะมาวันนี้ ทุกอย่างเลยดูฉุกละหุกไปหมด ถ้าคุณโทรมาบอกกันก่อนสักหน่อย เธอก็คงจะรอต้อนรับอยู่ที่บ้านแล้ว”
แววตาของซ่างกวนซินซินไหววูบอย่างเห็นได้ชัด
ป่านนี้ซ่างกวนหว่านคงง่วนอยู่ในครัวด้านหลังแล้วกระมัง
คุณหนูใหญ่ซ่างกวนหว่านผู้ไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้าใกล้เตาไฟมาทั้งชีวิต นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น
หล่อนกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่ ไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองก็พอจะคาดเดาได้
ทว่าเธอจะหาทางเตือนคุณหนูซ่งให้เลี่ยงขนมพวกนั้นได้อย่างไร ในเมื่อขนมเหล่านั้นย่อมต้องมีปัญหาแฝงอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย
เป็นจังหวะเดียวกับที่ซ่งอวี้หน่วนหันมาสบตากับซ่างกวนซินซินพอดี
วินาทีที่ย่างเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่น ซ่งอวี้หน่วนก็มองเห็นภาพเหตุการณ์บางอย่างซ้อนทับอยู่บนร่างของซ่างกวนเหิง
เป็นภาพของชายผู้นั้นกำลังเปิดตู้นิรภัย หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา ก่อนจะบรรจงเปิดมันออกแล้วประคองแท่นฝนหมึกชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
ซ่งอวี้หน่วนเคยเห็นภาพถ่ายของแท่นฝนหมึกเก้ามังกรมาก่อน แม้ภาพในยุคนั้นจะเป็นเพียงภาพขาวดำ แต่สีสันดั้งเดิมของตัวแท่นฝนหมึกก็เป็นโทนสีนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นเธอจึงจดจำได้ในชั่วพริบตาว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเขาคือแท่นฝนหมึกเก้ามังกรอันล้ำค่าที่ควรจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ปักกิ่ง
ส่วนวิธีการที่เขาได้มันมานั้น เธอไม่ได้เห็นในภาพนิมิต คาดว่าอาจจะต้องให้ซ่างกวนเหิงเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ปักกิ่งด้วยตัวเองเสียก่อน ภาพเหตุการณ์จึงจะปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์
บางครั้งภาพนิมิตที่เธอเห็นก็จำเป็นต้องอาศัยสภาพแวดล้อมและสถานที่จริงเป็นตัวกระตุ้น
แต่เธอมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของคุณตาเซี่ยโป๋เหวินของเธออย่างแน่นอน
คุณตาของเธออาจมีความคิดซับซ้อนอยู่บ้าง และถ้าจะให้พูดกันตามตรง ซ่างกวนเหิงก็คงเปรียบเสมือนทางหนีทีไล่ที่คุณตาเตรียมไว้สำหรับตัวเอง แต่ท่านคงไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะบานปลายมาถึงขั้นนี้
ถึงกระนั้น การกระทำที่ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังตัวเองเช่นนี้ ท่านไม่มีวันทำเป็นอันขาด จึงสามารถตัดชื่อท่านออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัยไปได้เลย
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าซ่างกวนเหิงน่าจะสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่บางคนในยุคนั้น คดีโจรกรรมหลายคดีที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นไม่ได้มีแผนการที่ลึกล้ำซับซ้อนอะไรนัก เป็นเพียงการฉวยโอกาสจากช่องโหว่ที่มีอยู่และหยิบฉวยของไปอย่างง่ายดาย แท่นฝนหมึกชิ้นนี้ก็น่าจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน
แล้วซ่งอวี้หน่วนก็สังเกตเห็นว่าซ่างกวนซินซินที่กำลังสบตากับเธออยู่กลับขยิบตาให้รัวๆ ปลายตาของหญิงสาวยังเหลือบไปมองขนมบนโต๊ะเป็นระยะ ขณะที่บนใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง
การกระทำเล็กน้อยที่แฝงนัยสำคัญนี้ มีเพียงซ่งอวี้หน่วนเท่านั้นที่มองเห็น
เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ อย่างแนบเนียน ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชา มองซ่างกวนซินซินด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ซ่างกวนซินซินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก คุณซ่งช่างหลักแหลมเสียจริง
ในเมื่อได้รับรู้ข้อมูลสำคัญผ่านภาพนิมิตแล้ว ซ่งอวี้หน่วนก็ไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ให้นานไปกว่านี้
เธอเปิดกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองอย่างใจเย็น หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะน้ำชา
จากนั้นจึงแย้มยิ้มให้กับสองสามีภรรยาซ่างกวนเหิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “ที่วันนี้ต้องมารบกวนถึงที่นี่ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะคะ พอดีว่าพวกเรากำลังจะกลับบ้านแล้ว และไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อไหร่ ของที่คุณน้าเล็กของฉันฝากไว้ที่นี่ ก็เห็นควรว่าน่าจะมารับคืนไปค่ะ ต้องขอบคุณประธานซ่างกวนด้วยที่ช่วยเก็บรักษาไว้ให้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง
เซี่ยโป๋เหวินเข้าใจเจตนาของหลานสาวในแทบจะทันที แม้จะไม่รู้ว่าเสี่ยวหน่วนไปล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้มาได้อย่างไร แต่คำพูดของเธอกลับเฉียบคมจนน่าชื่นชม
ชายชรายืดแผ่นหลังจนตรงแน่ว จ้องมองซ่างกวนเหิงด้วยสายตาคมปลาบ ก่อนจะเอ่ยเสริมขึ้นมา “ใช่…ซ่างกวนเหิง ของของเซี่ยซินตงฝากนายเก็บไว้ตั้งหลายปี รบกวนมานานแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาอันควรที่จะต้องรับคืนเสียที”
ราวกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นในหัวของซ่างกวนเหิง มันไม่ใช่ความตกใจหรือหวาดกลัว แต่เป็นความรู้สึกเหลือเชื่อจนคิดว่าตนเองหูฝาดไป
ไอ้เด็กสารเลวเซี่ยซินตงนั่นเอาของมาฝากเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตอนที่มันมาถึงที่นี่ก็มีเพียงเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อที่ปะแล้วปะอีกติดตัวมาเท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่มีสมบัติอะไรเลยสักชิ้น เรียกได้ว่าไม่มีแม้แต่ฟางติดตัวมาสักเส้น
หรือว่าซ่งอวี้หน่วนจะมาทวงเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ พวกนั้น?
ความคิดนี้ทำให้ซ่างกวนเหิงใจชื้นขึ้นมาบ้าง หากเป็นแค่เสื้อผ้าเก่าๆ อย่างมากเขาก็แค่ชดใช้เป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมชุดใหม่ให้ก็น่าจะจบเรื่องได้ไม่ยาก
ทว่าลึกๆ ในใจกลับยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ระลอกหนึ่ง
นั่นเป็นเพราะเด็กสาวที่ชื่อซ่งอวี้หน่วนคนนี้ ทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจเกินไปจริงๆ
เด็กคนนี้เดินหมากนอกตำราเสมอ ทำให้เขาไม่สามารถคาดเดาเป้าหมายที่แท้จริงของเธอได้เลย
ตลอดชีวิตที่โลดแล่นอยู่ในสมรภูมิธุรกิจมานานหลายปี ซ่างกวนเหิงเพิ่งเคยเผชิญหน้ากับคนที่รับมือได้ยากเย็นถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก ที่สำคัญคืออีกฝ่ายยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุน้อยเท่านั้น
หากปล่อยให้เธอเติบโตไปมากกว่านี้ เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าเธอจะกลายเป็นบุคคลที่น่าเกรงขามเพียงใด
หากไม่มีเรื่องราวของเซี่ยซินตงมาเป็นรอยด่างพร้อย หากความสัมพันธ์ฉันญาติยังคงอยู่ และหากทั้งสองครอบครัวสามารถรักษามิตรภาพอันดีไว้ได้ ด้วยอัจฉริยะที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ข้างกาย ไม่แน่ว่าตระกูลซ่างกวนของเขาอาจก้าวขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของฮ่องกงได้อย่างแท้จริง
น่าเสียดายที่ในชีวิตคนเราไม่มีคำว่า "ถ้า"
จินฮุ่ยหนิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วมุ่น เธอกำลังครุ่นคิดเช่นกันว่าซ่งอวี้หน่วนเดินทางมาเพื่อทวงถามสิ่งใดกันแน่ แต่เธอเคยได้ยินสามีเล่าว่านอกจากเสื้อผ้าเก่าขาดกับรองเท้าซอมซ่อหนึ่งคู่แล้ว เซี่ยซินตงก็ไม่มีสมบัติอื่นใดติดตัวมาเลย
หรือว่าเด็กคนนี้จะมาขอเสื้อผ้าเก่าๆ กับรองเท้าขาดๆ นั่นคืนไปเป็นที่ระลึกกัน?
เธออดที่จะเบ้ปากหยันในใจไม่ได้
คนจากแผ่นดินใหญ่พวกนั้นไม่ได้ยึดถือคติที่ว่า ‘ใหม่สามปี เก่าสามปี ปะๆ ชุนๆ ไปอีกสามปี’ หรอกหรือ บางทีพวกเขาอาจจะชื่นชอบวิถีชีวิตที่สมถะและประหยัดก็เป็นได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอแค่ไม่ใช่เงินทองหรือแก้วแหวนเพชรนิลจินดาอะไรก็พอแล้ว
ซ่างกวนเหิงฝืนยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “อ้อ คงหมายถึงเสื้อผ้ากับรองเท้าที่เซี่ยซินตงใส่มาตอนแรกสินะ ของพวกนั้นมันเก่าจนดูไม่ได้ ชนิดที่ว่าโยนทิ้งไว้ข้างถนนก็คงไม่มีใครอยากเก็บ มันถูกทิ้งไปนานแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะให้คนไปซื้อชุดใหม่มาให้เป็นการชดเชย จะให้พ่อบ้านไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย”
พูดจบ เขาก็ทำทีจะหันไปเรียกพ่อบ้าน
ทว่ากลับถูกเสียงของซ่งอวี้หน่วนรั้งไว้เสียก่อน “ประธานซ่างกวนคะ อย่าเพิ่งรีบร้อนเรียกพ่อบ้านเลยค่ะ ลองดูใบรับของที่คุณออกให้ก่อนดีไหมคะ”
ซ่างกวนเหิงชะงักงัน เขาไปออกใบรับของให้เซี่ยซินตงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงจำเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย?
ซ่งอวี้หน่วนยื่นนิ้วเรียวชี้ไปยังกระดาษแผ่นบางที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา “ก็ใบรับของใบนี้นี่แหละค่ะ คุณนี่ช่างสมกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ถึงได้หลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง”
หัวใจของซ่างกวนเหิงเต้นระส่ำ เขาไม่รอให้พ่อบ้านต้องออกแรง ลุกพรวดขึ้นจากโซฟาแล้วคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ในมือ
เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความบนนั้นอย่างรวดเร็ว มือไม้และร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา
เขารู้สึกว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเขาคงต้องหัวใจวายตาย ไม่เพราะโกรธจัดก็เพราะกลัวสุดขีดเป็นแน่
บนกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความเขียนไว้สั้นๆ ว่า: ใบรับของ, วันนี้ซ่างกวนเหิงได้รับแท่นฝนหมึกเก้ามังกรหนึ่งชิ้นจากเซี่ยซินตง ผู้รับ: ซ่างกวนเหิง
ไม่มีทั้งวันที่ สถานที่ หรือคำบรรยายลักษณะใดๆ ของแท่นฝนหมึกเก้ามังกรเลยแม้แต่น้อย
หากซ่างกวนเหิงไม่ได้ครอบครองของชิ้นนั้นอยู่จริงๆ เขาย่อมไม่มีอะไรต้องกลัวหรือร้อนตัว แต่ปัญหาก็คือ...ของสิ่งนั้นมันอยู่ในมือของเขาจริงๆ
แววตาของซ่างกวนเหิงฉายประกายอำมหิตออกมาวูบหนึ่ง ในชั่วพริบตา ความคิดมากมายก็แล่นผ่านเข้ามาในหัว
อย่างแรก เขามั่นใจว่าเซี่ยโป๋เหวินเป็นเพียงแค่การตั้งข้อสงสัยเท่านั้น อย่างที่สอง ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ตั้งแต่แรก นั่นพิสูจน์ว่าเธอก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน ต้องเป็นเซี่ยโป๋เหวินที่เป่าหูเธอ และสุดท้าย ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีใครมีหลักฐานยืนยันได้
ดังนั้น ขอเพียงแค่เขายืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง ต่อให้เป็นเทพเซียนจากสวรรค์ก็ทำอะไรเขาไม่ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซ่างกวนเหิงก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮ่าๆ พวกคุณกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม จะมีของแบบนั้นที่นี่ได้อย่างไร ผมไม่เคยได้รับของอะไรแบบนั้นมาก่อน ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามเซี่ยซินตงดูเองสิ อีกอย่าง ข้อความบนกระดาษแผ่นนี้ก็เขียนไว้ไม่ชัดเจนเอาเสียเลย...”
“เขียนไม่ชัดเจน แต่ฉันอธิบายให้ชัดเจนได้ค่ะ” ซ่งอวี้หน่วนกล่าวแทรก “ประธานซ่างกวนลองฟังดูนะคะ”
จินฮุ่ยหนิงที่อยู่ข้างๆ ทนต่อไปไม่ไหว “คุณหนูซ่ง คุณต้องจำผิดไปแน่ๆ เรื่องแบบนี้จะเอามาพูดเล่นๆ ไม่ได้นะ!”
ซ่งอวี้หน่วนไม่สนใจคำทัดทานนั้น เธอยังคงจ้องมองซ่างกวนเหิงด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับจริงจังและใสกระจ่างดุจผิวน้ำ
“กล่องที่คุณรับฝากไว้นั้นทำจากไม้จันทน์แดง รอบกล่องแกะสลักเป็นลายดอกไม้เลื้อยพัน บนฝากล่องตรงกลางฝังทับทิมเม็ดหนึ่ง และเพราะเคยทำหล่นบนพื้นห้องหนังสือโดยไม่ตั้งใจ ทับทิมเม็ดนั้นจึงมีรอยร้าวคล้ายใยแมงมุมอยู่ทางขวาล่าง...
ที่ด้านใต้ของกล่องสลักอักษรไว้ว่า ‘เดือนอธิกมาส ปีติงโฉ่ว’ ส่วนภายในบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดง ขอบปักลายเมฆมงคล ตรงกลางยังปักด้วยอักษร 4 คำว่า ‘จี๋เสียงหรูอี้’!”
[จบบท]