บทที่ 540: รอหลังแต่งงาน
กู้หวยอันไม่มีทางหลบเลี่ยงได้ทัน และเขาก็ไม่คิดจะหลบด้วย ชายหนุ่มทำเพียงแค่รอให้ร่างบางของเสี่ยวหน่วนโผเข้ามาในอ้อมแขนของเขา
เรื่องที่จะผลักเธอลงทะเลน่ะหรือ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องหน้าท้องที่เธออยากเห็นน่ะ รอให้เราแต่งงานกันก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นจะดูจะสัมผัสเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบเลย
บางทีนี่อาจเป็นโอกาสอันดีที่จะเอ่ยปากถามถึงสถานะที่ชัดเจนระหว่างเขากับเธอ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ความคิดมากมายนับร้อยนับพันเรื่องต่างวิ่งวนอยู่ในหัวของคนทั้งสอง
ทว่าสิ่งที่กู้หวยอันเตรียมพร้อมไว้กลับไม่เกิดขึ้น เพราะซ่งอวี้หน่วนหยุดชะงักกะทันหัน เธอไม่ได้โผเข้ามากอดเขาอย่างที่คาดไว้
หญิงสาวก้มตัวลง แล้วใช้มือเพียงข้างเดียวยกหินก้อนใหญ่ที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย
กู้หวยอันถึงกับผงะ นั่นมันหินก้อนมหึมาที่หนักกว่าพันจินไม่ใช่หรือ
ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าการตัดสินใจของตัวเองเมื่อครู่นี้เป็นการคิดไปเองฝ่ายเดียวหรือเปล่า หากเขาโผเข้าไปกอดเธอจริงๆ มีหวังคงถูกเธอจับโยนออกไปไกลก่อนจะได้สัมผัสตัวเสียอีก
แล้วเสียงใสๆ ของซ่งอวี้หน่วนก็ดังขึ้นเรียกสติของเขา “พี่หวยอันคะ รีบมาดูนี่เร็ว ใต้ก้อนหินมีของอยู่ค่ะ”
กู้หวยอันก้าวเข้าไปหาเธอ ใต้หินก้อนใหญ่นั้นมีปูตัวเล็กตัวใหญ่วิ่งกันให้วุ่น แต่สิ่งที่ซ่งอวี้หน่วนให้เขาดูหาใช่เจ้าสัตว์มีกระดองพวกนั้นไม่ แต่เป็นมุมของหีบใบหนึ่งที่โผล่พ้นดินขึ้นมา
ก่อนหน้านี้เพียงครู่เดียว ขณะที่ซ่งอวี้หน่วนยืนอยู่บนหินก้อนนั้น เธอบังเอิญเห็นภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับมัน
ของเก่าล้ำค่าจำนวนหนึ่งจากภารกิจของมู่หรงเฟิงและผู้เฒ่ากู้ ถูกคนอีกกลุ่มชิงไปได้ และลักลอบขนย้ายออกมาจากพื้นที่ได้สำเร็จ แต่ระหว่างทางเกิดเหตุขัดข้องขึ้น ทำให้พวกเขาจำต้องฝังสมบัติเหล่านั้นไว้บนเกาะแห่งนี้ก่อนจะหลบหนีไปยังอ่าวของเกาะฝั่งตรงข้าม
และด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้กลับมาเอามันไปอีกเลย ทั้งที่ของเก่าเหล่านั้นมีมูลค่ามหาศาล
กู้หวยอันเองก็คาดไม่ถึงว่าใต้ก้อนหินธรรมดาที่หญิงสาวเหยียบอยู่จะมีสมบัติซ่อนไว้ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าของที่อยู่ข้างในคืออะไร หรือจะเป็นทองคำและเพชรนิลจินดาของพวกโจรสลัด
แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือเสี่ยวหน่วนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เขาจ้องมองเธออยู่ตลอดและมั่นใจว่าเธอไม่ได้มองลงไปใต้หินเลยสักนิด
แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว กลับพูดกับเธอด้วยความเป็นห่วงว่า “ไม่รู้ว่าข้างในกล่องมีอะไร รอผมอยู่ตรงนี้นะ ผมจะไปเอาเครื่องมือบนเรือมาเปิดดู” เขากำชับเธออีกครั้ง
“บางทีข้างในอาจเป็นอาวุธหรือของอันตราย อย่าแตะต้องมันเด็ดขาดนะ”
ซ่งอวี้หน่วนพยักหน้ารับ ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พี่หวยอันคะ ที่นี่ไม่มีใครอื่นแล้วนะ ทำไมพี่ไม่ลองถามหนูหน่อยล่ะว่ารู้ได้ยังไงว่าใต้หินมีของซ่อนอยู่ หนูไม่มีตาทิพย์หรือเครื่องมือพิเศษอะไรเลย แล้วก็ไม่เคยได้รับข้อมูลเรื่องนี้มาก่อนด้วย”
แววตาของกู้หวยอันอ่อนโยนลงขณะมองใบหน้างามที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ลมทะเลพัดปอยผมของเธอให้ปลิวไสว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปทัดปอยผมนั้นไว้ที่ข้างหูของเธออย่างแผ่วเบา
“หมิงเซิ่งเคยบอกผมว่าคุณเป็นนางฟ้าตัวน้อย ในเมื่อเป็นนางฟ้าแล้ว จะมีอะไรที่คุณไม่รู้อีกล่ะ”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรต่อ เขาก็รีบตัดบท “รออยู่ตรงนี้ดีๆ นะ ผมไปเอาเครื่องมือเดี๋ยวเดียว”
ซ่งอวี้หน่วนจึงยอมเงียบปากลงแต่โดยดี
รอไม่นาน กู้หวยอันก็วิ่งกลับมาพร้อมเครื่องมือ ชายรองเท้าและขากางเกงของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำทะเล
ทั้งสองช่วยกันขุดของขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าเป็นหีบไม้ขนาดใหญ่ 5 ใบที่ยังคงปิดสนิทอยู่ในสภาพดีเยี่ยม ซ่งอวี้หน่วนค่อยๆ เปิดออกดูทีละใบ
สีหน้าของกู้หวยอันเคร่งขรึมขึ้น เขาไม่คาดคิดเลยว่านี่จะเป็นโบราณวัตถุล้ำค่าชุดที่เคยสูญหายไป
ภายในหีบทุกใบถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันดินถึงสองชั้น และยังมีวัสดุกันกระแทกชนิดพิเศษรองอยู่ด้านในสุดอีกชั้นหนึ่ง เมื่อเปิดออกจึงพบกับวัตถุโบราณแต่ละชิ้นที่ถูกห่อไว้อย่างแน่นหนา
ทั้งสองคนช่วยกันตรวจสอบของแต่ละชิ้นอย่างละเอียด
ระหว่างนั้น ซ่งอวี้หน่วนก็เอ่ยถามขึ้น “แล้วรายงานพี่จะเขียนว่ายังไงคะ”
กู้หวยอันที่กำลังห่อเครื่องถ้วยชามชิ้นหนึ่งอย่างเบามือ เงยหน้าขึ้นสบตากับซ่งอวี้หน่วนซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นทราย แล้วตอบว่า
“ง่ายนิดเดียว ก็แค่บอกว่าเราสองคนกำลังจะจับปูเล่น แล้วบังเอิญไปพลิกหินก้อนนั้นเข้า เลยเจอมุมหีบที่ฝังอยู่ข้างใต้”
ดวงตาของซ่งอวี้หน่วนใสกระจ่างดุจสายน้ำ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของกู้หวยอันแล้วถามตรงๆ ว่า “พี่ไม่สงสัยในตัวหนูบ้างเลยเหรอคะ”
คิ้วของกู้หวยอันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าเธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่
ชายหนุ่มวางของในมือลงอย่างแผ่วเบา บ่ายคล้อยแล้ว หากไม่ได้เจอของพวกนี้ ป่านนี้พวกเขาคงเดินทางกลับกันไปนานแล้ว
ในชั่วขณะนั้น ดวงตาของกู้หวยอันก็ทอประกายกระจ่างใสไม่ต่างกัน เขาตัดสินใจที่จะไม่ปิดบังความคิดของตัวเองต่อหน้าเธอ
“ผมสงสัยในตัวคุณมาตลอด... สงสัยมาตลอดเลย อย่างเช่น ทำไมคุณถึงมีแรงเยอะขนาดนี้ แล้วก็ก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับไปที่หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณดูธรรมดามาก โดยเฉพาะผลการเรียนที่ไม่ค่อยดี แต่พอกลับไปที่นั่น คุณก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เหมือนได้เกิดใหม่”
แววตาของซ่งอวี้หน่วนยังคงแน่วแน่ ไม่ได้หลบเลี่ยงหรือรู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เธอจ้องตอบสายตาของเขาอย่างตรงไปตรงมา
บนเกาะร้างที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่กู้หวยอันและซ่งอวี้หน่วนได้เปิดใจคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งข้อสงสัยนี้ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว แต่คนอื่นๆ ก็รู้สึกเช่นกัน
“ประโยคสุดท้ายที่พี่พูดนั่นแหละค่ะ ถูกต้องที่สุด... ก็คือการเกิดใหม่” ซ่งอวี้หน่วนยอมรับ
กู้หวยอันหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาทุ้มนุ่มราวกับสายลมที่พัดผ่าน ช่างไพเราะน่าฟัง
“ที่จริงเรื่องนี้มันก็ปกติมากนะ คนเราพอเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรงเข้า ก็อาจจะพูดได้ว่าโตขึ้นในชั่วข้ามคืน หรือเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในคืนเดียว มันมีอะไรน่าสงสัยกันล่ะ คุณถามมาผมก็ตอบไปแบบนี้ ผมว่าคุณแค่หาเรื่องคุยใช่ไหมล่ะ”
แต่ในใจของกู้หวยอันกลับคิดอีกอย่าง หากเขาไม่ได้ยินเสียงในใจของเสี่ยวหน่วน เรื่องทั้งหมดนี้คงดูไร้เหตุผลสิ้นดี แต่ตอนนี้ทั้งเขาและปู่ต่างก็ได้ยินมัน จากการสังเกตการณ์ของเขา ผู้เฒ่าหูที่เทศมณฑลก็น่าจะได้ยินเช่นกัน
คงมีเพียงคนที่รักและห่วงใยเธออย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะได้ยินมัน และก่อนจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เธอมักจะสามารถคาดการณ์ถึงอันตรายล่วงหน้าได้เสมอ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครติดใจสงสัยในความสามารถพิเศษของเธอ และทุกคนก็เลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้
ต่อให้มีใครไม่เห็นด้วย ปู่ของเขาก็สามารถจัดการให้เรื่องเงียบลงได้ และที่สำคัญที่สุดคือมีคุณตาเซี่ยคอยให้ท้ายอยู่เสมอ
อีกอย่าง ต่อให้เธอไม่เหมือนคนอื่นแล้วจะทำไมกัน ก็แค่แรงเยอะผิดปกติ แล้วมันจะไปเป็นอะไร
ที่ค่ายทหารทางเหนือก็มีทหารสิบกว่านายที่มีพละกำลังมหาศาล ยังมีพลแม่นปืนที่หลับตายิงก็ยังเข้าเป้า ทีมที่มาด้วยกันคราวนี้ก็มีทั้งคนที่ว่ายน้ำเก่งกาจประดุจพญามังกร
คนที่มีพลังเหนือมนุษย์ หรือแม้แต่คนที่มีความสามารถพิเศษอื่นๆ ที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ ทุกคนต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัวกันทั้งนั้น
จริงๆ แล้วเด็กสาวคนนี้คงไม่ได้กังวลอะไรหรอก ก็แค่อยากจะลองใจดูว่าเขาจะตอบว่าอย่างไรเท่านั้น
แต่ถ้าเสี่ยวหน่วนรู้ว่าเขาได้ยินเสียงในใจของเธอ เธอจะมีปฏิกิริยายังไงนะ
เขาจินตนาการภาพเธอจับเขากดลงกับพื้นแล้วซ้อมจนน่วม จากนั้นก็เตะซ้ำอีกสองสามที พร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอไปตลอดชีวิต
แค่คิดถึงความเป็นไปได้นี้ กู้หวยอันก็เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
โชคยังดีที่เรื่องนี้เขาไม่สามารถพูดหรือถามออกไปได้ โอกาสที่จะโป๊ะแตกจึงไม่มีทางเกิดขึ้น
[จบบท]