บทที่ 587: ใจกล้าหน่อยสิ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซ่งอวี้หน่วนมาเยือนสถานที่แห่งนี้ สถานที่ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทุกตารางนิ้วล้วนแฝงไว้ด้วยความลับระดับประเทศ
ขนาดกู้หวยอันเอง ก่อนจะก้าวผ่านประตูเหล็กหนาเตอะเข้าไปได้ ยังต้องผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมืออย่างเข้มงวด
ซ่งอวี้หน่วนยังจำวีรกรรมของตัวเองได้ดี ครั้งหนึ่งเธอเคยนึกสนุกอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของประตูบานนี้ แทนที่จะเดินตามกู้หวยอันเข้าไปดีๆ เธอกลับเลือกที่จะถอยหลังออกมาสองสามก้าว แล้วใช้พละกำลังมหาศาลของตัวเองยันประตูไว้ไม่ให้มันปิดลง
ผลลัพธ์คือ... ร่างของเธอถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนสะท้านไปทั้งตัว
เหตุการณ์ในวันนั้นทำเอาชายหนุ่มใจหายวาบไปถึงตาตุ่ม หากเธอหลบไม่ทัน ป่านนี้คงได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่เขาพาเธอมาที่นี่ จึงต้องคอยจับตามองแทบไม่ให้คลาดสายตา เพราะกลัวว่าหญิงสาวจอมซนจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก
หลังจากผ่านประตูหลายชั้น ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงพื้นที่ชั้นในสุด บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ล้ำยุค ทุกอย่างล้วนเป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งยังไม่เคยถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอกมาก่อน
กู้หวยอันชี้ไปยังเครื่องมือขนาดใหญ่เครื่องหนึ่ง "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เครื่องนี้จะสามารถค้นหาสิ่งแปลกปลอมในตัวหลินฉิงได้ ทั้งยังสามารถล็อกเป้าหมายและแยกร่างมันออกมาได้ด้วย"
ซ่งอวี้หน่วนเดินวนรอบเครื่องมือประหลาด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ของแบบนี้คงต้องนำไปทดลองใกล้ๆ ตัวหลินฉิงถึงจะรู้ผล หญิงสาวจึงละความสนใจจากมัน แล้วหันมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มข้างกายด้วยแววตาพราวระยับ
"พี่ผอมลงไปอีกแล้วนะ แค่ฉันใช้นิ้วเดียวก็ผลักพี่ล้มได้แล้ว...พี่จะอยากได้สถานะไปทำไมกันคะ"
กู้หวยอัน “…”
เขานึกว่าเธอจะตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด หรืออย่างน้อยก็ควรถามไถ่ถึงวิธีการใช้งาน แต่เปล่าเลย…
จุดสนใจของเธอช่างผิดแผกจากคนทั่วไปเสมอ
"คุณจะผลักผมล้มหรือผมจะผลักคุณล้ม มันไม่สำคัญหรอก
แต่เราคลุกคลีกันมานานขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้มันคลุมเครือต่อไปคงไม่ดี คุณก็ควรจะให้ความชัดเจนกับผมได้แล้วนะ"
เขารู้ดีว่าหากคิดจะคบหากับซ่งอวี้หน่วนแล้วยังมัวแต่เหนียมอาย คงต้องเตรียมใจโบกมือลาได้เลย
"ตอนนี้คนทั้งปักกิ่งใครบ้างจะไม่รู้ว่าเราสองคนสนิทกันจะตายอยู่แล้ว
ใครๆ ก็รู้ว่าคุณทั้งเก่งทั้งเอาแต่ใจ จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าแนะนำผู้หญิงให้ผมสักคน คุณไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยเหรอครับ"
ซ่งอวี้หน่วนขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เธอกะพริบตาปริบๆ
"พี่รู้ไหมคะว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงได้คืบหน้าช้านัก"
กู้หวยอันเลิกคิ้ว หรือว่านี่จะเป็นความผิดของเขาอีกแล้ว
"ก็เพราะพี่ใจกล้าไม่พอยังไงล่ะคะ แถมยังขี้อายเกินไปอีกด้วย ดูขนาดฉันสิ ฉันทดลองมาหมดแล้วว่าแรงของฉันใช้กับประตูพวกนี้ไม่ได้ผล ถ้าฝืนพังเข้าไปก็มีแต่จะโดนไฟฟ้าช็อตจนกลายเป็นเถ้าถ่าน"
ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ไหวติง ปล่อยให้สายตาทอดมองหญิงสาวตรงหน้า
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซ่งอวี้หน่วนเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่งดงามจับตา รัศมีความงามของเธอยังคงโดดเด่นไม่เสื่อมคลาย จะว่าเปลี่ยนไปก็ใช่ แต่จะว่าเหมือนเดิมก็ไม่ผิดนัก
แล้วซ่งอวี้หน่วนก็ยกนิ้วชี้เรียวสวยขึ้นแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังแทบลมจับ
"ใจกล้าหน่อยสิคะ จูบฉันทีเดียว ฉันก็เป็นของพี่แล้ว!"
กู้หวยอันรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ เด็กสาวคนนี้...สวยก็สวยอยู่หรอก แต่ปากคอเราะร้ายเสียจริง
"คุณจะพูดจาให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง" เขาเอ่ยเสียงอ่อน
ดวงตาคู่สวยของซ่งอวี้หน่วนทอประกายเจิดจ้า วันนี้กู้หวยอันในชุดทำงานช่างดูหล่อเหลาและสง่างามเป็นพิเศษจนเธออดใจไม่ไหว ยื่นมือออกไปใช้นิ้วจิ้มที่แผงอกของเขาเบาๆ
เพียงเท่านั้น ร่างสูงที่ยืนอย่างมั่นคงก็เซถอยหลังไปหลายก้าว สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ
และก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยปากตำหนิ ร่างระหงก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เธอใช้นิ้วที่จีบอย่างสวยงามผลักเข้าที่หน้าอกของเขาซ้ำอีกหน แม้จะตั้งตัวทัน แต่แรงของเธอก็ทำให้เขาเสียหลักจนแผ่นหลังไปกระแทกเข้ากับโต๊ะที่วางเครื่องมือสำคัญเอาไว้
ซ่งอวี้หน่วนโน้มตัวเข้าไปใกล้ ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก "ทำไมหูพี่แดงอย่างนั้นล่ะคะ"
กู้หวยอัน “…”
"แล้วพี่ล่ะจริงจังหรือเปล่า ถ้าพี่จริงจัง ก็ไม่ควรมาทวงสถานะจากฉันแบบนี้"
ชายหนุ่มจนต่อคำพูด เขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลุกเป็นไฟด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้า ยื่นมือทั้งสองข้างไปจับไหล่ของเธอไว้แน่น ไม่ให้เธอซุกซนไปมากกว่านี้
"คุณล้อเล่นใช่ไหม?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าผิดปกติ
"ฉันจริงจังค่ะ" แววตาของเธอยืนยันคำพูด
"ถ้างั้น...ผมจูบแล้วนะ" เสียงของเขายิ่งแหบโหยลงไปอีก
"มาค่ะ!" ซ่งอวี้หน่วนตอบรับอย่างใจกว้าง พร้อมกับทำปากจู๋รอรับสัมผัสอย่างเต็มใจ
มุมปากของกู้หวยอันกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจโน้มใบหน้าลงไปอย่างช้าๆ ขณะที่เขากำลังจะประทับจูบลงไปนั้น ซ่งอวี้หน่วนก็แอบสอดมือไปโอบรอบเอวสอบของเขาไว้
แต่ความซุกซนของเธอยังไม่หมดเพียงเท่านั้น มือเล็กๆ หยิกเข้าที่เอวของเขาเบาๆ ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกราวกับถูกแมลงต่อย
เขารีบคว้ามือซนของเธอไว้ แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองระคนจนใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจรวบร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น แล้วประทับริมฝีปากบางของตนลงบนเรียวปากแดงสดของเธออย่างนุ่มนวล
ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ
ซ่งอวี้หน่วนอาจจะเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งและดูกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นมุมอ่อนหวานแบบเด็กสาวของเธอ แต่กู้หวยอันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ริมฝีปากของเธอจะนุ่มนวลและหอมหวานได้ถึงเพียงนี้
จุมพิตแรกที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันเกิดขึ้นท่ามกลางเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองของเขาเอง มันเป็นจูบที่ปราศจากท่วงทำนองใดๆ อาศัยเพียงสัญชาตญาณดิบที่นำพาไป
เมื่อถอนริมฝีปากออก ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือหญิงสาวที่เคยสดใสเจิดจ้า บัดนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาหวานฉ่ำเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มเอิบแดงกว่าที่เคยเป็น
ภาพนั้นทำให้หัวใจของกู้หวยอันอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ
ทว่าซ่งอวี้หน่วนกลับทำลายบรรยากาศโรแมนติกเสียสิ้น เธอเม้มปากชิมรสจูบของเขา แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ "พี่นี่รสชาติดีจัง"
กู้หวยอัน...
จากที่ใบหูแดงอยู่แล้ว ตอนนี้กลับลามไปทั่วทั้งใบหน้า ซ่งอวี้หน่วนคนนี้ช่างพูดจาไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย แล้วความรู้สึกอ่อนโยนที่เอ่อล้นอยู่ในใจเขาตอนนี้เล่า ควรจะระบายออกไปทางไหนดี
ชายหนุ่มตัดสินใจไม่ปล่อยให้เธอได้พูดอะไรอีก เขาคว้าตัวเธอเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่ม แล้วกระซิบเสียงแหบพร่า
"จริงจังหน่อยได้ไหม"
"ตอนที่พี่จูบฉัน ทำไมไม่บอกให้จริงจังล่ะคะ"
"ถ้างั้น...ช่วยเงียบๆ สักพักได้ไหม"
ซ่งอวี้หน่วนยกแขนขึ้นโอบรอบเอวของเขา "ถ้าพี่ยอมให้ฉันลูบคลำสักสองที ฉันจะยอมพูดจาดีๆ ด้วย"
เสียงใสๆ ของเธอแฝงไปด้วยความขี้เล่นน่าเอ็นดู จนหัวใจของกู้หวยอันเต้นไม่เป็นส่ำ
ครั้งนี้เขาไม่ยอมเธอเด็ดขาด นี่มันไม่ใช่การเล่นไพ่นกกระจอกนะ!
แต่กระนั้น เขากลับกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนทีละคำ "นับจากนี้ไป...เธอคือแฟนของพี่!"
อันที่จริง เขาอยากจะสารภาพรักกับเธอในสถานที่ที่สวยงามและโรแมนติกกว่านี้ การทวงถามถึงสถานะเป็นเพียงข้ออ้าง แต่ใครจะคิดว่าเขาจะได้จูบแรกจากเธอในห้องทดลองที่เต็มไปด้วยเครื่องมือสุดล้ำแบบนี้
ซ่งอวี้หน่วนพยักหน้ารับ เธอยื่นนิ้วขึ้นไปแตะที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ แล้วฉีกยิ้มกว้าง "ตีตราจองแล้วนะคะ นับจากนี้ไป...พี่เป็นของฉัน!"
แววตาของกู้หวยอันอ่อนโยนลง เขายิ้มรับคำพูดของเธออย่างเต็มใจ
ชายหนุ่มบรรจงจัดเรือนผมที่ยุ่งเหยิงให้เธออย่างแผ่วเบา บัดนี้ ทั้งสองยืนเคียงข้างกันอย่างสนิทแนบชิด ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาระยะห่างอีกต่อไป ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยแทบจะกระซิบส่งตรงถึงกันและกัน บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและความเข้าอกเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่
[จบบท]