บทที่ 603: ต่างมีแผนของตัวเอง
ทันทีที่ซ่งอวี้หน่วนก้าวเท้าเข้าบ้าน เธอก็ตรงไปหาย่าซ่งที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างไห่เส้าชิงกับพ่อแท้ๆ ของเขาให้ฟังอย่างละเอียดทุกฉากทุกตอน
เธอยังไม่ลืมที่จะย้ำประเด็นสำคัญ “คุณย่าคะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่มีชื่อว่าจงเส้าชิงอีกแล้วนะคะ เขาคือไห่เส้าชิง”
ย่าซ่งตบขาตัวเองดังฉาด ดวงตาเป็นประกายด้วยความยินดี “โอ๊ย! ในที่สุดเด็กคนนั้นก็กล้าพูดออกมาซะที
เขาควรจะพูดกับไอ้พ่อสารเลวแบบนั้นตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงนึกว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน”
ท่านหันมาจับมือหลานสาวแล้วสอนด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ชีวิต
“เสี่ยวหน่วน ย่าจะบอกอะไรให้นะ โลกใบนี้มีคนเป็นร้อยเป็นพัน ก็ย่อมมีนิสัยใจคอแตกต่างกันไปเป็นร้อยเป็นพันอย่าง เรื่องที่หนูคิดว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่สมควรทำ แต่สำหรับคนบางประเภท พวกเขากลับมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็ทำกัน ทำไมจะทำไม่ได้”
“ก็เหมือนกับจงต้าเฉียวนั่นแหละ จนถึงป่านนี้ มันก็ยังไม่เคยสำนึกว่าตัวเองผิด ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเนรคุณอกตัญญู
ในหัวของมันยังคงปักใจเชื่อว่าตระกูลไห่ต่างหากที่ชั่วช้าสามานย์ ใช้บารมีเงินทองมากดหัวมันไว้ ทำให้มันไม่มีวันได้ผงาดขึ้นมา
เพราะฉะนั้น มันถึงได้ภาวนาให้พวกตระกูลไห่ตายห่ากันไปให้หมด
คนแบบนี้ไม่ต้องไปเสียเวลาอธิบายเหตุผลด้วยหรอกหลานเอ๊ย ด่ามันไปตรงๆ นั่นแหละ สะใจที่สุดแล้ว”
เซี่ยกุ้ยหลานที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้แต่มองแม่สามีด้วยความทึ่ง นับวันท่านยิ่งเฉียบแหลมและเด็ดขาดขึ้นทุกที ไหนจะเรื่องที่ท่านกำลังวางแผนจะซื้อบ้านเพิ่มอีก
แต่การที่ท่านสอนลูกสาวของเธอแบบนี้ เธอกลับเห็นด้วยอย่างยิ่ง
การเลือกคู่ครองสำหรับผู้หญิงเป็นเรื่องสำคัญ แม้สมัยนี้จะมีอิสระในการแต่งงาน อยากจะหย่าเมื่อไหร่ก็ทำได้ แต่มันก็ไม่ใช่กระบวนการที่ง่ายดายนักหรอก
การต้องมาทนทุกข์กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันบั่นทอนจิตใจเหมือนกัน
ถึงอย่างนั้นเธอก็เชื่อมั่นในตัวลูกสาวของตัวเองดีว่าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกหรือเอาเปรียบได้ง่ายๆ
สุดท้ายแล้ว ผู้หญิงก็ต้องยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองเหมือนกับตัวเธอในอดีต
หากไม่ใช่เพราะความขยันสู้ทุกงาน บวกกับนิสัยที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แม่สามีก็คงไม่เอ็นดูเธอเหมือนทุกวันนี้
แน่นอนว่าเรื่องบางเรื่องก็ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพูดออกมาตรงๆ การแบ่งแยกทุกอย่างชัดเจนเกินไปก็อาจทำร้ายความรู้สึกกันได้
ในขณะเดียวกัน จงต้าเฉียวก็กำลังเดือดดาลจนแทบจะล้มทั้งยืน แต่เขาก็ยังตายไม่ได้ ถ้าเขาเป็นอะไรไปตอนนี้ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่สร้างมากับมือก็ต้องตกเป็นของไอ้ลูกอกตัญญูคนนั้นน่ะสิ
ไม่มีทาง! เขาจะยอมให้มันได้สมบัติไปแม้แต่แดงเดียวไม่ได้เด็ดขาด ทุกอย่างต้องเป็นของเทียนซื่อ ลูกชายสุดที่รักของเขาเท่านั้น!
เขาต้องวางแผนหาทางหนีทีไล่ไว้ให้เทียนซื่ออย่างรอบคอบ
แต่ตอนนี้เขายังมีลมหายใจอยู่ ตราบใดที่ยังทำตัวว่าง่าย ไม่ไปสร้างเรื่องกับซ่งอวี้หน่วน และเธอยังไม่คิดจะลงมือจัดการเขา ทุกอย่างก็ยังพอมีทางแก้ไข
เขาตัดสินใจติดต่อไปยังบริษัททรัสต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ RS โดยอ้างสถานะการเป็นสามีของไห่หมิงจูและบิดาผู้ให้กำเนิดของจงเส้าชิง เพื่อยื่นคำร้องขอจัดการมรดก
เขาสั่งให้ระงับการจัดการทรัพย์สินส่วนอื่นไว้ก่อน รอให้ถึงกำหนดแล้วค่อยว่ากัน แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการยืนยันสิทธิ์ในการครอบครองเกาะส่วนตัว
แค่มีเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก็ยังดี ขอแค่พิสูจน์ได้ว่าเกาะแห่งนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของไห่หมิงจูอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ มันคือทรัพย์สินส่วนตัวของเธอ และจงเส้าชิงคือทายาทโดยชอบธรรมเพียงคนเดียว ส่วนตัวเขา จงต้าเฉียว จะทำหนังสือสละสิทธิ์ในมรดกส่วนนั้นอย่างเป็นทางการ
ใจจริงเขาไม่อยากจะให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย แต่คำพูดของประธานหวังยังคงก้องอยู่ในหัว ท่านเคยเตือนเขาไว้เพื่อไม่ให้เขาทำอะไรโง่ๆ จนพาทุกคนเดือดร้อนไปด้วย
“เขี้ยวพิษ ตระกูลเจมค์ แล้วที่สำคัญที่สุด...ซ่งอวี้หน่วน”
อย่าได้เห็นว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว เพราะเบื้องหลังของเธอนั้นคือขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้
“เรื่องที่ไม่ควรรู้ ก็อย่าไปสอดรู้ จะได้ไม่ตายเร็ว” ประธานหวังย้ำเตือนเขาอย่างจริงจัง
“ถ้าแกยังอยากมีชีวิตอยู่ ก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ซ่งอวี้หน่วนสั่งไม่ให้ไป ก็ห้ามไป สั่งไม่ให้ขยับ ก็จงอยู่นิ่งๆ”
หากเป็นเมื่อก่อน ประโยคเหล่านี้คงฟังดูน่าขันสิ้นดี ใครได้ยินก็คงคิดว่าคนพูดเสียสติไปแล้ว แต่ตอนนี้มันคือความจริงที่เขาต้องเผชิญ ใครใช้ให้พวกเขาดันไปมีเรื่องกับซ่งอวี้หน่วนเองล่ะ ก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมไป
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย จงต้าเฉียวก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่อก ในความเงียบสงัดยามค่ำคืน ภาพของจงเส้าชิงและคำพูดบาดใจของลูกชายยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด ไหนจะเรื่องที่มันบังอาจเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่นอีก แม้เขาจะเกลียดชังมันจนอยากให้ไปตายๆ เสียให้พ้น แต่การกระทำที่หยามเกียรตินามสกุล "จง" ของเขาก็ทำให้โทสะยิ่งปะทุขึ้น
ปีกกล้าขาแข็งกันหมดแล้วสินะ!
ถึงจะเกลียดจนแทบกระอักเลือด เขาก็ยังต้องฝืนใจโทรศัพท์ไปหาไห่เส้าชิง เพื่อแจ้งว่าเรื่องที่สั่งได้จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอการติดต่อกลับจากทางนั้น
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนหน้านี้ฮานส์ก็ได้ติดต่อไปยังหน่วยงานดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ความจริงแล้ว ก่อนเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิด ตระกูลฮานส์ยังไม่ได้มีอิทธิพลมากมายถึงเพียงนี้ แต่หลังจากที่เขาได้ช่วยชีวิตเพื่อนๆ ซึ่งแต่ละตระกูลต่างก็กุมทรัพยากรสำคัญของประเทศไว้ ทำให้บารมีของตระกูลฮานส์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ด้วยแรงผลักดันจากทั้งสองทาง กรรมสิทธิ์ของเกาะส่วนตัวจึงถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
ครั้งนี้ไห่เส้าชิงต้องเดินทางไปทำงานต่างเมืองเป็นครั้งแรกในชีวิต อาต้าและอาเฉิงยังคงทำหน้าที่องครักษ์ติดตามไปไม่ห่าง
เขาออกเดินทางหลังจากร่วมโต๊ะอาหารมื้อค่ำวันสิ้นปีที่บ้านตระกูลซ่ง ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง
ผู้ที่ร่วมเดินทางไปกับเขาในครั้งนี้คือทีมงานที่นำโดยเหล่าซุน ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทางทะเล
เหล่าซุนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับมาหลายคืนติด แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูกระฉับกระเฉงเปี่ยมไปด้วยพลัง
“เรากำลังจะมีเรือเดินสมุทรลำใหญ่เป็นของตัวเองแล้ว!
ถึงจะยังสร้างไม่เสร็จ แต่เรามีทั้งแบบแปลนและโครงสร้างที่สมบูรณ์ ถ้าแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
ซ่งอวี้หน่วนรับฟังเรื่องราวเหล่านี้เพียงผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดมากนัก
ช่วงวันหยุดนี้ เธอกับกู้หวยอันได้พาเจมค์ไปท่องเที่ยวหลายที่ รวมถึงย่านบ้านพักตากอากาศซีซานที่เธอเป็นผู้ริเริ่มโครงการด้วย
สำหรับเจมค์ที่เติบโตมาในบ้านพักหรูหราอยู่แล้ว ที่นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ความสำคัญและเบื้องหลังของโครงการนี้ต่างหากที่ทำให้มันพิเศษ ครั้งนี้ เขาคงมีคุณสมบัติพอที่จะได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลังในที่แห่งนี้แล้ว
***
วันขึ้นปีใหม่ กู้หวยอันพาซ่งอวี้หน่วนไปยังบ้านตระกูลกู้ เมื่อไปถึงก็พบว่าซูเซียงแฟนสาวของกู้หวยหมิงอยู่ที่นั่นด้วย ซ่งอวี้หน่วนสัมผัสได้ทันทีว่าซูเซียงเป็นผู้หญิงที่เก็บซ่อนความรู้สึกไว้มากเหมือนเดิม
หญิงสาวเอาแต่ลอบชำเลืองมองเธออยู่ตลอดเวลา โชคดีที่เธอเป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันไปใหญ่
ซ่งอวี้หน่วนเดินเข้าไปทักทายกู้หวยหมิง ทั้งสองคนดูจะรักกันจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันจนถึงตอนนี้
ทันใดนั้น กู้เจียวเจียวก็โผเข้ามาหา แต่ซ่งอวี้หน่วนใช้มือดันหน้าผากเธอไว้เบาๆ พร้อมกับทำหน้ายู่
“วันนี้พี่ใส่ชุดใหม่นะ อย่าเอามือมันๆ ของเธอมาจับ ไปล้างมือก่อนเลย”
ซูเซียงที่ยืนมองอยู่รู้สึกอิจฉาขึ้นมา ทำไมซ่งอวี้หน่วนถึงได้ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับทุกคนได้ดีขนาดนี้นะ เธอกำมือตัวเองแน่นขณะมองดูกู้เจียวเจียวกำลังออดอ้อนซ่งอวี้หน่วนอย่างสนิทสนม
กู้เจียวเจียวเหลือบมองซูเซียงแวบหนึ่ง ก่อนจะคิดใช้โอกาสนี้แกล้งยั่วโมโหอีกฝ่าย แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก เมื่อสบเข้ากับดวงตาของซ่งอวี้หน่วน สายตาที่มองกลับมานั้นดูเหมือนจะเรียบเฉยและเจือรอยยิ้มจางๆ แต่ลึกลงไปในแววตาที่กระจ่างใสนั้นกลับมีความคมกริบที่ทำให้คนมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ในสมองของกู้เจียวเจียวขาวโพลนไปชั่วขณะ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่แผ่นหลัง เธอรีบหลบสายตาทันที ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก
“เอ่อ... งั้น... งั้นหนูไปล้างมือก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งอวี้หน่วนขยิบตาให้กู้หวยอันอย่างมีเลศนัย จากนั้นจึงจูงมือซูเซียงเดินออกไปคุยกันข้างนอก
กู้หวยอันมองตามแผ่นหลังของคนรักไป พลางขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เสี่ยวหน่วนของเขาเป็นคนที่ไม่เคยต้องแคร์สีหน้าใคร แต่ทำไมแฟนสาวของญาติผุ้พี่ที่จิตใจเปราะบางคนนี้ ถึงได้เอาแต่เปรียบเทียบตัวเองกับเธอไม่หยุดหย่อน
ไม่มีใครมีหน้าที่ต้องมารองรับอารมณ์หรือความอ่อนแอของใครหรอกนะ ไหนจะเจียวเจียวอีกคน ที่นับวันยิ่งเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นทุกที
[จบบท]