บทที่ 9: เหมือนโดนไม้หน้าสามฟาด!
เนื่องจากสภาพถนนที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ รถโดยสารจึงวิ่งกระเด้งกระดอนไปตลอดทาง กว่าจะเดินทางมาถึงคอมมูนขุยฮวาก็เล่นเอาเหนื่อย
ซ่งอวี้หน่วนยังไม่ได้ลงจากรถในทันที ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เธอนั่งอยู่แถวที่สามและกำพนักพิงเหล็กของเบาะด้านหน้าไว้แน่นเพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือน แต่ทว่าตอนนี้ ท่อเหล็กของพนักพิงกลับถูกเธอบีบจนแบน
พละกำลังมหาศาลนี่มันอะไรกัน
กฎของการทะลุมิติมาอยู่ในนิยาย...ตัวเอกหญิงผู้ทรงพลังปรากฏตัวแล้วงั้นเหรอ?
ขณะที่หัวใจของซ่งอวี้หน่วนกำลังเต้นระรัว พนักงานเก็บค่าโดยสารก็ตะโกนขึ้นมา "แม่หนู ไม่ได้ลงที่คอมมูนขุยฮวาเหรอ มัวมองอะไรอยู่ รีบลงจากรถได้แล้วนะ"
ซ่งอวี้หน่วนพลันได้สติ เธอรีบลุกขึ้นพร้อมส่งยิ้มหวานให้พนักงานคนนั้น "พี่สาวคะ ขอบคุณที่เตือนนะคะ หนูเกือบจะนั่งเลยป้ายแล้ว" เธอเหลือบมองป้ายชื่อบนอกของพนักงานก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง
"พอกลับถึงบ้าน หนูจะเขียนจดหมายชมเชยไปที่หน่วยงานของพี่เลยค่ะ พี่สาว ลาก่อนนะคะ!"
พนักงานเก็บค่าโดยสารถึงกับงุนงง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอเจออะไรแบบนี้ แต่พอได้ยินคำว่าจดหมายชมเชย เธอก็อดที่จะคาดหวังไม่ได้
ซ่งอวี้หน่วนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด รถโดยสารในยุคนี้ช่างนั่งไม่สบายเอาเสียเลย
เมื่อมองออกไปไกลๆ เธอก็เห็นปู่กำลังจูงน้องชายยืนรออยู่ข้างถนน ข้างกายยังมีตะกร้าใส่ปลาวางอยู่ด้วย
เจ้าตัวเล็กวิ่งถลาเข้ามากอดพี่สาวแน่น "พี่กลับมาแล้ว"
ปู่ซ่งยิ้มกว้าง "กินข้าวเที่ยงมารึยัง?"
เมื่อรู้ว่าหลานสาวยังไม่ได้กินอะไร ปู่ซ่งก็เร่งให้สองพี่น้องรีบกลับบ้าน เขากับหลานชายคนเล็กรอมานานจนท้องกิ่วไปหมดแล้ว เมื่อครู่ซ่งหมิงเซิ่งเห็นกุ้งฝอยในตะกร้าก็ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก มือเล็กๆ นั่นก็อยู่ไม่สุขจนปู่เซิ่งกลัวว่าหลานชายจะแอบหยิบกุ้งดิบยัดเข้าปาก
ซ่งอวี้หน่วนมองน้องชายแล้วลูบกระเป๋าผ้าใบของตัวเอง โชคดีที่เธอซื้อลูกอมรสส้มมาฝากเขา แต่ตอนนี้ยังเอาออกมาให้ไม่ได้ เพราะมือของทั้งคู่ยังสกปรกอยู่ —— บ้านตระกูลซ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการกองพลน้อยนัก
ทว่ายังไม่ทันจะถึงหน้าประตูบ้าน ปู่ซ่งก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปพูดกับหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกแกสองคนรีบไปหลบที่บ้านอารองก่อนไป"
ซ่งหมิงเซิ่งเห็นคนมากมายอออยู่ในลานบ้านก็ผวา รีบดึงแขนพี่สาวหมายจะวิ่งหนี
แต่ซ่งอวี้หน่วนไม่ยอมไปไหน เธอยืนขมวดคิ้วมองกลุ่มคนที่มุงอยู่หน้าบ้าน ด้านนอกรั้วเต็มไปด้วยชาวบ้าน ขณะที่คนของบ้านตระกูลหวังกลับยกโขยงเข้ามาอยู่ในลานบ้านของเธอ
เสียงแหลมของย่าหวังดังลอดออกมา
"…ผู้ใหญ่บ้าน แกต้องไปรับลูกชายฉันกลับมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
ย่าซ่งโกรธจนหน้าเขียวจัด สวนกลับไปอย่างไม่ลดละ "เก่งนักนี่นะ ยังมีหน้ามาโทษลูกชายคนโตของฉันอีกรึไง ไม่อายปากตัวเองบ้างเหรอ ลูกชายแกทำเรื่องเลวทรามต่ำช้า ไม่รู้จักก้มหน้าสำนึกผิดอยู่บ้าน ยังกล้าโผล่หน้ามาอวดดีอีก!"
"แกสิต่ำช้า! หวังจู้จื่อของฉันเป็นคนดีจะตาย ทั้งยังขี้ขลาด นี่โดนขังมาทั้งคืนแล้วนะ ถ้าไม่รีบไปรับเขากลับมา แล้วเขาเป็นอะไรไปล่ะก็ ซ่งเหลียง ฉันจะทำให้แกสิ้นไร้ทายาท!" ย่าหวังกระโดดเหยงๆ ชี้หน้าซ่งเหลียงอย่างอาฆาตแค้น
ปู่หวังที่ยืนอยู่ในลานบ้านเคาะกล้องยาเส้นกับพื้น "ซ่งเหลียงเอ๊ย เรามันคนหมู่บ้านเดียวกัน แกจะไปเข้าข้างคนนอกได้ยังไง ใช่ไหมล่ะ?"
【ที่ย่าหวังกร่างได้ขนาดนี้ ก็เพราะว่ามีลูกชายตั้ง 5 คน แต่ลูกชายคนโตกับคนเล็กสุดน่ะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของปู่หวังหรอก เป็นลูกของหลี่เอ้อร์หล่านจากหมู่บ้านฝั่งแม่ของย่าหวังต่างหาก ถ้าปู่หวังรู้เรื่องนี้เข้า ยังจะมีหน้ามาหาเรื่องที่บ้านฉันอีกไหม หึ!】
ความคิดที่ผุดขึ้นในหัวของซ่งอวี้หน่วน ทำให้ปู่ซ่งถึงกับตัวสั่นเทา เขาไอออกมาสองสามครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจพาหลานทั้งสองเดินฝ่าวงล้อมเข้าไปในลานบ้าน
ซ่งอวี้หน่วนจูงน้องชายไปสมทบกับอาหญิงที่ยืนหน้าตาบึ้งตึง
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ซ่งอวี้หน่วนเป็นตาเดียว สมกับเป็นเด็กที่โตมาจากในเมือง ผิวพรรณหน้าตางดงาม บอบบางน่าทะนุถนอมราวกับดอกไม้แรกแย้ม
แววตาของย่าหวังวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เธอมองซ่งอวี้หน่วนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประสงค์ร้าย "ย่าซ่ง หลานสาวคนนี้ของแกยังไม่ได้หมั้นใช่ไหมล่ะ ลูกชายแกจับลูกชายคนเล็กของฉันไปจนลูกสะใภ้ฉันหนีหาย แกก็ต้องชดใช้ลูกสะใภ้ให้ฉันคนหนึ่งสิ ถูกไหม?"
"นังแพศยา! แก่แล้วยังไม่เจียมกะลาหัว ฉันจะทุบแกให้ตาย!" เซี่ยกุ้ยหลานเลือดขึ้นหน้า คว้าก้อนหินขึ้นมาหมายจะขว้างใส่ แต่ซ่งอวี้หน่วนรั้งแขนไว้ได้ทัน "แม่คะ อย่าเพิ่งค่ะ"
ซ่งเหลียงโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ตระกูลหวังเปรียบเสมือนอันธพาลประจำหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ด้วยความที่บ้านมีลูกชายหลายคน โดยเฉพาะลูกชายคนโตและคนเล็กที่กร่างไปทั่วจนเป็นที่เอือมระอา เขาเคยพยายามสั่งสอนไปหลายครั้ง แต่ก็เหมือนตักน้ำรดหัวตอ หลังจากนั้นมา พวกบ้านหวังก็ยิ่งไม่เห็นหัวเขาไปกันใหญ่ มีข่าวลือว่าพวกเขามีเส้นสายอยู่ในตัวอำเภอ หลายปีมานี้ถึงได้ก่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่หยุดหย่อนแต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ หวังต้าจื้อถึงกับเคยประกาศกร้าวว่าตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านจะต้องตกเป็นของตระกูลหวังในไม่ช้า ซึ่งเขาก็ทนมาได้ แต่การที่พวกมันกล้ามาหมายตาลูกสาวของเขาในวันนี้ ทำให้แววตาของซ่งเหลียงลุกโชนไปด้วยความอำมหิต
ซ่งอวี้หน่วนกำหมัดแน่น ดวงตาเป็นประกาย...ดูท่าอยากจะมีเรื่องเต็มแก่
จริงๆ การยกพวกตีกันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน จะได้ถือโอกาสแอบลงไม้ลงมือตอนชุลมุน
แต่ความคิดของเธอก็ต้องหยุดลง เมื่ออาสะใภ้รองดึงเธอไปหลบอยู่ข้างหลัง ก่อนจะหันไปสั่งซ่งถิง "พวกเธอรีบเข้าบ้านไปเลย คอยดูอาก่อนเถอะ วันนี้จะด่าอีแก่บ้านหวังให้สิ้นซากเลย"
พูดจบ ซ่งอวี้หน่วนและซ่งหมิงเซิ่งก็ถูกซ่งถิงลากเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ใกล้ที่สุด แม้ประตูจะถูกปิดลง แต่ทั้งสามคนก็ยังแอบเกาะหน้าต่างเพื่อดูเหตุการณ์ข้างนอก
ไม่เพียงแต่อาสะใภ้รอง แต่อารองก็มาด้วยเช่นกัน
คนบ้านซ่งยืนล้อมเป็นวง ทุกคนต่างมีแววตาที่ไม่ยอมแพ้
ปู่หวังเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก เดิมทีเขาแค่คิดจะมาข่มขู่ซ่งเหลียงให้ไปประกันตัวลูกชายคนเล็กออกมา แต่ดูท่าทีของคนบ้านซ่งแล้ว...เหมือนพร้อมจะสู้ตายกันเลยทีเดียว
ในตอนนั้นเอง หลังจากที่ได้ฟังคำกระซิบจากปู่ซ่ง ย่าซ่งก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหรี่ตาลงอย่างมีเลศนัย เธอสาวเท้าเข้าไปกระชากแขนย่าหวัง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทั้งกดต่ำและรวดเร็ว "อีแก่หน้าไม่อาย! หวังต้าจื้อกับหวังจู้จื่อน่ะเป็นลูกชู้ของแกกับหลี่เอ้อร์หล่านไม่ใช่รึไง หลอกให้ปู่หวังเลี้ยงดูปูเสื่อมาจนโต ตอนนี้รีบไสหัวไปซะ ฉันจะถือว่าไว้หน้าให้ แต่ถ้ายังดื้อด้านอยู่ล่ะก็ ฉันจะป่าวประกาศเรื่องนี้ให้รู้กันทั่ว ดูซิว่าหน้าแก่ๆ ของแกจะเอาไปมุดไว้ที่ไหน!"
สามีของเธอพูดถูก แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ควรพูดโพล่งออกไปต่อหน้าธารกำนัล ขืนเกิดเรื่องตีกันจนเลือดตกยางออกในบ้าน คงได้อัปมงคลกันพอดี อีกอย่างพวกเขาก็ยังไม่มีหลักฐาน จะอ้างว่าซ่งอวี้หน่วนทำนายออกมาก็ไม่ได้ เพราะยุคนี้เขาห้ามเรื่องไสยศาสตร์
สิ้นเสียงของย่าซ่ง สีหน้าของย่าหวังก็พลันซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เธอมองย่าซ่งด้วยสายตาตื่นตระหนกสุดขีด
ย่าซ่งเห็นดังนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาทันที...สวรรค์! มันเป็นเรื่องจริง!
ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ
เธอเหลือบมองปู่หวังที่ทั้งร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ แล้วสบถในใจว่าสมควรแล้วที่เป็นไอ้เต่า ปู่หวังตัวเตี้ย ลูกชายคนที่สอง สาม และสี่ก็ถอดแบบกันมาเป๊ะๆ แต่ลูกชายคนโตกับคนเล็กกลับตัวสูงโย่ง
ตอนนี้ในหัวของย่าหวังขาวโพลนไปหมด รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ที่จริงเธอวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว กะว่าจะมาอาละวาดให้บ้านแตก บ้านซ่งรักหลานสาวที่เพิ่งกลับมาคนนี้อย่างกับไข่ในหิน เธอก็จะทำลายชื่อเสียงของมันให้ย่อยยับต่อหน้าทุกคนนี่แหละ และถ้าหลินเจียนังแพศยานั่นไม่ยอมกลับมา เธอก็จะบีบให้ซ่งอวี้หน่วนแต่งเข้าบ้านหวังให้ได้ ถ้าได้เสียกันก่อนแต่งจนท้องยิ่งดี ดูจากรูปร่างท่าทางแล้ว เผลอๆ อาจจะคลอดลูกชายอ้วนจ้ำม่ำให้ตระกูลหวังได้อีกคน
แผนการที่วางไว้อย่างดิบดี...กลับถูกย่าซ่งฟาดกลับมาอย่างจัง!
[จบบท]