บทที่ 121: รุ่งอรุณแห่งความหวัง
ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสลัวใกล้จะมืดมิด กู้เสี่ยวเสียเดินทางไปยังบ้านสกุลหลี่ด้วยความตั้งใจบางอย่าง
ตอนที่เธอเดินใกล้จะถึงบริเวณบ้านสกุลหลี่ เธอพบกับพวกของหลี่หลงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเสี่ยวไห่จื่อพอดิบพอดี กู้เสี่ยวเสียตัดสินใจไม่เดินเข้าไปในลานบ้าน เธอเลือกที่จะยืนรอพวกของหลี่หลงอยู่ที่บริเวณหน้าประตูแทน เมื่อพวกเขากลับมาถึง เธอส่งเสียงทักทายหลี่เจี้ยนกั๋วก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงหันไปเอ่ยบอกกับหลี่หลง
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปตัวเมืองอำเภอกับพวกคุณด้วยนะคะ”
“ตกลงครับ คุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางจากหน่วยการผลิตตอนเจ็ดโมงเช้า” หลี่หลงตอบกลับ
“ตกลงค่ะ” กู้เสี่ยวเสียรับคำ เธอหันหลังเตรียมตัวจะเดินจากไป
“เสี่ยวเสีย คุณรอเดี๋ยวก่อน” หลี่เจี้ยนกั๋วร้องเรียกกู้เสี่ยวเสียเอาไว้ เขาจัดการหยิบปลาอู๋เต้าเฮยน้ำหนักสองสามกิโลกรัมจากเลื่อนลากส่งให้เธอ
“เอาไปให้พ่อของคุณบำรุงร่างกายนะ”
“คุณอาเจี้ยนกั๋ว แบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”
“มีอะไรที่ไม่ได้กัน นี่ให้พ่อของคุณต่างหาก” หลี่เจี้ยนกั๋วยัดปลาใส่มือเธอ “เอาล่ะ รีบกลับไปเถอะ พักผ่อนให้เร็วหน่อย พรุ่งนี้จะได้ทำคะแนนสอบได้ดี”
กู้เสี่ยวเสียอุ้มปลากลับบ้านด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ เถาต้าเฉียงเองก็รีบร้อนเดินทางกลับบ้านเช่นเดียวกัน ตอนที่เขากลับไปนั้นเขาก็หิ้วปลาไปด้วยตัวหนึ่ง เขาต้องรีบกลับไปจัดการต้มซุปปลาให้เถาเจี้ยนเซ่อผู้เป็นพ่อบำรุงร่างกาย
ส่วนหลี่หลงหิ้วปลาหลีไปที่คอกม้า เขาบอกกล่าวกับลุงหลัวเพื่อเตรียมตัวใช้รถม้าในวันพรุ่งนี้ ทางด้านลุงหลัวย่อมไม่มีปัญหาอะไรกับการขอยืมรถ
เช้าวันที่สองตอนหกโมงกว่าหลี่หลงก็ตื่นนอน เขาเดินไปที่คอกม้าเพื่อเทียมรถม้าลากมาที่บ้านสกุลหลี่เป็นอันดับแรก จากนั้นเขากับหลี่เจี้ยนกั๋วก็ช่วยกันบรรจุปลาให้เรียบร้อย เวลาหนึ่งวันของเมื่อวานพวกเขาจับปลาได้ห้าสิบกว่ากิโลกรัม ทว่าปลาที่ได้มาตรฐานตรงตามเกณฑ์ขายมีเพียงสามสิบกว่ากิโลกรัมเท่านั้น
หลี่หลงเสนอความเห็นให้นำปลาแช่แข็งที่เก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้ไปขายพร้อมกันทั้งหมด รออีกหลายวันน้ำแข็งก็ใกล้จะละลายแล้ว ถึงตอนนั้นก็สามารถจับปลาสดมากินได้
ดังนั้นบนรถม้าในครั้งนี้จึงบรรจุห่อปลาสามถุงใหญ่หนักเจ็ดสิบกว่ากิโลกรัม แล้วก็ยังมีหนังฟอกของสุนัขจิ้งจอกอีกหนึ่งผืน เพื่อให้ผู้โดยสารนั่งได้สะดวกสบาย หลี่เจี้ยนกั๋วจึงดึงฟ่อนฟางจากกองฟางมาปูไว้ที่ด้านหลังของรถม้าโดยเฉพาะ จากนั้นก็หาถุงปุ๋ยยูเรียมาคลุมทับไว้ด้านบนอีกชั้นหนึ่ง
หลี่หลงจูงรถม้าเพิ่งจะออกจากประตู เขาก็มองเห็นเถาต้าเฉียงยืนรออยู่ด้านนอกลานบ้านแล้ว
“ต้าเฉียง ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะ”
“ฉันก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นานเหมือนกัน” เถาต้าเฉียงหัวเราะร่วนและตอบกลับ
“อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ ไปรับเสี่ยวเสีย พวกเราก็จะได้เดินทางไปตัวเมืองอำเภอเสียที”
“พี่หลง พวกเราจะไปขายปลาที่ตัวเมืองอำเภอหรือเปล่า” เถาต้าเฉียงถามขณะที่กำลังเดินเคียงข้างรถม้า
“ไปดูสถานการณ์ที่ตลาดเช้ากันก่อน”
“ตลาดเช้าอย่างนั้นหรือ”
“อืม ตลาดมืดแห่งนั้นดูเหมือนจะไม่มีใครมาคอยตรวจตราแล้ว ตอนนี้นับว่าเป็นตลาดเช้าได้แล้วล่ะ”
ทั้งสองคนบังคับรถม้ามาถึงบ้านสกุลกู้ พวกเขามองเห็นหน้าต่างบ้านสกุลกู้สว่างอยู่ หลี่หลงจึงเดินเข้าไปในลานบ้านและส่งเสียงร้องเรียก
“เสี่ยวเสีย”
หนึ่งนาทีต่อมา กู้เสี่ยวเสียสวมเสื้อบุนวม ศีรษะพันด้วยผ้าพันคอเดินออกมาจากตัวบ้าน
“ขึ้นรถเถอะครับ พวกเราจะไปกันเดี๋ยวนี้เลย” หลี่หลงบอก
กู้ปั๋วหย่วนเดินออกมาจากในบ้าน เขาเอ่ยกับหลี่หลงและเถาต้าเฉียงด้วยความเกรงใจ
“เสี่ยวหลง ต้าเฉียง รบกวนพวกเธอแล้วนะ”
“รบกวนอะไรกันครับ” หลี่หลงยิ้มแย้ม “พอดีเป็นทางผ่านอยู่แล้ว คุณอากู้ คุณรีบเข้าไปข้างในเถอะครับ อากาศหนาว”
ในตอนแรกกู้เสี่ยวเสียไม่ได้ขึ้นไปนั่งบนรถ เธอตั้งใจจะเดินไปสักระยะก่อน ท้องฟ้ายังไม่สว่าง การมีคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางร่วมเดินทางไกลไปด้วยกันก็ยังทำให้ผู้คนรู้สึกวางใจได้มากทีเดียว
หลังจากเดินเท้ามาได้สองกิโลเมตร มองดูกู้เสี่ยวเสียที่เริ่มหอบหายใจเล็กน้อย หลี่หลงจึงบอกให้เธอขึ้นไปพักผ่อนบนรถม้า
เมื่อเดินทางไปถึงตัวเมืองอำเภอ เวลาได้ผ่านเลยไปหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว
“ไปเถอะ ไปกินโจ๊กและของร้อนที่โรงอาหารเนื้อกันก่อน กว่าคุณจะเริ่มสอบก็เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ถึงเวลานั้นคงย่อยหมดพอดี” หลี่หลงกล่าวชวน
กู้เสี่ยวเสียคิดอยากจะเอ่ยปฏิเสธ แต่หลี่หลงก็จูงรถม้ามุ่งหน้าไปทางโรงอาหารเนื้อเรียบร้อยแล้ว
เมื่อมาถึงบริเวณด้านนอกโรงอาหาร เถาต้าเฉียงยืนกรานว่าจะคอยเฝ้ารถม้าอยู่ด้านนอก หลี่หลงก็ไม่ได้บังคับฝืนใจเพื่อน หลังจากเขาเดินเข้าไปด้านในแล้ว เขาก็จัดการสั่งโจ๊กสามชามและซาลาเปาสิบลูก เขากับกู้เสี่ยวเสียลงมือกินก่อนเป็นกลุ่มแรก
หลี่หลงกินอาหารเร็วมาก กู้เสี่ยวเสียเพิ่งจะกินซาลาเปาไปได้เพียงหนึ่งลูก เขาก็กินลงท้องไปแล้วถึงสามลูก จากนั้นเขาก็จัดการซดโจ๊กจนหมดเกลี้ยง เขาเช็ดปาก ลุกขึ้นยืนและเอ่ยกับกู้เสี่ยวเสีย
“คุณกินไปก่อนนะ ผมจะไปเปลี่ยนให้ต้าเฉียงเข้ามา”
แม้ว่าทั้งสามคนจะกินข้าวเช้ามาจากบ้านแล้ว แต่การต้องทนอยู่ท่ามกลางลมหนาวมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในเวลานี้ร่างกายช่างจำเป็นต้องเติมพลังงานจริงๆ ดังนั้นกู้เสี่ยวเสียจึงกินซาลาเปาไปสองลูกและกินโจ๊กไปหนึ่งชามเช่นกัน
เถาต้าเฉียงกินซาลาเปาไปสามลูก ส่วนซาลาเปาสองลูกที่เหลือ เดิมทีหลี่หลงคิดจะให้กู้เสี่ยวเสียพกติดตัวไปกินรองท้อง แต่เธอปฏิเสธ หลี่หลงจึงพกออกมาด้วยตัวเอง
“พวกเราจะไปส่งคุณที่สำนักงานการศึกษา ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนการสอบจะเริ่ม คุณจะได้ไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่ที่นั่นพอดีครับ” หลี่หลงบอก
กู้เสี่ยวเสียไม่รู้เลยว่าสำนักงานการศึกษาตั้งอยู่ที่ไหน เดิมทีเธอตั้งใจว่าจะมาสอบถามเส้นทางเอาข้างหน้า ไม่คิดเลยว่าหลี่หลงจะคิดเตรียมการทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ในใจของเธอจึงรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
เมื่อมาถึงสำนักงานการศึกษา ที่นี่เปิดประตูรับคนแล้ว มีผู้คนกำลังเดินเข้าไปด้านในอาคาร หลี่หลงเอ่ยกับกู้เสี่ยวเสีย
“คุณเข้าไปเถอะครับ ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ก่อน จากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำ ตอนที่สอบไม่ต้องตื่นเต้น คุณต้องทำคะแนนสอบได้ดีอย่างแน่นอน”
กู้เสี่ยวเสียหน้าแดงระเรื่อ เธอโบกมือลาให้คนทั้งสอง เธอสะพายกระเป๋าเฉียงและเดินเข้าไปด้านในด้วยความมุ่งมั่น
“ไปเถอะ พวกเราไปดูที่ตลาดเช้ากัน”
เมื่อมาถึงตลาดเช้า หลี่หลงพบว่าที่นี่มีแผงขายปลาแช่แข็งเปิดอยู่อย่างน้อยสี่แผง สิ่งนี้ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น
“พี่หลง พวกเรายังจะขายของที่นี่อยู่อีกไหม” ต้าเฉียงถาม
“ไม่ล่ะ พวกเราจะไปเมืองสือกัน” หลี่หลงรู้ดีว่าธุรกิจขายปลาแช่แข็งทำได้ยากขึ้นแล้วจริงๆ อย่างน้อยก็ทำยอดขายได้ยากในตัวเมืองอำเภอแห่งนี้
แน่นอนว่าก็ยังมีข่าวดีผสมอยู่ เมื่อดูจากแผงลอยในตลาดเช้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดอาจจะเปิดเสรีแล้วจริงๆ ความกล้าของผู้คนก็มีมากขึ้น ไม่มีคนมาคอยแทรกแซงจับกุมมากมายเท่าไรแล้ว
หลี่หลงสามารถคาดเดาได้เลยว่า เมื่อถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่หิมะละลาย ถึงเวลาที่จับปลาสดมาขายได้ ก็ยิ่งไม่น่าจะมีใครมาคอยควบคุมดูแลแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น เงินที่ได้จากการขายปลาในหนึ่งวันก็มีมากเกินกว่าคะแนนทำงานหนึ่งเดือนของแรงงานหนึ่งคนเสียอีก ส่วนการใช้แรงงานส่วนรวมนั้น ก็ปล่อยให้คนอื่นเข้าร่วมไปเถอะ
ทั้งสองคนบังคับรถม้ามุ่งหน้าไปเมืองสือ ตอนที่ใกล้จะถึงจุดหมาย พวกเขาก็แบ่งซาลาเปาสองลูกนั้นกินด้วยกัน ในครั้งนี้ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปที่ถนนสายเก่าก่อน หลี่หลงค้นพบด้วยความประหลาดใจว่า ที่นี่กลับมีคนมาตั้งแผงขายของแบบถาวรแล้ว
เจ้าหน้าที่หน่วยร่วมป้องกันของสถานีรถกลับทำเป็นมองไม่เห็นการกระทำเหล่านั้น
หลี่หลงรีบหาพื้นที่ว่าง ปูผ้ายาง วางปลาลงไปและเริ่มส่งเสียงร้องขายสินค้า
ในเวลานี้กู้เสี่ยวเสียเริ่มทำการสอบวิชาแรกแล้ว
แม้ว่าตอนที่เข้ามาในสำนักงานการศึกษาจะยังมีความตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ก่อนที่จะเข้าห้องสอบ เธอได้หาห้องน้ำพบ หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ เธอก็รู้สึกไม่ตื่นเต้นขนาดนั้นแล้วจริงๆ
ตอนนี้เมื่อกลับมาพิจารณาดูเนื้อหาบนกระดาษข้อสอบ ความตื่นเต้นเพียงเล็กน้อยที่หลงเหลืออยู่ของกู้เสี่ยวเสียก็หายไปจนหมด
ในวินาทีนี้ เธอรู้สึกขอบคุณหลี่หลงจากใจจริง หากไม่ใช่เพราะข่าวกรองวงในของเขา ตัวเธอเองคงไม่ได้ทบทวนบทเรียนเหล่านั้นล่วงหน้านานกว่าหนึ่งเดือน ตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเผชิญหน้ากับกระดาษข้อสอบฉบับนี้ได้อย่างผ่อนคลายถึงเพียงนี้
เธอมองซ้ายมองขวา ผู้ที่เข้าสอบร่วมกันมีทั้งคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ และก็มีทั้งคนวัยกลางคนอายุสามสี่สิบปี คนส่วนใหญ่ที่เผชิญหน้ากับกระดาษข้อสอบล้วนขมวดคิ้วเคร่งเครียด สิ่งนี้ทำให้กู้เสี่ยวเสียมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
กระนั้นเธอไม่ได้ผ่อนคลายลงเพราะเหตุนี้ เธอเริ่มพิจารณาและอ่านโจทย์อย่างจริงจัง จากนั้นจึงเริ่มลงมือทำข้อสอบ
เมื่อสอบเสร็จและเดินออกมาจากสำนักงานการศึกษา ด้านนอกก็มีแสงแดดจ้าสาดส่องลงมาแล้ว
เมื่อมองดูท้องฟ้าที่สดใสเบื้องบน อารมณ์ของกู้เสี่ยวเสียในเวลานี้ก็สดใสเหมือนกับท้องฟ้าเช่นกัน การสอบทั้งสองวิชา เธอรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำคะแนนได้มากกว่าเก้าสิบตะแนนในทุกวิชาอย่างแน่นอน
เมื่อนึกทบทวนถึงคำพูดที่ผู้เป็นพ่อเคยกล่าวไว้ ครั้งนี้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอแล้วจริงๆ
เธอสามารถคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้แล้ว
เมื่อมองเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางเธอจากที่ไกลๆ กู้เสี่ยวเสียก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความเบิกบานใจ
[จบบท]