บทที่ 12 : ถังโม่ผู้ถูกโดดเดี่ยว
"ห้องข้างๆ ข้าให้คนจัดเตรียมไว้แล้วนะ ข้าวของของเจ้าก็ย้ายไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันนี้เจ้าก็ย้ายไปนอนที่นั่นเถอะ"
ทันทีที่ถังโม่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในเรือน ซินอันก็งัดเอามาดของนายหญิงแห่งเรือนชิวสือออกมาใช้อย่างเต็มที่ เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงขับไล่คนที่เป็นถึงเจ้านายตัวจริงของเรือนนี้ระเห็จไปนอนห้องข้างๆ อย่างหน้าตาเฉย
"ทำอย่างกับมีคนอยากนอนร่วมห้องกับเจ้านักล่ะ"
ถังโม่แค่นเสียงหยัน แววตาเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาสะบัดหน้าหนีพร้อมกับพึมพำออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
ซินอันคร้านจะต่อปากต่อคำกับสามีหมาดๆ ของตนเอง วันนี้ทั้งวันมีแต่เรื่องวุ่นวายจนร่างกายและจิตใจของนางเหนื่อยล้าไปหมด แม้ว่าตอนนี้สังขารภายนอกจะย้อนกลับมาเป็นดรุณีแรกรุ่น แต่วิญญาณข้างในกลับยังคงเป็นหญิงชราที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ความรู้สึกหนักอึ้งและปมความแค้นในใจยังคงเกาะกินจนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง นางจำต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง หวังเพียงว่าการนอนหลับอย่างเต็มอิ่มจะช่วยให้จิตวิญญาณที่บอบช้ำกลับมาสดใสสมวัยได้ในเร็ววัน
ความมืดมิดเริ่มโรยตัวปกคลุมจวนโหว ถังโม่จำใจต้องหอบข้าวของไปนอนที่ห้องปีกข้างตามที่ภรรยาสั่ง แต่คล้อยหลังที่เขาก้าวเท้าเข้าห้องไปได้เพียงอึดใจเดียว สาวใช้ประจำตัวที่ชื่อหนานเฟิงก็ยกอ่างน้ำตามเข้าไปปรนนิบัติ ทว่าเวลาผ่านไปไม่ทันไร เสียงตวาดไล่ตะเพิดก็ดังลั่นออกมาจากด้านใน
"ไสหัวออกไป!"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของหนานเฟิงก็ถลันพรวดพราดออกมาจากห้องในสภาพดูไม่จืด ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ก่อนจะวิ่งเตลิดเปิดเปิงออกไปอย่างรวดเร็ว
ชุนหยางเห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งออกไปสืบข่าว พอได้เรื่องก็กลับมาเล่าให้ผู้เป็นนายฟังพร้อมกับทำหน้าหมั่นไส้
"ได้ยินมาว่าเป็นสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติคุณชายรองมาตั้งแต่เด็กเจ้าค่ะ คงกะว่าพอคุณชายแต่งงานก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นอนุภรรยา เมื่อกี้ก็คงเห็นสบโอกาสเลยเข้าไปประจบประแจง แต่ดันผิดแผนเลยโดนไล่ตะเพิดออกมาแบบนั้นแหละเจ้าค่ะ"
"สมน้ำหน้า!"
ชุนลวี่ที่กำลังช่วยซินอันปลดเครื่องประดับผมอยู่ด้านหลังเอ่ยสมทบ
"ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินเข้มงวดกับคุณชายรองมาก ข้างกายเขามีแค่หนานเฟิงคอยปรนนิบัติเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมอยู่คนเดียว เรื่องนี้ไม่เหมือนซื่อจื่อเลยนะเจ้าคะ ฝั่งนั้นมีสาวใช้ห้องข้างตั้งสองคนแน่ะ"
นัยน์ตาของซินอันทอประกายขบขันเมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น สาวใช้สองคนในเรือนของถังหรงมีนามว่า เสวี่ยอวี้ และ อิ๋งเยว่ ทั้งคู่หน้าตาสะสวยและยังอ่านออกเขียนได้ หวังซื่อเป็นคนส่งพวกนางไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงให้กับบุตรชายคนโตด้วยตัวเอง บุรุษรูปงามผู้เพียบพร้อมจะขาดหญิงงามข้างกายได้อย่างไร และแน่นอนว่าถังหรงเองก็พึงพอใจในของกำนัลชิ้นนี้ไม่น้อย
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น ถังหรงมักจะสวมหน้ากากชายหนุ่มผู้อ่อนโยนเสมอ เขากระทำตัวดีต่อสาวใช้ทั้งสองเป็นอย่างมาก จนทำให้พวกนางหลงระเริงและเย่อหยิ่งจองหอง ซินอันยังจำได้ดีว่าในอดีตชาติ พอถึงวันที่สองของการแต่งงาน สาวใช้สองคนนั้นก็รวมหัวกันข่มขู่และวางก้ามใส่นางสารพัด มาในชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าพวกนางจะรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาบ้างหรือยัง
ชุนลวี่สางผมให้ผู้เป็นนายจนเรียบลื่นพลางพูดกลั้วหัวเราะ
"จะว่าไปคุณชายรองก็ไม่ได้แย่นะเจ้าคะ ดูเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เหมือนซื่อจื่อที่ดูเข้าถึงยาก"
"เจ้าอย่ามาพูดมั่วซั่วนะ"
ชุนหยางรีบขัดขึ้นมาด้วยสีหน้าถมึงทึง
"วันนี้คุณชายรองเพิ่งจะขู่บีบคอคุณหนูอยู่เลยนะเจ้าคะ ท่าทางตอนนั้นดูเอาเรื่องอยู่นะ วันหลังพวกเราต้องคอยระวังให้ดี อย่าปล่อยให้เขาทำร้ายคุณหนูได้เด็ดขาด"
ซินอันหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของสาวใช้
"วางใจเถอะ เขาก็แค่ขู่ไปอย่างนั้นแหละ ไม่กล้าลงมือทำจริงหรอก"
"พวกเจ้าสองคนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในจวนให้ดีล่ะ โดยเฉพาะเรือนชุนหัวฝั่งตรงข้าม ถ้ามีเรื่องอะไรน่าสนุกก็รีบมาบอกข้านะ จะได้คลายเครียดบ้าง"
ชุนลวี่พยักหน้ารับคำแข็งขัน
"คุณหนูสบายใจได้เลยเจ้าค่ะ ตอนนี้เรือนชิวสือของเรากับเรือนชุนหัวกลายเป็นศัตรูกันเต็มตัวแล้ว ข้าไม่ยอมพลาดเรื่องสนุกๆ ของพวกนั้นแน่"
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลากลางวันที่แสนวุ่นวาย ในที่สุดความสงบก็มาเยือน คืนนี้ซินอันหลับสนิทไร้กังวล ผิดกับถังโม่ที่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่ห้องข้างๆ เขานอนเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวของหญิงสาวอยู่ค่อนคืน หวังลึกๆ ว่านางจะละเมอพูดอะไรออกมาบ้าง เขาจะได้ฉวยโอกาสเข้าไปหลอกถามข้อมูลความลับเสียหน่อย
รุ่งอรุณเบิกฟ้า ซินอันตื่นขึ้นมาตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สาง วันนี้นางต้องไปยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสเพื่อชดเชยเมื่อวาน เป็นการเริ่มต้นชีวิตสะใภ้ในจวนโหวอย่างเป็นทางการ จะชักช้าไม่ได้เด็ดขาด
ทางฝั่งถังโม่ก็ทุลักทุเลไม่แพ้กัน เมื่อขาดหนานเฟิงคอยปรนนิบัติ วันนี้เขาจึงต้องสวมเสื้อผ้าด้วยตัวเองทั้งหมด มีเพียงเด็กรับใช้ที่ชื่อไหลไหลเข้ามาช่วยสางผมให้ พอเขาเดินเข้ามาในห้อง ก็เห็นซินอันกำลังนั่งประทินโฉมอยู่หน้าคันฉ่อง นางพยายามปรับสีหน้าและแววตาให้ดูสดใสอ่อนเยาว์ ทว่ายังไม่ทันจะได้ดั่งใจ ถังโม่ก็พูดจาเหน็บแนมขึ้นมาเสียก่อน
"หัดยิ้มซะบ้างสิ ทำหน้าบึ้งตึงดูแก่แดดขัดลูกตายังไงก็ไม่รู้ อายุเพิ่งจะสิบเจ็ดสิบแปด ทำตัวเบื่อโลกเหมือนคนแก่ใกล้ลงโลงไปได้"
ซินอันยังไม่ทันได้ตอบโต้ นางเพียงแค่ขมวดคิ้วมองเงาตัวเองในกระจก แต่สาวใช้ทั้งสองกลับทนไม่ได้ ชุนหยางหันขวับไปสวนกลับทันควันอย่างไม่เกรงใจ
"ท่านเขยเจ้าคะ คุณหนูของข้าต้องเจอเรื่องลำบากใจมาตั้งเยอะเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ จะให้มายิ้มหน้าระรื่นได้ยังไงกัน"
ชุนลวี่พยักหน้าเห็นด้วย
"ถ้าคุณหนูยิ้มร่าตอนนี้ คนอื่นคงคิดว่านางดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวหรอกเจ้าค่ะ"
ตั้งแต่รู้ว่าลูกเขยคนนี้เคยคิดจะบีบคอเจ้านายของตน สาวใช้ทั้งสองก็มองเขาในแง่ร้ายไปเสียหมด ความเคารพยำเกรงที่มีให้จึงลดทอนลงไปไม่น้อย
ถังโม่แสยะยิ้มมุมปาก
"สาวใช้เรือนเจ้าเนี่ยอารมณ์ร้ายกันจังนะ"
ซินอันบรรจงสวมต่างหูทับทิมเม็ดงามที่เพิ่งได้มาใหม่เข้าที่ติ่งหู ก่อนจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
"สาวใช้ของเจ้าแสนจะอ่อนหวานเอาใจใส่ แต่ก็โดนเจ้าไล่ตะเพิดออกมาไม่ใช่หรือไง สาวใช้ของข้าเพิ่งมาใหม่ยังไม่รู้ใจเจ้า ก็คงนึกว่าเจ้าชอบแบบดุๆ ล่ะมั้ง"
สองสาวใช้เชิดหน้าขึ้นด้วยความสะใจ ก่อนจะรีบเข้ามาช่วยสวมเสื้อคลุมตัวนอกให้เจ้านาย เมื่อจัดการเครื่องแต่งกายเสร็จสรรพ พวกนางก็ยกน้ำแกงหวานและขนมเปี๊ยะดอกท้อมาให้ซินอันรองท้อง ปล่อยให้ถังโม่ยืนหัวโด่เป็นหัวหลักหัวตออยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มเริ่มตระหนักได้ว่าชีวิตหลังจากนี้คงไม่ง่ายเสียแล้ว นี่เขาโดนจงใจกีดกันชัดๆ
ไม่มีใครสนเลยหรือไงว่าเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน จะไม่แบ่งให้เขารองท้องสักนิดเลยหรือ
นี่พึ่งจะแต่งเข้ามาได้แค่วันเดียว เขาก็ถูกสามนายบ่าวรวมหัวกันแบนเสียแล้ว
เมื่อทั้งสองก้าวพ้นประตูเรือน ก็ปะทะเข้ากับร่างของถังหรงและเถาอี๋หรันที่ยืนรออยู่หน้าประตู ถังหรงส่งยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ ก่อนจะประสานมือคารวะทักทาย
"น้องรอง น้องสะใภ้รอง พวกเราไปพร้อมกันเถอะ"
ถังโม่แทบจะกลอกตาเป็นเลขแปดในใจ นี่พี่ชายตัวดีของเขากำลังเล่นละครฉากใหญ่เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขารักใคร่กลมเกลียวกับน้องชายมากแค่ไหนอีกแล้วสินะ
เมื่อวานเพิ่งจะโดนทำโทษให้คุกเข่าในศาลบรรพชนไปได้แค่ชั่วยามเดียวก็ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ช่างลำเอียงเสียจริง ลองเป็นเขาดูสิ คงได้คุกเข่าจนรากงอกตายคาศาลไปแล้ว
ซินอันลอบสังเกตคนทั้งคู่ด้วยแววตาครุ่นคิด ความหน้าหนาของถังหรงทำให้นางรู้สึกทึ่งอีกครั้ง เมื่อวานเพิ่งจะมีเรื่องมีราวใหญ่โตกันไปหมาดๆ แต่วันนี้เขากลับมาปั้นหน้ายิ้มแย้มทักทายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่างเป็นภาพที่น่ารังเกียจเสียจริง
ทางด้านเถาอี๋หรันนั้นแต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสชวนมอง ใบหน้าน่ารักงดงามเปล่งปลั่ง นัยน์ตากลมโตทอประกายหวานเยิ้ม บริเวณลำคอระหงยังมีรอยแดงจางๆ ปรากฏให้เห็น แม้จะพยายามใช้แป้งปกปิดเอาไว้ แต่เพียงปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนทั้งสองคงพลอดรักกันอย่างดูดดื่มเพียงใด
ความรักของพวกเขากำลังเบ่งบานจนน่าหมั่นไส้ ทำเอาซินอันอดคิดไม่ได้ว่าชาติที่แล้วนางคงเป็นนางมารร้ายที่คอยกีดกันความรักของคู่นี้กระมัง
เมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของซินอัน เถาอี๋หรันก็รีบหลบตาด้วยความประหม่า นางเพิ่งจะออกเรือนได้ไม่นาน ยังไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเหมือนในชาติก่อน พอถูกมองด้วยสายตาจับผิดก็เกิดอาการร้อนตัว นางก้มหน้าลงต่ำ ขนตาแพรยาวสั่นระริก ภาพความบอบบางนั้นทำเอาถังหรงถึงกับปวดใจ เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าถังโม่จะตอบรับคำทักทายหรือไม่ ชายหนุ่มรีบคว้ามือภรรยาสุดที่รักแล้วพาเดินนำหน้าไปทันที
ถังโม่และซินอันที่เดินตามอยู่เบื้องหลังลอบสบตากัน ทั้งคู่ต่างมองเห็นแววตาเย้ยหยันในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับกำลังส่งกระแสจิตเยาะเย้ยกันและกันว่า คนที่เจ้าเคยมอบหัวใจให้ในชาติก่อน แท้จริงแล้วไม่ได้เห็นเจ้าอยู่ในสายตาเลยสักนิด
สำหรับซินอัน ความรักที่นางเคยมีต่อถังหรงมันได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้วตั้งแต่ชาติก่อน ความรู้สึกเดียวที่หลงเหลืออยู่คือความเคียดแค้น ภาพความหวานชื่นตรงหน้าจึงไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเท่านั้น
แต่สำหรับถังโม่นั้นต่างออกไป เขาตายจากไปก่อนเวลาอันควร ในตอนนั้นความรู้สึกที่เขามีต่อเถาอี๋หรันเป็นเพียงความผิดหวังอย่างมาก อย่างไรเสียนางก็เคยเป็นภรรยาที่เขารักและทะนุถนอม ความรู้สึกในใจของเขาตอนนี้จึงสับสนวุ่นวายปนเปกันไปหมด ใจหนึ่งก็พยายามบอกตัวเองให้ปล่อยวางอดีต แต่อีกใจก็อดเจ็บใจไม่ได้ที่ความรักความทุ่มเทของตนเองกลับกลายเป็นแค่สิ่งไร้ค่า อยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองให้ตาสว่างเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ขบวนของคู่ข้าวใหม่ปลามันเดินลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ ข้ามสะพานระเบียงทางเดิน จนมาถึงเรือนชุนหรงซึ่งเป็นที่พักของฮูหยินผู้เฒ่า ภายในห้องโถงมีถังกังและภรรยานั่งรออยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีครอบครัวของถังหย่ง น้องชายต่างมารดาของถังกังที่แยกบ้านออกไปนานแล้วมาร่วมวงอยู่ด้วย หญิงรับใช้ชราที่คอยท่าอยู่หน้าประตูรีบส่งยิ้มกว้างพร้อมกับร้องตะโกนบอกคนด้านใน
"ซื่อจื่อกับฮูหยินซื่อจื่อ และคุณชายรองกับฮูหยินรองมาถึงแล้วเจ้าค่ะ"
ถังหรงประคองเถาอี๋หรันเดินก้าวข้ามธรณีประตูเรือนชุนหรงเข้าไปเป็นคู่แรก ถังโม่เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาทำทีเป็นสามีผู้แสนดีประคองซินอันเดินตามเข้าไปติดๆ ชายหนุ่มยังจำคำพูดของซินอันได้ขึ้นใจว่า บิดาของเขาโปรดปรานลูกหลานที่สร้างชื่อเสียงเชิดหน้าชูตาให้แก่วงศ์ตระกูล เขาจึงตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนสุขุมเยือกเย็นขึ้น โดยจะเริ่มต้นจากการทำตัวเป็นสามีที่ดีนี่แหละ
อีกอย่าง ตอนนี้เขาก็มีหน้าที่การงานเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ได้ไปรายงานตัวเริ่มงานก็ตามที
[จบบท]