บทที่ 90 : เถาอี๋หรันถูกซ้อนแผน
เถาอี๋หรันปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจนถังหรงลุ่มหลง ความรู้สึกผิดต่อกูกูไช่ที่เคยมีอยู่บ้างเล็กน้อยมลายหายไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มยอมจมดิ่งลงในห้วงความอ่อนหวานของภรรยาอย่างเต็มใจ
เมื่ออารมณ์รักพุ่งทะยาน เขาก็พร่ำเพ้อคำหวานออกมาไม่หยุดหย่อน หญิงสาวเองก็โอบรอบคอเขาพลางเรียกขานชื่อชายอันเป็นที่รักด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ยิ่งทำให้ซื่อจื่อแห่งจวนโหวหลงลืมทุกสิ่งรอบกายไปเสียสนิท
หญิงสาววาดฝันเอาไว้ว่ารุ่งอรุณของวันใหม่จะต้องหอมหวานละมุนละไม ทว่านางกลับคิดผิดถนัด เมื่อฟ้าสาง ถังหรงกลับสั่งให้คนไปเรียกอิ๋งเยว่เข้ามาในห้อง
"อิ๋งเยว่เป็นคนรู้ความ รักษากฎระเบียบมาตลอด ที่ผ่านมาก็ปรนนิบัติข้าเป็นอย่างดี วันนี้เจ้ารับน้ำชาจากนางเถิด ต่อไปนี้นางคืออนุเยว่ประจำเรือนของเรา"
เมื่อคืนกูกูไช่แอบเข้าไปหาอิ๋งเยว่ที่ห้องและพูดคุยกันอยู่นานนับครึ่งชั่วยาม ตอนแรกหญิงสาวก็กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แต่พอรุ่งเช้าเรื่องราวกลับกลายเป็นจริงตามที่ได้ยินมา นางรีบคุกเข่าโขกศีรษะให้ถังหรงกับเถาอี๋หรันด้วยความดีใจ ภายในใจรู้สึกขอบคุณกูกูไช่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
เถาอี๋หรันยืนตัวแข็งทื่อจนสมองขาวโพลน เมื่อคืนพวกเขายังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอย่างดูดดื่ม ชายหนุ่มยังพร่ำบอกอยู่เลยว่าชาตินี้จะมีแค่นางเพียงคนเดียว แล้วทำไมพอฟ้าสางนางกลับต้องมารับน้ำชาแต่งตั้งอนุภรรยา ร่างบางของฮูหยินน้อยซวนเซแทบจะทรงตัวไม่อยู่
โชคดีที่กูกูหลิวไหวตัวทัน นางรู้ดีว่าการจัดการกูกูไช่ทำให้ซื่อจื่อรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อย และเรื่องที่อิ๋งเยว่จะถูกยกฐานะขึ้นเป็นอนุภรรยาก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นในสักวัน หญิงชรารีบก้าวออกไปแสดงความยินดีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์
"วันนี้เป็นวันมงคลของอนุเยว่ รีบไปแต่งเนื้อแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวฮูหยินน้อยจะไปรอรับน้ำชาที่ห้องโถงใหญ่"
อิ๋งเยว่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหน้าระรื่น เดินถอยหลังออกจากห้องไปอย่างมีความสุข ทันทีที่กลับถึงห้อง นางก็รีบไปคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณกูกูไช่ที่เก็บข้าวของเตรียมตัวจะออกจากเรือนพอดี
หญิงชรารีบประคองหญิงสาวขึ้นมาพลางตบหลังมือเบาๆ
"เห็นเจ้าได้ปรนนิบัติซื่อจื่ออย่างเปิดเผยแบบนี้ ข้าก็หมดห่วงแล้ว"
กูกูไช่จงใจชี้แนะหวังให้อิ๋งเยว่เป็นหนามยอกอกเถาอี๋หรัน
"ฮูหยินน้อยสนใจแต่ความสุขสบายของตัวเอง ต่อไปนี้เจ้าต้องเหนื่อยคอยดูแลซื่อจื่อให้มาก ถ้าเขาออกไปดื่มสุราข้างนอก เจ้าก็ต้องต้มน้ำแกงสร่างเมารอไว้ ถ้าเขากลับดึก เจ้าก็ต้องถือโคมไฟไปรอรับที่หน้าประตู"
หญิงชราเอ่ยเสริมอย่างมีนัยยะ
"เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้า ถุงเท้า มีโอกาสเมื่อไหร่เจ้าก็ต้องเข้าไปจัดการดูแลให้เรียบร้อย รีบตั้งครรภ์ให้ได้ไวๆ แล้วก็อย่าลืมสร้างหูตาของตัวเองในจวนเอาไว้ด้วยล่ะ"
นอกจากคำสอนแล้ว กูกูไช่ยังหยิบเงินห้าสิบตำลึงที่ถังหรงเคยมอบให้ยัดใส่มืออิ๋งเยว่อีกด้วย
"ข้าไปแล้ว เรือนนี้ก็จะเป็นของฮูหยินน้อยทั้งหมด ถ้าเจ้าอยากจะยืนหยัดให้มั่นคงก็ต้องมีเงินติดตัวเอาไว้ รับไปเถอะ"
ขอบตาของอิ๋งเยว่ร้อนผ่าว ก่อนหน้านี้นางไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้กับกูกูไช่เลยแม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก แม้กูกูไช่จะเข้มงวดและเก่งกาจเพียงใด แต่ตราบใดที่หญิงชรายังอยู่ในเรือน บ่าวรับใช้เก่าแก่ของจวนโหวอย่างพวกนางก็ยังมีที่ยืน
เมื่อปราศจากกูกูไช่ หลังจากนี้พวกนางก็คงต้องทนดูสีหน้าบ่าวรับใช้ที่ตามมาจากบ้านเดิมของฮูหยินน้อยเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ
"กูกู..."
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากูกูไช่จะเป็นคนจิตใจดีขนาดนี้
เมื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ กูกูไช่ก็เดินออกไปอำลาถังหรงกับเถาอี๋หรันอย่างมีมารยาทและสง่างาม จากนั้นบุตรชายของนางก็เข้ามาช่วยขนสัมภาระออกไป บรรดาบ่าวรับใช้ในเรือนชุนหัวต่างยืนมองภาพนั้นจากที่ไกลๆ ด้วยจิตใจที่สั่นคลอนและหวาดระแวง
ตัดภาพมาที่เรือนชิวสือ ซินอันยืนมองส่งถังโม่ที่กำลังเดินออกไปทำงาน จากนั้นนางก็พาชุนหยางกับชุนลวี่มุ่งหน้าไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า
ระหว่างทาง ชุนลวี่พูดคุยถึงเรื่องที่กูกูไช่ต้องเก็บของออกจากจวนในวันนี้ ซินอันชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หากเป็นเมื่อวาน นางคงจะรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังคำปลอบประโลมของถังโม่เมื่อคืน นางก็ปล่อยวางและมองเรื่องนี้ได้กว้างขึ้น
สถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เถาอี๋หรันเป็นที่โปรดปรานของถังหรง ทั้งยังมีพื้นเพครอบครัวที่ดี กูกูไช่ไม่สามารถควบคุมหรือเอาชนะนางได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ในชาติก่อน เถาอี๋หรันสามารถหลอกล่อถังหรงจนหัวปักหัวปำได้ แม้กระทั่งยอมทิ้งลูกชายของตัวเองก็ยังทำมาแล้ว นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่านางรู้วิธีจัดการกับสามีเป็นอย่างดี แค่เขี่ยกูกูไช่ทิ้งสักคนจะไปยากอะไร
ส่วนเรื่องที่อิ๋งเยว่ได้รับการเชิดชูขึ้นเป็นอนุภรรยา ซินอันก็เดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของกูกูไช่ คนระดับนั้นมีหรือจะยอมจากไปง่ายๆ การล่าถอยในวันนี้ก็เพื่อรอเวลากลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในวันหน้า
น่าเสียดายก็แต่กูกูไช่ผู้เก่งกาจเรื่องการปั่นหัวคนจะต้องหายหน้าไปสักพัก หลังจากนี้สีสันในชีวิตของนางคงลดน้อยลงไปไม่น้อยทีเดียว
"จะว่าไปแล้ว คุณชายรองของเราก็ดีกว่าเยอะเจ้าค่ะ"
ชุนหยางถอนหายใจยาวพลางพูดขึ้น
"ถึงภายนอกจะดูพึ่งพาอะไรไม่ได้ แต่ก็ยังรู้จักพูดจาเอาใจทำให้ฮูหยินน้อยอารมณ์ดี แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว"
ซินอันหยุดเดินทันที นางหันขวับไปมองสาวใช้ข้างกาย
"ดูเหมือนคำเตือนของกูกูหวังจะไม่เข้าหูเจ้า ถ้ายังพูดจาเหลวไหลไร้กฎเกณฑ์แบบนี้อีก ต่อไปก็ไม่ต้องตามข้าออกไปข้างนอก กลับไปเรียนรู้กฎระเบียบมาใหม่เสีย"
ชุนหยางหน้าถอดสี รีบก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน
"บ่าวปากพล่อยพูดจาผิดไปแล้ว บ่าวจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ"
ซินอันละสายตาแล้วก้าวเดินต่อไป การที่ชุนหยางกับชุนลวี่ไม่ค่อยให้ความเคารพถังโม่ ต้นเหตุก็มาจากตัวนางเองนี่แหละ
ตั้งแต่วันแต่งงาน นางมักจะแสดงความกังวลและไม่ไว้ใจออกมาให้เห็นเสมอ เมื่อต้องมาใช้ชีวิตคู่กับอดีตศัตรูในชาติก่อนอย่างถังโม่ นางจึงไม่ได้ทำตัวเป็นมิตรกับเขานัก ทัศนคติเหล่านี้แก้ไขได้ยากในเวลาสั้นๆ สาวใช้ทั้งสองจึงซึมซับและแสดงท่าทีตามเจ้านายไปโดยปริยาย
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว ความสัมพันธ์ของนางกับถังโม่กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น นางย่อมไม่อยากได้ยินใครหน้าไหนมาพูดจาดูถูกสามีของตนอีก
ชุนลวี่ที่เดินตามหลังมาติดๆ ถลึงตาใส่ชุนหยางไปหนึ่งที โทษฐานที่อีกฝ่ายช่างไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลย
ช่วงนี้ฮูหยินน้อยมีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามคุณชายรองอย่างเห็นได้ชัด แค่เจอหน้ากันก็พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันแล้ว กูกูหวังยังบอกเลยว่านี่คือสัญญาณของคนกำลังปลูกต้นรัก พร้อมกับกำชับพวกนางว่าห้ามพูดจาเลื่อนเปื้อนเด็ดขาด แล้วนี่อะไร ถึงกับกล้าวิจารณ์คุณชายรองว่าพึ่งพาไม่ได้ต่อหน้าฮูหยินน้อยเชียวหรือ
ต่อให้เจ้านายจะดูพึ่งพาไม่ได้จริงๆ แต่มันใช่เรื่องที่บ่าวไพร่จะเอามาพูดหรืออย่างไร
ชุนหยางก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด นางแทบอยากจะหาเข็มมาเย็บปากตัวเองที่เผลอพูดจาพล่อยๆ ออกไปจนเสียเรื่อง
เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่าเข้านอนดึก เช้านี้จึงตื่นสายกว่าปกติ ซินอันไม่ได้ถือสาและไม่คิดจะกลับเรือนไปก่อน นางเห็นว่าดอกไม้ในสวนกำลังเบ่งบานสวยงาม จึงเกิดอารมณ์สุนทรีย์หยิบบัวรดน้ำมารดน้ำต้นไม้ฆ่าเวลา กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะตื่น ต้นไม้ใบหญ้าในสวนก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำจนหมดแล้ว
"พวกหนุ่มสาวมักจะชอบนอนตื่นสาย เจ้าเองก็น่าจะนอนพักผ่อนให้มากกว่านี้หน่อย"
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ดีว่าการที่หลานสะใภ้ขยันมาหาทุกวันนั้นย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ็นดูเด็กคนนี้ นางคิดแค่ว่าซินอันก็คงแค่ชอบของมีค่าที่นางสะสมไว้ นอกเหนือจากนั้นก็คงไม่มีแผนการร้ายกาจอะไรอีก
ซินอันปรี่เข้าไปประคองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยรอยยิ้ม
"ตอนเช้าก็ตื่นยากอยู่เหมือนกันเจ้าค่ะ แต่หลานเป็นห่วงใบหน้าของท่านย่าก็เลยอยากมาดูอาการสักหน่อย"
ร่างบางกวาดสายตามองใบหน้าของหญิงชราอย่างพินิจพิเคราะห์ อันที่จริงร่องรอยบนใบหน้าก็ไม่ได้แตกต่างจากเมื่อวานมากนัก แต่เป็นเพราะฮูหยินผู้เฒ่าได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม เช้านี้จึงดูมีน้ำมีนวลและสดใสขึ้นมาก
"ท่านย่าไม่ต้องกังวลใจไปหรอกเจ้าค่ะ"
ซินอันพูดเอาใจ
"สีหน้าและราศีของท่านย่าตอนนี้ดูดีกว่าบรรดาฮูหยินวัยเดียวกันหลายคนเชียวเจ้าค่ะ เอาแค่ผิวพรรณที่เต่งตึงแทบไม่มีริ้วรอยนี่ก็พอมองออกแล้วว่าเป็นคนมีบุญวาสนาสูงส่ง เรื่องแบบนี้ต่อให้คนอื่นอิจฉาแทบตายก็ลอกเลียนแบบไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"
ที่ซินอันพูดมานั้นไม่ใช่คำป้อยอเกินจริง ตอนสาวๆ ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นถึงคุณหนูตระกูลเศรษฐีที่ดิน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาโดยตลอด พอแต่งงาน สามีก็ต้องออกไปทำศึกสงคราม ไม่ต้องคอยปรนนิบัติพ่อผัวแม่ผัวหรือรับมือกับบรรดาสะใภ้ นอกจากการเฝ้ารอสามีกลับมาแล้ว นางก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องใดอีก
ต่อมาสามีก็สร้างชื่อเสียงเกียรติยศกลับมาให้ ทำให้นางได้เสวยสุขบนกองเงินกองทอง แม้ลูกหลานจะไม่ค่อยเอาถ่านไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างเรื่องเลวร้ายอะไรให้ต้องปวดหัวนัก เมื่อไม่ต้องคิดมาก ร่างกายก็ย่อมได้รับการบำรุงดูแลเป็นอย่างดี
กาลเวลาอาจทำร้ายหญิงงามได้ แต่ไม่สามารถทำร้ายผู้ที่มีชีวิตสุขสบายไร้กังวลได้อย่างแน่นอน
ดอกไม้ในยามเช้าแข่งกันชูช่ออวดความงดงาม อารมณ์ของฮูหยินผู้เฒ่าก็เบิกบานไม่แพ้กัน เมื่อได้ยินคำชมของหลานสะใภ้ นางก็ไม่ได้ถ่อมตัวแต่อย่างใด ซ้ำยังหาโอกาสวกกลับมาเรื่องการมีทายาทจนได้
"จะบอกว่าย่ามีบุญวาสนาก็คงไม่ผิดนัก ถ้าเจ้ากับเจ้าโม่รีบมีเหลนมาวิ่งเล่นข้างกายย่าอีกสักคน บุญวาสนาของย่าก็คงจะเพิ่มพูนขึ้นไปอีก"
ซินอันถึงกับหน้าเหวอไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเขินอาย
"เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเจ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าหลานสะใภ้
"ย่ามองคนไม่ผิดหรอก ในใจของเจ้าโม่มีเจ้าอยู่เต็มอก พวกเจ้าสองคนนิสัยใจคอเข้ากันได้ดี รูปร่างหน้าตาก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก สวรรค์ช่างสรรค์สร้างคู่แท้มาให้จริงๆ"
พูดจบ หญิงชราก็เย้าแหย่หลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"เจ้าลองบอกย่ามา เจ้าโม่หน้าตาดีหรือไม่?"
ซินอันหน้าแดงระเรื่อ อมยิ้มขัดเขินก่อนจะตอบกลับไปตามตรง
"เขาก็หน้าตาดีมากทีเดียวเจ้าค่ะ"
[จบบท]