บทที่ 207: เหมือนแม่ทัพใหญ่ฉู่เป็นที่สุด
โจวหนานเยียนหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก นางรีบยกมือขึ้นปิดดวงตาของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตนทันที “ข้าไม่กล้ามองแล้ว”
ถานเอ๋อร์ทำหน้าบอกบุญไม่รับ พลางบ่นอุบ “เจ้าไม่กล้ามอง แล้วเจ้ามาปิดตาข้าทำไมกัน”
องค์หญิงวั่นผิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะประกาศก้อง “เริ่มได้”
สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงแหวกอากาศดังขึ้นหวีดหวิว
ไป๋อวี้เวยน้อมรับคำสั่งด้วยการปล่อยลูกธนูดอกแรกออกไปอย่างสุดแรง
แม้ดวงตาจะถูกปิดกั้นด้วยผ้าผืนหนา ทว่าตำแหน่งของคู่ต่อสู้นั้นนางได้จดจำไว้อย่างแม่นยำตั้งแต่ก่อนจะถูกปิดตาแล้ว
ไป๋อวี้เวยมั่นใจในฝีมือของตนยิ่งนัก ธนูดอกนี้เล็งเป้าไว้อย่างไร้ที่ติ จุดสังหารคือกลางระหว่างคิ้วของศัตรู
อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไร้การเคลื่อนไหว ลงมือช้ากว่านางเช่นนี้ คงเป็นเพราะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกกระมัง
ก็สมควรอยู่หรอก เห็นได้ชัดว่ายิงธนูไม่เป็นแม้แต่น้อย แต่ยังบังอาจหาญกล้ามาท้าประลองกับนาง ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียบ้างเลย
ในจังหวะที่หัวลูกศรแหลมคมกำลังพุ่งเข้าใส่กลางหน้าผากของเมิ่งเชียนเชียน หญิงสาวผู้ถูกดูแคลนก็ยกคันธนูใหญ่ขึ้นมาในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
ฟิ้ว
ลูกธนูของนางพุ่งทะยานออกจากสาย พุ่งเข้าปะทะกับลูกธนูของไป๋อวี้เวยอย่างแม่นยำราวจับวาง
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้อง ลูกธนูของไป๋อวี้เวยถูกคมศรของเมิ่งเชียนเชียนผ่าแยกออกเป็นสองซีกกลางอากาศ
ทว่าลูกธนูของเมิ่งเชียนเชียนกลับมิได้หยุดชะงัก มันยังคงพุ่งทะยานต่อไปด้วยความเร็วและรุนแรง มุ่งตรงไปยังร่างของไป๋อวี้เวยที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่ง
นายน้อยไป๋ชิงเฉินเบิกตากว้างด้วยความตระหนก
เคราะห์ยังดีที่ไป๋อวี้เวยเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ ประสาทสัมผัสของนางว่องไวพอที่จะได้ยินเสียงแหวกอากาศที่แหลมคมผิดปกติ นางจึงรีบเอนกายทิ้งตัวไปด้านหลังเพื่อหลบหลีก
ฝ่ามือทั้งสองของนางกำลังจะแตะพื้นเพื่อพยุงตัว แต่ฉับพลันนั้นนางก็นึกขึ้นได้ถึงกฎกติกาและวงชาดที่ขีดล้อมรอบตัวอยู่
นางขบกรามแน่น เกร็งหน้าท้องและกำลังเอวอย่างสุดชีวิต ดึงรั้งร่างกายท่อนบนให้ดีดกลับขึ้นมาทรงตัวยืนหยัดได้ทันท่วงที
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ และอันตรายถึงขีดสุด
วิชาธนูอันน่าอัศจรรย์ของเมิ่งเชียนเชียนทำให้ผู้คนต้องถอนหายใจด้วยความเลื่อมใส ส่วนปฏิกิริยาการเอาตัวรอดของไป๋อวี้เวยก็น่าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน
ช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ท่ามกลางความตึงเครียด มีเพียงเว่ยหมิงเซวียนผู้เดียวที่จ้องมองเอวบางร่างน้อยของไป๋อวี้เวยด้วยสายตาโลมเลีย เอวที่อ่อนช้อยยืดหยุ่นได้ถึงเพียงนี้ หากได้เชยชมหยอกเย้า ไม่รู้ว่าจะมอบรสชาติแห่งความสุขสมได้มากเพียงใด
เคร้ง
ลูกธนูเจ้ากรรมพุ่งผ่านร่างคู่ต่อสู้ไปปักตรึงเข้ากับลำต้นไม้ใหญ่ด้านหลังไป๋อวี้เวยจนมิดด้าม
องค์หญิงวั่นผิงกรีดร้องออกมาแทบสิ้นสติ “เมิ่งเสี่ยวจิ่ว! ต้นเจินหนานของเปิ่นกงจู่!”
ต้นไม้ต้นนี้ทรงทะนุถนอมไว้อย่างดี หวังจะรอให้เติบโตจนได้ไม้จันทน์หอมสีทองล้ำค่า
“ไปให้เขาชดใช้” เมิ่งเชียนเชียนกล่าวเสียงเรียบ พลางเอื้อมมือไปหยิบลูกธนูดอกที่สองออกจากกระบอกด้านหลังด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง
โจวหนานเยียนหันไปกระซิบถามถานเอ๋อร์ด้วยความมึนงง “พี่เมิ่งไม่รู้วิชาธนูจริงๆ หรือ”
ถานเอ๋อร์กัดถังหูลู่ในมือเคี้ยวตุ้ยๆ “น่าจะจริงนะเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นคุณหนูจับธนูมาก่อนเลยสักครั้ง”
หัวใจของโจวหนานเยียนที่เพิ่งจะสงบลง กลับเต้นระรัวขึ้นมาอยู่ที่คอหอยอีกครา “เช่นนั้น... ธนูดอกเมื่อครู่นี้ก็แค่ฟลุ๊คงั้นหรือ”
สวรรค์ ได้โปรดอย่าโหดร้ายเช่นนี้เลย
ทางด้านสิบสองเว่ย เว่ยหยางหันไปกระซิบกับเฉินหลงและไฮ่จู “พวกเจ้าสังเกตหรือไม่ ท่าทางการยิงธนูของนางช่างเหมือนกับคนผู้หนึ่งราวกับแกะ”
ไฮ่จูครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “เจ้าหมายถึงแม่ทัพใหญ่ฉู่?”
เว่ยหยางหรี่ดวงตาเรียวรีที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดเฉลียวลงเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าเจ้ากับข้าจะคิดตรงกัน ช่างน่าประหลาดใจนัก คนที่ไม่เคยพบหน้าค่าตากับแม่ทัพใหญ่ฉู่มาก่อน เหตุไฉนท่าทางการง้างสายธนูจึงได้เหมือนกับเขาราวกับพิมพ์เดียวกันเช่นนี้”
เฉินหลงมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ลานประลอง
การดวลธนูดอกที่สองเริ่มต้นขึ้น
บทเรียนจากความพ่ายแพ้ในดอกแรกทำให้ไป๋อวี้เวยไม่กล้าประมาทอีกต่อไป
นางเงี่ยหูฟังทิศทางลม เล็งเป้าอย่างละเอียดรอบคอบ ครั้งนี้นางเปลี่ยนเป้าหมาย ไม่เล็งที่ศีรษะอันเป็นจุดตาย แต่เลือกเล็งไปที่ลำตัวของคู่ต่อสู้แทน
ไม่ใช่เพียงเพราะเป้าหมายใหญ่กว่าและยิงถูกได้ง่ายกว่า แต่เป็นเพราะมุมยิงที่กดต่ำลงเช่นนี้ อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางยิงสวนมาเพื่อผ่าลูกธนูของนางได้อีกเป็นครั้งที่สอง
ไป๋ชิงเฉินเห็นน้องสาวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ก็ลอบพยักหน้าในใจ เขาตระหนักดีว่าฝีมือที่แท้จริงของเมิ่งเชียนเชียนทำให้น้องสาวของเขาเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามเข้าแล้ว
ผลปรากฏว่าธนูดอกที่สองไม่ได้ถูกผ่าจากหัวลูกศร แต่กลับถูกเมิ่งเชียนเชียนยิงสวนจนทะลุเข้าไปในก้านธนู แล้วพุ่งปักตรึงลงกับพื้นหินอย่างแม่นยำ
องค์หญิงวั่นผิงโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา “หินฮั่นไป๋อวี้ของเปิ่นกงจู่!”
“ไปให้เขาชดใช้”
เมิ่งเชียนเชียนยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ทุกข์ร้อน
องค์หญิงวั่นผิงตวัดสายตาพิฆาตไปทางไป๋อวี้เวย “เจ้าชดใช้มาเดี๋ยวนี้”
ธนูดอกที่สองล้มเหลวไม่เป็นท่า ไป๋อวี้เวยขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม
นางเริ่มระแวงสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ปิดตาจริงๆ
“เจ้ามองเห็นใช่หรือไม่”
ถานเอ๋อร์สวนกลับทันควัน “แพ้ไม่เป็นก็คือแพ้ไม่เป็น จะหาข้ออ้างไปไย”
โจวหนานเยียนผสมโรง “นั่นสิ เจ้าไม่เชื่อใจองค์หญิงวั่นผิง ก็ไม่เชื่อใจพี่ชายแท้ๆ ของเจ้าหรือไร หากพี่เมิ่งเล่นตุกติก พี่ชายเจ้าคงกระโดดออกมาห้ามตั้งนานแล้ว”
ไป๋อวี้เวยส่ายหน้า อย่างไรนางก็ไม่เชื่อ นางยืนกรานจะให้ผูกผ้าคาดตาเพิ่มอีกชั้น
“ไม่ต้องผูกผ้าให้เสียเวลาแล้ว เอาหมวกเกราะมาครอบหัวพวกนางทั้งสองคนเสียก็สิ้นเรื่อง!”
องค์หญิงวั่นผิงตะโกนสั่งด้วยความรำคาญใจ
บ่าวรับใช้รีบวิ่งไปนำหมวกเกราะมาหนึ่งคู่ สวมครอบศีรษะของทั้งสองคนโดยหันด้านหน้าไปไว้ข้างหลัง ปิดกั้นการมองเห็นอย่างมิดชิดสิ้นเชิง
ในรอบนี้ ไป๋อวี้เวยไม่ต้องการเป็นฝ่ายเริ่มก่อน นางตั้งใจจะรอให้เมิ่งเชียนเชียนยิงออกมาก่อน แล้วนางจะเป็นฝ่ายยิงทำลายลูกธนูนั้นเอง
เมิ่งเชียนเชียนง้างสายธนูจนตึงเปรี๊ยะ ปากก็พึมพำคล้ายกำลังเล็งเป้า “ยิงตรงไหนของเจ้าดีนะ ขาขวา... ขาซ้าย... ท้องน้อยด้านขวา... หรือหัวไหล่ขวาดี”
ทุกถ้อยคำที่เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยถึงอวัยวะแต่ละส่วน ไป๋อวี้เวยรู้สึกราวกับว่าส่วนนั้นของตนกำลังถูกคุกคามด้วยคมศร กล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ปลายธนูของนางขยับตามคำพูดของเมิ่งเชียนเชียนอย่างระแวดระวัง ไม่กล้าประมาทแม้เพียงชั่วลมหายใจ
ทันใดนั้น เมิ่งเชียนเชียนก็ประกาศก้อง “ตรงนี้แหละ หน้าอกซ้าย ตัดขั้วหัวใจ ยิง!”
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้ไป๋อวี้เวยตอบสนองทันที นางปล่อยลูกธนูสวนไปยังตำแหน่งที่ตรงกับหน้าอกของตนเพื่อป้องกันตัว
ทว่า... ความว่างเปล่าคือสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีลูกธนูใดๆ พุ่งแหวกอากาศมาหานาง
เมิ่งเชียนเชียนเพียงแค่ตะโกนขู่ นางใช้จิตวิทยาปั่นหัว ล่อลวงให้ไป๋อวี้เวยเสียสมาธิและปล่อยลูกธนูออกมา
ส่วนตัวนางเองนั้น ก่อนที่ไป๋อวี้เวยจะทันได้ปล่อยสายธนู นางก็ได้ขยับกายเตรียมท่าทางหลบหลีกรอไว้เสร็จสรรพแล้ว
“คุณหนูไป๋ วิชาธนูของเจ้าช่างลึกล้ำยิ่งนัก องศาแม่นยำไม่มีคลาดเคลื่อน ตอนนี้... ทั่วทั้งลานประลองเหลือเพียงลูกธนูในมือข้าดอกนี้แล้ว”
(จบตอน)