บทที่ 13 ศิษย์น้องสาม เสิ่นเยวี่ย
หลีซวงหันไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเรียบเฉย
เสิ่นเยวี่ย และ เยี่ยเจาเจา!
เขาผู้นี้คืออดีตศิษย์น้องสามของนาง ปัจจุบันคือศิษย์คนที่สองแห่งยอดเขาหลิงซวี นามว่าเสิ่นเยวี่ย
เสิ่นเยวี่ย ยอดอัจฉริยะด้านเพลงกระบี่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักกระบี่
ตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเข้าสำนัก เขาก็ฉายแววพรสวรรค์ด้านเพลงกระบี่ออกมาให้เห็น หลีซวงจึงรับหน้าที่สอนเพลงกระบี่แทนผู้เป็นอาจารย์
เพลงกระบี่ของเสิ่นเยวี่ยล้วนเป็นนางที่คอยพร่ำสอนด้วยตัวเอง หากเห็นว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง นางก็จะคอยช่วยชี้แนะแก้ไขให้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ด้วยเหตุนี้
เพียงแค่สามปีหลังจากเข้าสำนัก เสิ่นเยวี่ยก็มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่ศิษย์ระดับล่าง และได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะด้านเพลงกระบี่
ในช่วงแรก
เสิ่นเยวี่ยก็ซาบซึ้งในตัวนางมากเช่นกัน
แต่ต่อมา เมื่อเยี่ยเจาเจาปรากฏตัว
หลีซวงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น จู่ๆ เสิ่นเยวี่ยก็เริ่มคิดว่า ที่เขามีชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะด้านเพลงกระบี่ได้ เป็นเพราะตัวเขาเองมีพรสวรรค์ล้ำเลิศมาตั้งแต่เกิด
การที่คนภายนอกเอาแต่พูดว่า เพลงกระบี่ของเขาเป็นเพราะหลีซวงสั่งสอนมา ถือเป็นการดูถูกเขาอย่างรุนแรง!
หลังจากนั้น เวลาที่หลีซวงให้คำแนะนำ เขาจึงมักจะแสดงท่าทีรำคาญใจ และเมื่อพลังฝึกปรือของหลีซวงหยุดชะงัก จนสูญเสียรัศมีแห่งยอดธิดาสวรรค์ไปจนหมดสิ้น เสิ่นเยวี่ยก็ยิ่งไม่หลงเหลือความเคารพต่อนางอีกเลย
กลับกลายเป็นว่าเขายิ่งสนิทสนมกับเยี่ยเจาเจา ที่เอาแต่ประจบประแจงเขามากขึ้นเรื่อยๆ
หลีซวงไม่รู้เลยว่าตัวเองทำผิดอะไร ถึงได้ถูกรังเกียจถึงเพียงนี้
เมื่อก่อน
นางเคยเจ็บปวดรวดร้าวกับการเปลี่ยนแปลงท่าทีของเสิ่นเยวี่ย
แต่ตอนนี้...
จิตใจของหลีซวงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"เห่าหอนอะไรของเจ้า?" ลั่วหมิงเยวี่ยกำหมัดแน่น
เสิ่นเยวี่ยกลับส่งสายตาท้าทาย "ศิษย์พี่ใหญ่? ไม่สิ ข้าเรียกผิดไป ข้าควรจะเรียกท่านว่า คนทรยศสำนัก ถึงจะถูก"
เสิ่นเยวี่ยจ้องหลีซวงเขม็ง! เขาเพิ่งจะเก็บตัวฝึกฝนไปได้ไม่กี่วัน พอออกจากด่านมา ก็ได้ยินข่าวว่าหลีซวงปากแข็งไม่ยอมรับผิด ซ้ำยังทรยศสำนักไปเข้ายอดเขาไร้ใจ
ตอนแรกเขาตั้งใจจะไปคิดบัญชีกับหลีซวง แต่ศิษย์น้องเล็กห้ามไว้ บอกให้เขาใจเย็นๆ และบอกว่าศิษย์พี่ใหญ่คงมีความจำเป็นบางอย่าง
ความจำเป็นงั้นหรือ?
ความจำเป็นอะไร?
เขาเห็นตอนนี้นางก็ดูสบายดีนี่!
เยี่ยเจาเจาเหลือบเห็นหลีซวงที่ยืนอยู่ด้านหลังลั่วหมิงเยวี่ย สีหน้าก็ฉายแววดีใจทันที!
นางไม่ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลีซวงมาหลายวันแล้ว
นี่ทำให้การฝึกฝนของนางหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง
ในยอดเขาหลิงซวี นางสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นยอดอัจฉริยะล้ำเลิศ การฝึกฝนของนางแทบจะไม่มีคอขวดใดๆ พลังพัฒนาขึ้นทุกวัน
แต่หลายวันมานี้
พลังฝึกปรือของนางกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เวลาฝึกฝนร่วมกัน ศิษย์พี่หลายคนสามารถสื่อสารกับพลังปราณฟ้าดินได้ มีเพียงนางคนเดียวที่ไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณได้เลยแม้แต่น้อย
ศิษย์พี่หลายคนถึงกับเอ่ยถามว่านางมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า
นางจึงโยนความผิดทั้งหมดไปให้หลีซวง โดยบอกว่าเป็นเพราะหลีซวง ทำให้นางจิตใจว้าวุ่นจนไม่เป็นอันฝึกฝน
ถึงได้กลบเกลื่อนเรื่องนี้ไปได้!
เยี่ยเจาเจากำลังกลุ้มใจว่าจะหาทางไปหาหลีซวงที่ยอดเขาไร้ใจได้อย่างไร เพื่อจะได้สูบค่าอารมณ์ด้านลบจากนางต่อ แต่หลีซวงกลับมาส่งถึงที่เสียเอง!
"คนทรยศสำนักอะไรกัน! ถ้าพูดไม่เป็น จะให้ข้าสั่งสอนวิธีพูดให้เอาไหม!" ลั่วหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะตอกกลับ
ทว่าหลีซวงกลับมีสีหน้าเรียบเฉย "ท่านเจ้าสำนักเป็นพยาน เจ้าแห่งยอดเขาทั้งสองก็ตกลงกันแล้ว ตัวข้าเองก็สมัครใจ แล้วเสิ่นเยวี่ย เจ้ามีปัญหาอะไรหรือ?"
เมื่อเห็นท่าทีของหลีซวง สีหน้าของเสิ่นเยวี่ยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "ของพวกนี้ ท่านตั้งใจจะเอาไปประจบประแจงคนพวกนี้งั้นสิ?"
เมื่อก่อน
ทรัพยากรของหลีซวง ล้วนถูกแบ่งปันให้พวกเขาทั้งหมด และหลีซวงก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขาเลย
แต่ตอนนี้ นางกลับเก็บไว้เองหน้าตาเฉย?
"หุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะ พวกเราไม่ได้ไร้ยางอายเหมือนเจ้านะ!" ลั่วหมิงเยวี่ยตวาดลั่น
หลิวจวินเฉิงแค่นเสียงหัวเราะ "ก็เพราะตัวเองไร้ยางอาย เลยคิดว่าคนทั้งโลกจะไร้ยางอายเหมือนตัวเองสินะ"
เจียงอี้ขยำชายเสื้อพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
"หึ พูดดีใครๆ ก็พูดได้!" เสิ่นเยวี่ยจ้องมองหลีซวง "ท่านลองพูดมาสิ ว่าท่านจะจัดการกับทรัพยากรของท่านอย่างไร?"
น้ำเสียงของหลีซวงราบเรียบ "ทรัพยากรของข้า ข้าย่อมจัดการเอง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาซักไซ้?"
หากนางร้อนใจอยากเปิดเตาหลอมฟ้าดิน เพียงแค่กลืนกินกระบี่เฮยหยวนก็สามารถเปิดใช้งานได้ทันที แต่ทว่า กระบี่เฮยหยวนมีจิตวิญญาณ การจะกลืนกินสิ่งมีชีวิต หลีซวงทำไม่ลง อีกอย่างนางเป็นผู้ฝึกกระบี่ จึงจำเป็นต้องมีกระบี่คู่กาย
ดังนั้น นางจึงต้องใช้ของวิเศษล้ำค่าจำนวนมาก เพื่อเพิ่มแถบความคืบหน้า
ทรัพยากรที่สำนักมอบให้ ประกอบไปด้วยหินวิญญาณ โอสถ และของใช้สำหรับการฝึกฝนอื่นๆ นางสามารถใช้เอง นำไปแลกของที่ตลาดนัด หรือจะนำไปเพิ่มความคืบหน้าให้เตาหลอมฟ้าดินโดยตรงก็ได้
ทรัพยากรของสำนักมีประโยชน์ตั้งมากมาย ทำไมนางต้องรายงานให้เสิ่นเยวี่ยรู้ด้วยล่ะ?
เสิ่นเยวี่ยกัดฟันกรอด "ท่านจะเอาทรัพยากรพวกนี้ไปจริงๆ หรือ? แบบนี้มันไม่ไว้หน้ากันเกินไปหน่อยหรือ!?"
หลีซวงในอดีต มักจะตามใจพวกศิษย์น้องเสมอ ยอมทนลำบากตัวเอง เพื่อให้พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการก่อน
แต่ตอนนี้ล่ะ?
พวกเขายังรอให้นางกลับไปขอขมา แต่นางกลับทำท่าทีราวกับจะตัดขาดกันเสียอย่างนั้น
นี่มันคนเนรคุณชัดๆ!
แววตาของเยี่ยเจาเจาวูบไหว สีหน้าดูเศร้าหมองเป็นพิเศษ "ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่ใหญ่นางเข้ายอดเขาไร้ใจไปแล้ว นางคง... ไม่ต้องการพวกเราแล้วล่ะ พวกเราก็อย่าไปเซ้าซี้เลยเจ้าค่ะ"
เยี่ยเจาเจาไม่พูดก็แล้วไป พอพูดขึ้นมา เสิ่นเยวี่ยที่เลือดร้อนและหยิ่งยโสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ยิ่งโมโหเดือดพล่าน
เขากัดฟันจ้องหลีซวง "เมื่อวานศิษย์น้องเล็กยังพูดอยู่เลย ว่าจะไปเยี่ยมท่านที่ยอดเขาไร้ใจ! ท่านทำเรื่องเลวร้ายกับนางถึงเพียงนี้ แต่นางก็ยังพร้อมจะให้อภัยท่าน แล้วท่านล่ะ? ท่านทำอะไรบ้าง? เพียงเพราะความริษยาบังตา ท่านก็ถึงกับตัดขาดความสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักไปจนหมดสิ้น!"
หลีซวงถอนหายใจยาว
คนพวกนี้จะตามรังควานไม่เลิกเลยใช่ไหม?
นางก็แค่รับของของตัวเองไปก็เท่านั้น
หลีซวงเอ่ยอย่างใจเย็น "ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเจ้า พวกเจ้าก็คงไม่อยากเห็นหน้าข้า สู้พวกเราต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่ดีกว่าหรือ?"
เยี่ยเจาเจาเหลือบมองหน้าต่างระบบ นางยังคงเก็บเกี่ยวค่าอารมณ์ด้านลบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
จะต่างคนต่างไปงั้นหรือ?
แบบนี้ไม่ได้การแน่!
เยี่ยเจาเจาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ศิษย์พี่ใหญ่ อย่าพูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบเลยเจ้าค่ะ พวกเราอยู่ด้วยกันมานาน ถึงจะทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกันนะเจ้าคะ ศิษย์พี่กลับมายอดเขาหลิงซวีเถิด พวกเรากลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ดีไหมเจ้าคะ?"
ขณะที่เยี่ยเจาเจากำลังพูด
เสิ่นเยวี่ยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเอ่ยเสียงเย็น "ในกองทรัพยากรของท่าน ทุกเดือนจะมีดอกเสวี่ยซวง (ดอกไม้น้ำแข็ง) ศิษย์น้องเล็กชอบที่ดอกไม้นี้สวยงาม ทุกเดือนดอกไม้นี้จึงเป็นของนาง ตอนนี้ท่านก็จงเอาดอกเสวี่ยซวงออกมามอบให้ศิษย์น้องเล็กซะ! หินลับกระบี่ที่ใช้สำหรับขัดเกลาจิตวิญญาณกระบี่ ข้าก็เป็นคนใช้มาตลอด หินลับกระบี่ก็ต้องเป็นของข้า ส่วนของอย่างอื่น ข้าจะไม่คิดบัญชีกับท่านก็แล้วกัน"
เสิ่นเยวี่ยพูดอย่างหน้าไม่อาย
อย่าว่าแต่ลั่วหมิงเยวี่ยและคนอื่นๆ เลย
แม้แต่ศิษย์ที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็ยังตกตะลึง ไม่ใช่ว่าหลีซวงผู้นี้มีอำนาจรองจากท่านอาจารย์เพียงคนเดียวบนยอดเขาหลิงซวีหรอกหรือ?
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ นางไม่มีแม้แต่สิทธิ์มีเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ!
ลั่วหมิงเยวี่ยโกรธจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว นางทนไม่ไหวต้องโพล่งถามออกไป "เรื่องพฤติกรรมหน้าด้านๆ ของพวกเจ้า ข้าขอพักไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยด่าทีหลัง ข้าขอถามหน่อยเถอะ เยี่ยเจาเจาเป็นแค่คนมีรากปราณผสม นางจะเอาดอกเสวี่ยซวงไปทำอะไร? มีแค่คนมีรากปราณน้ำแข็งเท่านั้นที่ใช้ดอกไม้นี้ขัดเกลารากปราณได้นะ!"
นี่คือทรัพยากรที่สำนักจัดสรรมาให้หลีซวงโดยเฉพาะเลยนะ!
เสิ่นเยวี่ยขมวดคิ้ว "ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง? ดอกเสวี่ยซวงสวยดี ศิษย์น้องเล็กชอบ"
ทุกคนถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
สำหรับหลีซวง นี่คือทรัพยากรสำหรับการฝึกฝน
แต่สำหรับเยี่ยเจาเจา มันเป็นแค่ของสวยงาม
แล้วเสิ่นเยวี่ยกลับมองว่า นี่เป็นเรื่องสมควรที่จะต้องมอบให้เยี่ยเจาเจาเนี่ยนะ??
[จบบท]