บทที่ 18 ของที่ขโมยมา ไม่ช้าก็เร็วต้องคืนให้เจ้าของ
"นายหญิง!" หลงเยี่ยนอุทานด้วยความตกใจ ร่างวิญญาณของเขาพุ่งเข้าไปหาเยี่ยเจาเจาในพริบตา
ตั้งแต่เข้าสำนักมา เยี่ยเจาเจายังไม่เคยมีสภาพทุลักทุเลแบบนี้มาก่อนเลย!
หลงเยี่ยนยื่นมือออกไปหวังจะพยุงนางขึ้นมา
แต่เยี่ยเจาเจาที่กำลังโกรธจัด กลับปัดมือของหลงเยี่ยนทิ้งอย่างไม่ไยดี พร้อมกับตะคอกถาม "ตอนที่นังเจียงอี้นั่นลงมือ เจ้ามัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!? ถึงได้ปล่อยให้นางจับข้าโยนมาแบบนี้ห๊ะ?"
เยี่ยเจาเจาแทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!
นางเป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงเชียวนะ แต่นังเจียงอี้นั่นเป็นแค่ขั้นจินตัน เท่านั้น!
ที่นี่คือในสำนัก ใครจะไปคิดว่าเจียงอี้จะกล้าลงมืออุกอาจเช่นนี้!
เจียงอี้เป็นเด็กกำพร้าที่หลินชิงหลิงเก็บมาเลี้ยง ว่ากันว่านางเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับเผ่าอสูร ด้วยพลังสายเลือด ทำให้พละกำลังของนางแข็งแกร่งมาก พอทีเผลอ นางก็เลยพลาดท่าเสียทีจนได้!
ด้วยความโกรธจัด ใบหน้าของเยี่ยเจาเจาจึงบิดเบี้ยว แววตาฉายแววอำมหิตออกมา
หลงเยี่ยนถึงกับชะงักไป
เยี่ยเจาเจาในสายตาของเขา ไม่ใช่นางมารร้ายแบบนี้สักหน่อย
เวลาที่นางมองเขา นางมักจะอ่อนโยนราวกับสายน้ำ รอยยิ้มหวานๆ ของนาง ทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
เขาเต็มใจทำทุกอย่าง เพื่อรอยยิ้มของเจาเจา
ตอนที่ทำพันธสัญญากัน เจาเจาก็บอกเองว่า จิตวิญญาณกระบี่กับผู้ใช้กระบี่คือสหายที่ใกล้ชิดกันที่สุด จากนี้ไป จะไม่มีใครสนิทสนมกันยิ่งกว่าพวกเขาอีกแล้ว
นางจะทะนุถนอม และรักเขาไปตลอดชีวิต พวกเขาจะอยู่เคียงข้างกันตราบชั่วนิรันดร์
ด้วยคำหวานหูของเยี่ยเจาเจา เขาจึงยอมทำพันธสัญญานายบ่าวที่เข้มงวดที่สุดอย่างไม่ลังเล
แต่ทว่า...
ผ่านไปไม่ทันไร เยี่ยเจาเจาที่เคยพร่ำบอกว่าจะรักและทะนุถนอมเขาไปตลอดกาลตอนที่ทำสัญญากัน ทำไมตอนนี้ถึงได้มองเขาด้วยสายตาน่ากลัวแบบนี้ล่ะ?
เพียงเพราะ...
เขาเองก็ตั้งตัวไม่ทันตอนที่เจียงอี้ลงมือ เหมือนกับนางงั้นหรือ?
ใบหน้าของหลงเยี่ยนซีดเผือด เยี่ยเจาเจาเองก็เพิ่งได้สติกลับมา
กระบี่หลงอิ๋นถูกหลีซวงหล่อหลอมมาหลายปี อย่างไรเสียก็ถือเป็นกระบี่วิเศษชั้นยอด ต่อไปนางยังต้องพึ่งพาหลงเยี่ยนอีกมาก
แม้ว่าภายใต้พันธสัญญานายบ่าว หลงเยี่ยนจะไม่อาจขัดขืนนางได้
แต่ถ้าเขาเต็มใจรับใช้ มันก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
เยี่ยเจาเจาฝืนยิ้มออกมา "หลงเยี่ยน ข้าขอโทษนะ เมื่อกี้ข้าโมโหมากไปหน่อยน่ะ"
หลงเยี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพยุงเยี่ยเจาเจาให้ลุกขึ้น "เป็นข้าเองที่ปกป้องนายหญิงไม่ดีพอ"
พอเยี่ยเจาเจาลุกขึ้น เสิ่นเยวี่ยที่โดนนางทับอยู่เมื่อครู่ ก็ไอโขลกออกมาชุดใหญ่
เยี่ยเจาเจารีบพยุงเสิ่นเยวี่ยให้ลุกขึ้นตาม
เสิ่นเยวี่ยที่เคยทะนงตัว ตอนนี้ราวกับคนถูกสูบวิญญาณไปจนหมดสิ้น ใบหน้าของเขาหมองคล้ำ สายตายังคงจับจ้องไปที่หลีซวงตาไม่กระพริบ!
ในใจของเสิ่นเยวี่ยกำลังมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำ!
เขาหลงคิดมาตลอด ว่าเขาคืออัจฉริยะด้านเพลงกระบี่ตัวจริง คิดว่าคำสอนของหลีซวงคือการจับผิด
แต่วันนี้
หลีซวงได้สั่งสอนบทเรียนครั้งใหญ่ให้เขาแล้ว
เพลงกระบี่ที่เขาภาคภูมิใจนักหนา พออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือตัวจริง มันเต็มไปด้วยจุดอ่อนมากมายขนาดไหน!
ศิษย์พี่ใหญ่เมื่อก่อน...
ตั้งใจสอนเขาจริงๆ สิ
ถ้าเขาแค่เปิดใจรับฟังคำสอนของนางบ้าง วันนี้เขาคงไม่แพ้หมดรูปขนาดนี้
เสิ่นเยวี่ยฝืนลุกขึ้นยืน ริมฝีปากสั่นระริก "ศิษย์พี่ใหญ่..."
เขาเอ่ยเรียกออกมาโดยสัญชาตญาณ
แต่พริบตาต่อมา
หัวใจของเขาก็หล่นวูบ
ตอนนี้
ลั่วหมิงเยวี่ยกำลังยืนขวางหน้าหลีซวงไว้อย่างระแวดระวัง
หลิวจวินเฉิงถือกระบี่จ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เจียงอี้เองก็ก้าวออกมายืนบังหน้าหลีซวงอย่างไม่ลังเล
ตอนอยู่ยอดเขาหลิงซวี
หลีซวงมักจะเป็นคนที่ออกมายืนบังหน้าพวกเขา คอยปกป้องพวกเขาจากอันตรายเสมอ
แต่พอมาอยู่ยอดเขาไร้ใจ
หลีซวงกลับกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับการปกป้องดูแล
ร่างกายของเสิ่นเยวี่ยสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
ภาพศิษย์พี่ใหญ่ยืนเคียงข้างลั่วหมิงเยวี่ยและคนอื่นๆ ช่างดูเป็นภาพที่กลมกลืนอะไรเช่นนี้
วินาทีนั้น
ความกลัวสุดขีดก็เข้าเกาะกุมหัวใจเขา
นี่หมายความว่าต่อไปนี้
จะไม่มีใครคอยปกป้องพวกเขาอีกแล้ว
จะไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้เขาฝึกกระบวนท่าพื้นฐานอีกแล้ว
จะไม่มีใครยอมเสียเวลามาฝึกซ้อมกระบี่เป็นเพื่อนเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีกแล้ว
"เสิ่นเยวี่ย ตอนนี้เจ้ายังมีหน้ามาพูดอะไรอีก!?" ลั่วหมิงเยวี่ยเอ่ยเสียงเย็น
"หลีซวงเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ด้านเพลงกระบี่ หากนางเห็นแก่ตัวเอาแต่ฝึกฝนตัวเอง ป่านนี้นางคงไปได้ไกลกว่านี้มาก! ใครๆ ก็รู้ว่านอกจากเวลาฝึกของตัวเองแล้ว นางยังทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลสั่งสอนพวกเจ้าตั้งมากมาย!”
“นางทำเพื่อพวกเจ้าด้วยความจริงใจ ทำดีที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะทำได้แล้ว! แต่พวกเนรคุณอย่างพวกเจ้า กลับไม่มีใครเห็นค่าความดีของนางเลยสักคน! ในเมื่อเป็นแบบนี้ ต่อไปพวกเจ้าก็อย่ามาเข้าใกล้หลีซวงอีก!"
"พวกเจ้าเห็นความเสียสละของหลีซวงเป็นของตาย เอาความรู้สึกของนางไปเหยียบย่ำจมดิน! ซ้ำร้ายนักพรตหลิงซวียังเป็นคนลงมือซัดนางเองกับมือ ตัดขาดความเป็นศิษย์อาจารย์ไปแล้ว"
"จำใส่กะโหลกไว้ หลีซวงไม่เคยติดค้างอะไรพวกเจ้า! เป็นพวกเจ้าเองต่างหาก ที่เลือกจะทิ้งนาง"
น้ำเสียงของลั่วหมิงเยวี่ยเฉียบขาด
หลีซวงมองดูคนที่ยืนบังหน้าปกป้องตน แววตาก็อ่อนโยนลง
วินาทีนี้ นางรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่เป็นครั้งแรก
ที่มีคนออกมายืนปกป้องนาง มีคนออกหน้าพูดแทนนางเสียงดังฟังชัดขนาดนี้!
ที่แท้แล้ว
นางก็คู่ควรที่จะได้รับการปกป้อง คู่ควรที่จะได้รับความรักเช่นกัน
เคล็ดวิชาไท่ซ่างลืมเลือน ราวกับจะโคจรเร็วขึ้นอีกนิด
ดูเหมือนจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับหลีซวง
แต่สีหน้าของเยี่ยเจาเจากลับซีดเผือดลงทันที!
ไม่รู้ทำไม
จู่ๆ พลังฝึกปรือของนาง ก็หายวับไปดื้อๆ ส่วนหนึ่ง
เยี่ยเจาเจาลนลานทำอะไรไม่ถูก
นางรีบตะโกนเรียกในใจ "ระบบ ระบบ!"
"อยู่" เสียงเย็นชาของระบบดังขึ้นในหัว
"ทำไม... ทำไมพลังฝึกปรือของข้าถึงลดลงล่ะ?" เยี่ยเจาเจาถามอย่างตื่นตระหนก
เสียงของระบบยังคงเย็นชา "ระบบนี้ผูกมัดกับหลีซวง ยิ่งหลีซวงมีอารมณ์ด้านลบมากเท่าไหร่ โฮสต์ก็จะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น แต่ตอนนี้ หลีซวงไม่เพียงแต่ไม่มีอารมณ์ด้านลบ แต่นางยังมีอารมณ์ด้านบวกเกิดขึ้นมากมายอีกด้วย ในเมื่ออารมณ์ด้านลบทำให้โฮสต์แข็งแกร่งขึ้น อารมณ์ด้านบวกก็ย่อมส่งผลเสียต่อโฮสต์เป็นธรรมดา"
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พลังฝึกปรือที่โฮสต์ดูดมาจากหลีซวง ก็จะถูกหลีซวงดูดกลับไปจนหมด ขอแนะนำให้โฮสต์รีบหาทางแก้ไขโดยด่วน"
ใบหน้าของเยี่ยเจาเจาซีดขาวราวกับกระดาษ
สิบปีที่ผ่านมา
พลังฝึกปรือที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของนาง แท้จริงแล้วล้วนขโมยมาจากหลีซวงทั้งสิ้น!
หลีซวงเป็นถึงยอดอัจฉริยะ หากไม่โดนระบบนี้ผูกมัดไว้ นางคงเป็นศิษย์รุ่นเยาว์คนแรกที่บรรลุถึงขั้นฮว่าเสินไปแล้ว
นางอาศัยระบบ ขโมยพลังฝึกปรือของหลีซวงมา แถมยังต้องเสียพลังงานไประหว่างทางอีกตั้งเยอะ กว่านางจะมาถึงขั้นหยวนอิงได้
แต่ระบบไม่เคยบอกนี่นา!
ว่าพลังพวกนี้ มันจะลดลงได้ด้วย!
กว่านางจะฝึกฝนมาถึงขั้นหยวนอิงได้ มันยากลำบากขนาดไหน จะให้นางสูญเสียพลังไป มันทรมานยิ่งกว่าฆ่านางให้ตายซะอีก!
เยี่ยเจาเจาตะโกนลั่นในใจอย่างบ้าคลั่ง "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้!?"
เสียงของระบบเย็นเยียบ "เจ้ากล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ? หัดดูตัวเองซะบ้างเถอะ ถ้าไม่มีข้า ป่านนี้แม้แต่ขั้นจู้จี เจ้าก็ยังทำไม่ได้เลย! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นแบบหลีซวง ที่แค่พึ่งพาตัวเอง พลังก็พุ่งกระฉูดงั้นสิ? เยี่ยเจาเจา เจ้ามันก็แค่เศษขยะที่ต้องคอยเกาะคนอื่นกินเท่านั้นแหละ! ข้าขอเตือนนะ เอาเวลาที่มาโวยวายใส่ข้า ไปหาทางรีดเอาอารมณ์ด้านลบจากหลีซวงออกมาจะดีกว่า"
ระบบพูดจบ ก็เงียบหายไป ราวกับขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเยี่ยเจาเจาอีก
แววตาของเยี่ยเจาเจาฉายแววเคียดแค้น!
หลีซวง!
หลีซวง!
หลีซวงอีกแล้ว!
คนภายนอกมองว่านางมีชีวิตที่สวยหรู แต่ใครจะรู้ว่า นางต้องเหนื่อยยากแค่ไหน เพื่อจะรักษาพลังฝึกปรือเอาไว้ให้ได้!
ทำไมหลีซวงถึงได้ทุกอย่างมาครอบครองอย่างง่ายดาย แต่นางกลับต้องดิ้นรนวางแผนสารพัด เพื่อจะรักษาภาพลักษณ์ของอัจฉริยะไว้ให้ได้!
ไม่!
ทุกอย่างที่นางมี นางได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ต่อให้เป็นหลีซวง ก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งของของนางไป!
เยี่ยเจาเจาบีบน้ำตาจนตาขอบตาแดงก่ำ แล้วช้อนตามองหลีซวงด้วยท่าทางน่าสงสารจับใจ
[จบบท]