บทที่ 19 ทำไมถึงได้เลือดเย็นเช่นนี้?
"ศิษย์พี่หลี!"
เยี่ยเจาเจาทำหน้าตาหน้าสงสาร "ตกลงกันว่าจะประลองเพลงกระบี่ แล้วตอนนี้คนของยอดเขาไร้ใจ จู่ๆ ก็มารุมทำร้ายกันแบบนี้หมายความว่ายังไงเจ้าคะ?”
“ศิษย์พี่เสิ่นบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ในใจท่านไม่มีความรู้สึกผิดเลยหรือเจ้าคะ? แล้วก็ข้า ข้าก็แค่อยู่ดูเงียบๆ นอกลานประลอง แต่ศิษย์พี่เจียงกลับอาศัยพละกำลังที่เหนือกว่า พุ่งเข้ามาทำร้ายข้า ทั้งหมดนี้ เป็นคำสั่งของศิษย์พี่หลีใช่ไหมเจ้าคะ?"
เยี่ยเจาเจาพูดไปน้ำตาก็ไหลพราก นางมองหลีซวงด้วยขอบตาแดงก่ำ "ศิษย์พี่หลี! ท่านเกลียดพวกเราขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ?”
“ท่านไม่เคยชอบข้า ท่านจะทำยังไงกับข้าก็ได้ แต่ศิษย์พี่เสิ่น... ศิษย์พี่เสิ่นเขาเฝ้ารอให้ท่านกลับไปที่ยอดเขาหลิงซวีมาตลอด ท่านไม่อยากกลับก็ไม่เป็นไร แต่ทำไม... ทำไมต้องให้คนมาทำร้ายศิษย์พี่จนสภาพเป็นแบบนี้ด้วย!"
มือของเยี่ยเจาเจาที่ประคองเสิ่นเยวี่ยอยู่ สั่นเทาไม่หยุด ราวกับว่านางกำลังเจ็บปวดแทนเสิ่นเยวี่ยเหลือเกิน
เสิ่นเยวี่ยนิ่งเงียบ
เขารู้ว่าศิษย์น้องเล็กกำลังแก้ต่างแทนเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงทนไม่ไหวและร่วมผสมโรงต่อว่าหลีซวงไปแล้ว
แต่ครั้งนี้
ในใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอหอย จนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เยี่ยเจาเจารอให้เสิ่นเยวี่ยระเบิดอารมณ์ แต่เสิ่นเยวี่ยกลับยืนเงียบกริบ เยี่ยเจาเจาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยยุยงต่อ "ศิษย์พี่เสิ่น ท่านคับแค้นใจอะไรก็พูดออกมาเถอะเจ้าค่ะ คนอยู่เยอะแยะขนาดนี้ ต้องมีคนทวงความยุติธรรมให้ท่านได้แน่!"
เสิ่นเยวี่ยไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองหลีซวงด้วยสายตาเลื่อนลอย
หลิวจวินเฉิงแค่นเสียงหัวเราะ "เขาคับแค้นใจงั้นหรือ? ตกลงกันไว้ว่าจะประลองแค่เพลงกระบี่ แต่เขาจู่ๆ ก็ใช้พลังปราณ ตามกฎแล้ว ทันทีที่เขาใช้พลังปราณ เขาก็แพ้ไปแล้ว! ถ้าศิษย์พี่ใหญ่รับมือไม่ทัน ศิษย์น้องหลีซวงจะโดนอะไรบ้าง เขาเคยคิดบ้างไหม? กล้ารังแกคนของยอดเขาไร้ใจ ข้าสั่งสอนเขาสักหน่อย มันผิดตรงไหน!?"
หลิวจวินเฉิงหันไปมองเจียงหรงอี้ทันที "ศิษย์พี่เจียง ท่านเป็นพยานการประลองครั้งนี้ ใครถูกใครผิด ให้ท่านเป็นคนตัดสินเถอะ! หากท่านตัดสินว่าข้าผิด ข้าก็ยอมรับโทษแต่โดยดี"
เจียงหรงอี้กำลังจะอ้าปากพูด
หลีซวงก็ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วเอ่ยว่า "ศิษย์พี่เจียง ศิษย์พี่หลิวเพียงแค่ออกโรงปกป้องข้า ถึงได้ลงมือ หากมีการลงโทษใดๆ ข้าขอรับไว้เองทั้งหมดเจ้าค่ะ"
เมื่อเสิ่นเยวี่ยเห็นภาพนี้ ใบหน้าก็ยิ่งซีดเผือดลง
ตอนที่หลิวจวินเฉิงลงมือ เขาไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย จนถึงตอนนี้ ภายในร่างของเขาก็ยังปั่นป่วนไปหมด!
หากเป็นเมื่อก่อน
แค่เห็นเขาบาดเจ็บ ศิษย์พี่ใหญ่ก็คงร้อนใจจนทนไม่ไหวแล้ว
เขายังจำได้ดี
ตอนที่เขาเพิ่งเข้าสำนักใหม่ๆ เขาเคยถูกศิษย์ยอดเขาอื่นรังแก จนได้แผลเล็กๆ บนใบหน้า
แผลนั้นไม่ได้ลึกอะไร แทบจะไม่เรียกว่าบาดเจ็บด้วยซ้ำ แต่ศิษย์พี่ใหญ่กลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บุกไปเอาเรื่องถึงที่
วันนั้น
ศิษย์พี่ใหญ่ขึ้นลานประลอง ท้าสู้สามต่อหนึ่ง จนศิษย์ยอดเขานั้นไม่มีใครกล้ารับคำท้าอีก
สุดท้าย
ก็บังคับให้ศิษย์คนนั้นมาขอโทษเขาจนได้
แต่ตอนนี้ล่ะ?
ศิษย์พี่ใหญ่
ท่านช่วยหันมามองข้าหน่อยสิ
ข้าบาดเจ็บหนักขนาดนี้ บนพื้นยังมีรอยเลือดที่ข้าเพิ่งกระอักออกมาอยู่เลย
ทำไม...
ทำไมท่านถึงไม่ยอมหันมามองข้าเลยแม้แต่นิดเดียว?
ขาของเสิ่นเยวี่ยอ่อนแรงลงทันที
หลีซวงที่เคยปกป้องเขามาตลอด ตอนนี้กลับไปปกป้องคนอื่นเสียแล้ว
ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านขึ้นมาจุกอก เสิ่นเยวี่ยกระอักเลือดออกมาอีกระลอก
เยี่ยเจาเจารีบพูดแทรก "เห็นไหมเจ้าคะ? ศิษย์พี่เสิ่นบาดเจ็บหนักขนาดนี้แล้ว! ศิษย์พี่เจียง ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะเจ้าคะ!"
เจียงหรงอี้กลับเอ่ยอย่างยุติธรรม "เสิ่นเยวี่ยมีเจตนาทำร้ายก่อน หากจะสืบสาวราวเรื่องตั้งแต่ต้น คงต้องลงโทษทั้งสองฝ่ายคนละครึ่ง ข้าขอเสนอว่า ให้ทั้งสองฝ่ายยอมถอยกันคนละก้าว แล้วเรื่องนี้ก็ให้จบกันไปเถอะ"
"ให้จบกันไปแบบนี้เลยเหรอเจ้าคะ?" เยี่ยเจาเจาร้อนรน "ศิษย์พี่หลีไม่เป็นอะไรเลย แต่ศิษย์พี่รองบาดเจ็บสาหัส จะให้เรื่องจบง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง ข้าไม่ยอมเด็ด..."
"เจาเจา!" เสิ่นเยวี่ยจับแขนเยี่ยเจาเจาไว้แน่น
เยี่ยเจาเจาชะงักไป
เสิ่นเยวี่ยใบหน้าซีดเผือด เอ่ยเสียงแผ่ว "เอาตามที่ศิษย์พี่เจียงว่าก็แล้วกันขอรับ"
เขาจ้องมองหลีซวงเขม็ง
เขาไม่เชื่อหรอก ว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไม่เหลือเยื่อใยให้เขาเลยจริงๆ
จะไม่ยอมหันมามองเขาเลยจริงๆ หรือ?
สิ้นเสียงของเสิ่นเยวี่ย หลีซวงก็หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง
แววตาของเสิ่นเยวี่ยทอประกายความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่หลีซวงกลับเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย "ข้าก็ตกลง"
ประกายความหวังในดวงตาของเสิ่นเยวี่ย มืดดับลงทันที
ศิษย์พี่ใหญ่ ไม่มีอะไรจะพูดกับเขาเลยหรือ? แม้แต่คำถามไถ่เพียงประโยคเดียวก็ไม่มี
เจียงหรงอี้พยักหน้า "เรื่องของทั้งสองฝ่ายถือว่าเจ๊ากันไป ผลการประลองครั้งนี้... หลีซวงเป็นผู้ชนะ ตามเดิมพัน ถุงจักรวาลของเสิ่นเยวี่ยตกเป็นของหลีซวง"
แววตาของเยี่ยเจาเจาฉายแววร้อนรน
หลีซวงไม่เพียงแต่ชนะ แต่ยังได้ของรางวัลไปมากมายขนาดนี้ ชีวิตนางจะไม่ยิ่งราบรื่นขึ้นไปอีกหรือ?
ถ้านางได้ดี ตัวเองก็ต้องซวยน่ะสิ?
เยี่ยเจาเจารีบเอ่ยแทรกขึ้นมาอีก "ศิษย์พี่หลี! นี่มันของทั้งหมดที่ศิษย์พี่เสิ่นมีเลยนะเจ้าคะ! ถ้าท่านเอาไปหมด ศิษย์พี่เสิ่นจะทำยังไง? พวกท่านก็เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันมาตั้งนาน! ทำไมท่านถึงได้เลือดเย็นเช่นนี้?"
หลีซวงรับถุงจักรวาลมาจากเจียงหรงอี้อย่างสงบนิ่ง แล้วปรายตามองเสิ่นเยวี่ยด้วยสายตาเย็นชา "แพ้ก็ต้องยอมรับ ศิษย์น้องเสิ่น เจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่?"
เยี่ยเจาเจามองเสิ่นเยวี่ยด้วยสายตาคาดหวัง
ริมฝีปากของเสิ่นเยวี่ยซีดเผือด เนิ่นนานผ่านไป เขาก็ส่ายหน้า "ไม่มี"
หลีซวงพยักหน้า แล้วเก็บถุงจักรวาลไว้
"ไปกันเถอะ ศิษย์น้องเล็ก ตอนนี้พวกเรามีหินวิญญาณเยอะแยะแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ตลาดนัดเอง" ลั่วหมิงเยวี่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
หลีซวงพยักหน้ารับคำ
กลุ่มคนจากยอดเขาไร้ใจเดินออกจากลานประลองไปทันที
ตลอดเวลาที่เดินจากไป หลีซวงไม่เคยหันกลับมามองเสิ่นเยวี่ยอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เสิ่นเยวี่ยเอาแต่มองแผ่นหลังของหลีซวง จนกระทั่งแผ่นหลังนั้นลับสายตาไป ร่างของเขาก็โซเซ ทำท่าจะทรุดลงไปกองกับพื้น
"ศิษย์พี่รอง!" เยี่ยเจาเจารีบประคองเขาไว้ ปากก็บ่นไปด้วย "ทำไมท่านถึงยอมปล่อยพวกนั้นไปง่ายๆ ล่ะเจ้าคะ? ศิษย์พี่หลีนางตั้งใจจะหาเรื่องท่านชัดๆ! ที่นางชนะท่านได้คราวนี้ ก็เพราะนางรู้จักท่านดีเกินไป ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็..."
"เจาเจา" เสิ่นเยวี่ยเอ่ยขัดนางเสียงเบา "แพ้ก็ต้องยอมรับ"
สีหน้าของเขาเลื่อนลอย
เยี่ยเจาเจาเป็นคนนอก อาจจะมองไม่เห็นถึงความจริงข้อนี้
แต่เขาที่เป็นคนลงมือต่อสู้ย่อมรู้ดีที่สุด ว่าทักษะเพลงกระบี่ของเขากับหลีซวง มันห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหวแค่ไหน
คำสอนของศิษย์พี่ใหญ่เมื่อก่อน ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป มันช่างตรงจุดและถูกต้องที่สุดแล้ว
ภาพศิษย์พี่ใหญ่ที่คอยพร่ำสอนอย่างใจเย็น สลับกับแววตาเย็นชาของนางในวันนี้ ผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่หยุด
ชั่วขณะนั้น
ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านขึ้นมาในอก เสิ่นเยวี่ยกระอักเลือดออกมาอีกคำ แล้วสลบเหมือดไปในทันที!
"ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่รอง!" เยี่ยเจาเจาทำหน้าตื่นตระหนก แต่ในใจกลับแอบดีใจ
ดี ดีมาก
เสิ่นเยวี่ยถูกหลีซวงยั่วโมโหจนกระอักเลือดแบบนี้ พอนางกลับไปใส่สีตีไข่อีกสักหน่อย ท่านอาจารย์กับศิษย์พี่คนอื่นๆ ต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่!
หลีซวง!
ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะทำตัวไร้หัวใจแบบนี้ไปได้ตลอด!
[จบบท]