บทที่ 28 มาคิดบัญชีกับหลีซวงงั้นหรือ?
พี่หง?
ทุกคนต่างพากันมองไปทางต้นเสียงด้วยความประหลาดใจ หลินชิงหลิงถึงกับเลิกคิ้ว
เมิ่งอี้เฟยที่โดนนางกวนใจจนต้องหนีไปซ่อนตัว จู่ๆ ก็โผล่มาตอนนี้เนี่ยนะ?
เยี่ยเจาเจาแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
การปรากฏตัวของท่านเจ้าสำนักช่วยดึงความสนใจของทุกคนไปได้เยอะ เรื่องของนางก็คงจะพอถูไถผ่านไปได้
กำลังคิดเช่นนี้อยู่
เยี่ยเจาเจาหันไปเห็นคนที่เดินตามหลังเมิ่งอี้เฟยมา ม่านตาของนางก็หดเกร็งทันที แววตาฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด!
ผู้จัดการ... ผู้จัดการโฉว?!
ผู้จัดการโฉวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! แถมยังเดินตามหลังท่านเจ้าสำนักมาด้วย!
เมิ่งอี้เฟยกำลังสนทนากับชายร่างผอมสวมชุดคลุมสีดำ คนผู้นี้น่าจะเป็น 'พี่หง' ที่เขาพูดถึง
ส่วนผู้จัดการโฉวก็เดินตามหลังเมิ่งอี้เฟยและหงเซิงมาติดๆ!
เยี่ยเจาเจาเบิกตากว้าง รีบหันหลังกลับเพื่อหลบสายตาของผู้จัดการโฉวโดยสัญชาตญาณ
นางพยายามตั้งสติให้สงบ
นางร่วมมือกับผู้จัดการโฉวมาหลายปีแล้วก็จริง แต่ทุกครั้งที่ไปหานางจะแปลงโฉมและสวมหมวกคลุมหน้าเสมอ
ตลอดเวลาที่ร่วมงานกัน นางก็ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเลย
ดังนั้น
ผู้จัดการโฉวไม่มีทางมาหานางแน่!
เขาไม่น่าจะรู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร
เยี่ยเจาเจาพยายามปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หัวใจก็ยังคงเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น
"ลมอะไรหอบท่านเจ้าสำนักมาถึงนี่ได้ล่ะ" หลินชิงหลิงเลิกคิ้วถาม
เมิ่งอี้เฟยรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขากระแอมเบาๆ แล้วตอบ "ท่านเจ้าแห่งยอดเขาหลินพูดอะไรเช่นนั้น ทำเหมือนข้าจงใจหลบหน้าอย่างนั้นแหละ ก่อนหน้านี้ข้าแค่ปวดท้องกะทันหันจริงๆ"
กลัวว่าหลินชิงหลิงจะเหน็บแนมต่อ เมิ่งอี้เฟยจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "มาๆ ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือหงเซิง ยอดฝีมือระดับฮว่าเสิน และเป็นสหายของข้าเอง"
เมิ่งอี้เฟยแนะนำหงเซิงให้รู้จักกับคนอื่นๆ "หลินชิงหลิง เจ้าแห่งยอดเขาไร้ใจ หลิงซวี เจ้าแห่งยอดเขาหลิงซวี และผังจื้อซุย เจ้าสำนักหอคุมกฎ"
ทั้งสองฝ่ายต่างพยักหน้าทักทายกัน
ด้วยการมาถึงของเมิ่งอี้เฟยและหงเซิง ทำให้ที่นี่มียอดฝีมือระดับฮว่าเสินรวมตัวกันถึงห้าคน!
เหนือกว่าขั้นหยวนอิง คือฮว่าเสิน และหลังจากฮว่าเสิน จึงจะก้าวเข้าสู่ขั้นเหอถี่
เมิ่งอี้เฟย รวมถึงบรรดาเจ้าสำนักและเจ้าแห่งยอดเขาทั้งห้าของสำนักกระบี่ ล้วนอยู่ในระดับนี้
"พี่หง ตอนนี้บอกได้หรือยัง ว่าเหตุใดท่านจึงมาที่ยอดเขาหลิงซวีอย่างกะทันหัน" เมิ่งอี้เฟยมองหงเซิงด้วยความสงสัย
เขาและหงเซิงเป็นสหายกันมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่เขายังไม่ได้เป็นเจ้าสำนัก ตอนที่ออกท่องยุทธภพและบังเอิญพบกับหงเซิง ทั้งคู่ก็เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาแล้ว
ต่อมา
เมื่อเขาขึ้นรับตำแหน่งเจ้าสำนักกระบี่ หงเซิงไม่ชอบความผูกมัดของสำนัก จึงเลือกที่จะไปเป็นผู้อาวุโสของหอหลิงเป่า
ผู้อาวุโสของหอหลิงเป่าจะได้รับทรัพยากรทุกเดือน และจะออกโรงช่วยต่อเมื่อหอหลิงเป่าเกิดเรื่องใหญ่เท่านั้น หากเทียบกับการเข้าร่วมสำนักแล้ว ถือว่ามีอิสระกว่ามาก
หงเซิงขออาสามาประจำการที่หอหลิงเป่าสาขาใกล้กับสำนักกระบี่ ทั้งสองคนจึงมักจะนัดพบปะดื่มชาและสุรากันอยู่เสมอ มิตรภาพที่ยาวนานจึงยังคงแน่นแฟ้น
เมิ่งอี้เฟยเอ่ยถาม
หงเซิงหันกลับไปมองผู้จัดการโฉว "เห็นคนหรือยัง?"
แม้เยี่ยเจาเจาจะจงใจหันหลังให้ แต่ผู้จัดการโฉวก็จดจำนางได้ในทันที
เขาเห็นหลีซวงด้วย แต่สำหรับหลีซวงแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นอะไรมากนัก
เพราะยังไงซะ หลีซวงก็ไม่ได้อยากเล่นสุ่มกล่องตั้งแต่แรก เขาเป็นคนดึงดันจะให้นางเล่นเอง!
จะว่าไปแล้ว ต่อให้เขาจะแค้นหลีซวงแค่ไหน
เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ?
จะบอกว่าเขาพยายามจะหลอกลวงหลีซวง แต่ไม่สำเร็จงั้นหรือ? เรื่องนี้พูดไปก็ไม่มีใครเข้าข้าง เขาไม่ได้มีความชอบธรรมอะไรเลย
ถ้าเขาขืนหาเรื่องหลีซวง มีหวังโดนคนของสำนักกระบี่ไล่ตะเพิดออกมาแน่
ตั้งแต่แรกแล้ว ที่ผู้จัดการโฉวขอให้หงเซิงพามาที่สำนักกระบี่ ก็เพื่อมาหาเยี่ยเจาเจา!
ผู้จัดการโฉวจ้องมองเยี่ยเจาเจาด้วยความเคียดแค้น
เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไร หลายปีมานี้เขาลุ่มหลงไปกับไอเดียแปลกใหม่ของเยี่ยเจาเจา จนทำธุรกิจแบบไม่เลือกวิธีการ หอหลิงเป่ามีสาขามากมาย ด้วยกลยุทธ์ของเยี่ยเจาเจา สาขานี้ของเขาก็ทำยอดขายเพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้เขายิ่งเชื่อมั่นในวิธีของเยี่ยเจาเจามากขึ้นเรื่อยๆ
แต่บางอย่างมันก็มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ ในขณะที่ใช้วิธีของเยี่ยเจาเจา ชื่อเสียงของหอหลิงเป่าก็ค่อยๆ เสื่อมเสียลงไปทีละนิด
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์กล่องสุ่มในครั้งนี้ ความไม่พอใจของผู้ฝึกตนก็ระเบิดออกมา ชื่อเสียงของหอหลิงเป่าป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ผู้จัดการโฉวถึงเพิ่งจะเริ่มรู้สึกกลัว หอหลิงเป่าใช้เวลาร้อยปีในการขยายสาขาไปทั่วแผ่นดิน สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จก็คือชื่อเสียงและเสียงชื่นชมจากผู้ฝึกตน แต่ตอนนี้ เขาทำลายชื่อเสียงของหอหลิงเป่าไปแล้ว!
ถ้าเขาหาคนมารับบาปแทนไม่ได้ เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน!
เขาไม่อยากตาย ดังนั้นเขาก็ต้องให้เยี่ยเจาเจาเป็นคนรับเคราะห์!
"เห็นแล้วขอรับ" ผู้จัดการโฉวกัดฟันตอบ
เขารู้ดีว่าตัวเองก็มีส่วนผิด
แต่ทว่า มนุษย์เราก็ต้องเอาตัวรอด ครั้งนี้เขามาเพื่อปัดความรับผิดชอบ
เยี่ยเจาเจา อย่าหวังว่าจะรอดไปได้
"เกิดอะไรขึ้น?" เมิ่งอี้เฟยยิ่งสงสัย
หงเซิงยิ้มเยาะ "ท่านเจ้าสำนักเมิ่ง ศิษย์ของสำนักกระบี่ ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริงนะ"
เมิ่งอี้เฟยยิ่งฟังยิ่งงง ทำไมถึงรู้สึกเหมือนถูกประชดประชัน?
หงเซิงกำลังจะอ้าปากพูด
ฉางเล่ออันก็ทนไม่ไหวโพล่งขึ้นมา "จะมีอะไรให้ต้องเดาอีก! ตอนที่อยู่หอคุมกฎ ศิษย์พี่ลั่วก็บอกเองว่า นางกับหลีซวงเพิ่งกลับมาจากตลาดนัด ผู้จัดการโฉวคนนี้ ไม่ใช่ผู้จัดการหอหลิงเป่าที่ตลาดนัดหรอกหรือ? คงจะเป็นเพราะสองคนนั้นไปก่อเรื่องอะไรไว้ที่หอหลิงเป่า เขาถึงได้ตามมาเอาเรื่องถึงที่ไง"
ฉางเล่ออันมองลั่วหมิงเยวี่ยและหลีซวงด้วยสายตาเยาะเย้ย
หลีซวงไปก่อเรื่องอะไรไว้ข้างนอกกันนะ ถึงได้โดนตามมาเอาเรื่องถึงสำนักแบบนี้!
เขาอยากจะรอดูนัก ว่าคราวนี้ นางจะแก้ตัวยังไง!
คำพูดของฉางเล่ออัน ทำให้ดวงตาของเยี่ยเจาเจาเป็นประกายขึ้นมา นางเริ่มรู้สึกโล่งใจ
เมื่อกี้ นางคงตกใจไปเองตามสัญชาตญาณ
พอมาคิดดูดีๆ แล้ว
หลีซวงใช้หินวิญญาณระดับกลางแค่ห้าก้อน แลกของรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับสูงไป ผู้จัดการโฉวต้องมาคิดบัญชีกับหลีซวงแน่นอน!
ร่างกายของเยี่ยเจาเจาผ่อนคลายลงทันที
หลีซวงมองผู้จัดการโฉว คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ท่านมาหาข้างั้นหรือ?"
เรื่องที่ตลาดนัด นางทำไปอย่างเปิดเผย ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
ถ้าผู้จัดการโฉวคนนี้อยากจะหาเรื่อง นางก็ไม่รังเกียจที่จะคุยกันให้รู้เรื่อง
"ถ้าไม่ใช่มาหาเจ้าแล้วจะมาหาใคร? เจ้าลองคิดดูดีๆ เถอะ ว่าไปทำเรื่องอะไรให้เขาไม่พอใจบ้าง" ฉางเล่ออันเอ่ยเยาะเย้ย
ลั่วหมิงเยวี่ยเริ่มโมโห "ผู้จัดการโฉว เรื่องที่ตลาดนัด เป็นเพราะพวกท่านทำธุรกิจไม่ซื่อตรงเอง จะมาโทษเสี่ยวซวงของเราได้ยังไง?"
หลินชิงหลิงขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ผู้จัดการโฉวยังไม่ทันได้พูดอะไร ลั่วหมิงเยวี่ยก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดรวดเดียวจบราวกับปืนกล
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนฉลาด พอได้ฟังเรื่องราวจากลั่วหมิงเยวี่ย ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที
หลินชิงหลิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "กล่องสุ่มอะไรกัน พนันหินอะไรกัน ฟังดูแล้ว เป็นหอหลิงเป่าของพวกท่านเองที่ทำธุรกิจไม่โปร่งใส ส่วนเสี่ยวซวงก็อาศัยความสามารถของตัวเองจนได้รางวัลใหญ่มา แล้วตอนนี้ท่านมาถึงที่นี่ เพื่อจะมาทวงป้ายหยกชำระจิตคืนงั้นหรือ?"
สายตาของหลินชิงหลิงเฉียบขาด
ถ้าผู้จัดการโฉวกล้ารับคำล่ะก็ นางก็ไม่รังเกียจที่จะให้เขาได้ลิ้มรสความคมของกระบี่นาง!
[จบบท]