บทที่ 29 ส่งตัวเยี่ยเจาเจามา
ผู้จัดการโฉวโดนหลินชิงหลิงจ้องเขม็งจนเหงื่อแตกพลั่ก เขารีบยกมือเช็ดเหงื่อพลางโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ใช่ขอรับ ไม่ใช่ ข้า..."
"ผู้จัดการโฉว ท่านจะไปกลัวนางทำไม?" นักพรตหลิงซวีเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที "หอหลิงเป่าเปิดกิจการที่ตลาดนัดของเรามาร้อยกว่าปีแล้ว ชื่อเสียงเป็นยังไงใครๆ ก็รู้! ศิษย์สำนักกระบี่ของเรา มีใครบ้างที่ไม่เคยซื้อของจากหอหลิงเป่า? คนอื่นจะคิดยังไงข้าไม่รู้ แต่ข้าเชื่อใจในตัวผู้จัดการโฉวเสมอ"
"ในเมื่อผู้จัดการโฉวบุกมาถึงที่นี่ ก็แสดงว่า หลีซวงต้องมีปัญหาเรื่องนิสัยใจคอจริงๆ นั่นแหละ"
นักพรตหลิงซวีมองหลินชิงหลิงด้วยสายตาสะใจ "ท่านเจ้าแห่งยอดเขาหลิน ข้าบอกท่านแล้วใช่ไหม ว่าท่านดูคนผิดไป!"
เป็นเขาเองที่เลือกจะตัดหางปล่อยวัดหลีซวง
ตอนนี้ มีเพียงการพิสูจน์ให้เห็นว่าหลีซวงเป็นคนเลวทรามต่ำช้าเท่านั้น ถึงจะทำให้ทุกคนรู้ว่า สายตาของนักพรตหลิงซวีผู้นี้ ไม่เคยมีคำว่าผิดพลาด
"งั้นหรือ?" หลินชิงหลิงจ้องผู้จัดการโฉวด้วยสายตาเย็นเยียบ มือที่กุมด้ามกระบี่ทำท่าจะชักออกได้ทุกเมื่อ
"ท่านเจ้าแห่งยอดเขาหลิน" นักพรตหลิงซวีเอ่ยเย้ยหยัน "นี่ท่านคิดจะปกป้องคนผิดอย่างหน้าด้านๆ เลยงั้นหรือ?"
หลินชิงหลิงตอบกลับเสียงเย็น "ข้าไม่เห็นว่าหลีซวงจะทำอะไรผิดเลยสักนิด!"
"ถ้านางไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วผู้จัดการโฉวจะถ่อมาถึงนี่ทำไมล่ะ?" นักพรตหลิงซวีเลิกคิ้ว ถามกลับอย่างหน้าตาเฉย
สิ้นคำพูดของเขา
ผู้จัดการโฉวก็หาช่องว่างแทรกขึ้นมาจนได้ เขารีบเช็ดเหงื่อกาฬพลางละล่ำละลักบอก "ไม่ใช่ขอรับ ไม่ใช่ ข้าไม่ได้มาหาแม่นางหลี"
พูดจบ เขาก็หันไปส่งยิ้มประจบให้หลีซวง "เรื่องนี้เป็นเพราะข้าหน้ามืดตามัว เห็นแก่ผลประโยชน์จนทำเรื่องผิดพลาดไปเอง ป้ายหยกชำระจิตชิ้นนั้น เป็นของที่แม่นางหลีสมควรได้รับแล้วขอรับ นางไม่เพียงแต่ไม่ผิด แต่ยังช่วยตีแสกหน้าเรียกสติข้า ให้ข้าตาสว่างขึ้นมาอีกด้วย"
หลินชิงหลิงที่เมื่อครู่ยังทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อ
พอได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงกับกระพริบตาปริบๆ กระบี่ที่เตรียมจะชักออกก็ถูกเก็บเข้าฝักไปอย่างเงียบๆ
หลีซวงมองผู้จัดการโฉวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
คนผู้นี้ ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่นางงั้นหรือ?
แววตาของนางวูบไหวเล็กน้อย
จะว่าไปก็แปลก
ตอนที่เจอกันที่ตลาดนัด ผู้จัดการโฉวคนนี้แผ่รังสีอำมหิตใส่นางอย่างชัดเจน
พอนางฉกป้ายหยกชำระจิตมา ทำให้หอหลิงเป่าต้องสูญเสียครั้งใหญ่ พอมาเจอกันอีกครั้ง รังสีความมุ่งร้ายที่เขามีต่อนาง กลับลดลงเสียนี่?
"ผู้จัดการโฉว" นักพรตหลิงซวีมองเขาอย่างจับผิด "ท่านโดนท่านเจ้าแห่งยอดเขาหลินขู่จนกลัวหัวหดเลยรึ? ไม่ต้องกลัว ขอแค่ความจริงอยู่ข้างท่าน สำนักกระบี่ของเราพร้อมจะให้ความยุติธรรมแก่ท่านแน่นอน!"
ผู้จัดการโฉวมองหน้านักพรตหลิงซวี ก่อนจะถามกลับ "ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่า ท่านนักพรตหลิงซวีคงจะเป็นคนแรกที่ให้ความยุติธรรมแก่ข้า ใช่หรือไม่ขอรับ?"
นักพรตหลิงซวีพยักหน้า "ย่อมเป็นเช่นนั้น"
ผู้จัดการโฉวพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดโพล่งออกมาอย่างไม่ลังเล "ถ้าเช่นนั้น ก็ขอให้ศิษย์คนเล็กของท่านนักพรตหลิงซวี ช่วยอธิบายเรื่องทั้งหมดให้กระจ่างทีเถอะขอรับ!"
สายตาเย็นชาของผู้จัดการโฉว พุ่งตรงไปที่เยี่ยเจาเจาทันที
เยี่ยเจาเจาสะดุ้งโหยง แววตาเต็มไปด้วยความลนลานอย่างเห็นได้ชัด
หลีซวงเองก็ชะงักไป
เยี่ยเจาเจางั้นหรือ?
ที่แท้ผู้จัดการโฉวคนนี้ ก็มาเพื่อเยี่ยเจาเจานี่เอง
พอนึกถึงเงาปริศนาบนชั้นสอง หลีซวงก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในใจได้
"ข้า... ข้าไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำ จะให้ข้าอธิบายอะไร" น้ำเสียงของเยี่ยเจาเจาสั่นเครือด้วยความกลัว
นักพรตหลิงซวีขมวดคิ้ว "ผู้จัดการโฉว! เจาเจาไม่ได้ไปเหยียบตลาดนัดมาหลายวันแล้ว ท่านจะลากนางเข้ามาเกี่ยวทำไม? คนที่เคยเป็นศิษย์เอกของข้าคือหลีซวงต่างหาก ท่านจำคนผิดหรือเปล่า?"
นักพรตหลิงซวียังคงพยายามโยนความผิดไปให้หลีซวง
ผู้จัดการโฉวมองเยี่ยเจาเจา มุมปากเหยียดยิ้มเย็นเยียบ "ไม่มีทางจำผิดแน่! เมื่อหลายปีก่อน มีผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรหญิงคนหนึ่งอ้างว่าแซ่เยี่ย มาที่หอหลิงเป่าเพื่อเสนอขอร่วมลงทุน นางบอกว่านางจะเป็นคนออกไอเดีย ส่วนพวกเราเป็นคนลงมือทำ พอได้กำไร ก็แบ่งส่วนแบ่งให้นาง"
"และนางก็มีความคิดเห็นแปลกใหม่ดีๆ มานำเสนอมากมายจริงๆ มหกรรมลดราคาเดือนสิบเอ็ดวันสิบเอ็ด เมื่อห้าปีก่อน กิจกรรมแจกอั่งเปาหินวิญญาณเมื่อสี่ปีก่อน และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นฝีมือของนางทั้งสิ้น! ข้ายอมรับว่า ยอดขายของหอหลิงเป่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้เพิ่มขึ้นมากจริงๆ และข้าก็จ่ายส่วนแบ่งให้นางตามที่ตกลงกันไว้ทุกประการ"
สิ้นคำพูดของผู้จัดการโฉว
สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เมิ่งอี้เฟยอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเยี่ยเจาเจาหลายครั้ง หลายปีมานี้ หอหลิงเป่ามักจะมีกิจกรรมแปลกใหม่มานำเสนออยู่เสมอ เขายังเคยแอบชื่นชมว่าคนทำธุรกิจสมัยนี้ช่างมีความคิดสร้างสรรค์เสียจริง
ไม่คิดเลยว่า ความคิดเห็นแปลกใหม่พวกนั้น จะเป็นฝีมือของเยี่ยเจาเจา?
"ถ้าท่านพูดเช่นนี้ ศิษย์ของข้าก็ช่วยเพิ่มยอดขายให้พวกท่าน ถือว่าทำคุณประโยชน์ให้พวกท่านอย่างใหญ่หลวงไม่ใช่หรือ? แล้วตอนนี้ท่านมาทำท่าทางเหมือนจะมาเอาเรื่องนาง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!" นักพรตหลิงซวีเริ่มไม่เข้าใจ
ผู้จัดการโฉวกัดฟันกรอด "ความคิดเห็นแปลกใหม่ที่เยี่ยเจาเจาเสนอนั้น ช่วยกระตุ้นยอดขายได้จริง แถมยังคอยชี้แนะวิธีเล่นตุกติกสารพัดให้ข้าด้วย อย่างโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง นางก็แนะให้ใส่โอสถที่เสื่อมฤทธิ์ลงครึ่งหนึ่งไปในขวดของแถม”
“ตอนมหกรรมลดราคาเดือนสิบเอ็ดวันสิบเอ็ด ก็ให้ค่อยๆ ขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้าเป็นเดือน แล้วค่อยมาแสร้งลดราคาในวันจริง... การกระทำเช่นนี้ แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่ชื่อเสียงอันยาวนานนับร้อยปีของหอหลิงเป่า กลับต้องเสื่อมเสียลงเรื่อยๆ ตลอดห้าปีที่ผ่านมา!"
นักพรตหลิงซวีขมวดคิ้ว "ท่านอย่ามากล่าวหากันลอยๆ! เจาเจาไม่มีทางเสนอความคิดแบบนั้นแน่! ข้าว่าท่านนั่นแหละที่หน้าเงิน ทำเรื่องโง่เขลาลงไปเอง แล้วตอนนี้คิดจะมาโยนความผิดให้เจาเจา"
ผู้จัดการโฉวแค่นเสียงหัวเราะ "ข้ายอมรับว่าข้าทำผิดมหันต์ เรื่องนี้ ข้าได้สารภาพผิดต่อผู้อาวุโสหงไปหมดแล้ว! หลังจากนี้ ข้าพร้อมรับการลงโทษจากหอหลิงเป่า แต่เยี่ยเจาเจาล่ะ นางคิดจะหนีรอดไปง่ายๆ งั้นหรือ?"
ผู้จัดการโฉวจ้องเยี่ยเจาเจาเขม็ง ดวงตาของเขาช่างน่ารังเกียจและเย็นเยียบราวกับงูพิษ
"เรื่องในอดีตพักไว้ก่อนก็แล้วกัน แต่เมื่อสองชั่วยามก่อน เยี่ยเจาเจาเพิ่งจะมาหาข้า! นางเสนอความคิดกล่องสุ่มให้ข้า และครั้งนี้ นางไม่ขอรับส่วนแบ่งใดๆ ทั้งสิ้น!"
ฉางเล่ออันทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาพุ่งตัวไปขวางหน้าเยี่ยเจาเจา "ศิษย์น้องเล็กอุตส่าห์เสนอความคิดใหม่ให้ฟรีๆ ทำไม ท่านยังไม่พอใจอีกหรือ?"
ผู้จัดการโฉวเอ่ยเสียงเย็น "แต่นางมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง! นั่นคือ ให้ข้าวางกับดัก เพื่อสูบสมบัติของแม่นางหลีผู้นี้ให้หมดตัว!"
สิ้นคำพูดของผู้จัดการโฉว
ทุกคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหลีซวงเป็นตาเดียว
หลีซวงไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด ตั้งแต่เห็นเงาปริศนาบนชั้นสอง นางก็พอจะเดาเรื่องราวออกอยู่แล้ว
ตอนนี้ เพียงแค่ได้รับการยืนยันจากปากของผู้จัดการโฉวเท่านั้น
"พูดจาเหลวไหล!" ฉางเล่ออันโกรธจนตัวสั่น "เจาเจาคอยดูแลศิษย์พี่รองอยู่ที่ยอดเขาหลิงซวีตลอดเวลา เมื่อสองชั่วยามก่อน นางจะไปหาท่านที่ตลาดนัดได้อย่างไร! บอกมานะ ว่าหลีซวงติดสินบนท่าน ให้มาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นที่นี่ใช่ไหม!?"
เซิ่งหยวนเหลือบมองเยี่ยเจาเจาที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น
เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเจาเจาจะทำเรื่องพรรค์นี้
แต่...
ถ้าเยี่ยเจาเจาไม่ได้ทิ้งไปไหนจริงๆ เพลิงในใจของศิษย์น้องรอง จะไม่มีทางลุกลามจนถึงขั้นนั้นได้เลย!
เมื่อสองชั่วยามก่อน
ตอนนั้น พวกเขาเพิ่งจะออกจากยอดเขาหลิงซวีไปไม่ใช่หรือ?
ศิษย์น้องเล็กรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลเสิ่นเยวี่ยอย่างดี แต่พอลับหลัง กลับแอบหนีไปตลาดนัดงั้นหรือ?
เซิ่งหยวนรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงหัวใจเป็นระลอก
มันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นหรอก
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
[จบบท]