บทที่ 8 ตรงสู่เบื้องลึกแห่งจิตใจ
สิ้นคำกล่าวของหลีซวง
เยี่ยเจาเจาพลันเผยสีหน้าเหลือเชื่อ "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านพูดเรื่องเหลวไหลอันใดกัน! บัวหิมะนั้นข้ายากลำบากแทบตายกว่าจะเด็ดมาได้ ศิษย์พี่ ข้าไม่โกรธที่ท่านทอดทิ้งข้าหรอกนะ แต่ท่านจะมาใส่ร้ายข้าเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ"
เยี่ยเจาเจาเอ่ยพลางขอบตาแดงระเรื่อ "อีกอย่าง! ข้ายังมีจิตวิญญาณกระบี่เป็นพยานด้วย!"
นางหยิบกระบี่หลงอิ๋นออกมา หลงเยี่ยนจำต้องปรากฏตัวขึ้นกลางวง
เยี่ยเจาเจาเอ่ยว่า "ศิษย์พี่กับหลงอิ๋นอยู่ด้วยกันมาสิบปี เป็นเพราะวันนั้นหลงเยี่ยนต้องการจะช่วยข้า แต่ศิษย์พี่ไม่ยอม ด้วยเหตุนี้ หนึ่งคนหนึ่งจิตวิญญาณจึงเกิดความขัดแย้งกัน ยามนี้ศิษย์พี่ถึงกับทอดทิ้งหลงอิ๋นไปอย่างไม่ไยดี!"
หลงเยี่ยนประสานมือคารวะและเอ่ยว่า "สิ่งที่เจาเจาพูดล้วนเป็นความจริง! หลีซวงกำลังโกหก"
นักพรตหลิงซวีสะบัดแขนเสื้อ ถลึงตาใส่หลีซวงด้วยความโกรธ "ศิษย์อกตัญญู! มีจิตวิญญาณกระบี่เป็นพยาน เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก!"
แววตาของหลีซวงยังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "ตอนอยู่ยอดเขาหลิงซวี ข้ามีหน้าที่สอนเพลงกระบี่ให้เหล่าศิษย์น้อง หลงเยี่ยนในฐานะจิตวิญญาณกระบี่ บางครั้งตอนที่ข้ายุ่ง เขาก็จะเป็นตัวแทนข้าไปสอนเพลงกระบี่ให้ จึงได้ไปมาหาสู่กับเยี่ยเจาเจา ข้าเองก็เพิ่งรู้ ว่าเขาเกลียดชังเจ้านายอย่างข้าตั้งแต่เมื่อใด ถึงได้อยากเปลี่ยนไปรับใช้เยี่ยเจาเจาแทน”
“วันนั้นบนภูเขาเสวี่ยซาน ตอนที่ข้าหมดแรง เขาบังคับกระบี่หลงอิ๋นแทงทะลุจุดตันเถียนของข้า ในยามสิ้นหวัง หากข้าไม่บังเอิญบรรลุเคล็ดวิชาไท่ซ่างลืมเลือน คงต้องตกตายไปแล้ว ที่ข้าทิ้งหลงอิ๋น ก็เพราะความไม่ซื่อสัตย์ของมัน กระบี่ที่ไม่ซื่อสัตย์เช่นนี้ วันนี้เยี่ยเจาเจานำไปใช้ วันหน้า นางอาจจะมีจุดจบเช่นเดียวกับข้าในวันนั้นก็เป็นได้"
น้ำเสียงของหลีซวงแฝงแววเย้ยหยันเล็กน้อย
หลงเยี่ยนเริ่มร้อนรน "เจาเจา ข้าไม่มีทางทรยศเจ้าเด็ดขาด! เจ้ารู้ดีนี่ ว่าข้ามีใจให้เจ้าเพียงผู้เดียว"
หลีซวงปรายตามองเขา ก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบเฉย "ท่านเจ้าสำนักได้ยินแล้วหรือไม่เจ้าคะ? หลงเยี่ยนพูดเช่นนี้ ย่อมเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองแอบลักลอบคบหากันมานานแล้ว เขาซื่อสัตย์ต่อเยี่ยเจาเจา มีใจให้นางเพียงผู้เดียว นั่นก็หมายความว่าเขาทรยศข้า กระบี่ที่ไม่ซื่อสัตย์เช่นนี้ คำให้การของมัน จะเชื่อถือได้อย่างไร"
หลีซวงเอ่ยอย่างชัดเจนทีละคำ
สีหน้าของเยี่ยเจาเจาพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที
เมื่อก่อนหลีซวงไม่ได้ต้อนให้จนมุมยากปานนี้นี่นา!
จิตใจของหลีซวงกระจ่างใส
หลายปีมานี้
นางถูกเยี่ยเจาเจาใส่ร้ายป้ายสีครั้งแล้วครั้งเล่า
นางก็พยายามอธิบายอย่างสุดชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน แต่กลับไม่มีใครเชื่อถือในตัวนางเลย
หลังจากนั้น นางก็ต้องทนทุกข์ทรมานใจจากการที่พวกเขาไม่เชื่อใจ และติดอยู่ในวังวนแห่งความสิ้นหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ตอนนี้
นางไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
นางยังคงไม่คิดว่าคนของยอดเขาหลิงซวีจะเชื่อคำพูดของนาง
ทว่าที่นางพูดสิ่งเหล่านี้ออกไป ก็ไม่ได้เพื่ออธิบายให้พวกเขาฟัง
เมื่อเคล็ดวิชาไท่ซ่างลืมเลือนโคจร หลีซวงก็มุ่งตรงสู่เบื้องลึกแห่งจิตใจ
จากนี้ไป นางขอเพียงให้ความคิดจิตใจของตนโปร่งโล่งสบายเท่านั้น
"หลงเยี่ยนเพียงแค่ทนดูพฤติกรรมของศิษย์พี่ไม่ได้ต่างหาก ถึงได้... ศิษย์พี่ ท่านทำไมต้องใส่ร้ายข้าแบบนี้ด้วย! ข้า..." ขอบตาของเยี่ยเจาเจาแดงก่ำ หยาดน้ำตาใสกลิ้งหล่นลงมาสองสามหยด
เดิมทีนักพรตหลิงซวีดูเหมือนจะเอนเอียงไปบ้างแล้ว แต่พอเห็นน้ำตาของเยี่ยเจาเจา เขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที
เขาจ้องมองหลีซวงอย่างดุดัน "ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด ความผิดทั้งหมดก็ตกอยู่ที่พวกเรางั้นหรือ? เป็นพวกเราที่หูเบาเชื่อคนง่าย เป็นจิตวิญญาณกระบี่ที่ใจดำทรยศเจ้านายงั้นหรือ? หลีซวง! ไม่มีใครยืนอยู่ข้างเจ้าเลย เจ้าไม่คิดจะทบทวนตัวเองดูบ้างหรือไง"
มุมปากของหลีซวงยกยิ้มขึ้น
ใช่แล้ว
เมื่อก่อน นางมักจะบั่นทอนตัวเองเช่นนี้เสมอ
นางไม่รู้ว่าตนเองทำผิดอะไร ทำไมทุกคนถึงไม่ยอมเชื่อใจนาง
หรือเป็นเพราะนางทำอะไรไม่ดีพอ ถึงได้ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?
แต่ตอนนี้
นางถามตัวเองแล้วว่า ไร้ซึ่งเรื่องให้ต้องละอายใจ
หากโลกใบนี้ทรยศนาง นั่นก็เป็นความผิดของโลกใบนี้
การบำเพ็ญเพียร ย่อมปรารถนาเพียงความอิสระเสรี เหตุใดต้องเอาตัวเองไปติดอยู่ในพันธนาการด้วยเล่า
หลีซวงเอ่ยทีละคำอย่างหนักแน่น "ข้าไม่ผิด"
นักพรตหลิงซวีโกรธจัด เขากัดฟันกรอดเอ่ยว่า "ท่านเจ้าสำนัก ท่านก็เห็นแล้ว ศิษย์อกตัญญูผู้นี้ ดื้อรั้นไม่ยอมรับฟัง นับเป็นความอัปยศของสำนัก ขอท่านเจ้าสำนักโปรดออกคำสั่ง ขับไล่นางออกจากสำนักด้วยเถิด!"
"นี่มัน..." เมิ่งอี้เฟยขมวดคิ้ว
วินาทีต่อมา
น้ำเสียงกังวานใสก็ดังขึ้น "ไล่ออกจากสำนัก? ตาเฒ่าหลิงซวี เจ้าจะไล่นางไปที่ใด! ศิษย์คนนี้เจ้าไม่ต้องการ แต่ข้า หลินชิงหลิงต้องการ ข้าไม่ได้เลอะเลือนมืดบอดเหมือนเจ้าหรอกนะ!"
ลั่วหมิงเยวี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์มาแล้ว!
ไม่อย่างนั้น ในสถานการณ์แบบนี้ นางก็ไม่แน่ใจว่าจะปกป้องศิษย์น้องเล็กไว้ได้หรือไม่
หลินชิงหลิงพุ่งพรวดเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้ใครแจ้ง นางถลึงตาใส่เมิ่งอี้เฟยทันที "ท่านเจ้าสำนัก! ท่านก็รู้ดี ยอดเขาไร้ใจของข้ารอคอยมาเนิ่นนานปานใด กว่าจะมีศิษย์ที่บรรลุเคล็ดวิชาไท่ซ่างลืมเลือนปรากฏตัวขึ้นมา! ในเมื่อตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตนเอง แล้วเหตุใดถึงด่วนตัดสินว่าหลีซวงมีความผิดเล่า? หลิงซวีไม่ต้องการศิษย์คนนี้ แต่ข้าต้องการ!"
หลินชิงหลิงหันไปมองหลิงซวี "เรื่องภายในยอดเขาหลิงซวี เจ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจเองได้! แต่สำนักกระบี่ ไม่ได้มีแค่ยอดเขาหลิงซวีของเจ้าเพียงแห่งเดียว!"
นักพรตหลิงซวีมีสีหน้าเย็นชา "หลินชิงหลิง! หลีซวงก็คืองูพิษ! เจ้ารับนางไว้ระวังจะโดนแว้งกัดเอา"
หลินชิงหลิงแค่นเสียงหัวเราะ "ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่โง่เขลาเบาปัญญา แยกแยะดีชั่วไม่ออก!"
สีหน้าของนักพรตหลิงซวีเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขากล่าวเสียงเย็น "ในเมื่อเจ้าดึงดันจะก่อกวนให้ได้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด"
เขามองหลีซวงด้วยใบหน้าเรียบตึง "หลีซวง เจ้าก้าวออกมาข้างหน้า"
หลีซวงก้าวออกไปอย่างสงบนิ่ง
สายตาของนักพรตหลิงซวีเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ริษยาเป็นนิสัย ทอดทิ้งสหายหนีเอาตัวรอด ซ้ำตอนนี้ยังใช้คารมพลิกดำเป็นขาว! หลีซวง ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจนถึงที่สุด! ความผูกพันฉันศิษย์อาจารย์หลายปีของเรา เจ้าจงรับฝ่ามือของข้าไปหนึ่งฝ่ามือ นับแต่นี้ไป เจ้าไม่ใช่ศิษย์ยอดเขาหลิงซวีอีก ความเป็นศิษย์อาจารย์ระหว่างเรา ถือว่าสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก!"
หลินชิงหลิงโกรธจัด "รับฝ่ามือของเจ้า? เจ้าคิดจะเอาชีวิตนางหรือไง!"
นักพรตหลิงซวีเอ่ยเสียงเย็น "ข้าย่อมไว้ชีวิตนาง! บุญคุณที่ข้าสั่งสอนนางมาหลายปี ไม่คู่ควรกับหนึ่งฝ่ามือนี้หรืออย่างไร?"
"เจ้า..." หลินชิงหลิงเตรียมจะโต้เถียงต่อ
แต่เสียงอันสงบนิ่งของหลีซวงก็ดังขึ้น "ตกลง"
หลินชิงหลิงชะงักไป รีบหันขวับไปมองหลีซวง
หลีซวงจ้องมองนักพรตหลิงซวีเขม็ง "ศิษย์หลีซวง วันนี้ขอรับฝ่ามือของนักพรตหลิงซวี นับจากนี้... ความผูกพันฉันศิษย์อาจารย์ถือว่าสิ้นสุดลง ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก"
นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และยืนรออย่างเงียบๆ
สีหน้าของนักพรตหลิงซวีบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ศิษย์อกตัญญู! ช่างเป็นศิษย์ที่อกตัญญูเสียจริง!
เดิมทีเขาเพียงแค่ต้องการคำขอโทษเท่านั้น
ขอเพียงหลีซวงยอมขอโทษเจาเจาดีๆ เขาลงโทษนางสักหน่อย เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันไป
แต่นางไม่เพียงไม่ขอโทษ ซ้ำยังพลิกดำเป็นขาว ใส่ร้ายเจาเจาอีก!
"ดี! ดี! ดี!" แววตาของนักพรตหลิงซวีฉายแววเย็นเยียบ!
นักพรตหลิงซวียกมือขึ้น ฟาดฝ่ามือออกไปอย่างแรง!
หลินชิงหลิงอยากจะเข้าไปขวางโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นใบหน้าอันสงบนิ่งของหลีซวง นางก็จำต้องอดกลั้นไว้
วันนี้!
ก็ปล่อยให้หลีซวงตัดขาดกับยอดเขาหลิงซวีให้เด็ดขาดไปเลย!
"ท่านอาจารย์!" นัยน์ตาของเซิ่งหยวนสั่นระริก อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา!
ลมปราณจากฝ่ามือของนักพรตหลิงซวีรุนแรงมาก ซัดร่างของหลีซวงกระเด็นลอยละลิ่วออกไป
นางตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากอย่างไม่อาจควบคุมได้!
"หลีซวง!"
หลินชิงหลิงและลั่วหมิงเยวี่ยพุ่งเข้าไปหาทันที
หลินชิงหลิงรีบตรวจสอบอาการของนางทันที แววตาฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาในบัดดล "หลิงซวี เจ้าช่างอำมหิตนัก! เส้นชีพจรขาดสะบั้น! จุดตันเถียนบอบช้ำ! เจ้าคิดจะทำลายนางเลยหรือไง!"
นักพรตหลิงซวีเม้มปาก เอ่ยช้าๆ ว่า "นางต้องการจะออกจากยอดเขาหลิงซวีของข้า ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน! ในเมื่อเจ้ารับฝ่ามือนี้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์ระหว่างเรา ก็ถือว่าจบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้ ไม่ต้องพูดอะไรอีก"
นักพรตหลิงซวีประสานมือคารวะเมิ่งอี้เฟย "เรื่องที่ข้ากับหลีซวงตัดขาดความเป็นศิษย์อาจารย์กัน ขอท่านเจ้าสำนักโปรดประกาศให้ทราบโดยทั่วกันด้วย"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับเซิ่งหยวนและเยี่ยเจาเจา
ริมฝีปากของเซิ่งหยวนสั่นเทา เขามองไปทางหลีซวงแวบหนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟัน รีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว
[จบบท]