บทที่ 227: หลี่ซูเหยาตัวจริง ตายไปนานแล้ว!
เซิ่งเจ๋อซีไม่เคยล่วงรู้เลยว่าพ่อของเขา ชายผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและวางตัวอยู่เหนือใครมาค่อนชีวิต กำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกสงสัยในตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากที่หลี่ซูเหยาถูกจับกุม เขาก็ได้รับฟังผลการไต่สวนฉบับเต็มจากปากของฮั่วเจิ้นหรง เพื่อนสนิทของเขา เมื่อได้ยินเรื่องราวการกระทำทั้งหมดของหล่อน สีหน้าของเซิ่งเจ๋อซีก็เคร่งขรึมลงทันที เขาตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปเล่าให้กู้เจียหนิงฟัง ในขณะที่เธอยังคงพักฟื้นหลังคลอดอยู่
“หนิงหนิง ที่เธอเคยคาดเดาไว้มันเป็นความจริง หลี่ซูเหยาเป็นสายลับของศัตรูจริงๆ และเธอก็ใช้แมวตัวนั้นเป็นเครื่องมือในการส่งข่าวสาร... แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ...”
เซิ่งเจ๋อซีเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่น่าตกใจยิ่งกว่า “...หลี่ซูเหยาคนนี้ ไม่ใช่หลี่ซูเหยาคนเดิม!”
กู้เจียหนิงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “พี่หมายความว่ายังไงคะ”
เมื่อเห็นแววตาสับสนของภรรยา เซิ่งเจ๋อซีจึงอธิบายต่อ “หลี่ซูเหยาคนที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่คนของตระกูลหลี่ เธอไม่ใช่หลี่ซูเหยาตัวจริง แต่เป็นคนของประเทศ R ต่างหาก”
“หลี่ซูเหยาตัวจริง... ตายไปนานแล้ว!”
คำพูดของเขาทำให้กู้เจียหนิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
เรื่องราวทั้งหมดค่อยๆ ถูกปะติดปะต่อผ่านคำบอกเล่าของเซิ่งเจ๋อซี ทำให้เธอเข้าใจถึงแผนการอันน่าสะพรึงกลัวนี้ในที่สุด ความจริงก็คือ หลี่ซูเหยาที่พวกเขาเคยรู้จัก ไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลหลี่อยู่เลยแม้แต่น้อย แต่เป็นสายลับจากประเทศ R ที่ถูกวางตัวมาอย่างแยบยล
มันคือแผนการสมคบคิดอันชั่วร้ายของประเทศ R ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 19 ปีก่อน ในวันที่หลี่ซูเหยาตัวจริงลืมตาดูโลก เธอถูกสับเปลี่ยนตัวกับทารกชาว R โดยฝีมือของสายลับที่แฝงตัวอยู่ในประเทศจีนมานาน ส่วนชะตากรรมของหลี่ซูเหยาตัวจริงนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล พวกมันจึงลงมือสังหารเธอทิ้งทันทีหลังจากการสับเปลี่ยนตัวสำเร็จ
หลี่ซูเหยาตัวปลอมจึงได้เติบโตขึ้นมาภายใต้ฐานะและตัวตนของทายาทตระกูลหลี่ จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม พวกสายลับจากประเทศ R ก็ติดต่อกลับมา เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเธอ และบีบบังคับให้เธอทำงานเป็นสายลับเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญให้กับพวกมัน เนื่องจากสายเลือดที่แท้จริงของเธอ ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
วิธีการส่งข่าวของเธอก็คือการใช้แมวตัวนั้นเป็นสื่อกลาง โดยเธอมีชุดคำสั่งพิเศษที่ใช้สำหรับสื่อสารและควบคุมแมวตัวนั้นโดยเฉพาะ
“เหตุผลที่พวกมันเลือกตัวตนของหลี่ซูเหยา ก็เพราะคุณปู่ของเธอคือท่านผู้เฒ่าหลี่ ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่โตพอที่จะเป็นฉากบังหน้าชั้นเยี่ยมให้เธอได้” เซิ่งเจ๋อซีกล่าวเสริม “มันทำให้ไม่มีใครกล้าสงสัยในตัวเธอได้ง่ายๆ”
และมันก็เป็นความจริงอย่างที่เขาว่า หากไม่ใช่เพราะการแจ้งเบาะแสของกู้เจียหนิงในครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าหลี่ซูเหยาจะต้องแฝงตัวอยู่นานแค่ไหน และจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติไปอีกเท่าไหร่
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลง กู้เจียหนิงก็นิ่งเงียบไป “ไม่คิดเลยว่าพวกประเทศ R จะโหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงขนาดนี้” ในตอนนั้น หลี่ซูเหยาตัวจริงเป็นเพียงทารกแรกเกิดตัวน้อยๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยซ้ำ
เซิ่งเจ๋อซีบีบมือของกู้เจียหนิงเบาๆ สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม “ใช่ มันโหดเหี้ยมมาก เพราะในแผนการของพวกมัน หลี่ซูเหยาเป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น...”
“แค่หนึ่งในนั้น?” กู้เจียหนิงทวนคำด้วยความประหลาดใจ
“ใช่”
แผนการของประเทศ R เริ่มดำเนินการมานานกว่า 20 ปีแล้ว และทารกผู้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจที่ถูกเลือกให้สับเปลี่ยนตัวก็ไม่ได้มีเพียงแค่หลี่ซูเหยาคนเดียว ข้อมูลนี้ถูกเค้นออกมาได้ระหว่างการสอบสวนหลี่ซูเหยา
“ดังนั้นตอนนี้เบื้องบนกำลังดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้ลับๆ” เซิ่งเจ๋อซีอธิบายต่อ “พวกเขารู้ดีว่ายังมีคนที่เหมือนกับหลี่ซูเหยาตัวปลอมแฝงตัวอยู่อีกแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ถูกค้นพบเท่านั้น และภารกิจในตอนนี้ก็คือการกระชากหน้ากากของคนพวกนี้ออกมาให้หมด”
กู้เจียหนิงพยักหน้าเห็นด้วย มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลต่อไป พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ทุกเมื่อ
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าพวกประเทศ R เลือกสับเปลี่ยนตัวทารกที่ครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารเหมือนกรณีของหลี่ซูเหยา งั้นก็หมายความว่าคนอื่นๆ ก็อาจจะเป็นแบบเดียวกันได้ใช่ไหมคะ”
พูดจบร่างบางก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเซิ่งเจ๋อซี “พี่เองก็เติบโตมาจากบ้านพักทหารเหมือนกันนี่คะ” ยิ่งไปกว่านั้น พ่อสามีของเธอคนนั้นก็มีตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาเลย
“ที่เธอพูดก็มีเหตุผล แต่ว่า...” เซิ่งเจ๋อซีชะงักไปเล็กน้อย “สำหรับพี่คงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ถึงจะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่หน้าตาของพี่ก็ดันไปเหมือนกับผู้ชายคนนั้นอยู่หลายส่วน”
กู้เจียหนิงพยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้
ทว่าพอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เซิ่งเจ๋อซีกลับนึกถึงลูกชายของแม่เลี้ยงขึ้นมาเสียอย่างนั้น เด็กคนนั้นกลับไม่ค่อยมีส่วนคล้ายกับพ่อของเขาเท่าไหร่นัก
แต่... คงเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง!
ความคิดนั้นแวบผ่านเข้ามาในหัวของเขาเพียงชั่วครู่แล้วก็จางหายไป เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอีก พ่อของเขาคงไม่โง่เขลาถึงขนาดแยกแยะไม่ออกหรอกว่าใครเป็นลูกของตัวเองหรือไม่
เซิ่งเจ๋อซีปัดความคิดนั้นทิ้งไป ในเมื่อเบื้องบนกำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องก็ต้องไปถึงพ่อของเขาอยู่ดี
“แล้วหลี่ซูเหยาจะถูกตัดสินโทษยังไงคะ” กู้เจียหนิงถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนั้นพี่ยังไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ คือเธอจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกแล้ว ส่วนตระกูลหลี่เอง สถานการณ์ก็คงจะไม่สู้ดีนัก”
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นฝีมือของหลี่ซูเหยาตัวปลอม แต่เธอก็เติบโตมาในบ้านของตระกูลหลี่ การที่ทั้งท่านผู้เฒ่าหลี่และหลี่ถิงเซวียนไม่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติเลย ก็นับเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของพวกเขาเช่นกัน
“อ้อ จริงสิ หนิงหนิง เธอยังจำเรื่องคนค้ามนุษย์คนนั้นได้ไหม คนที่อยู่เบื้องหลังก็คือหลี่ซูเหยาคนนี้นี่เอง!”
“แล้วก็เรื่องภารกิจของพี่ครั้งนั้น คนที่ปล่อยข่าวรั่วไหล ก็คือหลี่ซูเหยาเหมือนกัน!”
สำหรับเรื่องคนค้ามนุษย์ ตอนนั้นหลี่ซูเหยายังไม่ได้เดินทางกลับมาที่เมืองปักกิ่ง เธอจึงจ้างวานคนค้ามนุษย์คนหนึ่งให้คอยดักรอโอกาสตอนที่กู้เจียหนิงออกจากบ้าน เพื่อลักพาตัวเธอไป
เมื่อนึกถึงคำพูดของหลี่ซูเหยาตัวปลอมที่ฮั่วเจิ้นหรงเล่าให้ฟัง สีหน้าของเซิ่งเจ๋อซีก็พลันน่ากลัวขึ้นมาทันที
“ถึงแม้ฉันจะมีภารกิจที่ต้องทำ แต่ฉันก็รักเซิ่งเจ๋อซีจริงๆ แต่ทำไมเขากลับไม่เคยชายตามองฉันเลยแม้แต่น้อย!”
“เขาไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตา แต่กลับไปหลงรักผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่ง! ทะนุถนอมเอาใจใส่อย่างดี ทำไมกัน!”
“ฉันทนเห็นพวกมันมีความสุขกันไม่ได้! แค่ผู้หญิงคนนั้นถูกลักพาตัวไปให้พ้นทาง เมื่อข้างกายของเซิ่งเจ๋อซีไม่มีนังจิ้งจอกนั่นแล้ว เขาก็ต้องหันมาหาฉันอย่างแน่นอน อีกอย่าง เซิ่งซิ่นฮ่าวเองก็พอใจที่จะได้ฉันไปเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่เหรอ”
“นังผู้หญิงคนนั้น สมควรถูกขายไปไกลๆ ให้ผู้ชายเป็นร้อยเป็นพันคนย่ำยี!”
ถ้อยคำของหลี่ซูเหยาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุด แม้จะเป็นเพียงคำบอกเล่าสั้นๆ จากปากของฮั่วเจิ้นหรง แต่เซิ่งเจ๋อซีก็ยังสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายอันดำมืดที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้หลี่ซูเหยาถูกควบคุมตัวโดยเบื้องบน และชะตากรรมของเธอก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องจบไม่สวยอย่างแน่นอน เซิ่งเจ๋อซีก็คงไม่มีวันปล่อยเธอไปง่ายๆ เป็นแน่
และยังมีเรื่องภารกิจครั้งก่อนของเขา...
ในทีมภารกิจครั้งนั้น มีเพื่อนทหารคนหนึ่งกำลังตามจีบหลี่ซูเหยาอยู่ หล่อนจึงใช้ประโยชน์จากความซื่อและความหลงใหลที่เขามีต่อเธอ หลอกล่อจนได้ข้อมูลบางส่วนของภารกิจไป และนำไปส่งต่อให้กับประเทศ R
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้หน่วยของพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการซุ่มโจมตีของกองกำลังจากประเทศ R ในภารกิจครั้งนั้น
โชคยังดีที่เขาได้รับคำเตือนจากกู้เจียหนิงล่วงหน้า ทำให้ตลอดเส้นทางเขาเฝ้าระวังตัวอยู่เสมอ ทั้งยังเตรียมผ้าพันแผลสารพัดประโยชน์ไป และตัวเขาเองก็สวมเสื้อเกราะกันกระสุนล่องหนเอาไว้ด้วย มิเช่นนั้นแล้ว ชะตากรรมของพวกเขาคงไม่ต่างจากภาพที่กู้เจียหนิงได้เห็นอย่างแน่นอน
พวกเขาคงต้องสูญเสียอย่างหนัก แม้กระทั่งตัวเขาเองก็คงจะบาดเจ็บสาหัส
เซิ่งเจ๋อซีก้าวเข้าไปหาภรรยาแล้วโน้มตัวลงกอดเธอไว้แน่น
“หนิงหนิง เธอคือดาวนำโชคของพี่จริงๆ”
“เพราะมีเธออยู่เคียงข้าง พี่ถึงได้รอดพ้นจากภยันตรายมาได้”
“ไม่สิ ไม่ใช่แค่พี่คนเดียว แต่เธอยังช่วยชีวิตคนไว้อีกมากมาย”
ไม่ว่าจะเป็นภารกิจในครั้งนั้น หรือบรรดาคนไข้ที่เธอเคยรักษา... กู้เจียหนิงได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้มากมายเหลือเกิน
“หนิงหนิง พี่โชคดีแค่ไหนที่ได้แต่งงานกับเธอ”
เมื่อได้ฟังถ้อยคำหวานซึ้งของเขา ดวงตาของกู้เจียหนิงก็ทอประกายอ่อนโยนลง
“ฉันก็โชคดีเหมือนกันค่ะที่ได้แต่งงานกับพี่”
อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป กู้เจียหนิงไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่สิ่งที่เธอรู้ในตอนนี้ก็คือ ตั้งแต่ที่ได้แต่งงานกับเซิ่งเจ๋อซีมา ชีวิตของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและความพึงพอใจอย่างแท้จริง
[จบบท]