บทที่ 249: ความจริงที่ตบหน้า
“อ้าว นั่นคุณหมอกู้กลับมาแล้วนี่นา”
“ใช่คุณหมอกู้คนเดียวกับที่ลงหนังสือพิมพ์หรือเปล่า”
“ใช่แล้วล่ะ หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นฉันยังเก็บไว้อยู่เลยนะ ถือเป็นความภาคภูมิใจของอำเภอชิงซานของเราเลย”
เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นรอบทิศ เมื่อผู้คนเริ่มจดจำได้ว่าหญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงจากรถคือใคร จะไม่ให้จำได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องราวของกู้เจียหนิงเคยถูกตีพิมพ์ลงบนหน้าหนังสือพิมพ์จนโด่งดังไปทั่วทั้งอำเภอชิงซาน ทุกคนต่างรู้ว่าเธอคือหญิงสาวจากหมู่บ้านไหวฮวา ผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเกิด
เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มมุงดูหนาตาขึ้นเรื่อยๆ เซิ่งเจ๋อซีจึงเอ่ยปากเสนอขึ้น “เราไปกันก่อนเถอะครับ คนเริ่มเยอะแล้ว”
“ใช่ๆ ไปกันเถอะ” พ่อกู้พยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนกู้เหวินหนานยังคงต้องวุ่นวายอยู่กับงานที่สถานีธัญพืช จึงยังไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ในตอนนี้
พ่อกู้อุ้มเยว่เยว่ขึ้นรถจี๊ปตามทุกคนไป เซิ่งเจ๋อซีหันมาถามภรรยา “ที่รัก เราจะกลับหมู่บ้านไหวฮวากันเลยไหม”
กู้เจียหนิงมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ค่ะ เราไปที่สหกรณ์การค้าและการตลาดก่อนดีกว่า พ่อคะ พี่สามทำงานอยู่ที่นั่นใช่ไหมคะ”
พี่ใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานเหล็กกล้า การจะเข้าไปหาคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พี่สามซึ่งทำงานอยู่ที่สหกรณ์การค้าฯ น่าจะเจอกันได้ไม่ยาก
“ใช่ พี่สามของลูกทำงานอยู่ที่นั่นแหละ”
“ดีเลยค่ะ งั้นเราไปที่สหกรณ์ฯ กัน”
***
ณ สหกรณ์การค้าและการตลาดอำเภอชิงซาน กู้เหวินโจวกำลังง่วนอยู่กับการบริการลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายหน้าเคาน์เตอร์ ความวุ่นวายทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่งซึ่งคอยลอบมองมาจากมุมหนึ่งของร้านอยู่เป็นระยะ
เจ้าของสายตาคู่นั้นคือหลิ่วหยวน เธอลอบมองกู้เหวินโจวสลับกับก้มหน้าลงอย่างเขินอาย แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่แล้วพลันเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ รอยยิ้มเขินอายจึงจางหายไป เหลือไว้เพียงความขมขื่นในแววตา
เพื่อนร่วมงานหญิงที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นท่าทีของเธอมาสักพักแล้ว จึงแอบขยับเข้าไปกระซิบถาม “หยวนหยวน นี่เธอแอบชอบกู้เหวินโจวอยู่ใช่ไหมล่ะ”
คำถามนั้นทำให้หลิ่วหยวนสะดุ้งตกใจ “เธอ… อย่าพูดจาเหลวไหลนะ!”
“ฉันพูดเหลวไหลที่ไหนกัน สายตาที่เธอมองเขาน่ะ ใครๆ ก็ดูออกทั้งนั้นแหละ”
หลิ่วหยวนนิ่งเงียบไป ไม่ได้ปฏิเสธ
“ฉันว่านะ ถ้าเธอชอบเขาจริงๆ ก็บอกให้พ่อแม่ของเธอไปสู่ขอก็สิ้นเรื่อง กู้เหวินโจวคนนี้ใช้ได้เลยนะจะบอกให้” เพื่อนร่วมงานสาวกล่าวต่อ
“ที่สหกรณ์ฯ ของเรามีสาวๆ หลายคนจ้องเขาตาเป็นมันเลย ถ้าไม่ใช่ว่าฉันแต่งงานมีลูกแล้วล่ะก็ ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน”
ถ้อยคำของเพื่อนยิ่งทำให้หัวใจของหลิ่วหยวนเต็มไปด้วยความขมขื่น เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่ากู้เหวินโจวดีแค่ไหน และเธอไม่เคยขอให้พ่อแม่ไปสู่ขอเขาหรือ ก็เคยน่ะสิ พ่อกับแม่ของเธอเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยว่ากู้เหวินโจวเป็นคนดีและเหมาะสม
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธจากบ้านกู้
ตอนแรกเธอยังคิดว่าเป็นความประสงค์ของพ่อแม่ฝ่ายชาย แต่ภายหลังถึงได้รู้ว่าเป็นการตัดสินใจของตัวกู้เหวินโจวเอง เขาให้เหตุผลว่ายังไม่ต้องการแต่งงานในตอนนี้
หลิ่วหยวนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ กู้เหวินโจวอายุก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าปีแล้ว หากเป็นผู้ชายคนอื่นในวัยเดียวกัน คงกลายเป็นพ่อของลูกหลายคนไปแล้ว แล้วเหตุใดเขายังไม่อยากแต่งงานอีกเล่า
ในอดีต หลิ่วหยวนเคยเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเองสูง เธอเป็นลูกสาวของเลขาธิการพรรคประจำอำเภอ เป็นสาวในเมืองที่มีหน้าที่การงานมั่นคงในสหกรณ์การค้าฯ เธอจึงเชื่อมาตลอดว่ามีผู้ชายมากมายที่ปรารถนาจะแต่งงานกับเธอ และเมื่อพ่อแม่ของเธอส่งคนไปทาบทามที่บ้านกู้ เธอก็มั่นใจว่าเรื่องการแต่งงานคงจะถูกกำหนดลงในไม่ช้า
แต่เธอก็คาดไม่ถึง ว่าความจริงจะตบหน้าเธอฉาดใหญ่เช่นนี้
เห็นได้ชัดว่ากู้เหวินโจวไม่ได้ชอบพอในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
หากจะถามว่าเหตุใดหลิ่วหยวนถึงได้หลงรักกู้เหวินโจว อาจจะเป็นเพราะความใกล้ชิดที่ได้ทำงานในที่เดียวกันนานวันเข้า ความรู้สึกดีๆ จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่เธอได้รู้โดยบังเอิญว่าเขาคือผู้ที่ช่วยชีวิตเธอไว้
ในวันที่เธอเกือบจะพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับเวินจู๋ชิง ก็เป็นกู้เหวินโจวที่สร้างเสียงดังขึ้นมา ทำให้เธอได้สติและหนีรอดจากสถานการณ์เลวร้ายนั้นมาได้ทันท่วงที เรื่องนี้เขาไม่เคยปริปากบอกใคร แต่เธอเองที่ไปสืบรู้มาโดยบังเอิญ
บางทีเขาอาจจะรู้เรื่องในอดีตระหว่างเธอกับเวินจู๋ชิงแล้วก็ได้ เขาคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัว ถึงได้ไม่ชอบเธอ หลิ่วหยวนได้แต่คิดอย่างเจ็บปวด
จากหญิงสาวที่กล้าได้กล้าเสีย กล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาตรงๆ แต่หลังจากผ่านเรื่องราวของเวินจู๋ชิง และการที่ถูกกู้เหวินโจวล่วงรู้ความลับในครั้งนั้น ทำให้ตอนนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา หลิ่วหยวนจึงรู้สึกต่ำต้อยและขลาดเขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากถูกปฏิเสธการสู่ขอ เธอก็ยิ่งไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เขาอีก ได้แต่เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ เช่นนี้
แม้กู้เหวินโจวจะไม่ใช่คนในเมือง แต่คุณสมบัติของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหนุ่มชาวกรุงเลยแม้แต่น้อย เขามีหน้าตาหล่อเหลา มีงานการที่มั่นคง ส่วนครอบครัวของเขาก็มีพื้นฐานที่ดี พ่อเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน พี่ชายทั้งสองคนก็มีงานทำเป็นหลักแหล่ง คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงงานเหล็กกล้า อีกคนทำงานอยู่ที่สถานีธัญพืช และที่สำคัญที่สุด น้องสาวคนเดียวของเขายังเป็นคุณหมอคนเก่งที่ได้ลงหนังสือพิมพ์ เป็นที่จดจำของคนระดับสูง แถมยังได้แต่งงานกับนายทหารอนาคตไกลจากเมืองหลวงอีกด้วย
เรียกได้ว่าภูมิหลังของบ้านกู้นั้นดีมาก เส้นสายก็แข็งแกร่ง ทำให้คุณสมบัติของกู้เหวินโจวโดดเด่นอย่างยิ่ง
เธอไม่รู้เลยว่า ที่ตอนนี้กู้เหวินโจวยังไม่อยากแต่งงาน เป็นเพราะเขายังไม่เจอคนที่ถูกใจ หรือเพราะในใจเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้คบหากัน แล้วผู้หญิงแบบไหนกันนะ ที่จะสามารถพิชิตใจของกู้เหวินโจวได้
ในขณะที่หลิ่วหยวนกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด เพื่อนร่วมงานข้างๆ ก็ดึงแขนเสื้อของเธอเบาๆ พร้อมกับพูดด้วยความตื่นเต้น “นี่ๆ หยวนหยวน ดูนั่นสิ ผู้หญิงคนนั้นสวยมากเลย”
“นี่เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะ สวยอย่างกับนางฟ้าลงมาเดินดินแน่ะ”
“ตายจริง เธอเดินตรงไปทางกู้เหวินโจวด้วย หรือว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่เขาชอบ”
อะไรนะ
หลิ่วหยวนรีบเงยหน้าขึ้นมองตามทันที และก็เป็นจริงดังว่า เธอเห็นหญิงสาวสวยหยาดเยิ้มคนหนึ่งกำลังเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ของกู้เหวินโจว
ผู้หญิงคนนั้นสวยจริงๆ สวยมากเสียจนหลิ่วหยวนที่เคยมั่นใจในหน้าตาของตัวเองมาตลอด ถึงกับรู้สึกละอายใจ ความสวยที่เธอเคยภาคภูมิใจนักหนา เมื่อมาอยู่ต่อหน้าหญิงสาวผู้นี้ กลับดูด้อยค่าไปในทันที
และในตอนนี้ หญิงสาวแสนสวยในสายตาของหลิ่วหยวนและคนอื่นๆ ก็ได้เดินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของกู้เหวินโจวแล้ว
“สวัสดีค่ะ ฉันขอซื้อกิ๊บติดผมอันหนึ่งค่ะ”
“ครับ ไม่ทราบว่าต้องการอันไหน…” กู้เหวินโจวเอ่ยตอบขณะที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แต่เมื่อได้สบตากับหญิงสาวที่ยืนยิ้มหวานอยู่ตรงหน้า คำพูดของเขาก็พลันหยุดชะงักลง
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ก่อนที่ขอบตาจะเริ่มแดงก่ำ ชายหนุ่มที่ปกติแล้วไม่เคยแสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ออกมาให้ใครเห็น บัดนี้กลับมีน้ำเสียงสั่นเครือ
“น้องเล็ก? นี่… นี่เธอกลับมาแล้วเหรอ”
หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้ากู้เหวินโจวจะเป็นใครไปได้อีก นอกจากกู้เจียหนิง
“ใช่แล้วค่ะ พี่สาม… ฉันเอง ฉันเพิ่งกลับมาถึง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ฉันคิดถึงพี่จังเลย”
กู้เหวินโจวข่มความรู้สึกตื้นตันไว้ พยายามส่งยิ้มให้น้องสาวทั้งที่ขอบตายังร้อนผ่าว “ยัยเด็กคนนี้นี่จริงๆ เลย…”
เขาอยากจะโผเข้าไปกอดน้องสาวให้หายคิดถึงใจจะขาด แต่เพราะยังอยู่ในเวลางานและมีผู้คนมากมาย จึงทำได้เพียงระงับความต้องการนั้นไว้
เนื่องจากยังวุ่นวายอยู่กับการทำงาน สองพี่น้องจึงได้พูดคุยกันเพียงสั้นๆ กู้เหวินโจวดีใจมากเมื่อรู้ว่าครั้งนี้น้องสาวของเขากลับมากันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว และจะอยู่ที่บ้านอย่างน้อยหนึ่งเดือน
“ดีเลย งั้นเธอกับน้องเขยพาลูกๆกลับบ้านไปก่อนนะ รอพี่เลิกงานแล้วจะรีบตามกลับไปทันที”
“ค่ะ”
แม้จะอยากพูดคุยกันต่ออีกสักแค่ไหน แต่กู้เจียหนิงก็เข้าใจดีว่าพี่ชายยังต้องทำงาน เธอจึงเอ่ยลาแล้วเดินจากไป กู้เหวินโจวมองตามแผ่นหลังของน้องสาวจนลับสายตา ถึงได้ดึงสติกลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้าต่อ
ณ อีกฝั่งหนึ่งของร้าน หลิ่วหยวนเห็นปฏิกิริยาและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนของกู้เหวินโจว หัวใจของเธอก็กระตุกวูบ หรือว่าหญิงสาวสวยสะคราญคนนั้นคือคนที่เขารักสุดหัวใจจริงๆ ผู้หญิงที่ทั้งสวยและมีเสน่ห์ขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันนะ
ในขณะที่กู้เหวินโจวไม่ได้ล่วงรู้ความคิดของหลิ่วหยวนเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีแต่ความสุขที่ได้พบหน้าน้องสาวอีกครั้ง เขามีแต่ความปรารถนาที่จะรีบทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวโดยเร็วที่สุด
[จบบท]