บทที่ 254: แม่ลูกปลอดภัยและรางวัลตอบแทน
【ติ๊ง! โฮสต์โปรดช่วยเหลือแม่ลูกกู้เป่าจูให้ปลอดภัย เมื่อทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับ: ฟังก์ชันพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งมณฑล พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีผลถาวร】
กู้เจียหนิงคาดไม่ถึงเลยว่าแค่การเดินทางมาช่วยชีวิตกู้เป่าจูในครั้งนี้ จะสามารถกระตุ้นให้ระบบมอบหมายภารกิจพิเศษให้เธอได้ ทั้งยังมาพร้อมกับของรางวัลที่น่าทึ่งอีกด้วย
รางวัลที่ว่าคือระบบพยากรณ์อากาศแบบถาวร! ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีฟังก์ชันเสริมสำหรับแจ้งเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติพ่วงมาด้วย กู้เจียหนิงรู้สึกว่ารางวัลชิ้นนี้มีค่ามหาศาลสำหรับเธอ เพราะอีกไม่นานเกินรอ เธอก็จะต้องย้ายตามพี่เจ๋อซีไปอาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเล ซึ่งแน่นอนว่าสภาพอากาศที่นั่นย่อมแปรปรวนและไม่แน่นอน ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติต่างๆได้ทุกเมื่อ การมีระบบพยากรณ์อากาศที่แม่นยำติดตัวไว้จึงนับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง
แต่ในเวลานี้ ความคิดของกู้เจียหนิงทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการช่วยชีวิตกู้เป่าจูให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช จนไม่มีเวลามาใส่ใจกับของรางวัลมากนัก เธอรีบใช้เครื่องสแกนทางการแพทย์ที่อยู่ในดวงตาสำรวจร่างกายของกู้เป่าจูอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทันที
ผลการสแกนปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ชี้ชัดว่าสาเหตุที่กู้เป่าจูตกอยู่ในภาวะคลอดยากนั้นมาจากการที่เธอถูกผลักจนล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก
สิ่งแรกที่ต้องทำโดยด่วนที่สุดคือการห้ามเลือด แต่เพียงแค่ห้ามเลือดอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะเป้าหมายสำคัญคือต้องทำให้ทารกในครรภ์คลอดออกมาอย่างปลอดภัยด้วย
กู้เจียหนิงไม่รอช้า เธอรีบเปิดกล่องยาประจำตัวของเธอออก แล้วหยิบชุดเข็มฝังเข็มกับขวดยาเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมา ของที่อยู่ในขวดนั้นคือ "ยาเม็ดช่วยคลอด" ที่เดิมทีเธอตั้งใจเตรียมไว้ให้ซูเหมี่ยว พี่สะใภ้รองของเธอ
แต่เมื่อสถานการณ์คับขันเช่นนี้ การนำมาใช้เพื่อช่วยชีวิตกู้เป่าจูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ส่วนยาของพี่สะใภ้รองนั้น เธอค่อยหาทางเข้าไปแลกซื้อใหม่จากร้านค้าของระบบในภายหลังได้
“พี่เป่าจู ได้ยินฉันไหมคะ ฉันมาช่วยพี่แล้ว” กู้เจียหนิงโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง
“มาค่ะ อ้าปาก แล้วกลืนยาเม็ดนี้ลงไป”
“ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะช่วยพี่เอง จะทำให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัยแน่นอนค่ะ”
ในขณะที่สติสัมปชัญญะของกู้เป่าจูกำลังจะดับวูบลงและจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์นั้นเอง เธอก็พลันได้ยินเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยพลังดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นช่างคุ้นหูเหลือเกิน เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลืมตาขึ้นมองให้ชัดๆว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร แต่ก็ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สัญชาตญาณลึกๆ บอกกับเธอว่าคนผู้นี้มาเพื่อช่วยชีวิตเธอ
เธอ…ยังมีโอกาสรอดอยู่อย่างนั้นหรือ?
จากนั้น กู้เป่าจูก็รู้สึกได้ว่ามีวัตถุบางอย่างถูกใส่เข้ามาในปากของเธอ แทบไม่ต้องออกแรงกลืนเลยด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่สัมผัสกับลิ้น วัตถุนั้นก็ละลายหายไปในทันที กลายเป็นกระแสธารอันอบอุ่นที่ไหลบ่าเข้าสู่ทุกอณูของร่างกายอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตานั้นเอง ร่างกายที่เคยหนาวเหน็บของเธอก็เริ่มกลับมาอบอุ่นขึ้นทีละน้อย เรี่ยวแรงที่เคยเหือดหายไปก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง แม้แต่ภาพเบื้องหน้าที่เคยพร่ามัวก็เริ่มกลับมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด กู้เป่าจูก็มองเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
เป็นกู้เจียหนิง…น้องสาวของกู้เหวินถิงนั่นเอง
“เจียหนิง?”
เมื่อเห็นว่ากู้เป่าจูได้สติกลับคืนมาแล้ว กู้เจียหนิงจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่เป่าจูคะ คุณป้าเป็นคนไปตามฉันมาช่วยพี่เอง ขอให้พี่เชื่อใจฉันนะคะ ฉันสามารถช่วยพี่ได้จริงๆ สิ่งเดียวที่พี่ต้องทำในตอนนี้คือตั้งสติและพยายามเบ่งคลอดลูกออกมาให้ได้ค่ะ”
พูดจบกู้เจียหนิงก็ไม่รอช้า เธอหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วลงมือฝังเข็มลงบนจุดต่างๆ บนร่างกายของกู้เป่าจูด้วยความรวดเร็วและแม่นยำอย่างน่าทึ่ง และเพียงชั่วอึดใจ เลือดที่เคยไหลทะลักออกมาไม่หยุดก็พลันหยุดลงอย่างน่าอัศจรรย์
“เลือดหยุดแล้ว! คนไข้ก็ฟื้นคืนสติแล้ว! มีความหวังแล้ว มีความหวังแล้ว!” คุณหมอที่ยืนอยู่ข้างๆ อุทานออกมาด้วยความตกตะลึงและดีใจระคนกัน
กู้เป่าจูเองก็เริ่มประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ได้ในที่สุด ที่แท้ก็เป็นกู้เจียหนิงที่กลับมา และเป็นแม่ของเธอเองที่บากหน้าไปขอร้องให้กู้เจียหนิงมาช่วยชีวิตเธอ ทั้งๆที่รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่ของเธอกับป้าเหยาชุนฮวานั้นไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้น แม่ก็ยังยอมทำเพื่อเธอ
น้ำตาแห่งความซาบซึ้งในความรักของมารดาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของกู้เป่าจู ในขณะเดียวกัน เธอก็รับรู้ได้ถึงความเก่งกาจในวิชาแพทย์ของกู้เจียหนิงที่เลื่องลือไปไกล ภาพข่าวที่กู้เจียหนิงได้ลงหนังสือพิมพ์จนทำให้ครอบครัวของเธอได้รับโควตาเข้าทำงานถึง 2 ตำแหน่งยังคงติดตาเธออยู่เสมอ มันทำให้เธอรู้สึกชื่นชมและอิจฉาในความสามารถของหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างมาก
เธอยังจำได้ดีถึงวันที่เผลอพูดเรื่องความอิจฉานี้ออกมาให้แม่ฟังได้ ตอนนั้นแม่ของเธอพูดว่าอย่างไรนะ?
“ลูกคนนี้นี่ ทำไมต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วย”
“คนเราแต่ละคนก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง”
“ในใจของแม่ เป่าจูของแม่เก่งที่สุดแล้ว แม่ขอแค่มีลูกสาวอย่างเป่าจูคนเดียวเท่านั้น ต่อให้ใครมาแลกแม่ก็ไม่ยอม”
คำพูดของแม่ในวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจ ทำให้กู้เป่าจูยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา และในตอนนี้ เมื่อมีกู้เจียหนิงอยู่เคียงข้าง บางที…บางทีเธออาจจะรอดชีวิตไปจากวิกฤตครั้งนี้ได้จริงๆ ก็เป็นได้!
“พี่เป่าจูคะ ตอนนี้พี่ต้องทำตามที่ฉันบอกนะคะ เราจะเริ่มทำคลอดกันแล้วค่ะ มาค่ะ หายใจเข้าลึกๆ… แล้วเบ่ง!”
ด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างแรงกล้า กู้เป่าจูจึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแล้วเริ่มออกแรงเบ่งตามคำแนะนำของกู้เจียหนิงอย่างแข็งขัน
“ใช่แล้วเป่าจู ฟังที่เจียหนิงบอกนะลูก ออกแรงอีกนิด!” อู๋เหม่ยลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตะโกนให้กำลังใจลูกสาวสุดเสียง
ภาพของกู้เจียหนิงผู้มุ่งมั่น ภาพของแม่ผู้เป็นห่วงเป็นใย ความคิดถึงลูกชายคนโตที่รอคอยเธออยู่ และลูกน้อยในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลก รวมถึงความแค้นที่ยังไม่ได้ชำระต่อสองแม่ลูกหยางกวงหมิง ทั้งหมดนี้คือแรงผลักดันมหาศาลที่ทำให้กู้เป่าจูต้องสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้
ราวกับมีปาฏิหาริย์ นับตั้งแต่ที่กู้เจียหนิงก้าวเข้ามาในห้องนี้ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะง่ายดายไปเสียหมด แม้กระทั่งการคลอดที่เคยเจ็บปวดทรมานก็กลับกลายเป็นเรื่องที่เบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ
เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ หลังจากที่กู้เป่าจูรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเบ่งออกไป เธอก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่หลุดออกมาจากร่างกาย ตามมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในช่องท้อง
“คลอดแล้ว! คลอดแล้ว! ในที่สุดก็คลอดแล้ว!” อู๋เหม่ยลี่ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจจนสุดเสียง
“คุณหมอคะ รบกวนช่วยตรวจร่างกายเด็กให้หน่อยค่ะ ฉันยังต้องจัดการดูแลพี่เป่าจูต่ออีกนิดหน่อย” กู้เจียหนิงหันไปพูดกับคุณหมอที่ยืนอยู่ข้างๆ
เมื่อได้รับคำสั่งจากกู้เจียหนิง ดวงตาของคุณหมอก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “ได้ค่ะ! นี่เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ทางนี้ฉันจัดการเอง!”
คุณหมอรีบเข้าไปอุ้มทารกน้อยขึ้นมาเพื่อทำการตรวจร่างกายตามขั้นตอน แต่เมื่อได้เห็นสภาพของเด็ก เธอก็ต้องตกใจ เพราะดูเหมือนว่าเด็กจะมีอาการไม่ค่อยดีนัก
“ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่ร้องเลยล่ะ”
“ใบหน้าก็เขียวคล้ำไปหมดแล้ว”
คุณหมอพยายามใช้วิธีต่างๆ นานา ทั้งตบก้นเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เด็กร้องไห้ แต่ก็ไม่มีอะไรได้ผลเลยสักนิด
อู๋เหม่ยลี่ที่เฝ้ามองดูอยู่ถึงกับร้อนใจจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา ในขณะที่กู้เป่าจูซึ่งยังคงมีสติอยู่ก็รู้สึกกระวนกระวายใจไม่แพ้กัน
“เจียหนิง…ลูก…ช่วยดูลูกให้ฉันที” กู้เป่าจูเอื้อมมือไปคว้าแขนของกู้เจียหนิงไว้แน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยแววตาแห่งการอ้อนวอนอย่างสุดหัวใจ ทารกคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเธอมา เธอรอดมาได้แล้ว ลูกของเธอก็ต้องรอดด้วยเช่นกัน
“ได้ค่ะ ฉันจะดูให้เอง”
กู้เจียหนิงรีบรับทารกน้อยมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนทันที เธอใช้เครื่องสแกนในดวงตาสำรวจร่างกายของเด็กอย่างรวดเร็วก็พบว่า ทารกน้อยอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนเนื่องจากอยู่ในครรภ์นานเกินไป หากคลอดช้ากว่านี้อีกนิดเดียว สถานการณ์คงจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้
แต่โชคดีที่ตอนนี้ยังพอมีหนทางแก้ไข!
กู้เจียหนิงไม่รีรอ เธอหยิบเข็มเงินขึ้นมาอีกครั้ง แล้วบรรจงฝังเข็มลงบนร่างเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา
และในวินาทีต่อมา หลังจากที่เธอฝังเข็มไปได้เพียงไม่กี่เล่ม เสียงร้องไห้ “อุแว้! อุแว้!” อันดังสดใสของทารกน้อยก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องคลอด
“ร้องแล้ว! ร้องแล้ว! ในที่สุดก็ร้องแล้ว!” อู๋เหม่ยลี่ถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
กู้เจียหนิงเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอส่งทารกน้อยคืนให้กับคุณหมอ ก่อนจะหันไปพูดกับอู๋เหม่ยลี่ว่า “ถึงแม้ว่าเด็กจะร่างกายอ่อนแอไปบ้าง แต่ถ้าบำรุงดูแลดีๆ เดี๋ยวก็แข็งแรงขึ้นเองค่ะ”
“จ้ะ ดีแล้ว ดีแล้ว”
“หนิงหนิง คราวนี้ป้าต้องขอบใจหนูมากจริงๆ นะ”
อู๋เหม่ยลี่รู้ดีแก่ใจว่า หากไม่ได้กู้เจียหนิงในวันนี้ ทั้งลูกสาวและหลานของเธอคงไม่มีโอกาสรอดชีวิต กู้เจียหนิงคือผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงของครอบครัวเธอ
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ ระบบพยากรณ์อากาศได้เริ่มทำงานแล้ว】
ทันทีที่กู้เจียหนิงก้าวเท้าออกจากห้องคลอด เธอก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่าภารกิจของเธอได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
บริเวณด้านนอกห้องคลอดนั้นมีผู้คนมากมายมายืนมุงรอดูสถานการณ์อยู่เต็มไปหมด บางคนก็มาเพราะอยากรู้อยากเห็น แต่ส่วนใหญ่แล้วมาเพราะต้องการพบเจอกับกู้เจียหนิง
เหยาชุนฮวาและเซิ่งเจ๋อซีเป็นหนึ่งในผู้ที่ยืนรออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ
“หนิงหนิง เป็นยังไงบ้างลูก” ทันทีที่เห็นลูกสาวเดินออกมา เหยาชุนฮวาก็รีบปรี่เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“แม่ลูกปลอดภัยดีค่ะ”
เหยาชุนฮวาถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพลางใช้มือลูบหน้าอกตัวเอง “เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว” การช่วยชีวิตคนหนึ่งคนถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ลูกสาวของเธอได้สร้างบุญสร้างกุศลให้กับตัวเองแล้ว
“ที่รัก แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม ลูกในท้องไม่เป็นอะไรใช่ไหม!” ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน เซิ่งเจ๋อซีกลับเป็นห่วงภรรยาสาวและลูกในท้องของเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด
“อะไรนะ! หนิงหนิง หนูท้องอย่างนั้นเหรอลูก?!” เหยาชุนฮวาอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
กู้เจียหนิงพยักหน้าเบาๆ พลางอมยิ้ม “ค่ะ เพิ่งจะ 2 เดือนเองค่ะ”
[จบบท]