บทที่ 26: คิดจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่เหรอ?
เหตุผลที่เหยาชุนฮวาตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ก็เพราะก่อนหน้าที่เธอจะวิ่งกลับบ้านนั้น จู่ๆ หมูสองตัวในคอกก็ล้มลงชักกระตุกคาที่ ปากของมันส่งเสียงร้องแหบแห้งออกมาไม่หยุด แถมหมูบางตัวก็เริ่มฉี่ราด
“...แต่ในฉี่นั่นมันมีเลือดปนอยู่ด้วยนะหนิงหนิง แม่ไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ มันคือเลือดจริงๆ”
“ลูกคิดดูสิ หมูพวกนี้เราเลี้ยงมาเกือบจะปีแล้วนะ อีกไม่นานคนจากคอมมูนก็จะมารับไปครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือคนในหมู่บ้านเราทุกครัวเรือนก็จะได้แบ่งกัน แต่ทำไมต้องมาเกิดเรื่องเอาตอนนี้ด้วย”
“แล้ว...แล้วหมูมันจะตายไหมลูก”
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นั้น ใบหน้าของเหยาชุนฮวาก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ
หากหมูทั้ง 9 ตัวเป็นอะไรไปจริงๆ หมู่บ้านของพวกเธอจะเอาอะไรไปส่งมอบให้คอมมูนได้ ตอนนั้น ไม่ใช่แค่เธอจะตกงานจากการเป็นคนเลี้ยงหมู แต่อาจจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย
หมู 9 ตัวเชียวนะ มันจะเป็นเงินเท่าไหร่กัน!
ทันทีที่เห็นว่าหมูมีท่าทีไม่ปกติ เหยาชุนฮวาก็รีบวิ่งแจ้นมาหาลูกสาวทันที เพราะยังไงซะในอนาคตลูกสาวของเธอก็คือหมอ ย่อมต้องมีความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บอยู่บ้าง
“แม่คะ แม่ใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวหนูไปดูด้วยกัน”
กู้เจียหนิงไม่คิดจะเสียเวลา เธอรีบจูงมือแม่ของเธอออกจากบ้านทันที
ระหว่างทาง เธอก็ได้ซักถามรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม
เมื่อได้รู้ว่าช่วงนี้แม่ของเธอก็ยังคงเลี้ยงดูพวกมันเหมือนเดิมทุกอย่าง กู้เจียหนิงก็คิดว่าสาเหตุที่หมูมีอาการผิดปกติไม่น่าจะมาจากแม่ของเธอ
แต่ปัญหาก็คือ...มันเป็นอุบัติเหตุ หรือมีคนจงใจทำกันแน่
ถ้าเป็นอุบัติเหตุก็ยังพอว่า แต่ถ้ามีคนจงใจทำขึ้นมา คนๆ นั้นต้องมีเป้าหมายเป็นครอบครัวของเธออย่างไม่ต้องสงสัย
แล้วจะเป็นใครกันล่ะ?
ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวของกู้เจียหนิง แต่เธอก็ยังคิดหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ทำได้เพียงเร่งฝีเท้าเดินตามแม่ไปยังคอกหมูของหมู่บ้านให้เร็วที่สุด
พอเดินมาได้ครึ่งทาง ก็เจอเข้ากับพ่อของเธอพอดี
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เมื่อกี้พ่อเห็นแม่เขาวิ่งหน้าตื่นกลับบ้านไป” พ่อกู้ซึ่งอยู่ที่ทำการหมู่บ้านเห็นภรรยาวิ่งกลับบ้านอย่างร้อนรน แต่กว่าจะตั้งตัวได้ก็เรียกไว้ไม่ทันแล้ว เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เลยรีบตามมาดู
“พี่คะ แย่แล้ว...” เหยาชุนฮวาไม่ได้ปิดบังอะไร เธอเล่าเรื่องหมูให้สามีฟังจนหมดสิ้น
“ฉันกำลังจะพาลูกสาวไปดูอาการพวกมันอยู่พอดี”
“เดี๋ยวพ่อจะไปตามหมอจางมา เขาเป็นหมอประจำหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาจจะพอมีวิธี” พ่อกู้ได้ฟังก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้รุนแรงแค่ไหน นอกจากลูกสาวของเขาแล้ว ในหมู่บ้านก็มีเพียงหมอจางที่เป็นหมออีกคน ไม่ว่าเขาจะดูออกหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็ต้องตามตัวมาดูก่อน
“ใช่ๆ ไปตามหมอจางมาดู”
พ่อกู้จึงเปลี่ยนทิศทางทันที มุ่งหน้าไปยังสถานีอนามัยของหมู่บ้านที่หมอจางประจำอยู่อย่างรวดเร็ว
กู้เจียหนิงคิดว่าไม่ว่าเรื่องหมูในครั้งนี้จะเป็นอุบัติเหตุหรือมีคนจงใจทำ เธอจะต้องรักษาหมูพวกนี้เอาไว้ให้ได้
ทันใดนั้น เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
แหงสิ แผนการของเธอก็ไม่พ้นการใช้ตัวช่วยขี้โกงของตัวเองนั่นแหละ
เธอเอ่ยถามในใจ “ระบบ มิติหมอเทวดาของเรา ไม่น่าจะผูกพันธะได้แค่กับคนใช่ไหม สัตว์ก็น่าจะทำได้เหมือนกันใช่หรือเปล่า อย่างเช่น…หมู”
【ได้ค่ะโฮสต์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ พืช หรือมนุษย์ ก็สามารถทำได้ทั้งหมด ขอแค่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ป่วยได้ ก็สามารถผูกพันธะได้ทั้งนั้นค่ะ】
กู้เจียหนิงรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เยี่ยมไปเลย!
แบบนี้ก็แค่ผูกพันธะกับหมูทั้ง 9 ตัว แล้วระบบก็จะวิเคราะห์หาสาเหตุให้โดยอัตโนมัติ
แถมยังจะมีวิธีรักษาที่สอดคล้องกันมาให้ด้วย
ถึงตอนนั้น เธอก็แค่ใช้เวลาเรียนรู้วิธีการรักษาเหล่านั้นอีกหน่อย ก็จะสามารถรักษาหมูทั้ง 9 ตัวได้แล้ว
เมื่อมีแผนการที่ชัดเจนในใจ ความกังวลของกู้เจียหนิงก็คลายลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ว่า...
ขณะที่เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กู้เจียหนิงก็ขมวดคิ้วมองไปยังกลุ่มคนที่มุงดูอยู่ไม่ไกล แล้วเอ่ยถามขึ้น “แม่คะ ตอนที่แม่กลับมา ตรงนั้นมีคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
ดูท่าทางแล้ว คนที่มาทำงานคงจะแห่กันมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ทั้งหมดพากันไปรุมล้อมอยู่ที่คอกหมู
“ไม่มีนะ ตอนนั้นมีแค่แม่คนเดียว ทำไมคนเยอะขนาดนี้ล่ะ”
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากท่าทางแล้ว พวกเขากำลังยืนล้อมคอกหมูพลางวิพากษ์วิจารณ์อะไรบางอย่างกันอยู่
แววตาของกู้เจียหนิงฉายแวบครุ่นคิด...แค่ชั่วครู่เดียว คนพวกนี้รู้เรื่องได้ยังไง?
ต้องมีคนไปเรียกมาแน่ๆ
คิดจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่เหรอ?
แล้วคนที่ไปเรียกชาวบ้านมา เป็นคนที่บังเอิญผ่านมาเห็น หรือว่า...กำลังรอโอกาสอยู่แล้วกันแน่
ถ้าเป็นอย่างหลัง นั่นก็หมายความว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ มีคนจงใจสร้างขึ้นงั้นเหรอ?
และคนๆ นั้น ก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อเล่นงานครอบครัวกู้ใช่หรือไม่?
“อ้าว นั่นเหยาชุนฮวานี่ เธอมาแล้ว”
ในกลุ่มคนที่มุงดูอยู่ มีคนตาดีเห็นเหยาชุนฮวาเข้า จึงตะโกนขึ้นมาทันที
ส่งผลให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่เหยาชุนฮวาเป็นตาเดียว ก่อนที่ทุกคนจะรีบกรูเข้ามาถามอย่างร้อนรน
“ป้าเหยา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหมูกันแน่ มันป่วยหรือว่าเป็นอหิวาต์สุกร ทำไมดูท่าทางไม่ดีเลย มันชักใหญ่แล้วนะนั่น”
“โธ่เอ๊ย! เลี้ยงมาตั้งเป็นปี หมูอ้วนๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้ ถ้ามันตายไปจะทำยังไงกันล่ะ”
“ชุนฮวา เธอหายไปไหนมา หมูจะตายอยู่แล้วยังจะวิ่งหนีไปอีก หรือว่า...หมูมันเป็นแบบนี้เพราะฝีมือเธอกันแน่”
ชาวบ้านต่างพากันรุมถามเหยาชุนฮวา น้ำเสียงของพวกเขาแฝงไปด้วยการตำหนิและซักไซ้
แน่นอนว่าเหยาชุนฮวาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ
แม้ในใจจะกังวลเรื่องหมูอ้วนพวกนั้น แต่เธอก็ยังคงแผ่รังสีคุกคามออกมาไม่ลดละ
“ฉินเจาตี้! ปากของแกไปกินอาจมมาหรือยังไง ทำไมเปิดปากมาก็พ่นแต่อุจจาระออกมาแบบนี้ เชื่อไหมว่าฉันจะฉีกปากแกให้แหลก! อะไรคือฉันวิ่งหนี ถ้าฉันหนีแล้วแกจะเห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้ไหมหา! แล้วที่ว่าฉันเป็นคนทำให้หมูเป็นแบบนี้ ฉันเป็นบ้าหรือไง! ฉันก็แค่เห็นว่าหมูอาการไม่ดี เลยรีบกลับบ้านไปตามลูกสาวมาดูให้ก็เท่านั้น”
“อีกอย่าง ฉันบริสุทธิ์ใจ ฉันจะวิ่งหนีทำไม!”
ในตอนนั้นเอง กู้เหวินหนานและกู้เหวินโจวที่ได้ยินข่าวก็รีบตามมาสมทบ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สองคนยืนขนาบอยู่ด้านหลังเหยาชุนฮวา ทำให้คนอื่นๆ ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามขึ้นมาทันที
ได้แต่พูดเสียงอ่อยๆ “แต่ว่าหมูพวกนี้เธอเป็นคนเลี้ยงนะ ตอนนี้มันเกิดปัญหาขึ้นมา พวกเราไม่หาเรื่องเธอแล้วจะไปหาเรื่องใคร”
ฉินเจาตี้อิจฉาเหยาชุนฮวามาโดยตลอดที่สามีเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน แถมยังได้งานดีๆ อย่างการเลี้ยงหมูไปทำอีก
ย้อนกลับไปตอนที่รู้ข่าวว่าหมู่บ้านจะสร้างคอกหมูเล็กๆ และกำลังหาคนมาเลี้ยงโดยให้ค่าตอบแทนวันละ 10 คะแนนแรงงาน มีหญิงสาวในหมู่บ้านไม่รู้กี่คนที่อยากได้งานนี้
ฉินเจาตี้ก็คือหนึ่งในนั้น
แต่น่าเสียดาย ที่สุดท้ายแล้วงานนี้ก็ตกไปเป็นของเหยาชุนฮวา
ด้วยเรื่องนี้ ฉินเจาตี้แอบเอาไปพูดจาแขวะลับหลังไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แถมยังแสดงออกว่ามันไม่ยุติธรรม
แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า แต่เดิมแล้วโครงการเลี้ยงหมูของหมู่บ้านนั้นไม่มีอยู่จริง
เป็นพ่อกู้ที่ต้องไปเจรจากับผู้นำคอมมูนอยู่นาน กว่าจะได้คอกหมูนี้มา ลูกหมูที่เลี้ยงอยู่ก็เป็นพ่อกู้ที่ใช้เส้นสายหาซื้อมาให้
พูดได้เลยว่าเรื่องทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้เพราะพ่อกู้เป็นคนริเริ่มแต่เพียงผู้เดียว
แล้วการที่เขาจะให้ภรรยาของตัวเองมาเป็นคนเลี้ยงหมูมันจะผิดตรงไหน?
มันสมเหตุสมผลทุกอย่าง จนไม่มีใครสามารถพูดอะไรได้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนับสนุนตัวเอง ในตอนนั้นฉินเจาตี้จึงทำได้เพียงยอมแพ้ไป
ทำได้แค่แอบสาปแช่งเหยาชุนฮวาให้เลี้ยงหมูจนตายอยู่ลับหลัง
แต่ไม่ว่าเธอจะสาปแช่งแค่ไหน เหยาชุนฮวาก็ยังคงเลี้ยงหมูได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด
และในที่สุดตอนนี้ หมูที่เหยาชุนฮวาเลี้ยงก็เกิดปัญหาขึ้นจนได้
ทันทีที่ฉินเจาตี้รู้ข่าว เธอก็รีบวิ่งมาที่นี่ทันที แถมยังไปเรียกคนอื่นๆ มาดูด้วย
เมื่อเห็นสภาพหมูที่เหมือนกับใกล้จะตายเพราะอาการชักกระตุก ในใจของฉินเจาตี้ก็รู้สึกตื่นเต้นสะใจอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงพุ่งเข้าใส่เหยาชุนฮวาราวกับสุนัขบ้า
หากไม่ใช่เพราะกู้เหวินหนานและกู้เหวินโจวมาถึงได้ทันเวลา บวกกับความใจสู้ของเหยาชุนฮวาที่ตอกกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
ป่านนี้ อารมณ์ของชาวบ้านคงจะถูกฉินเจาตี้ปลุกปั่นจนเตลิดไปแล้ว
[จบบท]