บทที่ 280: เป็นไปได้ยังไง!
บ้านตระกูลเซิ่ง
วันนี้ฟางหว่านหรงไม่ได้ออกไปไหน เธอเอาแต่รอคอยอยู่ที่บ้านด้วยใจที่ร้อนรนและเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เธอรู้ดีว่าพวกแก๊งค้ามนุษย์จะลงมือภายในหนึ่งหรือสองวันนี้ เมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าต้องเป็นวันนี้อย่างแน่นอน
ในใจของเธอเฝ้าภาวนาให้เด็กเหลือขอทั้งสองคนนั่นถูกลักพาตัวไปให้พ้นๆ เธออยากจะเห็นสีหน้าแตกสลายและเจ็บปวดของเซิ่งซิ่นฮ่าวใจจะขาด
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังแอบหวังให้เซิ่งเจ๋อซีอยู่ที่เมืองปักกิ่งในตอนนี้ด้วยซ้ำ จะได้เห็นสภาพที่สิ้นหวังของเขาไปพร้อมๆ กัน คงเป็นภาพที่สะใจน่าดูชม
ยิ่งฟางหว่านหรงขบคิด จิตใจของเธอก็ยิ่งดำดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความริษยา
ในขณะที่กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอกดังเข้ามาใกล้
หรือว่าจะเป็นเซิ่งซิ่นฮ่าวกลับมาแล้ว?
ฟางหว่านหรงรีบลุกขึ้นยืนทันที เธออยากจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นสีหน้าพังทลายและร้อนใจของเขา แต่ทว่า...เมื่อเธอก้าวเท้าออกไป สิ่งที่เห็นกลับทำให้เธอต้องชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน
ภาพของเซิ่งซิ่นฮ่าวที่จูงมือเด็กน้อยทั้งสองคนเดินเข้ามาในบ้าน ทำให้เธอตกตะลึงจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เผลออุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
“เป็นไปได้ยังไง!”
มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!
ทำไมเด็กสองคนนี้ถึงยังไม่ถูกลักพาตัวไป แถมเซิ่งซิ่นฮ่าวยังพาพวกเขากลับมาบ้านอีกด้วย!
เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอแสดงท่าทีพิรุธออกไป ฟางหว่านหรงก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว เธอพยายามเค้นรอยยิ้มออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร สายตาก็ปะทะเข้ากับแววตาอันเย็นชาของเซิ่งซิ่นฮ่าวที่จ้องมองมายังเธอ
“เป็นไปได้ยังไง?”
เขาเอ่ยทวนคำพูดของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความกดดัน
“ฟางหว่านหรง คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่?”
“คุณกำลังจะบอกว่า...ทำไมพวกเด็กๆ ถึงไม่โดนแก๊งค้ามนุษย์ที่คุณจ้างมาลักพาตัวไปอย่างนั้นเหรอ?”
เพียงประโยคเดียวของเซิ่งซิ่นฮ่าว ก็ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของฟางหว่านหรง เธอเบิกตากว้าง จ้องมองสามีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำจนไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับสีหน้าของตัวเองอย่างไร กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเธอเกิดอาการกระตุกเกร็งจนบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฟางหว่านหรงถึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้ เธอพยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็นที่สุดแล้วกล่าวขึ้น “คุณเซิ่ง คุณพูดอะไรของคุณน่ะ ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“เอ่อ...แล้วนี่คุณพาเด็กสองคนนี้กลับมาด้วยทำไมกันคะ?”
“เด็กบ้านไหนกัน หน้าตาน่ารักน่าชังเชียว”
เซิ่งซิ่นฮ่าวมองดูภรรยาที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็วราวกับสวมหน้ากาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดมาตลอดว่าอ่อนโยน เอาใจใส่ และมีจิตใจดีงาม แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเขาเท่านั้น ตัวตนที่แท้จริงของเธอซ่อนเร้นไว้ซึ่งความเจ้าเล่ห์เพทุบาย สามารถร่วมมือกับแก๊งค้ามนุษย์ และเลือดเย็นพอที่จะลงมือกับเด็กเล็กๆได้ลงคอ
“ฟางหว่านหรง ไม่นึกเลยนะว่าคุณจะเปลี่ยนหน้าได้เก่งขนาดนี้”
“ที่ผ่านมาผมคงโดนคุณหลอกมาโดยตลอดสินะ”
“ก่อนหน้านี้ คุณก็คงใช้ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนแบบนี้ แล้วพูดจาไร้เดียงสา ทำให้ผมเข้าใจผิดเรื่องเจ๋อซีครั้งแล้วครั้งเล่าใช่ไหม?”
“เป้าหมายของคุณในตอนนั้น คือต้องการทำลายความสัมพันธ์ของผมกับเจ๋อซี ส่วนตอนนี้ คุณก็กำลังจะลงมือกับลูกทั้งสองคนของเขา”
“ทำไม!”
“ฟางหว่านหรง คุณเองก็เป็นแม่คนนะ ตอนที่คุณเพิ่งรู้ว่าเสี่ยวอวี้ถูกสลับตัวไป คุณก็เกลียดชังพวกค้ามนุษย์เข้ากระดูกดำไม่ใช่เหรอ!”
“แล้วทำไมตอนนี้คุณถึงกลับไปร่วมมือกับคนพวกนั้น เพื่อลักพาตัวซิงซิงกับเยว่เยว่ไปได้ล่ะ?”
“ซิงซิงกับเยว่เยว่ยังเป็นเด็ก พวกเขามีความแค้นอะไรกับคุณนักหนา คุณถึงต้องทำกับพวกเขาแบบนี้!” ประโยคท้ายๆ เซิ่งซิ่นฮ่าวแทบจะตะคอกออกมาด้วยความเดือดดาล
ฟางหว่านหรงตกใจจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้ว...
เซิ่งซิ่นฮ่าวรู้เรื่องที่เธอทำทั้งหมดแล้ว เขารู้ว่าเธอร่วมมือกับแก๊งค้ามนุษย์เพื่อลักพาตัวเด็กสองคนนั่น
ไม่ได้เด็ดขาด เธอจะยอมรับไม่ได้!
ถ้าหากยอมรับ ทุกอย่างที่เธอสร้างมาก็จะพังทลายลงในพริบตา
ดังนั้นเธอจึงรีบแสร้งทำเป็นน้อยใจและไร้เดียงสา “คุณเซิ่ง ฉันแต่งงานกับคุณมากี่ปีแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันปฏิบัติต่อคุณยังไง คุณก็น่าจะรู้ดีที่สุดนี่คะ”
“ในใจของคุณ ฉันเป็นคนแบบนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
ดวงตาของฟางหว่านหรงเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ส่งไปให้เซิ่งซิ่นฮ่าว
หากเป็นเมื่อก่อน เซิ่งซิ่นฮ่าวอาจจะหลงเชื่อท่าทางแบบนี้ของเธอไปแล้ว แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าฟางหว่านหรงที่อยู่ตรงหน้านั้นน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังจะแก้ตัวอีกเหรอ”
“พวกค้ามนุษย์ถูกจับได้หมดแล้ว และพวกมันก็ซัดทอดมาถึงคุณ”
“ไม่เพียงแค่นั้น!”
“คุณคิดว่าเรื่องที่คุณแอบไปพบกับพวกค้ามนุษย์ จะไม่มีใครเห็นอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่คนของผมที่เห็น แต่ลูกสาวของคุณเองก็เห็นด้วย!”
“หรือคุณจะบอกว่าทุกคนตาบอดกันหมด!”
อะไรนะ?!
ใบหน้าของฟางหว่านหรงซีดเผือดเป็นกระดาษ ทันใดนั้นเธอก็เพิ่งสังเกตเห็นฟางม่านผิงที่เดินตามเข้ามาและยืนหลบอยู่ตรงมุมห้อง
ฟางม่านผิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เธอมองไปยังมารดาของตน แม้จะไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา แต่ฟางหว่านหรงก็เข้าใจทุกอย่างได้ในทันที
สิ่งที่เซิ่งซิ่นฮ่าวพูดเป็นความจริงทั้งหมด
ดังนั้น...แผนการที่เธอคิดว่าแนบเนียนไร้รอยต่อ ไม่มีใครล่วงรู้ แท้จริงแล้วกลับมีคนรู้เห็นมากมายขนาดนี้เลยเหรอ?
แปลว่า...
ทุกคนต่างก็รู้เห็นเป็นใจกัน ซ้อนแผนเพื่อรอจับเธอให้ได้คาหนังคาเขางั้นหรือ?!
ทางด้านฟางม่านผิงเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะรู้เรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ที่แท้วันนั้นที่เธอแอบตามแม่ของตัวเองไป ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ตามไป แต่คนของพ่อเลี้ยงก็ติดตามไปด้วยเช่นกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อเลี้ยงรู้ทุกอย่าง เขารู้มาโดยตลอด!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ฟางหว่านหรงก็ตระหนักได้ว่า การเสแสร้งต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว
ในชั่วพริบตา สีหน้าที่ดูน่าสงสารและอ่อนแอก็พลันหายวับไปจากใบหน้าของเธอ ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเฉียบคม
“ที่แท้...คุณก็รู้มาตั้งนานแล้ว!”
“คุณเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง?”
“พอเห็นว่าฉันถูกจับได้คาหนังคาเขา แต่ยังแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา คุณคงคิดว่าฉันน่าสมเพชและน่าขำมากเลยสินะ?”
แววตาของเซิ่งซิ่นฮ่าวเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง ที่ตอนแรกเขาไม่ยอมเปิดโปงและซักไซ้เธอ ก็เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะทำเรื่องแบบนี้จริงๆ เขาอยากจะให้โอกาสเธอได้กลับตัว แต่ความจริงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สันดานของคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้ ให้โอกาสไปก็ไร้ประโยชน์
“คุณถามฉันว่าทำไมถึงทำแบบนั้นใช่ไหม?”
“พวกเขาเป็นลูกชายลูกสาวของเซิ่งเจ๋อซี คุณทำตัวสนิทสนมกับพวกเขาขนาดนั้น ก็เพราะคิดจะยกทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลเซิ่งให้เซิ่งเจ๋อซีไม่ใช่หรือไง!”
“แล้วฉันล่ะ? ฉันอยู่กับคุณมาตั้งหลายปี ฉันเคยได้อะไรบ้าง!”
“แม้แต่ลูกชายคนเดียวของฉัน...ฉันก็ไม่มีเหลือแล้ว!”
ฟางหว่านหรงร่ำไห้ออกมาด้วยความปวดร้าว
“เรื่องของเสี่ยวอวี้ ผมก็เสียใจมาก แต่นั่นมันเป็นแผนการของพวกคนจากประเทศ R มันไม่เกี่ยวกับเจ๋อซี ไม่เกี่ยวกับซิงซิงและเยว่เยว่เลย!”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวกันล่ะ!”
“ตราบใดที่ยังมีเซิ่งเจ๋อซีอยู่ บ้านหลังนี้ก็ไม่มีวันเป็นของฉัน”
“หลายปีที่ผ่านมาฉันต้องยอมลดตัวลง ทำตัวอ่อนหวานเอาใจคุณ ฉันทุ่มเทไปขนาดนั้น การที่ฉันอยากจะได้ผลตอบแทนกลับมาบ้าง มันไม่สมควรตรงไหน!”
ดวงตาของฟางหว่านหรงนองไปด้วยน้ำตา แต่ขณะเดียวกันก็มองไปยังเซิ่งซิ่นฮ่าวด้วยแววตาเย้ยหยัน
“คุณกล่าวหาว่าฉันเสแสร้ง หลอกลวงคุณ ทำลายความสัมพันธ์ของคุณกับเซิ่งเจ๋อซี”
“แล้วทำไมคุณไม่ลองคิดดูบ้างล่ะ ว่าเป็นเพราะคุณเองที่แก่จนเลอะเลือน ไม่ยอมเชื่อใจเซิ่งเจ๋อซีต่างหาก?”
“ถ้าคุณเชื่อใจเซิ่งเจ๋อซีจริงๆ ต่อให้ฉันจะทำอะไรลงไป คุณก็ไม่ควรจะถูกยุยงได้ง่ายๆ”
“เพราะฉะนั้น อย่ามาโยนความผิดให้ฉัน”
“คุณป่าวประกาศว่ารักซางอวี๋หวานนักหนา แต่หลังจากที่เธอตายไปไม่ถึงปี คุณก็แต่งงานใหม่กับฉัน”
“คุณป่าวประกาศว่าให้ความสำคัญกับเซิ่งเจ๋อซีที่เป็นลูกชาย แต่กลับไม่เคยเชื่อใจเขา แล้วยังค่อยๆ ผลักไสเขาให้ออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ”
เซิ่งซิ่นฮ่าวถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว นัยน์ตาของเขาสั่นระริกอย่างรุนแรง
จากนั้นเขาก็ค่อยๆ หลับตาลง
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่เขาก็รู้ดีว่า...สิ่งที่ฟางหว่านหรงพูดนั้นถูกต้องทั้งหมด
ในเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับลูกชายคนโต
ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด...มันอยู่ที่ตัวเขาเอง
เป็นเขาเองที่ทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีพอ
จึงได้ค่อยๆ ผลักไสลูกชายคนโตให้ออกห่างไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
“ตอนนี้คุณก็รู้เรื่องที่ฉันทำทั้งหมดแล้ว คุณจะจัดการกับฉันยังไง?” ฟางหว่านหรงไม่คิดจะแก้ตัวหรือร้องขอความเมตตาอีกต่อไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอก็เหนื่อยมามากพอแล้ว
[จบบท]