บทที่ 29: ที่แท้หมูป่วยก็เพราะว่า...
“หนิงหนิง ลูกกำลังหาอะไรอยู่เหรอ?” เหยาชุนฮวากระซิบถาม เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวของเธอดูเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่
ไม่นานนัก กู้เจียหนิงก็ใช้กิ่งไม้เขี่ยไปมาในกองอาหารที่หมูกินเหลืออยู่ ทันใดนั้น สายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ที่ของสิ่งหนึ่ง เธอจึงหาใบไม้ใหญ่ที่สะอาดมารอง แล้วใช้กิ่งไม้เขี่ยของสิ่งนั้นขึ้นมาวางบนใบไม้ “แม่คะ แม่รู้จักของสิ่งนี้ไหม แม่เคยเอามันมาให้หมูกินหรือเปล่าคะ?”
เหยาชุนฮวาชะโงกหน้าเข้ามาดู และในทันทีที่เห็น เธอก็จำมันได้ทันที “นี่... นี่มันถั่วหางกระดิ่งนี่นา ของแบบนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แม่ไม่เคยเอาถั่วหางกระดิ่งมาให้หมูกินเลยนะ”
ด้วยความตกใจ เสียงของเหยาชุนฮวาจึงดังขึ้นหลายส่วน
จนชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกได้ยินกันถ้วนหน้า
“อะไรนะ ถั่วหางกระดิ่ง! หมูกินถั่วหางกระดิ่งเข้าไปถึงได้เป็นแบบนี้เหรอ”
“ถั่วหางกระดิ่งมันมีพิษนี่นา จะเอาไปให้หมูกินได้ยังไง”
หมอจางเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาดู ดวงตาขุ่นมัวของเขามองปราดเดียวก็จำได้ทันที “ใช่แล้ว นี่มันถั่วหางกระดิ่ง ที่แท้ก็เป็นเพราะเจ้านี่เองสินะ”
เขาหันไปมองกู้เจียหนิงด้วยแววตาชื่นชม เด็กสาวคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ สามารถค้นพบในสิ่งที่เขาไม่เห็น แถมยังรู้จักของสิ่งนี้อีกด้วย
เมื่อนานมาแล้ว ก็เคยมีคนกินถั่วหางกระดิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจจนเกิดอาการเป็นพิษ หลังจากนั้นพอมีการให้ความรู้เกี่ยวกับพืชชนิดนี้ ทุกคนเมื่อเห็นถั่วหางกระดิ่งก็จะพากันหลีกเลี่ยง ไม่ไปเก็บ ไม่ไปเหยียบย่ำมัน
ตอนนี้ เหยาชุนฮวาได้ถือใบไม้ที่รองถั่วหางกระดิ่งออกมานอกคอกหมูแล้ว
“ทุกคนมาดูนี่สิคะ นี่คือสิ่งที่หนิงหนิงลูกสาวฉันเพิ่งหาเจอ ทุกคนดูสิว่ารู้จักของสิ่งนี้กันไหม”
ชาวบ้านที่มีประสบการณ์เดินเข้ามาหรี่ตามองดู แล้วก็จำได้ในทันที
“นี่มันถั่วหางกระดิ่งนี่”
“ใช่แล้ว ถึงมันจะแหลกไปบ้าง แต่ก็ดูออกว่าเป็นถั่วหางกระดิ่งจริงๆ”
“ถั่วหางกระดิ่งมันมีพิษไม่ใช่เหรอ! หมูป่วยเพราะกินเจ้านี่เข้าไปนี่เอง”
“ชุนฮวา! ทำไมเธอถึงเอาถั่วหางกระดิ่งให้หมูกินล่ะ” ฉินเจาตี้อ้าปากตำหนิทันที พร้อมที่จะโยนความผิดทั้งหมดไปให้เหยาชุนฮวา
เหยาชุนฮวาถลึงตาใส่ฉินเจาตี้อย่างเกรี้ยวกราด “ฉินเจาตี้ ถ้าสมองแกไม่ดี จะให้ฉันช่วยทุบซ่อมให้เอาไหม”
“ถั่วหางกระดิ่งน่ะ คนที่เคยขึ้นเขาใครบ้างจะไม่รู้จัก ใครบ้างจะไม่รู้ว่ามันมีพิษ ฉันคงต้องตาบอดไปแล้ว ถึงได้เอาของแบบนี้มาให้หมูกิน!”
“ฉันเลี้ยงหมูอยู่ที่คอกนี้มาตั้งสามปีแล้ว จะแยกแยะระหว่างหญ้าหมูกับถั่วหางกระดิ่งไม่ออกได้ยังไง!”
ฉินเจาตี้พึมพำเสียงเบา “ใครจะไปรู้ บางทีแกอาจจะตาบอดจริงๆ ก็ได้”
เหยาชุนฮวาแค่นเสียงเย็นชา “ถ้าฉันตาบอดจริงๆ สองปีที่ผ่านมาจะเลี้ยงหมูจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ แถมไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยได้ยังไง!”
คำพูดนี้ทำเอาชาวบ้านพยักหน้าเห็นด้วยโดยพร้อมเพรียงกัน
มันก็จริงอย่างที่ว่า
ขนาดเด็กยังรู้จักถั่วหางกระดิ่งเลย เป็นไปไม่ได้ที่เหยาชุนฮวาจะไม่รู้จักแล้วยังเอามาให้หมูกินอีก เพราะเธอเป็นคนดูแลคอกหมูแห่งนี้ หากหมูเป็นอะไรไป เธอก็คือคนแรกที่ต้องรับผิดชอบ
อีกทั้ง นิสัยใจคอของเหยาชุนฮวาเป็นอย่างไร ทุกคนก็รู้ดี
“ป้าเหยา ถ้าอย่างนั้นตามที่ป้าพูดก็หมายความว่า...”
ในตอนนี้ เหยาชุนฮวาสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว เธอแผ่รังสีอำนาจออกมาเต็มที่ “เมื่อคืนตอนที่ฉันกลับไป หมูพวกนี้กินอาหารเรียบร้อยแล้ว พอเช้านี้ตั้งใจจะมาให้อาหาร แต่มันกลับไม่ยอมกิน กองหญ้าหมูของฉันยังวางอยู่ตรงนั้นดีๆ อยู่เลย นั่นก็หมายความว่า หลังจากที่ฉันกลับไปเมื่อเย็นวานจนถึงเช้านี้ มีคนแอบเอาถั่วหางกระดิ่งมาให้หมูกิน!”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ คนๆ นี้ก็ไม่รู้ว่ามีเจตนาจะเล่นงานฉัน เหยาชุนฮวา หรือว่าต้องการจะทำลายผลประโยชน์ส่วนรวมของหมู่บ้านเรากันแน่”
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันร้อนใจขึ้นมาทันที
หากคนร้ายมีเป้าหมายเป็นเหยาชุนฮวาหรือแม้กระทั่งครอบครัวกู้ก็ยังพอว่า แต่ถ้าเป้าหมายคือผลประโยชน์ส่วนรวมของหมู่บ้าน คนๆ นั้นก็ชั่วร้ายเกินไปแล้ว จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ทันใดนั้น ก็มีคนเปิดประเด็นขึ้นมา “ฉินเจาตี้ เมื่อกี้เธอดูดี๊ด๊าออกนอกหน้าเหลือเกิน หรือว่าถั่วหางกระดิ่งนี่จะเป็นฝีมือของเธอที่แอบเอามาให้หมูกิน”
เพราะดูยังไง ฉินเจาตี้ก็มีความแค้นกับเหยาชุนฮวาอย่างเห็นได้ชัด
ฉินเจาตี้เบิกตากว้าง ไม่คิดว่าแค่ตัวเองไม่ชอบหน้าเหยาชุนฮวาก็จะถูกสงสัยไปด้วย เธอรีบโวยวายขึ้นมาทันที “ฉันก็เป็นคนหนึ่งในหมู่บ้านไหวฮวานะ ฉันก็รอจะกินเนื้อหมูตอนสิ้นปีเหมือนกัน ฉันจะอยากให้หมูตายได้ยังไง”
“พวกแกอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!” ฉินเจาตี้กลอกตาไปมา ก่อนจะเกิดปัญญาในสถานการณ์คับขัน “ฉันว่าคนในหมู่บ้านเราไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก แต่พวกปัญญาชนนี่สิมีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะยังไงซะพวกเขาก็ไม่ได้ส่วนแบ่งเนื้อหมูอยู่แล้ว”
ทุกคนพอได้ฟัง ก็รู้สึกว่าคำพูดของฉินเจาตี้มีเหตุผล
ความเป็นไปได้ที่ชาวบ้านหมู่บ้านไหวฮวาซึ่งต่างก็รอคอยที่จะกินเนื้อหมูจะเป็นคนทำนั้นมีน้อยมาก แต่พวกปัญญาชนกลับมีความเป็นไปได้มากกว่า อีกทั้งถึงแม้ว่าตอนนี้เหล่าปัญญาชนจะค่อนข้างสงบเสงี่ยม แต่พวกเขาก็ไม่ลืมว่าตอนที่คนเหล่านี้มาถึงใหม่ๆ นั้น สร้างเรื่องวุ่นวายไว้มากแค่ไหน
“พวกคุณอย่ามากล่าวหากันมั่วๆ สิ สงสัยพวกเราแบบนี้ มีหลักฐานเหรอ”
“พวกเราเป็นคนมีการศึกษานะ จะไปทำเรื่องเลวร้ายอย่างการวางยาหมูได้ยังไง”
“จะจับโจรก็ต้องมีของกลาง พวกคุณมีใครเห็นเหรอ ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วมากล่าวหากันลอยๆ พวกเราจะไปแจ้งผู้นำคอมมูน ให้ตำรวจมาให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะ”
ในวินาทีนั้น เหล่าปัญญาชนก็พร้อมใจกันสามัคคีขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ชาวบ้านและเหล่าปัญญาชนเริ่มทะเลาะกันเสียงดัง จนบริเวณนอกคอกหมูวุ่นวายไปหมด
จนกระทั่งพ่อกู้ต้องก้าวออกมาตะคอกเสียงดัง “หยุดเถียงกันได้แล้ว!”
“ทุกคนช่วยกันคิดก่อนดีกว่าว่าเมื่อเย็นวานจนถึงเช้านี้ มีใครเห็นคนน่าสงสัยมาป้วนเปี้ยนแถวคอกหมูบ้างไหม”
“ใครเห็น มีหลักฐานแล้วค่อยมาพูดกัน”
“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรักษาหมูให้หาย”
เลขานุการกองกำลังผลิต ซึ่งก็คือกู้ซุ่น ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลกู้คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “นั่นเป็นเรื่องจริงที่สุด” พูดจบ เขาก็หันไปมองกู้เจียหนิง “หนิงหนิงเอ๊ย ในเมื่อหนูมองออกว่าหมูป่วยเพราะกินถั่วหางกระดิ่งเข้าไป แล้วหนูมีวิธีรักษามันไหม”
สายตาทุกคู่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังต่างจับจ้องไปที่กู้เจียหนิง แม้แต่หมอจางเองก็เช่นกัน
เพราะพิษจากถั่วหางกระดิ่งนี้ เขาเคยเห็นคนป่วยมาก่อนก็จริง แต่แค่เคยเห็น ไม่เคยรักษา พอตรวจพบว่าเป็นพิษจากถั่วหางกระดิ่ง เขาก็จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที
ท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของทุกคน กู้เจียหนิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แน่นอนว่าย่อมมีอยู่แล้ว ในเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามบทที่ระบบเขียนไว้ให้
“มีค่ะ”
จากนั้นเธอก็เอ่ยชื่อสมุนไพรออกมาสองสามชนิด แล้วถามหมอจาง “คุณลุงจางคะ ที่สถานีอนามัยของคุณลุงมีสมุนไพรพวกนี้ไหมคะ”
หมอจางรีบพยักหน้าตอบ “มีๆๆ มีอยู่”
“ถ้างั้นตอนนี้หนูขอไปปรุงยาที่นั่นเลยนะคะ แล้วก็จะต้มยาที่นั่นด้วยเลย”
“ได้เลยแน่นอน”
เมื่อทุกคนได้ยินว่ากู้เจียหนิงจะไปเอาสมุนไพรที่สถานีอนามัยของหมอจางเพื่อมารักษาหมู ก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก แค่หมูรักษาให้หายได้ก็พอแล้ว
กู้เจียหนิงเองก็ไม่กล้าชักช้า อาการของหมูดูไม่ค่อยดีนัก ต้องรีบกรอกยาให้เร็วที่สุด หากช้าไปกว่านี้ พิษเฉียบพลันอาจจะคร่าชีวิตพวกมันไปได้
แต่ก่อนที่จะจากไป กู้เจียหนิงก็รีบเข้าไปในร้านค้าของระบบอย่างรวดเร็ว เธอใช้ 5 คะแนน ซื้อของสิ่งหนึ่งออกมา
【เครื่องติดตามกลิ่น: มีอายุการใช้งาน 1 เดือน สามารถติดตามคนที่สัมผัสกับสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นคนสุดท้ายได้โดยตรง ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน ก็สามารถระบุตำแหน่งและทำเครื่องหมายไว้ได้โดยอัตโนมัติ】
ตอนนี้กู้เจียหนิงมีคะแนนอยู่เพียง 20 คะแนน แต่การใช้ไป 5 คะแนนนี้ กู้เจียหนิงรู้สึกว่ามันคุ้มค่า ขอแค่สามารถหาตัวคนที่ใส่ร้ายครอบครัวกู้เจอได้ก็พอ
ดูสิ นอกจากจะใช้ระบบโกงเรื่องการรักษาแล้ว ยังจะใช้มันจับผิดคนอื่นอีก นิสัยไม่ดีจริงๆ
“ระบบ เปิดใช้งานเครื่องติดตามกลิ่น ติดตามคนที่สัมผัสกับถั่วหางกระดิ่งนี่เป็นคนสุดท้าย”
[จบบท]