บทที่ 296: เมื่อดอกท้อเน่าโผล่มา ก็แค่เด็ดทิ้งไป
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ผลการสแกนร่างกายของจางเจี้ยนจวินก็ปรากฏขึ้น และมันก็เป็นไปตามที่กู้เจียหนิงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชุนซิ่งที่ไม่สามารถมีลูกได้ แต่เป็นจางเจี้ยนจวินต่างหากที่เป็นหมัน
สีหน้าของกู้เจียหนิงพลันย่ำแย่ลงในทันที แย่ยิ่งกว่าตอนที่หนิวชุ่ยจูงมือจางชิวเหมยมาหาเรื่องเธอเสียอีก
สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดก็คือผู้ชายประเภทจอมปลอมที่ใช้ผู้หญิงเป็นโล่กำบังให้ตัวเอง ทั้งๆที่ปัญหาเกิดจากพวกเขาเองแท้ๆ แต่กลับโยนความผิดและความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้ผู้หญิงต้องแบกรับ
เธอจำได้ดีว่าเหล่าภรรยานายทหารเคยเล่าให้ฟังว่าหนิวชุ่ย ซึ่งเป็นแม่สามี เคยบีบคั้นภรรยาคนเก่าของลูกชายจนต้องหย่าร้างกันไปได้อย่างไร และตอนนี้ก็กำลังใช้เรื่องการไม่มีลูกมาเป็นข้ออ้างในการดุด่าและกดดันชุนซิ่งอีกครั้ง
สายตาของกู้เจียหนิงเหลือบไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่อุ้มลูกสาวตัวน้อยยืนชะเง้อมองมาจากนอกประตูบ้าน เธอจำได้ทันทีว่านั่นคือชุนซิ่ง แม้จะเคยเห็นหน้ากันเพียงไกลๆ แค่ครั้งเดียวก็ตาม
ชุนซิ่งคงยังไม่รู้อะไรเลย เธอยังคงรู้สึกผิดและโทษตัวเองที่ไม่สามารถมีลูกให้กับจางเจี้ยนจวินได้ ในขณะที่ตัวจางเจี้ยนจวินเองกลับเลือกที่จะปกปิดความจริงอันน่าละอายนี้ไว้
ช่างเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจและจอมปลอมเสียจริง!
ในขณะเดียวกัน จางเจี้ยนจวินที่กำลังถูกแม่ของตัวเองดึงแขนร่ำไห้ฟูมฟายอยู่ ก็สังเกตเห็นสายตาแปลกๆ ที่กู้เจียหนิงมองมาที่เขา แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นเพราะอะไร
จางเจี้ยนจวินไม่รู้เลยจริงๆว่าน้องสาวของเขาจะไปหลงรักเซิ่งเจ๋อซีเข้าได้ ถึงขนาดกล้าพาแม่มาโวยวายต่อหน้าภรรยาของผู้พันเซิ่งเช่นนี้
อันที่จริงแล้วเขารู้เรื่องฐานะของกู้เจียหนิงอยู่บ้าง เพราะตำแหน่งของเขาในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่ำต้อยอะไร เพียงแต่ครอบครัวไม่เคยพูดถึงเรื่องของสองสามีภรรยาเซิ่งเจ๋อซีให้เขาฟัง เขาจึงไม่ได้เอ่ยถึงมันขึ้นมา ไม่คาดคิดเลยว่าการมองข้ามไปเพียงเล็กน้อยจะทำให้แม่กับน้องสาวของเขาก่อเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้
เหตุผลที่จางเจี้ยนจวินให้ความสนใจสองสามีภรรยาคู่นี้ ก็สืบเนื่องมาจากเรื่องบ้านพักหลังนี้นี่เอง เดิมทีเขาคิดว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของเขา แต่แล้วกลับถูกผู้บังคับบัญชาจัดสรรให้กับเซิ่งเจ๋อซีที่ย้ายมาประจำการที่เกาะฮ่วนซาแทน ด้วยความไม่พอใจเขาจึงไปสืบประวัติของเซิ่งเจ๋อซีเป็นการส่วนตัว
ผลจากการสืบสวนทำให้เขาได้รู้ข้อมูลบางอย่าง เช่น เซิ่งเจ๋อซีมีพ่อเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ในเขตทหารเมืองปักกิ่ง และภรรยาของเขาก็เป็นแพทย์หญิงที่เก่งกาจอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่เขาก็สืบได้เพียงเท่านั้น เมื่อพยายามจะสืบให้ลึกลงไปอีก ก็ถูกเบื้องบนจับได้และได้รับคำเตือนอย่างเด็ดขาด เบื้องบนบอกว่าทั้งเซิ่งเจ๋อซีและกู้เจียหนิงต่างก็เป็นบุคคลสำคัญที่ต้องได้รับการคุ้มครอง และข้อมูลของพวกเขาก็เป็นความลับที่ห้ามเปิดเผย
ผลจากการสืบสวนเรื่องของสองสามีภรรยาโดยพลการ ทำให้จางเจี้ยนจวินต้องถูกลงโทษทางวินัยหนึ่งครั้ง และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสองสามีภรรยาเซิ่งเจ๋อซีไม่ใช่บุคคลธรรมดาที่เขาจะไปหาเรื่องได้
แน่นอนว่าในใจของจางเจี้ยนจวินนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาเซิ่งเจ๋อซี เขาอิจฉาในภูมิหลังอันแข็งแกร่ง อิจฉาที่มีพ่อดำรงตำแหน่งสูงส่ง อิจฉาในความสามารถที่เหนือกว่า แม้จะอายุน้อยกว่าเขาถึง 10 ปี แต่กลับได้เป็นนายทหารระดับผู้บังคับการกรมเช่นเดียวกับเขา และอนาคตก็ยังรุ่งโรจน์สดใสไร้ที่สิ้นสุด
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาอิจฉาที่เซิ่งเจ๋อซีมีภรรยาที่ทั้งเก่งกาจและงดงามอย่างกู้เจียหนิง ทั้งยังให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงที่น่ารัก และตอนนี้ก็กำลังตั้งท้องลูกอีกคนหนึ่งอยู่
แล้วตัวเขาล่ะ มีอะไรบ้าง?
ไม่มีอะไรเลย แม้แต่ลูกคนเดียวก็ยังไม่สามารถมีได้!
ทว่าแม้จางเจี้ยนจวินจะอิจฉาและขุ่นเคืองใจเพียงใด สติสัมปชัญญะก็ยังคอยย้ำเตือนเขาว่าอย่าได้ไปหาเรื่องสองสามีภรรยาเซิ่งเจ๋อซีเป็นอันขาด ดังนั้นเวลาที่พบเจอกับเซิ่งเจ๋อซี เขาก็จะแสดงท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าแม่กับน้องสาวของตัวเองจะโง่เขลาเบาปัญญาถึงขนาดบุกมาอาละวาดถึงบ้านของกู้เจียหนิง
จางเจี้ยนจวินแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว สองคนนี้เสียสติไปแล้วหรืออย่างไรกัน
อันที่จริงหากเซิ่งเจ๋อซีมีใจให้น้องสาวของเขา เรื่องมันก็คงจะต่างออกไป การได้เซิ่งเจ๋อซีมาเป็นน้องเขย เขาก็ย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แต่ปัญหาก็คือ มีข่าวลือว่าเซิ่งเจ๋อซีรักภรรยาของเขามาก ว่ากันว่าทุกเย็นหลังอาหารค่ำ ทั้งครอบครัวจะพากันออกไปเดินเล่นเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นกู้เจียหนิงก็เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมขนาดนั้น ตราบใดที่ไม่ใช่คนตาบอด ใครเล่าจะเลือกจางชิวเหมยแทนที่จะเลือกกู้เจียหนิง
จางเจี้ยนจวินรู้ดีว่าเขาต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้บานปลายไปมากกว่านี้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับประจบประแจงด้วยรอยยิ้ม “คุณหมอกู้ ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับ”
“แม่กับน้องสาวผมก็แค่พูดจาเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะครับ”
“คุณวางใจได้เลยครับ กลับไปผมจะสั่งสอนพวกเขาให้ดี”
“ผมจะให้พวกเขากล่าวขอโทษคุณ คุณเป็นผู้ใหญ่มีเมตตา อย่าไปถือสาพวกเขาเลยนะครับ”
พูดจบ เขาก็รีบส่งสายตาเป็นสัญญาณให้หนิวชุ่ยและจางชิวเหมย “เร็วเข้าสิ ขอโทษคุณหมอกู้ซะ”
หนิวชุ่ยไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกชายที่เธอภาคภูมิใจมาตลอดและเป็นที่พึ่งให้เธอได้โอ้อวดเสมอมา จะมาสั่งให้เธอขอโทษเด็กสาวรุ่นลูกคนหนึ่ง
เรื่องนี้ทำให้หนิวชุ่ยที่เคยรู้สึกว่าตัวเองสูงส่งกว่าใครมาโดยตลอด รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นหนิวชุ่ยจึงเชิดคอขึ้นอย่างทระนง ไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ
ส่วนจางชิวเหมยนั้น เดิมทีเธอคิดว่าเมื่อพี่ชายมาถึงแล้ว จะต้องมาช่วยเธอจัดการกู้เจียหนิงอย่างแน่นอน แต่กลับไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะมาสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษ
เดิมทีจางชิวเหมยก็รู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมากที่ถูกกู้เจียหนิงตอกหน้าไปแล้วครั้งหนึ่ง พอมาตอนนี้ต้องขอโทษอีก ก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้ามากขึ้นไปอีก ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของจางชิวเหมยไม่อนุญาตให้เธอทำเช่นนั้น
ทางด้านจางเจี้ยนจวิน เมื่อเห็นแม่กับน้องสาวที่เอาแต่เงียบและดื้อรั้น เขาก็แทบจะตกใจจนสิ้นสติ
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าดึงดูดก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก
“เรื่องขอโทษไม่จำเป็นหรอกครับ”
“ผมได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว”
“อีกเดี๋ยวผู้บังคับบัญชาจะส่งคนมา เรื่องราวเป็นอย่างไร จะจัดการอย่างไร ก็ให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ตัดสินใจก็แล้วกันครับ”
“ผู้พันเซิ่งกลับมาแล้ว”
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายร่างสูงใหญ่ที่ถอดหมวกแล้วเดินเข้ามาในบ้าน
ใช่แล้ว คนที่รีบร้อนกลับมาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซิ่งเจ๋อซี
เดิมทีเซิ่งเจ๋อซีกำลังอยู่ระหว่างการฝึกซ้อม แต่เมื่อได้ยินว่ามีคนจะไปก่อเรื่องที่บ้านและหาเรื่องภรรยาของเขา เขาก็นั่งไม่ติด เขาจึงปรึกษากับเพื่อนทหารแล้วสลับเวรกัน จากนั้นจึงรีบกลับมาทันที
ระหว่างทางกลับบ้าน เขาบังเอิญได้ยินเพื่อนสนิทคนหนึ่งเล่าถึงสาเหตุที่จางชิวเหมยและหนิวชุ่ยบุกไปที่บ้าน เขาจึงเปลี่ยนเส้นทางไปยังห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาเพื่อรายงานเรื่องนี้ก่อน แล้วจึงค่อยกลับบ้าน
“พี่...”
กู้เจียหนิงไม่คาดคิดว่าเซิ่งเจ๋อซีจะกลับมาในเวลานี้
เซิ่งเจ๋อซีก้าวเข้าไปกุมมือของกู้เจียหนิง “เธอไม่เป็นไรนะ”
กู้เจียหนิงส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“แล้วลูกๆล่ะ?”
“หลับอยู่ในห้องค่ะ ไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่น ที่จริงแล้วเรื่องนี้ฉันจัดการเองได้ พี่มาแบบนี้ ไม่เสียเวลาฝึกซ้อมเหรอคะ”
เซิ่งเจ๋อซีบีบปลายนิ้วของกู้เจียหนิงเบาๆ “ไม่เป็นไร พี่สลับเวรกับเพื่อนทหารแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเธอกับลูก”
แม้ว่าที่บ้านจะมีหู่โพกับลูกๆ ของมันคอยเฝ้าอยู่ และพวกมันคงไม่ยอมให้กู้เจียหนิงกับลูกๆ ได้รับอันตรายอย่างแน่นอน แต่กู้เจียหนิงกำลังตั้งท้องแก่ ส่วนซิงซิงกับเยว่เยว่ก็ยังเล็กนัก เขาจะวางใจได้อย่างไร
“เรื่องนี้ ถึงแม้พี่จะไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้นเหตุก็มาจากพี่ ให้พี่เป็นคนจัดการก็ไม่ผิดหรอก”
กู้เจียหนิงคิดในใจ ‘เอาเถอะ คำพูดนี้ก็มีเหตุผลอยู่’
ดอกท้อเน่าอย่างจางชิวเหมยคนนี้ ไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลาของชายคนนี้หรอกหรือที่ดึงดูดเข้ามา
อย่างไรก็ตาม กู้เจียหนิงก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะโทษเซิ่งเจ๋อซีฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ดีแสนดี แต่เพราะเขาโดดเด่นและหล่อเหลาเกินไป จึงไม่แปลกที่จะมีคนคอยจ้องมองและปรารถนาอยู่เสมอ
เมื่อดอกท้อเน่าโผล่มา ก็แค่เด็ดมันทิ้งไปก็สิ้นเรื่อง
[จบบท]