บทที่ 3: เซิ่งเจ๋อซี กระโดดหน้าต่างมาหา!
กู้เจียหนิงซึ่งหลับใหลไปอย่างอ่อนเพลีย ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะความเจ็บปวดที่เสียดแทงบริเวณท้องน้อยเป็นระลอก เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากด้วยความทรมาน หญิงสาวจ้องมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังด้วยสายตาเลื่อนลอย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันนั้นของเดือน
“กู้เจียหนิง เธอนี่มันโง่จริงๆ วันนี้เป็นวันนั้นของเดือนแท้ๆ แต่เธอดันเลือกกระโดดน้ำในฤดูหนาวแบบนี้ มิน่าล่ะถึงได้ปวดท้องขนาดนี้ แถมชาติก่อนถึงได้มีลูกยากนัก” กู้เจียหนิงสบถด่าตัวเองเสียงแผ่ว
ปกติแล้วรอบเดือนของเธอมาค่อนข้างตรงเวลาเสมอ แต่ในวันแรกมักจะมีอาการปวดท้องอยู่บ้าง และการที่เธอเพิ่งกระโดดลงไปในน้ำเย็นจัดมาหมาดๆ ก็ยิ่งทำให้อาการปวดท้องครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่าตัว
หลังจากพยายามฝืนร่างกายที่อ่อนแรงลุกไปเปลี่ยนผ้าอนามัยกลับมาที่เตียงได้ เธอก็แทบจะหมดเรี่ยวแรงลงไปกองอยู่ตรงนั้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ปิดสนิท คนในครอบครัวคงเพราะไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของเธอ จึงยังไม่มีใครเข้ามาในห้องเลย
แล้วเธอจะทำยังไงดี?
“ระบบ มียาแก้ปวดไหม”
【โฮสต์คะ ตอนนี้คะแนนสะสมของคุณคือ 0 จึงไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของใดๆ ได้ค่ะ ต้องรอให้โฮสต์ทำภารกิจสำหรับมือใหม่ให้สำเร็จก่อน ร้านค้าของระบบถึงจะเปิดใช้งาน】
【เอ๊ะ โฮสต์คะ ดูเหมือนว่าคุณอาจจะไม่ต้องใช้แต้มแลกยาแก้ปวดแล้วล่ะค่ะ】
กู้เจียหนิงขดตัวงออยู่ใต้ผ้าห่ม มือข้างหนึ่งกุมท้องน้อยไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือดไร้สีเลือด
ปวดเหลือเกิน ปวดมากจริงๆ
ความเจ็บปวดที่รุนแรงระดับนี้ หากไม่มียาแก้ปวดก็คงจะบรรเทาลงได้ยาก
เพราะความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าต่างห้องเลยแม้แต่น้อย
กว่าจะรู้ตัวอีกที หน้าต่างบานนั้นก็ถูกเปิดออกจากด้านนอกเสียแล้ว ร่างสูงของชายคนหนึ่งกระโดดเข้ามาในห้องอย่างคล่องแคล่วว่องไว
“ปวดท้องเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู กู้เจียหนิงเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มกำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างเตียง ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าที่คุ้นเคยทำให้กู้เจียหนิงนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ขอบตาของเธอจะร้อนผ่าวขึ้นมาในวินาทีต่อมา
เป็นเซิ่งเจ๋อซี!
เขา...เขามาที่นี่ได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่ากู้เจียหนิงไม่ตอบอะไร เซิ่งเจ๋อซีก็คิดว่าเธอคงเจ็บปวดจนพูดไม่ออก เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วหยิบของออกจากถุงที่นำมาด้วย
ตอนนั้นเองที่กู้เจียหนิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มีของบางอย่างอยู่ในมือด้วย
วินาทีต่อมา เซิ่งเจ๋อซีก็หยิบปิ่นโตเก็บความร้อนออกมา แล้วลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือขวามาตรงหน้ากู้เจียหนิง บนฝ่ามือของเขามียาสีขาวเม็ดหนึ่งวางอยู่
“กินยาแก้ปวดนี่ก่อน แล้วค่อยกินไข่หวานเหล้าข้าวนี่ซะ”
ในยุคสมัยนี้ ยาตะวันตกอย่างยาแก้ปวดถือเป็นของล้ำค่าและหาได้ยาก เซิ่งเจ๋อซีต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะได้ยาแก้ปวดเม็ดนี้มา
กู้เจียหนิงนิ่งอึ้งไป ไม่น่าแปลกใจเลยที่ระบบบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องแลกยาแก้ปวด ที่แท้ก็เพราะเซิ่งเจ๋อซีนำยามาให้เธอนี่เอง
ด้วยความเจ็บปวดที่ท้องน้อยทำให้กู้เจียหนิงไม่มีเวลามาคิดอะไรมาก เธอก้มหน้ารับยาเข้าปากแล้วกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
เซิ่งเจ๋อซีเปิดฝาปิ่นโตออก กลิ่นหอมหวานของเหล้าข้าวก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ของเหลวด้านในเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ คาดว่าคงเพราะมีการเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปด้วย มีไข่ลวกหนึ่งฟองลอยเด่นอยู่ท่ามกลางพุทราจีนและเก๋ากี้ที่ลอยละล่องอยู่รอบๆ
“พี่ไปซื้อมาจากคนแถวๆ โรงพยาบาลในอำเภอ เขาบอกว่าของสิ่งนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดแบบที่ผู้หญิงเป็นกันได้ แถมยังช่วยบำรุงเลือดลม ขับไล่ความเย็นออกจากร่างกายได้ด้วย”
กู้เจียหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความประหลาดใจ “พี่รู้เรื่องนั้นของฉันได้ยังไงคะ”
เซิ่งเจ๋อซีหลุบตาลงต่ำ ใบหน้าปรากฏร่องรอยความเขินอายเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ ตอนที่พี่มาพักรักษาตัวที่บ้านเธอบังเอิญไปรู้น่ะ” อันที่จริง วันนั้นสีหน้าของกู้เจียหนิงดูไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แถมยังแอบไปซักชุดชั้นในของตัวเองเงียบๆ เขาจึงคาดเดาเรื่องราวได้ และไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร เซิ่งเจ๋อซีกลับจดจำวันนั้นของเดือนของเธอได้อย่างแม่นยำ
เดิมทีวันนี้หลังจากที่แม่สื่อกลับไปแล้ว เขาก็ตั้งใจจะมาที่บ้านตระกูลกู้โดยตรง แต่จู่ๆ ก็นึกถึงวันที่ในวันนี้ขึ้นมาได้ จึงเปลี่ยนใจมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอก่อนเพื่อไปซื้อของเหล่านี้
“เธอคงไม่มีแรงสินะ เดี๋ยวพี่ป้อนให้” เซิ่งเจ๋อซีใช้ผ้าห่มห่อตัวกู้เจียหนิงเอาไว้ ช่วยพยุงให้เธอลุกขึ้นนั่งพิงหมอนที่เขาจัดวางไว้ด้านหลัง
ในชั่วพริบตาที่เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของแมกไม้ก็แตะจมูกกู้เจียหนิงอย่างจัง แต่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น เขาก็ถอยห่างออกไป
เซิ่งเจ๋อซีนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักของหวานในปิ่นโต แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของกู้เจียหนิง
หญิงสาวก้มหน้าลงรับของเหลวอุ่นๆ เข้าปาก อุณหภูมิกำลังพอดี ไม่ร้อนจนลวกปาก รสชาติหอมหวานละมุนลิ้น
เมื่อนึกถึงคำพูดของเซิ่งเจ๋อซีที่ว่า ‘ขับไล่ความเย็น’ กู้เจียหนิงก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องรู้เรื่องที่เธอกระโดดน้ำในวันนี้อย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมาหาเธอ จำวันนั้นของเดือนของเธอได้ แถมยังนำยาแก้ปวดและไข่หวานเหล้าข้าวมาให้ด้วย
อันที่จริงแล้ว...เซิ่งเจ๋อซีดีกับเธอมากจริงๆ ที่ผ่านมาทำไมเธอถึงมองไม่เห็นความดีของเขาเลยนะ
เมื่อคิดย้อนไปถึงเรื่องราวในชาติก่อน กู้เจียหนิงก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาที่ร้อนผ่าว ก่อนจะร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม
“เซิ่งเจ๋อซี...ทำไมพี่ถึงดีกับฉันขนาดนี้คะ” หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามสะกดกั้นเสียงสะอื้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแผ่วเบา
การที่หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างกะทันหันทำให้เซิ่งเจ๋อซีทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่เมื่อได้ยินคำถามของเธอ เขาก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จนอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขันปนโมโหไม่ได้
มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “ทำไม เธอไม่ชอบให้พี่ดีด้วยหรือไง อยากให้ไอ้ปัญญาชนหน้าขาวนั่นมาดีกับเธอแทนงั้นสิ แต่เสียใจด้วยนะ เธออุตส่าห์ลงทุนกระโดดน้ำ แต่เจ้าหมอนั่นก็ไม่ได้โผล่หัวมาดูเลยด้วยซ้ำ”
“กู้เจียหนิง สมองเธอมีแต่น้ำหรือไง ถึงได้กล้าทำเรื่องบ้าๆ อย่างการกระโดดน้ำในฤดูหนาวเพื่อผู้ชายคนเดียว นี่เธออยากตายนักหรือไง”
“เมื่อก่อนพี่ก็รู้ว่าเธอโง่ แต่ตอนนี้เพิ่งจะค้นพบว่าเธอนี่มันโง่ได้โล่จริงๆ”
กู้เจียหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยรูปทรงเมล็ดแอลมอนด์ที่ฉ่ำน้ำจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะย้อนกลับไป “ถ้าฉันโง่ขนาดนั้นแล้วพี่จะมาดูตัวกับฉันทำไมล่ะคะ ยังจะอยากแต่งงานกับฉันอีกเหรอ”
คำพูดของเธอทำเอาเซิ่งเจ๋อซีถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างครุ่นคิด ให้ตายสิ ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้พูดจายอกย้อนกวนประสาทได้ขนาดนี้
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็หัวเราะออกมาเสียงต่ำ “หึ! สงสัยชาติที่แล้วพี่คงติดค้างอะไรเธอไว้!”
เพราะเรื่องของแม่เลี้ยง ทำให้เดิมทีเซิ่งเจ๋อซีเป็นคนที่ค่อนข้างจะต่อต้านผู้หญิง แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หลังจากที่ได้มาพักรักษาตัวที่บ้านตระกูลกู้เพราะอาการบาดเจ็บ เขากลับถูกกู้เจียหนิงดึงดูดความสนใจไปทั้งหมด
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอทั้งเอาแต่ใจ ชอบทำตัวเป็นคุณหนู ขี้เกียจ และไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉลาดเลยสักนิด
แต่เขาก็เหมือนโดนเธอทำของใส่ ไม่เพียงแค่หลงใหล แต่ยังเผลอใจให้เธอไปจนหมดสิ้น
ถ้าถามว่าเพราะอะไร...อันที่จริงเซิ่งเจ๋อซีเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
อาจจะเป็นเพราะในวันที่เขากำลังเศร้าเสียใจที่ไม่สามารถกลับไปเคารพหลุมศพของแม่ในวันครบรอบวันเสียชีวิตได้ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเขา แถมยังสอนให้เขาพับนกกระดาษ เธอบอกว่า ‘แค่เขียนความปรารถนาลงไป แล้วนำนกกระดาษไปลอยในแม่น้ำ คนที่จากไปก็จะมองเห็น’
เธอบอกว่า ‘ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด ตราบใดที่เรายังไม่ลืม คนคนนั้นก็จะยังมีชีวิตอยู่ในใจของเราเสมอ’
หรืออาจจะเป็นเพราะวันที่เธอบังเอิญรู้ว่าเป็นวันเกิดของเขา เธอก็ไปรบเร้าแม่ของเธอให้ทำบะหมี่อายุยืนให้เขาหนึ่งชาม
เธอบอกว่า ‘ฉันทำบะหมี่ไม่เป็นหรอกนะ แต่แม่ของฉันทำบะหมี่อร่อยมาก ในเมื่อพี่มาอยู่ที่บ้านฉันแล้ว งั้นวันเกิดของพี่พวกเราจะฉลองให้เอง กินบะหมี่อายุยืนแล้ว ต่อไปจะได้มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวนะ’
ไม่มีใครรู้เลยว่า นับตั้งแต่ที่แม่ของเขาป่วยเสียชีวิตไป เขาก็ไม่เคยกินบะหมี่อายุยืนอีกเลย
และไม่มีใครเห็นว่า ในขณะที่เขาก้มหน้ากินบะหมี่นั้น ขอบตาของเขากลับร้อนผ่าวขึ้นมาและมือที่ถือตะเกียบก็สั่นเทาเล็กน้อย
ความรักมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็หยั่งรากลึกลงไปในใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเธอกระโดดน้ำเพื่อปัญญาชนหน้าขาวคนอื่น แต่เขาก็ยังตอบตกลงที่จะมาดูตัวกับเธอด้วยความหวังอันริบหรี่เพียงน้อยนิด ซื้อข้าวของมามากมาย และดั้นด้นมาหาเธออย่างใจจดใจจ่อ
“พี่ดีกับเธอขนาดนี้แล้ว ถ้าเธอยังคิดถึงไอ้หน้าขาวนั่นอยู่อีกล่ะก็...”
เซิ่งเจ๋อซีเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค กู้เจียหนิงก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน “พี่พูดถูกค่ะ คนคนนั้นไม่ดีพอ ไม่คู่ควรให้ฉันต้องทำแบบนั้น ดังนั้น ฉันคิดดูแล้ว...ฉันไม่อยากได้เขาแล้ว ฉันยินดีที่จะลองคบกับพี่ดูค่ะ”
เซิ่งเจ๋อซี “...”
คำพูดที่อ่อนหวานและนุ่มนวลของหญิงสาวดังก้องอยู่ในหูของเขา ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง
กู้เจียหนิงกะพริบตาปริบๆ มือเล็กๆ ขาวผ่องราวกับต้นหอมเลื่อนออกมาจากใต้ผ้าห่ม ก่อนจะดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ “พี่ไม่เต็มใจเหรอคะ”
(จบบท)
เพจ: Jnovelread