บทที่ 303: คนบ้า
“เถียนเถียน เถียนเถียน”
เสียงเรียกที่แหบพร่าและแฝงไปด้วยความโหยหาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณป้าร่างใหญ่ที่เข้ามาช่วยนั้นทั้งแข็งแรงและมีพละกำลังมหาศาล เธอรวบตัวคนที่กำลังคลุ้มคลั่งเอาไว้ได้ในคราวเดียว
ช่วงเวลานั้นเองที่กู้เจียหนิงได้เห็นโฉมหน้าของหญิงคนดังกล่าวอย่างชัดเจน
เธอเป็นหญิงสาวที่ดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะอายุราวๆ 20 ปี เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิง ไม่รู้ว่าไม่ได้สระมานานเท่าไหร่แล้ว มันทั้งพันกันยุ่งเหยิงและชี้ฟูไปคนละทิศคนละทาง ใบหน้าของเธอก็มีรอยเปรอะเปื้อนสกปรกไปทั่ว ร่างกายผ่ายผอมอย่างน่าใจหาย เสื้อผ้าที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแขวนอยู่บนร่างของเธออย่างหลวมโพรก
แม้จะถูกคุณป้าจ้าวรวบตัวเอาไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้ แต่ดวงตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปยังทิศทางที่เยว่เยว่ยืนอยู่อย่างไม่วางตา แววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนเกินกว่าที่กู้เจียหนิงจะอ่านออกได้ในทันที
ทว่าสิ่งหนึ่งที่กู้เจียหนิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนก็คือ หากคุณป้าปล่อยมือเมื่อไหร่ หญิงคนนี้คงจะพุ่งตรงเข้ามาหาเยว่เยว่ในทันที และที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ สภาพของเธอดูไม่ปกติอย่างยิ่ง
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ก็มีชาวบ้านจากหมู่บ้านเชียนเย่เดินผ่านมาอีกสองสามคน คุณป้าจ้าวจึงรีบตะโกนเรียกให้พวกเขาเข้ามาช่วยกันจับตัวหญิงสาวคนนี้ไว้
“นี่มันหลินซูไม่ใช่เหรอ ปกติก็ดูดีๆนี่นา เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย” ชาวบ้านที่เข้ามาช่วยต่างพากันอุทานด้วยความแปลกใจ
คุณป้าจ้าวมองไปยังซิงซิงและเยว่เยว่ด้วยสีหน้าลำบากใจ อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี ชาวบ้านคนอื่นๆ จึงมองตามสายตาของคุณป้าไป และเมื่อสายตาของพวกเขาทุกคู่จับจ้องไปที่ใบหน้าของเยว่เยว่ ซึ่งถักเปียและแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงอย่างชัดเจน พวกเขาก็พลันเข้าใจในทันที
“เหมือน เหมือนจริงๆ ด้วย”
ณ เวลานี้ หญิงสาวที่ชื่อหลินซูยังคงจ้องมองไปทางเยว่เยว่ไม่ลดละ พร้อมกับพร่ำเรียกชื่อ “เถียนเถียน เถียนเถียน” ไม่หยุดปาก
“คุณป้าจ้าวคะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอคะ” กู้เจียหนิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น
“โอ๊ย ต้องขอโทษจริงๆนะคะ คุณภรรยานายทหาร ทำให้ตกใจแล้ว” คุณป้าจ้าวรีบหันมากล่าวขอโทษกู้เจียหนิงด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันไปมองหลินซูแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“อย่าไปถือสาหลินซูเลยนะ เธอเองก็เป็นคนอาภัพคนหนึ่ง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพายุไต้ฝุ่นในครั้งนั้น ป่านนี้หลินซูก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้หรอก”
ว่าแล้วคุณป้าจ้าวก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
เรื่องราวทั้งหมดต้องย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน
หลินซูเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไม่ได้มีสภาพอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เธอเป็นคนของหมู่บ้านเชียนเย่โดยกำเนิด ต่อมาได้แต่งงานกับชายหนุ่มจากตระกูลหลี่ที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ
หลังจากแต่งงานไปหลายปี หลินซูก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์ ทำให้เธอถูกปฏิบัติอย่างไม่ดีนักในบ้านตระกูลหลี่ ถึงขั้นที่สามีของเธอขู่ว่าจะขอหย่าอยู่หลายครั้ง
จนกระทั่งเมื่อแต่งงานไปได้ 3 ปี ในที่สุดหลินซูก็ตั้งท้องจนได้ สำหรับเด็กที่รอคอยมาอย่างยาวนานคนนี้ หลินซูเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น ในขณะที่บ้านตระกูลหลี่ก็คาดหวังว่าหลินซูจะให้กำเนิดลูกชาย และมีลูกชายให้พวกเขาอีกหลายๆคน
ทว่าเมื่อถึงเวลาอุ้มท้องครบ 10 เดือน และวันแห่งการคลอดมาถึง หลินซูกลับให้กำเนิดลูกสาว
“ไม่เพียงแค่นั้นนะ ตอนที่คลอดลูกสาวคนนี้ หลินซูยังคลอดยากอีกด้วย”
“ตอนแรกบ้านตระกูลหลี่นั่นน่ะ ไม่อยากจะส่งเธอไปโรงพยาบาลด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะเสียเงิน แต่สุดท้ายเพื่อเห็นแก่หลานชายในอนาคต พวกเขาก็เลยยอมส่งหลินซูไป”
“พอไปถึงโรงพยาบาล เด็กก็คลอดออกมาได้ แต่กลับกลายเป็นลูกสาว”
การที่ได้หลานสาวทำให้ตระกูลหลี่พากันตำหนิและแสดงความไม่พอใจต่อหลินซูอย่างหนัก ถึงขนาดที่แม่สามีของเธอไม่ยอมดูแลเธอในช่วงอยู่เดือนเลยแม้แต่น้อย
ค่ารักษาพยาบาลตลอด 3 วันที่หลินซูอยู่โรงพยาบาล ล้วนมาจากเงินที่ชาวบ้านหมู่บ้านเชียนเย่ช่วยกันรวบรวมบริจาคให้ ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของหลินซู
ในอดีตหลินซูเคยมีพ่อแม่ที่รักและเอ็นดูเธอมาก แต่เมื่อเธออายุได้ 8 ขวบ พายุไต้ฝุ่นครั้งใหญ่ได้พัดถล่มเกาะฮ่วนซา ทำให้น้ำทะเลทะลักเข้าท่วมเกาะ ในช่วงเวลาที่พายุโหมกระหน่ำติดต่อกันถึง 3 วัน 3 คืน พ่อแม่ของเธอซึ่งว่ายน้ำเก่ง ได้ช่วยชีวิตชาวบ้านหมู่บ้านเชียนเย่ไว้มากมาย แต่สุดท้ายพวกเขาก็หมดแรงและจมหายไปกับสายน้ำ
เด็กหญิงหลินซูวัย 8 ขวบจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่นั้นมา
ชาวบ้านหมู่บ้านเชียนเย่ต่างรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ พ่อแม่ของหลินซูสละชีวิตเพื่อช่วยพวกเขา แล้วพวกเขาจะทอดทิ้งหลินซูได้อย่างไรกัน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาหลินซูจึงได้กินข้าวจากทุกบ้านในหมู่บ้าน และได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถม
เมื่อเธอเติบโตเป็นสาว เธอก็ได้คบหากับลูกชายคนโตของตระกูลหลี่จากหมู่บ้านข้างเคียง
“ตระกูลหลี่นั่นน่ะ เสแสร้งเก่งกันทั้งบ้านจริงๆ”
“ปกติมองดูภายนอกก็เหมือนคนดี มีชื่อเสียงดี แต่จริงๆ แล้วข้างในน่ะมันเป็นพวกใจดำอำมหิต เป็นเดรัจฉานไร้มนุษยธรรมดีๆ นี่เอง”
ตอนที่หลินซูแต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลหลี่ ชาวบ้านหมู่บ้านเชียนเย่ยังช่วยกันรวบรวมเงินเพื่อเป็นสินสอดทองหมั้นให้เธอ
ทว่าเมื่อหลินซูให้กำเนิดลูกสาว และยังประสบภาวะคลอดยากจนทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก ส่งผลให้ตระกูลหลี่แสดงท่าทีเย็นชาและโหดร้ายต่อทั้งเธอและลูกสาวของเธอมากขึ้นไปอีก แม้แต่สามีของเธอเองก็เช่นกัน
พวกเขารังเกียจถึงขั้นไม่ยอมตั้งชื่อให้เด็กหญิงคนนั้นด้วยซ้ำ สุดท้ายหลินซูจึงต้องเป็นคนตั้งชื่อให้ลูกสาวของเธอเองว่า “เถียนเถียน”
“หลินซูรักเถียนเถียนมากจริงๆ ถึงแม้ว่า…”
ถึงแม้ว่าการเกิดมาของลูกสาวจะทำให้สามีและคนอื่นๆ ในบ้านตระกูลหลี่ยิ่งทวีความโหดร้ายต่อเธอมากขึ้น แต่เธอก็ยังคงรักเถียนเถียน และไม่เคยโทษว่าเป็นความผิดของลูกเลยแม้แต่น้อย
ในสายตาของหลินซู เถียนเถียนคือลูกสาวที่เธอเฝ้ารอคอยมาอย่างยากลำบาก คือของขวัญล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาให้ ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็รักลูกสาวคนนี้สุดหัวใจ
“เถียนเถียนน่ะ หน้าตาเหมือนเสี่ยวซูเลย สวยแล้วก็น่ารักมาก”
“ดวงตาของเถียนเถียนน่ะ เหมือนกับดวงตาของลูกสาวคุณเลยนะ มันกลมโตเป็นประกาย สดใสเหมือนกับมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา มองแล้วเหมือนมันกำลังพูดได้”
“ฉันว่านะ หลินซูคงจะเข้าใจผิด คิดว่าลูกสาวของคุณคือเถียนเถียนนั่นแหละ”
ถึงแม้ว่าหลินซูและเถียนเถียนจะไม่เป็นที่รักและต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในบ้านตระกูลหลี่ แต่สองแม่ลูกก็ยังคงมีกันและกัน ประคับประคองกันไปได้ไม่ถึงกับลำบากจนเกินไปนัก
“แต่โศกนาฏกรรมทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน”
“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเถียนเถียนเพิ่งจะอายุได้แค่ 3 ขวบ”
เถียนเถียนในวัย 3 ขวบ เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหญิงที่น่ารัก ว่านอนสอนง่าย และหน้าตาสะสวย เธอถูกหลินซูอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีให้เป็นเด็กมีมารยาท ทุกครั้งที่เธอตามแม่กลับมาที่หมู่บ้านเชียนเย่ บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่และชาวบ้านต่างก็เอ็นดูเธอ มักจะให้ของขวัญเธออยู่เสมอ
ในฤดูร้อนของเมื่อ 3 ปีก่อน คืนหนึ่งจู่ๆก็เกิดพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มเกาะฮ่วนซา ถึงแม้จะไม่รุนแรงเท่ากับพายุเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ก็ไม่ได้เบาเลย และยังมีน้ำทะเลทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ทุกคนต่างพากันออกมาต่อสู้กับพายุ หลินซูเองก็ถูกคนในบ้านตระกูลหลี่เรียกให้ออกไปช่วยทำงานเช่นกัน
“ข้างนอกลมแรงมาก เถียนเถียนก็ยังเล็กอยู่ หลินซูกลัวว่าถ้าให้เถียนเถียนออกไปข้างนอกด้วยจะไม่ปลอดภัย”
“เธอเลยให้เถียนเถียนรออยู่ในบ้าน”
“เถียนเถียนเองก็รับปากอย่างว่าง่าย แต่ว่า..”
ดวงตาของคุณป้าจ้าวและชาวบ้านอีกสองสามคนพลันฉายแววเศร้าสลด ในขณะที่หลินซูยังคงจ้องมองไปยังทิศทางของเยว่เยว่พร้อมกับพร่ำเรียกชื่อเถียนเถียนไม่หยุด คุณป้าจ้าวหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเล่าต่อ
“พอหลินซูทำงานเสร็จกลับมาถึงบ้าน เธอก็ไม่พบร่องรอยของเถียนเถียนเลย”
เธอหาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เจอ เมื่อไปถามแม่สามี แม่สามีกลับตอบว่าไม่รู้เรื่อง
ด้วยความจนปัญญา หลินซูจึงต้องฝ่าพายุและสายฝนออกไปตามหาข้างนอก เธอหกล้มหกลุกอยู่หลายครั้ง
“ในที่สุด หลินซูก็หาเถียนเถียนจนเจอ แต่เถียนเถียน..”
แต่เถียนเถียนกลับเสียชีวิตแล้ว
ร่างของเถียนเถียนถูกพบที่ชายหาดใกล้ๆ นั้น โดยชาวประมงคนหนึ่งบังเอิญเห็นวัตถุบางอย่างลอยอยู่บนผิวน้ำทะเล จึงเข้าไปดูใกล้ๆ และพบว่าเป็นร่างของเด็กคนหนึ่ง
เมื่อนำร่างขึ้นมาก็พบว่าเป็นเถียนเถียน แต่ทว่าเธอได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว
เธอจมน้ำเสียชีวิต
วันนั้นลมแรงมากจริงๆ ฝนก็ตกหนักมาก มันหนาวเย็นจนเหมือนจะบาดลึกเข้าไปในผิวหนัง
แต่ไม่ว่าจะหนาวเหน็บเพียงใด ก็ยังไม่เท่ากับความเย็นเยียบของร่างกายเถียนเถียนที่อยู่ในอ้อมแขนของหลินซู
และไม่ว่าจะหนาวเหน็บเพียงใด ก็ยังไม่เท่ากับความเย็นชาที่กัดกินหัวใจของหลินซูจนแตกสลาย
[จบบท]