บทที่ 304: เสือร้ายยังไม่กินลูก
ในวันนั้น...ร่างของหลินซูอบอวลไปด้วยความโศกเศร้าอย่างจับใจ แสงสว่างในดวงตาของเธอได้มอดดับลงไปอย่างสิ้นเชิง
คุณป้าจ้าวถอนหายใจยาว พลางเล่าเรื่องราวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “นับตั้งแต่ที่เถียนเถียนจากไป หลินซูก็เหมือนคนที่ตายทั้งเป็น...”
ราวกับว่าวิญญาณของเธอได้ถูกกระชากออกจากร่างไปแล้ว หญิงสาวเอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่พูดไม่จา ไม่รับรู้สิ่งใดรอบกาย การกระทำเช่นนี้ของเธอกลับยิ่งกลายเป็นเชื้อไฟให้คนบ้านตระกูลหลี่สาดคำด่าทอใส่เธออย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่เฒ่าบ้านหลี่ ผู้เป็นแม่สามีของเธอ คำพูดแต่ละคำที่พ่นออกมานั้นช่างร้ายกาจและเชือดเฉือนหัวใจคนฟังเหลือแสน
เธอพูดว่าอะไรน่ะเหรอ?
“อีเด็กผู้หญิงคนนี้ มันไม่สมควรเกิดมาตั้งแต่แรกแล้ว มีชีวิตอยู่มาได้ตั้งสามปีก็บุญหัวมันแล้ว!”
“เด็กผู้หญิงไร้ค่าอย่างมันน่ะ สมควรแล้วที่จะให้สวรรค์รับตัวมันกลับไปเร็วๆ!”
“ใครจะไปรู้ บางทีมันอาจจะซุกซนวิ่งหนีออกไปเที่ยวเล่นเองก็ได้”
“มันบอกว่าจะออกไปตามหาแก ฉันห้ามแล้วนะว่าอย่าออกไป แต่มันก็ยังดื้อจะไปอีก แล้วจะให้ฉันทำยังไงได้!”
“หลินซู! ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะเป็นยังไง แต่งานในบ้านนี้แกต้องทำ อย่าคิดใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างอู้งานเด็ดขาด!”
คำพูดอันแสนเย็นชาและไร้หัวใจของแม่สามีได้จุดชนวนความโกรธแค้นที่หลินซูเก็บกดเอาไว้มานานให้ระเบิดออกมา หญิงสาวที่เคยเป็นคนอ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย จนดูเหมือนขี้ขลาดในสายตาใครๆ กลับลุกขึ้นมาต่อสู้เป็นครั้งแรกในชีวิต เธอตบตีและด่าทอแม่สามีอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
และในระหว่างการทะเลาะวิวาทอันดุเดือดนั่นเอง ที่แม่เฒ่าหลี่เกิดพลั้งปากพูดความจริงออกมาโดยไม่ตั้งใจ เธอบอกว่าในวันนั้น เธอจงใจพาเถียนเถียนออกไปที่ริมทะเลเอง
ทว่าทันทีที่รู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป แม่เฒ่าก็รีบปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมเอ่ยคำใดอีก แม้จะถูกเค้นถามอย่างไรก็ตาม เธอเอาแต่ปฏิเสธเสียงแข็งว่านั่นเป็นเพียงคำพูดที่เธอกล่าวประชดประชันออกไปเพราะความโมโหเท่านั้น
แต่สำหรับหลินซูแล้ว ทุกถ้อยคำได้ฝังลึกลงในใจของเธอเรียบร้อยแล้ว
หลังจากวันนั้น หลินซูก็เริ่มออกไปสืบหาความจริงจากชาวบ้านในหมู่บ้าน เธอเดินไปเคาะประตูทีละบ้าน สอบถามทุกคนที่เธอพบเจอ เมื่อเห็นใครบางคนมีท่าทีลังเลหรือพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง หลินซูก็จะทรุดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนขอให้พวกเขาบอกความจริง
อาจเป็นเพราะความน่าสงสารของหลินซูและความไร้เดียงสาของเถียนเถียนที่จากไปอย่างน่าเวทนา หรืออาจเป็นเพราะความชั่วร้ายของแม่เฒ่าบ้านหลี่ที่ทุกคนต่างเอือมระอา ในที่สุด ความจริงก็ค่อยๆ ถูกปะติดปะต่อขึ้นมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านทีละเล็กทีละน้อย
ความจริงก็คือ ในวันไต้ฝุ่นเข้านั้นขณะที่หลินซูออกไปทำงานตามคำสั่งของสามี ที่บ้านจึงเหลือเพียงแม่เฒ่าหลี่กับเถียนเถียนสองคน ยายแก่ใจร้ายได้ล่อลวงหลานสาวตัวน้อยของตัวเองให้ออกไปนอกบ้าน
เธอจูงมือเด็กหญิงไปจนถึงริมทะเลที่คลื่นลมกำลังบ้าคลั่ง
แล้วก็...ผลักร่างเล็กๆ ของเถียนเถียนตกลงไปในเกลียวคลื่นอันเกรี้ยวกราดอย่างไร้ความปรานี
จากนั้นแม่เฒ่าหลี่ก็เดินกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรื่องราวทั้งหมด ทั้งตอนที่แม่เฒ่าพาเถียนเถียนออกไป และตอนที่ผลักเด็กลงทะเล ล้วนมีคนเห็นเหตุการณ์
สำหรับเหตุการณ์แรก มีชาวบ้านถึงสามคนที่เห็นแม่เฒ่าจูงมือเถียนเถียนเดินออกไป แต่พวกเขาไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของย่ากับหลาน อีกทั้งตอนนั้นทุกคนต่างก็กำลังยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเอง จึงไม่มีใครใส่ใจมากนัก
ส่วนเหตุการณ์หลัง มีชาวบ้านคนหนึ่งที่มองเห็นจากระยะไกลว่ามีคนผลักอะไรบางอย่างลงไปในทะเล แต่ด้วยระยะทางที่ไกลเกินไป ประกอบกับสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนบดบังทัศนวิสัย ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งนั้นคืออะไร
เขารู้ว่าเป็นแม่เฒ่าหลี่ก็ตอนที่เธอเดินเข้ามาใกล้แล้ว และเมื่อเธอเห็นเขาเข้า ก็มีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรีบร้อนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้น ชายคนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเพียงแค่คิดว่าแม่เฒ่าคงจะเอาขยะไปทิ้งทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านริมทะเลทำกันอยู่บ่อยๆ
“ถ้ารู้ว่าตอนนั้นยายแก่นั่นมันผลักเถียนเถียนลงไปในทะเลล่ะก็ ฉันจะรีบกระโดดลงไปช่วยทันทีเลย” ชาวบ้านคนนั้นกล่าวด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างสุดซึ้ง
หากเพียงแต่เขาจะเอะใจเร็วกว่านี้สักนิด บางทีชีวิตของเถียนเถียนอาจจะยังคงอยู่
แต่ในโลกนี้...ไม่มีคำว่า "ถ้า"
เมื่อหลินซูได้รู้ความจริงทั้งหมด เธอก็แทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนั้น เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าลูกสาวของเธอไม่ได้เสียชีวิตเพราะความซุกซนวิ่งออกไปเล่นจนตกทะเล แต่กลับถูกย่าแท้ๆ ของตัวเองพาไปฆ่า ถูกผลักลงไปในทะเลให้จมน้ำตายอย่างเลือดเย็น
หลินซูรู้ดีว่าคนในครอบครัวสามี ไม่เว้นแม้แต่ตัวสามีเอง ไม่เคยรักใคร่ชอบพอเธอและเถียนเถียนเลย แต่เธอก็ไม่เคยนึกฝันว่าแม่สามีจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้
อาศัยช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ล่อลวงลูกสาวของเธอออกไปฆ่าทิ้งอย่างง่ายดาย
หลินซูแทบจะเสียสติไปแล้วจริงๆ เธอกลับไปที่บ้านตระกูลหลี่ คว้ามีดทำครัวขึ้นมาหมายจะฟันแม่สามีให้ตายตกไปตามกัน
“สุดท้ายก็เป็นชาวบ้านที่เข้ามาห้ามไว้ได้ทัน แต่เรื่องก็ไปถึงตำรวจแล้วล่ะ” คุณป้าจ้าวเล่าต่อ
“ต่อมา...แม่เฒ่าหลี่ก็ถูกจับในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่คนอื่นๆ ในบ้านตระกูลหลี่ก็ถูกเรียกตัวไปสอบสวนด้วยเหมือนกัน”
“แต่ความจริงที่ได้จากการสอบสวน...มันกลับน่าตกใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”
ที่แท้แล้ว การตายของเถียนเถียนไม่ใช่ความคิดของแม่เฒ่าหลี่เพียงคนเดียว
แต่ยังมีพี่ใหญ่บ้านหลี่ หรือก็คือพ่อแท้ๆของเถียนเถียนร่วมวางแผนด้วย!
สองแม่ลูกคู่นี้เกลียดชังเถียนเถียนเข้าไส้ พวกเขาหวังว่าเด็กคนนี้จะไม่เกิดมาด้วยซ้ำ หรือให้ดีกว่านั้น พวกเขาหวังให้หลินซูตายตกไปพร้อมกับลูกในท้องตั้งแต่ตอนคลอด
แต่โชคไม่เข้าข้างคนชั่ว นอกจากเถียนเถียนจะเกิดมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ตัวหลินซูเองก็รอดชีวิตมาได้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไปก็ตาม
แต่ตระกูลหลี่ต้องการลูกชายเพื่อสืบสกุล!
ทางเดียวที่จะเป็นไปได้คือต้องหย่า หรือไม่ก็รอให้หลินซูตายไปเสีย
การหย่าร้างนั้นทำได้ แต่พวกเขาก็ยังเสียดายแรงงานทาสในบ้านอย่างหลินซูที่คอยรับใช้พวกเขาเหมือนวัวเหมือนควายมาตลอด
ส่วนเรื่องจะฆ่าหลินซู พวกเขาก็ไม่กล้าพอ
แน่นอนถ้าหลินซูจะยอมฆ่าตัวตายพร้อมกับเถียนเถียนไปเองก็คงจะดีที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาพวกเขาจึงคอยทารุณกรรม กดขี่ข่มเหงทั้งหลินซูและเถียนเถียนอยู่เสมอ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งสองแม่ลูกจะทนไม่ไหวและจบชีวิตตัวเองลง
แต่พวกเขาก็คิดผิด เพราะตราบใดที่ยังมีเถียนเถียนอยู่เคียงข้าง แม้จะถูกทรมานเจียนตายเพียงใด หลินซูก็ยังคงมีพลังใจและความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ดังนั้นพวกเขาจึงได้ข้อสรุปว่า หากต้องการให้หลินซูตาย เถียนเถียนจะต้องตายก่อน
แล้วโอกาสก็มาถึงในไม่ช้า เมื่อพายุไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวเข้ามา
ในวันนั้นเป็นพี่ใหญ่บ้านหลี่เองที่เดินทางกลับมาบ้าน และจงใจเรียกให้หลินซูออกไปทำธุระข้างนอกให้ และก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็ได้แอบไปพบกับแม่เฒ่าหลี่ สั่งการให้เธอล่อลวงเถียนเถียนออกไปที่ริมทะเล แล้วผลักเด็กลงไปในเกลียวคลื่น
จากนั้นก็ค่อยสร้างเรื่องขึ้นมาว่าเถียนเถียนแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นเองจนพลาดตกน้ำเสียชีวิต
และเมื่อเถียนเถียนตายไปแล้ว ความหวังของหลินซูก็จะพังทลายลง ไม่ช้าเธอก็คงจะตรอมใจตายไปเอง
ในความเป็นจริงแผนการอันชั่วร้ายของพวกเขาก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
เถียนเถียนถูกพวกเขาฆ่าตายสมใจปรารถนา
แต่โชคยังดีที่การกระทำอันโหดเหี้ยมนั้นมีคนเห็นเข้า และตอนนี้เรื่องก็ถึงมือตำรวจแล้ว ภายใต้การสอบสวนอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งแม่เฒ่าหลี่และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางก็ไม่สามารถทนแรงกดดันได้ไหว และยอมรับสารภาพออกมาในที่สุด
“หลินซูไม่เคยคาดคิดเลย ว่านอกจากแม่เฒ่าหลี่แล้ว พ่อของลูก...สามีของเธอ ก็ต้องการให้เถียนเถียนตายด้วยเหมือนกัน แถมยังเป็นคนต้นคิดแผนการทั้งหมดอีกต่างหาก”
กู้เจียหนิงฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความรู้สึกหดหู่ใจอย่างยิ่ง แม้แต่ซิงซิงและเยว่เยว่ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็พากันน้ำตาคลอเบ้า
“โบราณว่าเสือร้ายยังไม่กินลูก แต่นี่มันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก” กู้เจียหนิงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกขยะแขยง
“ใช่แล้วล่ะ บ้านตระกูลหลี่ทั้งรังนั่น ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานก็คงเป็นหมาป่าใจอำมหิต”
ในที่สุดแม่เฒ่าหลี่และลูกชายก็ถูกตัดสินลงโทษตามกฎหมาย
แต่ทว่า...
“หลินซู...หลังจากที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สภาพจิตใจของเธอก็พังทลายลง จนกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนอย่างที่เห็นนี่แหละ”
เมื่อพี่ใหญ่บ้านหลี่ทำเรื่องที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเช่นนั้น ชาวบ้านหมู่บ้านเชียนเย่ก็ย่อมไม่อาจปล่อยให้หลินซูต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านนั้นได้อีกต่อไป พวกเขาจึงช่วยจัดการเรื่องหย่าร้างและรับตัวเธอกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านเชียนเย่ตามเดิม
ที่หมู่บ้านเชียนเย่ยังมีบ้านที่พ่อแม่ของหลินซูทิ้งไว้ให้ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ยังคงได้อาศัยน้ำใจจากเพื่อนบ้านคอยแบ่งปันให้เหมือนเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นเพราะบุญคุณของพ่อแม่หลินซูในอดีต หรือเพราะความน่าสงสารของเธอในปัจจุบัน พวกเขาก็ยินดีที่จะดูแลเธอต่อไป
“จริงๆแล้วอาการของหลินซูก็ถือว่าดีขึ้นมากนะ ปกติเธอก็เป็นเด็กดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เดินเล่นไปทั่วหมู่บ้าน เล่นกับเด็กๆได้ดีด้วยซ้ำ จะมีก็แต่บางครั้งที่เธอจะเดินไปที่ริมทะเลเพื่อตามหาเถียนเถียน”
“และเมื่อสักครู่นี้...คงเป็นเพราะว่าดวงตาของลูกสาวเธอน่ะ เหมือนกับดวงตาของเถียนเถียนมาก”
“ฉันเคยเห็นเถียนเถียน ดวงตาของเด็กสองคนนี้เหมือนกันจริงๆ นะ หลินซูถึงได้มีท่าทีแบบนั้น เธอ...เธออย่าไปโกรธหลินซูเลยนะ” คุณป้าจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
[จบบท]