บทที่ 322: ท่านผู้บัญชาการ ลองทายดูสิครับ
เมื่อพ่อหลินและหลินฉู่สือได้ยินเรื่องราวมาถึงจุดนี้ ทั้งคู่ต่างก็ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวจะพลิกผันไปในทิศทางนี้
เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติที่พวกเขาตามล่าตัวกันแทบพลิกแผ่นดินกลับซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซาจริงๆ แถมยังถูกเฉินฮั่นกับเซิ่งเจ๋อซีจับกุมตัวได้อีกด้วย ข่าวนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของสองพ่อลูกอย่างจัง
แล้ว... แล้วการที่พวกเขายืนหยัดรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่นี่ มันจะมีความหมายอะไรอีก? แผนการที่วางไว้ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ความหวังที่จะได้เห็นเซิ่งเจ๋อซีล้มเหลวและฉวยโอกาสเล่นงานผู้บัญชาการลู่กลับกลายเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ
สีหน้าของพ่อลูกตระกูลหลินพลันเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์อย่างถึงที่สุด ความผิดหวัง ความโกรธแค้น และความอับอายผสมปนเปกันจนแทบจะระเบิดออกมา
ในทางกลับกัน ผู้บัญชาการลู่กลับพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แววตาที่เขามองไปยังเซิ่งเจ๋อซีและเฉินฮั่นนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เขาเชื่อมั่นในสายตาของสหายเก่าอย่างเซิ่งซิ่นฮ่าวเสมอมา และในวันนี้ลูกชายของสหายก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นแค่คนไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆกล่าวหา การตัดสินใจที่เลือกจะเชื่อใจคนหนุ่มทั้งสองในวันนั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
บรรยากาศในห้องประชุมยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นไปอีก เมื่อเฉินฮั่นและเซิ่งเจ๋อซีเริ่มรายงานถึงรายละเอียดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า พวกเขากล่าวว่าเหล่าพ่อค้ายาได้วางระเบิดจำนวนมากไว้ทั่วเกาะฮ่วนซา แถมยังตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานพร้อมกันอีกด้วย ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม หากระเบิดเหล่านั้นทำงานขึ้นมาจริงๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นคงไม่อาจประเมินค่าได้
ในขณะนั้นเองบรรดาทหารใต้บังคับบัญชาก็เริ่มทยอยกลับมารายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมกับหามลังไม้ใบใหญ่เข้ามาในห้องประชุมด้วยความระมัดระวัง
“นี่คือระเบิดที่แก๊งค้ายาลอบฝังไว้บนเกาะฮ่วนซาครับท่านผู้บัญชาการ จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เราพบระเบิดทั้งหมดราวๆ 30 ลูกด้วยกัน” นายทหารคนหนึ่งรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ระเบิดทุกลูกถูกตั้งเวลาให้ระเบิดพร้อมกันในเวลาเที่ยงคืนของคืนนี้ และที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ มีระเบิดจำนวนไม่น้อยที่ถูกนำไปซ่อนไว้ตามย่านชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน”
“แต่โชคดีที่ตอนนี้เราสามารถค้นพบและเก็บกู้ระเบิดทุกลูกได้สำเร็จแล้วครับ”
“ท่านผู้บัญชาการลู่ครับ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับสุนัขของบ้านเซิ่งเจ๋อซีเลยครับ มันเก่งกาจและมีความสามารถเหนือกว่าสุนัขทหารในหน่วยของเราเสียอีก ระเบิดทั้งหมดที่พบในครั้งนี้ ล้วนเป็นผลงานการค้นหาของมันทั้งสิ้น” เฉินฮั่นกล่าวเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ เขารู้สึกทึ่งในความสามารถของเจ้าหู่โพอย่างแท้จริง
ขณะที่เฉินฮั่นกำลังกล่าวชื่นชมสุนัขของเพื่อนรัก สายตาของเซิ่งเจ๋อซีก็เหลือบไปมองทางสองพ่อลูกตระกูลหลินอย่างมีความหมายแฝงเร้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ก็นับว่าเป็นโชคดีอย่างมหาศาลที่ระเบิดทั้งหมดถูกเก็บกู้ได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ที่ตามมาคงน่าสยดสยองเกินกว่าจะจินตนาการได้... จริงไหมครับ ผู้บังคับการหลิน?”
คำพูดประโยคนี้ของเซิ่งเจ๋อซีเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของสองพ่อลูกตระกูลหลิน ทำให้ใบหน้าของพวกเขายิ่งซีดเผือดและบิดเบี้ยวด้วยความอัปยศอดสู โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินฉู่สือที่ใบหน้าคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด เขามีหรือจะฟังไม่ออกว่าเซิ่งเจ๋อซีกำลังเหน็บแนมเขาเรื่องที่ปฏิเสธที่จะอนุมัติให้เฉินฮั่นนำกำลังทหารออกไปปฏิบัติการเมื่อช่วงบ่าย
ความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้าใส่หัวใจของหลินฉู่สืออย่างรุนแรง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหน่วยข่าวกรองของกองทัพที่ขึ้นชื่อว่าแม่นยำและมีประสิทธิภาพ จะพลาดข้อมูลสำคัญที่ว่าแก๊งค้ายาซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซาไปได้อย่างไร แถมคนพวกนั้นยังเหิมเกริมถึงขั้นลอบวางระเบิดจำนวนมหาศาลไว้ทั่วเกาะอีกด้วย
ระเบิดกว่า 30 ลูก ถูกฝังไว้ตามจุดต่างๆทั่วทั้งเกาะ และตั้งเวลาให้ระเบิดพร้อมกันในคืนนี้ ทว่าพวกเขากลับไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้แม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะเซิ่งเจ๋อซียื่นมือเข้ามาแทรกแซง ป่านนี้พวกเขาคงได้รู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งเกาะแล้ว เกาะฮ่วนซาคงจะถูกทำลายจนพินาศย่อยยับ และชีวิตของผู้คนบนเกาะก็คงต้องสังเวยให้กับความผิดพลาดครั้งนี้อย่างน่าเศร้า
อันที่จริงแล้ว หลินฉู่สือไม่ได้ใส่ใจเรื่องความเป็นความตายของชาวบ้านตาดำๆ มากนัก แต่เขารู้ดีว่าหากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นบนเกาะฮ่วนซาจริง พวกเขาทุกคนในกองทัพจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักหนาสาหัสอย่างแน่นอน เมื่อคิดมาถึงจุดนี้หลินฉู่สือก็รู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งสันหลัง เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองเพิ่งจะรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด
อาจกล่าวได้ว่า เซิ่งเจ๋อซีได้ช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่หลวงไปได้ แต่ทว่า... ในใจของหลินฉู่สือกลับไม่เคยมีความรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มคนนี้แม้แต่น้อยนิด ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกชิงชังและเคียดแค้นเซิ่งเจ๋อซีมากขึ้นไปอีก
ในเมื่อเซิ่งเจ๋อซีมั่นใจนักหนาว่าแก๊งค้ายาซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซา แถมยังสืบรู้เรื่องระเบิดมาแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ยอมมารายงานเรื่องนี้กับตนเองหรือพ่อของเขาโดยตรง แต่กลับเลือกที่จะข้ามหัวพวกเขาไปรายงานกับผู้บัญชาการลู่แทน นี่มันจงใจจะแย่งชิงความดีความชอบกันชัดๆ!
หลินฉู่สือรู้ดีว่าการจับกุมแก๊งค้ายาที่โหดเหี้ยมและชั่วร้ายแก๊งนี้ได้นั้นเป็นผลงานชิ้นโบแดงขนาดไหน แต่น่าเสียดายที่โอกาสทองนั้นกลับหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา
ถึงกระนั้นหลินฉู่สือก็ยังพยายามรวบรวมสติและควบคุมอารมณ์เอาไว้ เขาตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องส่วนตัว เขาพยายามฝืนยิ้มออกมา แม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะดูบิดเบี้ยวและฝืดเฝื่อนเต็มทีก็ตาม “ฮะๆ ผมเองก็ไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อนนี่ครับ” เขาพยายามแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งราวกับถูกบีบออกมาจากซอกฟัน “ถ้าผมรู้เรื่องนี้ก่อนหน้านี้ รับรองได้เลยว่าผมจะสั่งการให้จับกุมคนร้ายพวกนี้ทันทีอย่างแน่นอน”
เซิ่งเจ๋อซียังคงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ถ้าอย่างนั้น ผมขอถามผู้บังคับการหลินหน่อยได้ไหมครับว่า การกระทำของผมในวันนี้ ถือเป็นการใช้กำลังทหารโดยพลการหรือไม่?”
หลินฉู่สือแทบอยากจะกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ เซิ่งเจ๋อซีคนนี้จะตอแยเขาไปถึงไหนกันนะ!
“ไม่... ไม่ถือว่าเป็นการใช้กำลังทหารโดยพลการอย่างแน่นอน” หลินฉู่สือตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ เขากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
แล้วการที่เขากับพ่อยอมทนรอจนดึกดื่นค่อนคืนเพื่อหวังจะมาเยาะเย้ยถากถางพวกเขามันจะมีความหมายอะไรกัน? ในตอนนี้หลินฉู่สือรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรไปจากตัวตลกที่น่าสมเพชในสายตาของทุกคน
ในขณะเดียวกันความรู้สึกชิงชังที่เขามีต่อเซิ่งเจ๋อซีก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่รู้สึกอิจฉาและไม่พอใจที่เซิ่งเจ๋อซีเป็นคนที่ภรรยาของเขาแอบชอบ แต่ในตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เขารู้สึกว่าเซิ่งเจ๋อซีเป็นคนที่โชคดีเกินไปแล้ว ทำไมแก๊งค้ายาถึงต้องมาซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซา แถมยังถูกพวกเขาค้นพบระเบิดที่ซ่อนไว้อีกด้วย ทำให้เฉินฮั่นและเซิ่งเจ๋อซีได้รับความดีความชอบไปเต็มๆ
โชคดี... ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้!
หลินฉู่สือหันไปมองหน้าพ่อของเขา ซึ่งในตอนนี้ก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เมื่อพ่อหลินเห็นสายตาของลูกชาย เขาก็เหลือบมองกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิอย่างชัดเจน แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตำหนิที่หลินฉู่สือไม่อนุมัติคำสั่งเมื่อช่วงบ่าย แต่เขากำลังตำหนิที่ลูกชายของเขาปล่อยให้เรื่องราวพลิกผันจนถูกฝ่ายของเซิ่งเจ๋อซีตลบหลังเอาได้
สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้แผนการที่จะโค่นล้มผู้บัญชาการลู่ของเขายิ่งยากขึ้นไปอีก
เจ้าลูกชายไม่ได้เรื่อง!
“ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนี่เอง” ถึงแม้ในใจจะก่นด่าลูกชายว่าโง่เง่าเต่าตุ่น แต่พ่อหลินก็ยังคงพยายามรักษาหน้าด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่เป็นไรๆ เรื่องเข้าใจผิดกัน พอพูดคุยกันแล้วก็ดีขึ้นเอง” ถึงจะโง่ไปหน่อย แต่ก็ยังเป็นลูกชายของเขา ยังไงก็ต้องช่วยกันประคองเอาไว้ก่อน
ทว่าทั้งเฉินฮั่นและเซิ่งเจ๋อซีต่างก็นิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบรับคำพูดของเขาแต่อย่างใด แม้แต่ผู้บัญชาการลู่เองก็ยังคงนั่งนิ่งเฉยไม่พูดอะไรออกมา
อันที่จริงแล้วความผิดของหลินฉู่สือในครั้งนี้ จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็ก หากมองในแง่ร้าย การที่เขาไม่อนุมัติคำสั่งอาจถือได้ว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของทหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ และสมควรที่จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก แต่หากมองในแง่ดี เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดมาก่อน และโชคดีที่เรื่องร้ายๆ ยังไม่ทันได้เกิดขึ้น เพราะถูกยับยั้งเอาไว้ได้ทันท่วงที
ในท้ายที่สุดผู้บัญชาการลู่ก็ได้ตัดสินใจลงโทษหลินฉู่สือในสถานที่ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไป นั่นคือการบันทึกความผิดเอาไว้ในประวัติ
หลินฉู่สือไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องถูกบันทึกความผิด เขาอยากจะโต้แย้ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของพ่อ เขาก็ทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนความไม่พอใจเอาไว้ในใจ
พ่อหลินรู้ดีว่าการลงโทษของผู้บัญชาการลู่นั้นถือว่าเบามากแล้ว หากจะเอาเรื่องกันจริงๆ โทษของหลินฉู่สือคงจะหนักกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี ดูเหมือนว่าเจ้าแซ่ลู่นี่จะรู้เรื่องราวทั้งหมดมาตั้งแต่แรกแล้ว และจงใจวางกับดักรอให้พวกเขาพ่อลูกเดินเข้ามาติดกับเอง
เจ้าเล่ห์... ช่างเจ้าเล่ห์แสนกลจริงๆ!
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เรื่องนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันในรายละเอียดอีกที” ผู้บัญชาการลู่เอ่ยขึ้นเพื่อตัดบท
“ไม่ได้ครับท่านผู้บัญชาการ! ยังมีเรื่องอื่นอีกครับ และสำคัญมากด้วย!” เฉินฮั่นรีบร้องห้ามผู้บัญชาการลู่ที่กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้
ในจังหวะนั้นเอง เหล่านายทหารที่อยู่ด้านหลังก็ทยอยกันหามลังไม้ขนาดใหญ่เข้ามาในห้องประชุมจนเต็มไปหมด
ผู้บัญชาการลู่และคนอื่นๆ ต่างก็มองไปยังลังไม้เหล่านั้นด้วยความประหลาดใจ
“นี่มันอะไรกัน?” ผู้บัญชาการลู่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ท่านผู้บัญชาการครับ ท่านไม่รู้หรอกว่าเจ้าเหลยถิง สุนัขของบ้านเซิ่งเจ๋อซีมันเก่งกาจขนาดไหน” เฉินฮั่นเริ่มเล่าเรื่องราวต่อด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “ในขณะที่เราทุกคนคิดว่าเก็บกู้ระเบิดได้หมดแล้ว เจ้าเหลยถิงมันกลับส่งสัญญาณว่ายังได้กลิ่นระเบิดอยู่บนเกาะฮ่วนซาอีก...”
เฉินฮั่นเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างออกรสออกชาติ
“...และผลก็คือ เราเจอล้งไม้ขนาดใหญ่พวกนี้อีกหลายสิบใบจมอยู่ใต้ทะเลครับ”
“ที่สำคัญคือ ลังไม้พวกนี้เป็นของที่กองทัพของประเทศ R ทิ้งเอาไว้ในสมัยที่ถอนทัพกลับไปครับ!”
“อะไรนะ!”
ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการลู่ หรือพ่อลูกตระกูลหลิน ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เป็นของที่กองทัพประเทศ R ทิ้งเอาไว้ในสมัยสงครามอย่างนั้นหรือ แล้วในลังไม้พวกนี้มันจะมีอะไรอยู่ข้างในกันแน่?
“ท่านผู้บัญชาการครับ ลองทายดูสิครับว่าข้างในคืออะไร” เฉินฮั่นจงใจเว้นวรรคให้ทุกคนได้ลุ้นระทึก พร้อมกับเหลือบมองไปยังพ่อลูกตระกูลหลินด้วยแววตาที่ท้าทาย
หึ! ความดีความชอบครั้งใหญ่นี้ จะต้องทำให้พวกแกอิจฉาจนตาลุกเป็นไฟแน่!
[จบบท]