บทที่ 356: ความสงสัยของซิงซิง
เวลานี้เป็นช่วงใกล้ค่ำเต็มทีแล้ว ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้มจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบมืดสลัวลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับบริเวณนี้ไม่มีแสงไฟส่องสว่างแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูมืดมนและน่ากลัวกว่าปกติ
ในห้วงความคิดของจางชิวเหมยกำลังวนเวียนอยู่กับภาพการตายของซิงซิงและเยว่เยว่ เธอจินตนาการถึงฉากที่เด็กทั้งสองต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา
ลองคิดดูสิว่า ในวินาทีที่คุณกำลังปักใจเชื่อว่าใครบางคนได้ตายจากไปแล้ว วินาทีต่อมา ร่างของคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วกลับปรากฏกายขึ้นจากความมืดมิด และมายืนอยู่ตรงหน้าคุณอย่างกะทันหัน
คุณจะไม่ตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อได้อย่างไร?
แน่นอนว่าจางชิวเหมยก็เป็นเช่นนั้น เธอตกใจจนกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายสั่นเทา หายใจหอบถี่อย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของเธอทำให้เหล่าภรรยานายทหารที่อยู่รอบๆ ตกใจไปตามๆ กัน และทำให้ซิงซิงกับเยว่เยว่ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“พี่คะ ป้าคนนี้แปลกจังเลย เขาพูดว่าพวกเราเป็นผีเหรอคะ?”
ดวงตาของซิงซิงฉายแววพินิจพิเคราะห์ เขามองสำรวจจางชิวเหมยที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดของตนเอง
“นี่คุณนายหลิน คุณร้องโวยวายอะไรกัน? ทำไมถึงพูดว่าเด็กสองคนนี้เป็นผีล่ะ?”
“พวกเขามีเงาอยู่นะคะ”
“อีกอย่าง เรื่องผีสางอะไรนั่นมันเป็นความเชื่องมงายในยุคศักดินา พูดออกมาได้ยังไงกันคะ”
“ใช่ๆ”
ไม่ใช่ผีเหรอ? มีเงา?
จางชิวเหมยรีบเพ่งมองไปยังร่างของเด็กทั้งสองทันที แม้ว่าแสงสว่างในตอนนี้จะค่อนข้างน้อย แต่บริเวณที่พวกเธอยืนอยู่ก็ยังพอมีแสงเล็ดลอดเข้ามาอยู่บ้าง ซึ่งแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นเงาที่ทอดยาวอยู่ด้านหลังของซิงซิงและเยว่เยว่ได้อย่างชัดเจน
ในขณะนั้นเอง ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืดอีกครั้ง ยิ่งทำให้จางชิวเหมยตกใจจนแทบสิ้นสติ เงาร่างที่ปรากฏขึ้นมาใหม่นั้นก็คือหู่โพที่เดินตามซิงซิงและเยว่เยว่กลับมานั่นเอง
หู่โพเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แล้วหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กทั้งสอง ใช้ร่างกายของมันกำบังพวกเขาไว้ ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งจ้องมองไปยังจางชิวเหมยอย่างเย็นชา
จางชิวเหมยกุมหน้าอกของตัวเองไว้แน่น
ถ้างั้นเด็กสองคนนี้ก็ไม่ใช่ผี แต่เป็นคนจริงๆอย่างนั้นเหรอ?
สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้จางชิวเหมยยอมรับได้ยากยิ่งกว่าการที่พวกเขาเป็นผีเสียอีก เพราะถ้าเป็นผี นั่นก็หมายความว่าเด็กสองคนนี้ได้ตายไปแล้วตามที่เธอคาดหวัง
แต่ตอนนี้ พวกเขากลับไม่ใช่ผี นั่นหมายความว่าพวกเขายังไม่ตาย!
ทำไมกัน...ทำไมพวกเขายังไม่ตาย!
จางชิวเหมยต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสะกดกลั้นความต้องการที่จะพุ่งเข้าไปซักไซ้ถามซิงซิงและเยว่เยว่อย่างบ้าคลั่ง
เธอถามไม่ได้เด็ดขาด ถ้าถามออกไป ทุกอย่างก็จะถูกเปิดโปงทันที
ตอนนี้เธอต้องตั้งสติให้มั่นคงเข้าไว้ คำว่า "ผี" ที่หลุดปากออกไปเมื่อครู่ก็เกือบจะทำให้ความแตกอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถพูดอะไรมากไปกว่านี้ได้อีก
จางชิวเหมยไม่กล้าพูดอะไรอีก เธอรีบหันหลังแล้ววิ่งหนีไปจากตรงนั้นทันที
“จางชิวเหมยนี่ทำตัวแปลกๆ นะ”
เดิมทีเหล่าภรรยานายทหารก็ไม่ได้ให้ความเคารพจางชิวเหมยมากนักอยู่แล้ว พอเธอวิ่งหนีไป คำเรียกที่เคยใช้ว่า ‘คุณนายหลิน’ ก็เปลี่ยนเป็นการเรียกชื่อของเธอตรงๆ ทันที
“ว่าแต่นั่นมันลูกๆ ของคุณหมอกู้นี่นา?”
“ใช่แล้ว ทำไมถึงกลับมาจากข้างนอกได้ล่ะ”
ในขณะนั้นเอง ฮุ่ยเจวียนกับโก่วตั้นก็เดินออกมาจากบ้านพอดี พวกเขาเรียกให้ซิงซิงและเยว่เยว่กลับเข้าบ้าน
เมื่อซิงซิงและเยว่เยว่กลับมาถึงบ้านของสหายจ้าว ฮุ่ยเจวียนก็เริ่มง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นในครัว ส่วนซิงซิงนั้น ตั้งแต่กลับมาเขาก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใช้สองมือเท้าคาง ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
ครู่ต่อมา ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปบอกฮุ่ยเจวียนที่อยู่ในครัว
“คุณป้าจ้าวครับ ผมอยากจะโทรศัพท์ไปหาหม่าม้า”
“จะโทรศัพท์เหรอ? ต้องไปตอนนี้เลยเหรอ?” ฮุ่ยเจวียนมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่เนื่องจากอยู่ในเขตทหาร จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยมากนัก
เมื่อเห็นซิงซิงพยักหน้า เธอก็พูดว่า “ก็ได้ งั้นให้พี่โก่วตั้นไปเป็นเพื่อนนะ”
“ครับ”
ดังนั้นซิงซิงจึงเดินทางไปยังหน่วยสื่อสารพร้อมกับโก่วตั้น
ทันทีที่ไปถึงหน่วยสื่อสาร ซิงซิงก็ได้ยินพี่ทหารที่นั่นกำลังพูดคุยกันว่าสัญญาณการสื่อสารระหว่างเกาะฮ่วนซากับโลกภายนอกดูเหมือนจะขัดข้อง แต่การสื่อสารภายในเกาะยังคงใช้การได้ดี
ซิงซิงถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ยังดีที่ยังสามารถโทรศัพท์หาปะป๊ากับหม่าม้าได้
เมื่อพี่ทหารทราบว่าซิงซิงเป็นใคร และต้องการโทรศัพท์ไปหาคุณหมอกู้ที่โรงพยาบาลอำเภอ เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาช่วยต่อสายไปยังโรงพยาบาลอำเภออย่างรวดเร็ว พร้อมกับแจ้งปลายสายว่าลูกชายของคุณหมอกู้ต้องการจะพูดคุยด้วย
ที่โรงพยาบาลอำเภอ เซิ่งเจ๋อซีและกู้เจียหนิงจึงได้ยินพยาบาลมาบอกว่ามีโทรศัพท์จากเขตทหารเข้ามา แจ้งว่าเป็นลูกชายของพวกเขาต้องการจะพูดคุยด้วย
“ซิงซิงโทรมาเหรอ?” กู้เจียหนิงขมวดคิ้ว คำนวณเวลาดูแล้ว ตอนนี้ซิงซิงกับเยว่เยว่เพิ่งจะกลับถึงเขตทหารได้ไม่นานนี่นา ทำไมถึงรีบโทรมาแล้วล่ะ
“เดี๋ยวพี่ไปรับเอง ไม่แน่อาจจะมีเรื่องด่วนก็ได้”
“ค่ะ พี่ไปเถอะ”
ไม่นานเซิ่งเจ๋อซีก็ได้รับสายโทรศัพท์
“ปะป๊าครับ ผมซิงซิงเองครับ ผมกับเยว่เยว่กลับถึงเขตทหารแล้วครับ แต่ว่า…” ซิงซิงไม่ลังเลเลย เขารีบเล่าเรื่องที่พวกเขาได้พบกับจางชิวเหมย และเรื่องที่จางชิวเหมยเห็นพวกเขาแล้วก็พูดว่าพวกเขาเป็นผีให้พ่อฟัง
แทบจะในทันทีที่ซิงซิงเล่าจบ เซิ่งเจ๋อซีก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่ได้พูดแทรกอะไร ปล่อยให้ซิงซิงเล่าต่อไป
“...ปะป๊าครับ เรื่องที่ผมกับเยว่เยว่ประสบอุบัติเหตุในวันนี้ คนอื่นๆในเขตทหารไม่น่าจะรู้ได้นะครับ”
“แล้วป้าคนนั้น ก็ไม่น่าจะรู้เรื่องนี้ด้วย”
“แต่ดูจากท่าทางของป้าแล้ว เหมือนกับว่าป้าคิดว่าผมกับเยว่เยว่จะต้องประสบอุบัติเหตุ หรือถึงขั้น...ตายไปแล้ว ถึงได้คิดว่าผมกับเยว่เยว่กลายเป็นผีไปแล้ว”
“เพราะงั้นพอเห็นผมกับเยว่เยว่ ป้าถึงได้ทั้งตกใจและหวาดกลัว”
“ใครกันที่จะรู้ว่าผมกับเยว่เยว่อาจจะตายได้?”
“ในเมื่อไม่ใช่การได้ยินมาจากคนอื่น ก็ต้องเป็นคนที่ต้องการให้ผมกับเยว่เยว่ตายนั่นแหละครับ!”
ซิงซิงก็สรุปความคิดของตัวเองออกมา ขณะที่พูดประโยคสุดท้าย ใบหน้าเล็กๆ ของเขาก็เต็มไปด้วยความจริงจัง
หลังจากพูดจบ เขาก็กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง เขาถามพ่อด้วยน้ำเสียงที่ทั้งตื่นเต้นและประหม่า “ปะป๊าครับ ที่ผมวิเคราะห์แบบนี้ ถูกต้องไหมครับ?”
“ถูกต้องแล้วล่ะซิงซิง การวิเคราะห์ของลูกถูกต้องแล้ว”
“ซิงซิง ลูกเก่งมากเลยนะที่สามารถวิเคราะห์เรื่องราวจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ ลูกสุดยอดไปเลย”
ซิงซิงไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำชมจากพ่อของเขา พอถูกชมเข้าแบบนี้ ใบหน้าเล็กๆ ของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอาย
“เอาล่ะ เรื่องนี้ปะป๊ารู้แล้ว”
“ครับ”
เซิ่งเจ๋อซีกำชับลูกชายอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป
เมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย เขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กู้เจียหนิงฟัง
หลังจากกู้เจียหนิงฟังจบ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง “ที่จางชิวเหมยพูดแบบนั้น แสดงว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเธอแน่ๆ”
“จางชิวเหมยคนนี้เป็นอะไรกันแน่ พวกเราไม่เคยไปหาเรื่องเธอเลยสักครั้ง แต่เธอกลับคิดจะลงมือฆ่าซิงซิงกับเยว่เยว่!”
“เลวจริงๆ เลวที่สุด!”
“หนิงหนิง อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิ ระวังสุขภาพด้วย” เซิ่งเจ๋อซีเห็นภรรยาโกรธจัดขนาดนั้น ก็รีบเข้าไปปลอบโยน
แน่นอนว่าเซิ่งเจ๋อซีเองก็โกรธมากเช่นกัน เพราะวันนี้ซิงซิงกับเยว่เยว่ต้องเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตาย ซิงซิงกับเยว่เยว่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขากับหนิงหนิงนะ
เซิ่งเจ๋อซีเองก็ต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเช่นกัน
“หนิงหนิง เรื่องนี้พี่จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ให้เขาไปสืบสวนทางฝั่งจางชิวเหมย เธอวางใจได้เลย ถ้าเป็นฝีมือของเธอจริงๆ เธอไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่”
“ค่ะ พี่ซี คนที่ทำร้ายซิงซิงกับเยว่เยว่ จะต้องไม่ปล่อยให้ลอยนวลเด็ดขาด!”
กู้เจียหนิงไม่เคยเป็นคนดีประเภทแม่พระ เธอก็รู้ดีว่าการให้อภัยศัตรูก็คือการทำร้ายตัวเอง
ดังนั้นในเมื่อกล้ามาทำร้ายครอบครัวและลูกๆ ของเธอ ก็ต้องพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม!
[จบบท]