บทที่ 388: สามีในชาติที่แล้ว
แต่ในชีวิตนี้ หลังจากที่กู้เจียหนิงกระโดดน้ำและได้รับการช่วยเหลือขึ้นมา เธอกลับตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาอย่างกะทันหัน ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังแต่งงานกับนายทหารที่ชื่อเซิ่งเจ๋อซีอย่างรวดเร็วอีกด้วย
ณ เวลานี้ เวินจู๋ชิงเพิ่งจะหวนนึกถึงสายตาของกู้เจียหนิงในตอนที่ได้พบกับเขาอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์กระโดดน้ำคราวนั้นได้ เวินจู๋ชิงจำไม่ได้ว่าในแววตานั้นมีความขุ่นเคืองหรือความเกลียดชังอยู่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือมันปราศจากซึ่งความชอบและความรักโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากนั้นกู้เจียหนิงยังคอยพุ่งเป้ามาที่เขาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้
เรื่องราวทั้งหมดนี้ทำให้เวินจู๋ชิงในปัจจุบันนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
"หรือว่า... กู้เจียหนิงก็ฝันถึงเรื่องราวในชาติที่แล้วเหมือนกัน" ในน้ำเสียงของเวินจู๋ชิงเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างยิ่งยวด มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของกู้เจียหนิงได้ หลังจากที่เธอได้รับการช่วยเหลือจากการกระโดดน้ำ เธอก็ได้ฝันถึงเรื่องราวในชาติที่แล้ว ดังนั้นเธอจึงคิดที่จะเปลี่ยนแปลงและสลัดเขาให้หลุดพ้น
"กู้เจียหนิง เธอคิดว่าเธอจะหนีฉันพ้นเหรอ" เวินจู๋ชิงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "เธอคงไม่คิดสินะ ว่าฉันก็จะฝันถึงชาติที่แล้วได้เหมือนกัน ตอนนี้เธอมีตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ยิ่งดีเลย จะได้เอามาใช้ประโยชน์ให้ฉันได้มากขึ้น"
เวินจู๋ชิงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไปเจรจากับกู้เจียหนิง การใช้ไม้อ่อนคงไม่ได้ผลกับเธออีกต่อไป แต่ในฐานะที่เขาเองก็เป็นคนที่ฝันถึงชาติที่แล้วเช่นกัน เขาสามารถเลือกที่จะเจรจาต่อรองกับเธอได้ เขาเชื่อว่ากู้เจียหนิงจะต้องยอมประนีประนอมอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในดวงตาของเวินจู๋ชิงก็เต็มไปด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง
นอกประตู ฉินหงฮวาได้ยินเสียงหัวเราะที่ฟังดูประหลาดๆ ของเวินจู๋ชิงก็อดที่จะตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้ เธอรู้สึกว่ามันพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก สองวันนี้เวินจู๋ชิงดูเหมือนถูกวิญญาณประหลาดเข้าสิง บางครั้งก็มีท่าทีเยือกเย็นน่าขนลุก จนทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว
วันนี้เป็นวันที่เซิ่งเจ๋อซีต้องไปรายงานตัวที่เขตทหารเมืองปักกิ่ง เขาก็ออกจากบ้านไปแต่เช้าตรู่ ส่วนจะกลับมาเมื่อไหร่นั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด
ส่วนทางด้านกู้เจียหนิง เรื่องเอกสารที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้น เธอได้จัดการเรียบร้อยแล้วในวันที่ไปหาพี่สามที่มหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็แค่รอไปเข้าเรียนในวันพรุ่งนี้ สำหรับโรงพยาบาลในเมืองปักกิ่ง เธอวางแผนที่จะไปทำงานในวันมะรืนและจัดการเรื่องการเข้ารับตำแหน่งให้เรียบร้อย
ตอนนี้ภายในเรือนสี่ประสานจึงเหลือเพียงเธอกับแม่บ้านเฉินสองคน ซิงซิงและเยว่เยว่ไปโรงเรียนอนุบาล ส่วนคุณยายซางก็พาถวนถวนไปคุยเล่นกับเพื่อนเก่าที่บ้านของพวกเขา
กู้เจียหนิงหยิบหนังสือขึ้นมาเตรียมแผนการสอนอยู่ครู่หนึ่ง แม่บ้านเฉินก็เดินเข้ามา
"คุณหมอกู้คะ ข้างนอกมีคนชื่อจางอวี้ถังมาขอพบค่ะ"
เมื่อได้ยินชื่อจางอวี้ถังในตอนแรก กู้เจียหนิงก็ยังนึกไม่ออกอยู่ชั่วครู่ แต่ไม่นานเธอก็จำได้ว่านั่นคือชื่อใหม่ของเวินจู๋ชิงไม่ใช่หรือ เธอยังไม่ทันได้ไปหาเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับเป็นฝ่ายมาหาเธอก่อนเสียอย่างนั้น
แต่ว่า...
"แม่บ้านเฉินคะ ไปบอกเขาว่าฉันไม่พบค่ะ" กู้เจียหนิงไม่มีความคิดที่จะพบเวินจู๋ชิงเลยแม้แต่น้อย เธอตั้งใจว่าจะรอให้พ่อของฉินเทียนมาถึง เมื่อถึงเวลาที่เรื่องของเวินจู๋ชิงถูกเปิดโปง เธอก็แค่รอดูเขาประสบเคราะห์กรรมก็พอแล้ว สำหรับคนแบบนี้ เธอไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มากความ
แถมเธอรู้ดีว่าพี่เจ๋อซีของเธอค่อนข้างจะใส่ใจเรื่องของเวินจู๋ชิงคนนี้มาก เขาเป็นคนขี้หึงจะตายไป ถ้าเขารู้ว่าเธอแอบมาพบกับเวินจู๋ชิง มีหวังไหน้ำส้มได้แตกกระจายกันพอดี
กู้เจียหนิงตอบไปแบบนั้น แต่ไม่คาดคิดว่าแม่บ้านเฉินจะยังไม่เดินจากไปในทันที
"คุณหมอกู้คะ เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมพบเขา ก็ให้เอากระดาษแผ่นนี้ให้คุณค่ะ"
กู้เจียหนิงขมวดคิ้ว กระดาษแผ่นหนึ่งงั้นเหรอ? ในที่สุดเธอก็รับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านดู
ในวินาทีที่สายตาของเธอจับจ้องไปที่ข้อความบนกระดาษ สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนไป ในใจก็เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นมาทันที
หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ กู้เจียหนิงก็เอ่ยขึ้น "งั้นให้เขาเข้ามาเถอะค่ะ"
เวินจู๋ชิงเดินตามหลังแม่บ้านเฉินเข้ามาในเรือนสี่ประสาน เขาสำรวจมองไปรอบๆ และพบว่าเรือนสี่ประสานหลังนี้ใหญ่โตและงดงามอย่างแท้จริง จากความฝันนั้น เวินจู๋ชิงรู้ดีว่าในอนาคตราคาของเรือนสี่ประสานในเมืองปักกิ่งจะสูงลิบลิ่วเพียงใด และตอนนี้กู้เจียหนิงก็ได้ครอบครองเรือนสี่ประสานหลังนี้แล้ว นั่นหมายความว่าในอนาคตเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องการกินอยู่เลยแม้แต่น้อย เรือนสี่ประสานที่ใหญ่โตและงดงามเช่นนี้ เขาก็อยากจะมีไว้ในครอบครองบ้างเหมือนกัน
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ขึ้น เขาก็เห็นร่างระหงอรชรอยู่ไกลๆ เพียงแค่เห็นแผ่นหลังก็ทำให้คนรู้สึกเคลิบเคลิ้มได้แล้ว เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิด และได้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาดของกู้เจียหนิง ในดวงตาของเวินจู๋ชิงก็ฉายแววหลงใหลออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าเป้าหมายที่เขามาในวันนี้คืออะไร
เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ แม่บ้านเฉินก็ปลีกตัวออกไป ที่นี่จึงเหลือเพียงกู้เจียหนิงและเวินจู๋ชิงสองคน
เวินจู๋ชิงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป หวังจะสัมผัสใบหน้าของกู้เจียหนิง แต่ในวินาทีถัดมา กู้เจียหนิงที่กำลังขมวดคิ้วก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรง
"คุณจะทำอะไร" กู้เจียหนิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"เสี่ยวหนิง เธอสวยกว่าชาติที่แล้วเสียอีก" เวินจู๋ชิงกล่าวออกมาตรงๆ
คำว่า "ชาติที่แล้ว" ทำให้คิ้วของกู้เจียหนิงขมวดเข้าหากันลึกยิ่งขึ้น สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย แต่ในแววตากลับฉายแววอำมหิตออกมาอย่างแผ่วเบา "ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร" เธอกล่าว "คุณคงจะสติไม่ดีไปแล้วล่ะมั้ง"
สำหรับการปฏิเสธของกู้เจียหนิง เวินจู๋ชิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขานั่งลงข้างๆ อย่างสบายใจ ราวกับผู้ชนะ
"เสี่ยวหนิง เธอไม่ต้องปฏิเสธหรอก เธอก็ฝันถึงชาติที่แล้วเหมือนกับฉันใช่ไหมล่ะ" เขาพูดต่ออย่างมั่นใจ "ก็ตอนที่เธอกระโดดน้ำแล้วถูกช่วยขึ้นมานั่นแหละ ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้หรอก"
"เพียงแต่ว่า... เสี่ยวหนิง เธอนี่ใจร้ายจริงๆนะ อย่างน้อยชาติที่แล้วเราก็เป็นสามีภรรยากัน แต่เธอกลับทอดทิ้งฉันได้อย่างเลือดเย็น แถมยังคอยวางแผนใส่ร้ายฉันอยู่ตลอดเวลา" ใบหน้าของเวินจู๋ชิงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ราวกับกำลังประณามความไร้หัวใจของกู้เจียหนิง
เดิมทีเวินจู๋ชิงคาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าที่แตกร้าวบนใบหน้าของกู้เจียหนิง แต่กลับไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงมีท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย
"เวินจู๋ชิง ชาติที่แล้วอะไร ความฝันอะไรที่คุณพูดมา ฉันไม่เข้าใจสักอย่าง"
"เป็นไปไม่ได้ ถ้าเธอไม่เข้าใจ แล้วจะให้ฉันเข้ามาทำไมล่ะ"
"ที่ให้คุณเข้ามา ก็แค่อยากจะรู้ว่าคนที่สวมรอยชื่อและโควตามหาวิทยาลัยของคนอื่น ยังมีความกล้าหน้าด้านเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างนอกได้อย่างไร"
หัวใจของเวินจู๋ชิงกระตุกวูบ "เธอรู้แล้ว"
แต่เขาก็สงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็ว "เสี่ยวหนิง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไร้หัวใจกับฉันขนาดนั้น ฉันก็คงไม่ทำแบบนั้นหรอก เห็นแก่ที่เราเคยเป็นสามีภรรยากันในชาติที่แล้ว โบราณว่าหนึ่งวันเป็นสามีภรรยาร้อยวันผูกพัน เธอไม่ควรจะช่วยฉันหน่อยเหรอ"
กู้เจียหนิงหัวเราะเยาะ "เวินจู๋ชิง ฉันกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยนะ คุณไม่คิดว่าคำพูดที่คุณพูดตอนนี้มันน่าขำและเหมือนคนโรคจิตบ้างเหรอ"
"คนโรคจิตงั้นเหรอ เสี่ยวหนิง เธอรู้ดีว่าฉันกำลังพูดถึงอะไร ทำไมเธอถึงไม่ยอมรับล่ะ" เวินจู๋ชิงเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียง "หรือว่าเธออยากให้ฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกเซิ่งเจ๋อซีงั้นเหรอ"
"อยากให้นายทหารผู้หยิ่งทะนงคนนั้นรู้ว่า ภรรยาที่เขาทะนุถนอมรักใคร่ในตอนนี้ จริงๆ แล้วชาติที่แล้วเคยเป็นภรรยาของฉันมาก่อน เธอว่าถ้านายทหารคนนั้นรู้เข้า เขาจะเป็นยังไง"
"ความรักที่เขามีให้เธอ จะยังคงเหมือนเดิมอย่างตอนนี้อยู่ไหม"
กู้เจียหนิงเม้มริมฝีปาก เวินจู๋ชิงคนนี้นี่มันช่างไร้ยางอายสิ้นดีจริงๆ
"คุณต้องการอะไร" กู้เจียหนิงถามในที่สุด
เวินจู๋ชิงยิ้มออกมา "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก ฉันก็แค่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้างเท่านั้นเอง" เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "เสี่ยวหนิง ถือว่าเห็นแก่ที่เราเคยเป็นสามีภรรยากันมา เธอจะทนเห็นตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง ในขณะที่ฉันต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากได้ลงคอเชียวหรือ เธอต้องช่วยฉันนะ"
[จบบท]